I shall seal the heaven Chapter 1195

0 Comments

ตอนที่ 1195

ชีวิตที่แปด

“ท่านปรมาจารย์ ช่วยข้าด้วย!!” หนึ่งในผู้ฝึกตนชราตระกูลจี้แผดร้องออกมา ขณะที่พยายามทุ่มออกมาจนสุดตัวเพื่อต่อต้านหัตถ์ค่ายกลเวท อย่างไรก็ตามวิชาเวททั้งหมดของมันก็แตกกระจายกลายเป็นชิ้นๆ และร่างก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ เกิดเป็นพิรุณโลหิตตกลงไปบนกลุ่มเมฆที่ด้านล่าง

หัตถ์ภาพลวงตาระเบิดเป็นพลังแห่งการทำลายล้างออกมา สายฟ้าปะทุขึ้นและระเบิดออกไป กลายเป็นเสียงเพียงหนึ่งเดียวในฟ้าดินแห่งนี้

ผู้ฝึกตนวัยกลางคนตระกูลจี้ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ ขยับมือร่ายเวททำให้ของวิเศษจำนวนมากลอยออกมาจากถุงสมบัติ แต่หัตถ์ยักษ์นั้นก็ทำลายพวกมันจนแตกกระจายไปทั้งหมด โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากมันเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งใบหน้า มันแผดร้องออกมาขณะที่ถูกทำลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป

ผู้ฝึกตนตระกูลจี้อีกสองคนขยับมือร่ายเวท เรียกของวิเศษและเส้นใยกรรมออกมา ในชั่วพริบตากรรมของพวกมันก็ถูกทำลายไป และจากนั้นหัตถ์ยักษ์ก็กำจัดพวกมันไปโดยสิ้นเชิง

“ท่านปรมาจารย์ ช่วยพวกเราด้วย!!” เกิดเป็นเสียงแผดร้องซึ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัวดังก้องออกไป น่าเสียดายที่เสียงแผดร้องของพวกมันถูกเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ากลบไปจนหมดสิ้น

เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการอธิบาย แต่การโจมตีไปด้วยค่ายกลสังหารดาวหนานเทียนเพียงแค่ครั้งเดียวของเมิ่งฮ่าว…ก็ทำให้ผู้ฝึกตนตระกูลจี้สิบกว่าคนถูกสังหารไปจนเกือบหมดสิ้นในทันที

ไม่นานต่อมาก็เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น หนึ่งเป็นบุรุษหนุ่ม และอีกคนเป็นชายชราที่นำคนกลุ่มนี้มายังดาวหนานเทียนในตอนแรก

พวกมันถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว หลบเลี่ยงจากความตายไปได้ชั่วขณะ แต่หัตถ์ยักษ์นั้นก็ส่งเสียงดังกระหึ่มพุ่งตรงไปยังพวกมันด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

“เมิ่งฮ่าว ตระกูลฟางต้องการทำสงครามกับตระกูลจี้จริงๆ!?!?” ชายชราแผดร้องออกมา โบกสะบัดมือออกไป ทำให้พลังพื้นฐานฝึกตนปะทุขึ้นกลายเป็นลมพายุที่ส่งเสียงดังกึกก้องประชันกับเสียงฟ้าร้องคำราม

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวเย็นชาราวน้ำแข็ง ขณะที่ตวัดฟาดฝ่ามือลงไป ได้ยินเป็นเสียงกระหึ่มดังมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่หัตถ์ยักษ์ค่ายกลเวทบดขยี้ผ่านกลุ่มเมฆลงไปยังผู้ฝึกตนที่ยังคงเหลืออยู่ทั้งสอง

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของชายชรา และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเมื่อร่างกายมันเริ่มพังทลายลงไป ก่อนที่ร่างมันจะแตกกระจายไป บุรุษหนุ่มก็รีบขยับร่างเคลื่อนไปอยู่ที่ด้านหลังมัน และฟาดฝ่ามือลงไปบนแผ่นหลังของมัน

“เมื่อเจ้าต้องตาย…ก็ช่วยข้าสักครั้ง!” บุรุษหนุ่มพึมพำ

ตูม!

หัตถ์ยักษ์พุ่งผ่านกลุ่มเมฆลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกมันม้วนตัวไปมาด้วยความปั่นป่วน ในตอนนี้ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ได้ยินเสียงกึกก้องอันน่าตกใจนี้

พวกมันมองเห็นกลุ่มเมฆกำลังกระเพื่อมไปมาด้วยเช่นกัน สายฟ้าจำนวนมากกำลังปะทุขึ้นมาราวกับว่าพวกมันจะกลายเป็นมังกรสีเงินพุ่งออกมาจากกลุ่มเมฆ

เมื่อสายฟ้าถูกบังคับให้ฟาดกระจายลงไป หยดพิรุณเท่าเม็ดถั่วก็เริ่มตกลงมาบนพื้นด้านล่างด้วยเช่นกัน

แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าพิรุณบางหยดเป็นสีโลหิต นั่นเป็นเพราะว่า…มันไม่ใช่สายฝนแม้แต่น้อย แต่เป็นโลหิต เป็นโลหิตของตระกูลจี้! อย่างไรก็ตามไม่มีสัญญาณ   ชีวิตใดๆ อยู่ในโลหิตเหล่านั้น และมีอยู่จำนวนน้อยมาก ราวกับว่าส่วนใหญ่แล้วจะถูกกลืนกินไปโดยกลุ่มเมฆเหล่านั้น

สิ่งที่กลุ่มคนด้านล่างไม่อาจจะมองเห็น แต่ที่ไหนสักแห่งภายในกลุ่มเมฆอันมืดคลึ้มนั้น เงาร่างสีโลหิตกำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌานอยู่ ถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มเมฆแห่งโลหิตที่กำลังจางหายไปจากการถูกกลืนกินเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

ถ้ามองดูให้ละเอียด เงาร่างสีโลหิตนั้นกำลังกระจายกลิ่นอายกรรม รวมทั้งกลิ่นอายอันน่ากลัวของตระกูลจี้ออกมาอย่างเลือนลาง

นี่คือร่างจำแลงโลหิตของเมิ่งฮ่าว!

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่พื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ร่างจำแลงโลหิตนี้ ทำให้มันถูกเก็บซ่อนไว้ในถุงสมบัติมาโดยตลอด เขายังล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

แต่เมื่อจี้เทียนพยายามมาสังหารบิดา ทำให้ความต้องการสังหารและโทสะของเมิ่งฮ่าวระเบิดขึ้นจนถึงจุดที่ต้องการจะสะสมโลหิตตระกูลจี้เพิ่มขึ้นอีกหลายรุ่น และกระทำตามความคิดเดิมต่อไปเพื่อสร้างเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ที่มีพลังในการปลุกบรรพบุรุษของตนเองขึ้นมา

ดังนั้นจึงเป็นที่คาดคิดได้ว่าทำไมถึงมีหยดโลหิตตกลงไปพร้อมกับหยาดฝนน้อยมาก เจือจางจนถึงจุดที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นมันได้ อันที่จริงก็มีเพียงหยดเดียวเท่านั้นที่ตกลงไปบนใบหน้าของผู้ฝึกตนที่ด้านล่าง ซึ่งกำลังมองขึ้นมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็กวาดเช็ดมันออกไป

ย้อนกลับไปในกลุ่มเมฆและทะเลสายฟ้า เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นมา ทำให้หัตถ์ยักษ์ค่ายกลเวทค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงภาพมือขนาดใหญ่อยู่ภายในกลุ่มเมฆ

หนึ่งฝ่ามือสังหารผู้ฝึกตนตระกูลจี้ไปราวกับว่าพวกมันคือมดแมลง!

ถึงแม้ว่าพลังนั้นจะไม่ได้มาจากตัวของเมิ่งฮ่าวเอง แต่ในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงอำนาจที่มาจากพลังซึ่งสามารถจะควบคุมฟ้าดินได้ เป็นความรู้สึกที่สะกดข่มซึ่งออกมาจากการเป็นผู้ที่ไร้พ่ายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง

ขณะที่หัตถ์ยักษ์จางหายไป ก็มองเห็นผู้คนสองคนอยู่ภายในภาพมือที่เหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ฝึกตนตระกูลจี้อีกสองคนที่ยังไม่ถูกสังหารไป!

แน่นอนว่า คงจะถูกต้องมากกว่าที่จะกล่าวว่ามีแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่สอง!

ไร้กลิ่นอายของชายชราอยู่อีกต่อไป ตอนนี้มองเห็นรูขนาดใหญ่อยู่ในแผ่นหลังของมัน และเห็นได้ชัดว่าไม่มีอวัยวะภายในเหลืออยู่ในร่างมันอีก มีแต่เปลือกที่ว่างเปล่าซึ่งมีบุรุษหนุ่มแอบซ่อนอยู่ด้านใน!

เห็นได้ชัดว่ามันไม่เพียงแต่จะซ่อนตัวอยู่ภายในเท่านั้น แต่ยังใช้วิชาลับอันโหดเหี้ยมบางอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงจากการถูกสังหารไปโดยร่างแหขนาดใหญ่นั้น

เสียงแตกร้าวได้ยินมาขณะที่เปลือกร่างของชายชราแตกกระจายกลายเป็นชิ้นๆ บุรุษหนุ่มถอยโซเซไปทางด้านหลัง กระอักโลหิตออกมา ในเวลาเดียวกันนั้น เส้นใยกรรมนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมาจากร่างมัน กระจายเต็มไปทั่วบริเวณนั้นและกลายเป็นสิ่งที่ดูคล้ายกับค่ายกลเวทเคลื่อนย้ายทางไกล

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากมัน ตกลงไปในกลุ่มเมฆ แต่ก็ถูกดูดซับและกลืนกินเข้าไปอย่างตะกละตะกลามโดยร่างจำแลงโลหิตที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายใน

แน่นอนว่า บุรุษหนุ่มไม่รู้เกี่ยวกับร่างจำแลงโลหิต ในขณะที่ร่างกายมันเริ่มจางหายไป เมิ่งฮ่าวก็แค่นเสียงเย็นชา

“เจ้ายังไปไม่ได้!” เขากล่าวพร้อมกับเดินไปข้างหน้า ต่อยหมัดออกไป ทำให้อากาศบิดเบี้ยวไปมา แต่ขณะที่เมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้บุรุษหนุ่ม จู่ๆ เขาก็รับรู้ได้ถึงวิกฤตอันตราย และในตอนนี้เองที่บุรุษหนุ่มยิ้มอย่างโหดเหี้ยมออกมา

“ในที่สุด…เจ้าก็เข้ามา” มันพึมพำ แทนที่จะหลบเลี่ยงหมัดของเมิ่งฮ่าว กลับพุ่งร่างตรงมาปะทะกับหมัดนั้น

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มขึ้น ขณะที่ร่างของบุรุษหนุ่มแตกกระจายไป ทำให้โลหิตและชิ้นเนื้อพุ่งกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง แต่เสียงหัวเราะของมันก็ยังคงดังก้องออกไปในอากาศ

“เมิ่งฮ่าว พวกเราได้ผูกกรรมเชื่อมต่อกันแล้ว ครั้งหน้าเมื่อพบกันอีก…สิ่งที่เป็นของเจ้าก็จะเป็นของข้า จดจำไว้พวกเรามีนามร่วมกัน พวกเราเรียกว่า…จี้ตงหยาง!” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังก้องออกมา ขณะที่ร่างของบุรุษหนุ่มจางหายไป

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้วลอยตัวอยู่ที่นั่น ในที่สุดก็มองลงไปยังหมัดของตนเองด้วยท่าทางครุ่นคิดและถอนหายใจออกมา

“ข้าต้องการสังหารมัน แต่กลายเป็นว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการมัน…”

“ช่างเป็นคนที่ฉลาดนัก จี้ตงหยางผู้นี้ ผู้ฝึกตนตระกูลจี้ที่มันนำมาทั้งหมดถูกใช้เป็นม่านพรางตาให้กับมัน”

“และเหตุผลที่ทำไมมันถึงกล้ามายังดาวหนานเทียน ก็เพื่อที่จะใช้เวทลับตระกูลจี้มาผูกมัดข้าด้วยกรรม และปลดปล่อยเวทแห่งเต๋าอันลี้ลับบางอย่างออกมา”

“ข้าล่อมันให้ตกอยู่ในกับดัก และมันก็ทำกับข้าเช่นเดียวกัน…มันไม่ต้องการจะถูกสังหารไปโดยค่ายกลเวทดาวหนานเทียน แต่ต้องการให้ข้าสังหารมันไปด้วยตนเอง…” ขณะที่เมิ่งฮ่าวยืนขบคิดอยู่ที่นั่น ร่างจำแลงโลหิตที่หลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มเมฆตรงด้านล่างก็ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนนี้มันมีความแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ แข็งแกร่งมากกว่าและกระจายกลิ่นอายกรรมอันทรงพลังของตระกูลจี้ออกมา

อันที่จริงก็ดูเหมือนว่ามันแทบจะทะลวงผ่านไปได้ ด้วยความก้าวหน้าอีกเพียงเล็กน้อย ในที่สุดมันก็จะทะลวงผ่านก้าวเข้าไปใกล้กับการเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถจะปลุกบรรพบุรุษให้ตื่นขึ้นมาได้

“ถ้าบรรพบุรุษถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา ไม่รู้ว่า…มันจะแข็งแกร่งเช่นเดียวกับจี้เทียนหรือไม่!?”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น หยุดวิตกเกี่ยวกับเรื่องของจี้ตงหยาง เขามองว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่งของตนเอง!

หลังจากที่เก็บร่างจำแลงโลหิตเข้าไปในถุงสมบัติ เมิ่งฮ่าวก็พุ่งผ่านกลุ่มเมฆลงไปด้านล่าง

เวลาเดียวกันนั้น ในตระกูลจี้แห่งขุนเขาที่เก้า ตรงลานบ้านในเขตหวงห้าม มีโลงศพอยู่เก้าใบวางเรียงรายอยู่ที่นั่น โลงทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากสัมฤทธิ์ และถูกแกะสลักด้วยสัญลักษณ์เวทอันซับซ้อน

มีอยู่เจ็ดโลงที่ไม่มีฝาปิดและว่างเปล่า มีแต่โลงที่แปดและเก้าเท่านั้นที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา

ทันใดนั้น เสียงกึกก้องที่คล้ายกับเสียงฟ้าร้องคำรามก็ดังขึ้น และฝาโลงที่แปดก็เปิดออกพร้อมกับเสียงปัง กลิ่นอายอันแข็งแกร่งกระจายออกมาจากด้านในอย่างฉับพลัน

มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากด้านในโลงที่แปด ตอนแรกมือข้างนั้นสั่นสะท้าน แต่ก็เริ่มมั่นคงขึ้นและคว้าจับไปที่ข้างโลงศพ คนผู้หนึ่งค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง จากนั้นก็ยืนขึ้นมา ร่างกายมันผอมแห้งคล้ายซากศพ ทำให้ยากที่จะมองเห็นหน้าตาของมันได้อย่างชัดเจน

บนหน้าผากของมันมองเห็นเป็นเครื่องหมายอยู่หนึ่งอย่าง ถึงแม้ว่าเครื่องหมายนั้นจะแห้งเหี่ยวติดกับผิวหนังของมัน แต่ก็สามารถจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน คาดไม่ถึงว่ามันคือ…เครื่องหมายลำดับขั้น!!

อย่างน่าตกใจยิ่ง คนผู้นี้…คือผู้ฝึกตนลำดับขั้น!

มันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ดูดเอาพลังแห่งฟ้าดินในบริเวณนั้นทั้งหมดเข้าไป ขณะที่ทำเช่นนั้นร่างกายก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว เลือดเนื้อของมันบิดตัวไปมา และชีวิตก็ไหลบ่ากลับเข้ามาในร่าง ขณะที่กลายร่างกลับมาเป็นบุรุษหนุ่มอย่างรวดเร็ว!

ใบหน้ามันค่อยๆ เติมเต็มกลับมาอย่างช้าๆ และในที่สุด…ก็กลายเป็นใบหน้าที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน!

“ข้ายังคง…ชอบรูปร่างหน้าตาของชีวิตที่เจ็ดข้ามากกว่า” มันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “มันคือคนรุ่นเยาว์ที่ข้าชอบมากที่สุด” จากนั้นใบหน้ามันก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น…จี้ตงหยาง!

“กรรมถูกผูกมัดไว้แล้ว ร่างชีวิตที่แปดของข้าก็ตื่นขึ้นมาแล้ว และชีวิตที่เก้าของข้าก็ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี เมิ่งฮ่าว…เมื่อไหร่ที่พวกเรามีร่างเดียวกัน…เจ้าก็จะกลายเป็นชีวิตที่เก้าของข้า!” จี้ตงหยางเริ่มหัวเราะขึ้นมา เป็นเสียงหัวเราะที่โหดเหี้ยมอย่างแปลกๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณ

มันมองขึ้นไป และน่าตกใจยิ่งที่ดวงตาขนาดใหญ่หนึ่งข้างปรากฏขึ้นมาอยู่ด้านบน ภายในดวงตานั้นนั่งไว้ด้วยชายชราผู้หนึ่ง คนทั้งสองมองดูซึ่งกันและกัน

ในตอนนี้ถ้ามีบุคคลที่สามมาอยู่ในที่แห่งนี้ ก็จะตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อพบว่า ถ้ามองเข้าไปในดวงตาของชายชรา และดวงตาของจี้ตงหยาง…

ต่างก็เหมือนกันทุกประการ!!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: