I shall seal the heaven Chapter 1194

0 Comments

ตอนที่ 1194

สังหารพวกมัน

สมาชิกส่วนใหญ่ของตระกูลจี้เป็นชายชรา แต่ก็มีอยู่หนึ่งคนที่เป็นบุรุษหนุ่มมีอายุประมาณสามสิบปี สวมใส่เสื้อผ้าที่ธรรมดาไร้สิ่งฟุ่มเฟือยใดๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนตระกูลจี้คนอื่นๆ ทั้งหมดจะปฏิบัติตามคำสั่งของมัน

ถ้าไม่มองดูให้ละเอียดก็ไม่อาจจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน มันมักจะยืนอยู่ตรงด้านหลัง ทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรหรือเป็นแค่คนธรรมดาในตระกูลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะที่กลุ่มคนในตระกูลกำลังร้องตะโกนด้วยความกราดเกรี้ยวออกมา มันก็ไม่ทำอะไรนอกจากขมวดคิ้วเท่านั้น ทำให้ดูเด่นสะดุดตาต่อเมิ่งฮ่าวเป็นอย่างมาก

เมิ่งฮ่าวมองไปยังมันด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่ลึกลงไปในจิตใจคือความเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ความต้องการสังหารที่เขามีต่อตระกูลจี้มานานแล้ว ยิ่งมีความเข้มข้นขึ้นอย่างถึงที่สุด

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าตระกูลฟาง จะสามารถเอาชนะตระกูลจี้ได้โดยสิ้นเชิง เมิ่งฮ่าวคงจะเริ่มสังหารพวกมันไปแล้ว ถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาพยายามจะยับยั้งตนเองไว้ แต่ก็คิดไว้ว่าเมื่อไหร่ที่มีโอกาสเขาจะต้องจัดการพวกมันให้จงได้

“สหายเต๋าตระกูลจี้ พวกท่านกำลังบอกว่าข้าสังหารผิดคน?” เมิ่งฮ่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่งุนงง “ทำไมพวกท่านถึงได้มีโทสะเช่นนี้? เห็นได้ชัดว่ามันพยายามจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราทั้งสองตระกูล!” ความเย็นเยียบในจิตใจเมิ่งฮ่าวยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น ถ้าตระกูลจี้พยายามจะโต้เถียงกลับมา เขาก็จะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีและสังหารคนอื่นต่อไปอีก!

ผู้ฝึกตนตระกูลจี้มองกลับมายังเขาด้วยความเดือดดาล แต่ในกรณีนี้พวกมันก็ไม่รู้ว่าจะโต้เถียงกับตระกูลฟางได้อย่างไร ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ตระกูลจี้อาจจะสามารถเพิกเฉยไม่ใส่ใจได้ แต่วันนี้เป็นช่วงงานพิธีแต่งตั้งผู้นำตระกูลฟาง พวกมันจึงมีทางเลือกเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น หนึ่งคือเริ่มทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับตระกูลฟาง และอีกอย่างคือ…ได้แต่ต้องยอมรับเหตุการณ์นี้เท่านั้น

นอกจากนี้ พวกมันยังได้พยายามจะขโมยเหรียญทองแดงนั้นมาจริงๆ อีกด้วย!

ตระกูลจี้มักจะสะกดข่มไปทั่วทั้งขุนเขาทะเลที่เก้า ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนทั้งปวง ดังนั้นผู้ฝึกตนมากมายของพวกมันจึงไม่อาจจะอดทนต่อคำพูดของเมิ่งฮ่าวได้ และหนึ่งในพวกมันกำลังจะอ้าปากเพื่อตอบโต้ตำหนิ แต่บุรุษหนุ่มที่ขมวดคิ้วอยู่นั้นก็เดินออกมา มองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้งและจากนั้นก็ยิ้มขึ้น

“ขอบคุณมากสำหรับคำเตือนของท่าน สหายเต๋าเมิ่ง ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าข้าจะมองข้ามเหตุจูงใจที่ซ่อนเร้นของคนผู้นั้นไป” เสียงของบุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่ค่อยดังมากนัก แต่ก็ประกอบไปด้วยพลังและอำนาจตามธรรมชาติ มันโบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป และทันใดนั้นกลุ่มคนตระกูลจี้ทั้งหมดก็สงบลง

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ทำให้บุรุษหนุ่มผู้นี้ดูโดดเด่นอยู่ในท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนตระกูลจี้อื่นๆ ทั้งหมดในทันที ตอนนี้แทนที่จะดูเหมือนว่ามันเป็นคนธรรมดา กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ผู้ฝึกตนทั้งหลายจากสำนักและกองกำลังอื่นๆ ในขุนเขาทะเลที่เก้า กำลังจ้องมองไปยังมัน และคาดเดาเกี่ยวกับตัวตนของมัน

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า มันคือจี้จื่อ (บุตรแห่งจี้) ผู้ลึกลับของตระกูลจี้รุ่นนี้ ที่คนภายนอกไม่เคยเห็นมาก่อน…จี้ตงหยาง?”

ฟางซิ่วเฟิง, ฟางโส่วเต้า และคนอื่นๆ ต่างก็มองไปยังผู้ฝึกตนหนุ่มตระกูลจี้ผู้นั้นด้วยแววตาที่ครุ่นคิด เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ในกลางอากาศ มองเข้าไปในดวงตาของมัน

แววตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหารอยู่ชั่วขณะ หลังจากนั้นมันก็ถอยโซเซไปทางด้านหลัง ใบหน้าไร้สีเลือดไปโดยสิ้นเชิงและดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ถึงแม้จะมีแรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่าง หลังจากที่กลับไปยังข้างกายฟางซิ่วเฟิง เขาก็ตัดสินใจขึ้นมาในทันที

จี้เทียนต้องการสังหารบิดาข้า ดังนั้น…ข้าก็จะสังหารบุรุษผู้นี้ไป!

ทันใดนั้นจิตใจของบุรุษหนุ่มก็สั่นสะท้านขึ้นมา จากสายตาของเมิ่งฮ่าว บอกให้รู้ว่าเขามีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ และรังสีสังหารที่อยู่ในแววตาของเขา ก็บังคับให้บุรุษหนุ่มต้องถอยไปทางด้านหลัง หันหน้าไปยังกลุ่มคนในตระกูล แผดร้องออกมา “ไปกันเถอะ พวกเราออกไปจากดาวหนานเทียนกัน!”

เพื่อตอบรับคำพูดของมัน สมาชิกตระกูลจี้คนอื่นๆ เริ่มปลดปล่อยพลังจากพื้นฐานฝึกตนของพวกมันออกมา ขณะที่ไปห้อมล้อมอยู่รอบๆ ตัวบุรุษหนุ่ม ชายชราหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น ประสานมือให้กับฟางซิ่วเฟิง

“สหายเต๋าซิ่วเฟิง ยินดีด้วยกับการเป็นผู้นำตระกูลฟาง พวกเรามีเรื่องด่วนที่ต้องทำ จึงขอจากไปในตอนนี้!” โดยไม่รอฟังคำตอบจากฟางซิ่วเฟิง ชายชราผู้นั้นก็บินขึ้นไปในอากาศ ตามติดไปด้วยผู้ฝึกตนหนุ่มและกลุ่มคนตระกูลจี้อื่นๆ ทั้งหมด กลายเป็นลำแสงพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า

“เตีย, ท่านปรมาจารย์โส่วเต้า, ท่านปรมาจารย์เหยียนซวี ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายเล็กน้อย เมื่อไม่มีใครมาท้าประลองอีก ข้าจะกลับไปพักผ่อนแล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าวอย่างเงียบๆ ฟางโส่วเต้าและฟางเหยียนซวีสบตากันด้วยท่าทางลังเล ด้วยความฉลาดและพื้นฐานฝึกตนของคนทั้งสอง ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดาว่าเมิ่งฮ่าวกำลังคิดจะทำอะไรอยู่

ฟางโส่วเต้าและฟางเหยียนซวีกำลังรู้สึกลังเล แต่ฟางซิ่วเฟิงก็มองขึ้นไปและกล่าวว่า “สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไปเถอะ”

แววตาท่านสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร ท่านไม่ใช่คนที่ยินดีจะปล่อยให้ผู้อื่นเอาเปรียบได้ และในตอนนี้ก็มั่นใจว่าการก้าวเข้าไปในเต๋าด้วยความยากลำบากก่อนหน้านี้ของท่าน ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลจี้อย่างแน่นอน

เมิ่งฮ่าวคือบุตรชายของท่าน และท่านก็รู้จักเขาดีพอว่าไม่ใช่คนที่หุนหันพลันแล่น ดังนั้นฟางซิ่วเฟิงจึงสนับสนุนการตัดสินใจของเขา ทั้งในฐานะที่เป็นบิดาและฐานะที่เป็นผู้นำตระกูล

เมิ่งฮ่าวพยักหน้า จากนั้นก็กลายเป็นลำแสงพุ่งขึ้นไปในอากาศ

งานพิธีฉลองสำหรับผู้นำตระกูลยังคงดำเนินต่อไป หลังจากสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้นนี้ ทำให้ไม่มีใครมาท้าประลองต่อสู้กับฟางซิ่วเฟิงอีก แต่กลุ่มคนที่ช่างสังเกตก็พบว่าสูงขึ้นไปในท้องฟ้า มีกลุ่มเมฆสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

เห็นได้ชัดว่าอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงไป สายฝนเริ่มตกลงมา และกลุ่มเมฆก็ม้วนตัวไปมาปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า ถ้ามองขึ้นไป ก็จะเห็นว่าท้องฟ้าถูกบดบังไปทั่ว ราวกับว่าค่ายกลเวทกำลังผนึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้

ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ฝึกตนตระกูลจี้สิบกว่าคนกำลังบินผ่านชั้นเมฆขึ้นไป สายฟ้าฟาดลงมาเกิดเป็นเสียงระเบิดขึ้นอยู่รอบๆ ตัวพวกมัน

“เสาจู่ (นายน้อย) ทำไมพวกเราถึงต้องรีบร้อนจากมา? ถึงแม้ว่าตระกูลฟางจะสังหารผู้ฝึกตนตระกูลจี้ไปหนึ่งคน แต่พวกมันก็จำเป็นต้องมีเหตุผล ไม่มีทางที่พวกมันจะกล้าสังหารพวกเราไปทั้งหมด! ไม่ช้าก็เร็วเจ้าเมิ่งฮ่าวนั่นจะต้องถูกสังหารไป!”

บางคนในพวกมันเริ่มพูดจาเยาะเย้ยขึ้นมา “ถูกต้อง ถ้าพวกมันกล้าโจมตีพวกเราอย่างเปิดเผย ดวงตาของท่านปรมาจารย์ก็จะต้องมองเห็นอย่างแน่นอน! ท่านสามารถจะมองเห็นได้ทุกสรรพสิ่งในขุนเขาทะเลที่เก้า! ต่อให้ตระกูลฟางมุทะลุกว่านี้ ก็คงไม่กล้าที่จะมาลงมือกับพวกเรา!”

“เจ้าเมิ่งฮ่าวนั่นช่างไม่สนกฎเกณฑ์ หรือแม้แต่สวรรค์ใดๆ อย่างแท้จริง” หนึ่งในผู้ฝึกตนชรากล่าวขึ้น แค่นเสียงเย็นชาออกมา “น่าเสียดายที่มีผู้ฝึกตนอื่นๆ อยู่มากมายในที่แห่งนั้น รวมทั้งมีตระกูลฟางหนุนหลังมันอยู่ มิเช่นนั้นถ้ามันยังกล้าไร้มารยาทเช่นนั้นอีก พวกเราก็แค่สังหารมันไปก็เท่านั้น ครั้งนี้มันโชคดีนัก ในครั้งหน้าถ้าไม่มีกลุ่มคนจากสำนักหรือตระกูลต่างๆ อยู่ด้วย พวกเราจะต้องสังหารมันไปอย่างแน่นอน!”

“หุบปาก!” ผู้ฝึกตนบุรุษหนุ่มกล่าว มองไปรอบๆ ยังกลุ่มเมฆ “พวกเจ้าคิดว่าเมิ่งฮ่าวไม่คิดถึงเรื่องเหล่านั้น? เจ้าคิดว่าสำนักและกองกำลังอื่นๆ ทำให้พวกเราไม่อาจโจมตีมันได้? เจ้าคิดว่าจะจัดการเมิ่งฮ่าวได้อย่างง่ายดาย? จากความคิดของข้า กลุ่มคนเหล่านั้นจริงๆ แล้วก็ช่วยพวกเราไว้!”

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว รีบออกไปจากดาวหนานเทียน บัดซบ…คิดไม่ถึงว่าเมิ่งฮ่าวจะสามารถควบคุมค่ายกลสังหารดาวหนานเทียนได้!” ผู้ฝึกตนอื่นๆ ติดตามไปอย่างเงียบๆ ถึงแม้ว่าไม่มีใครในพวกมันจะเห็นด้วยกับการตัดสินใจของมัน

พวกมันคือตระกูลจี้ หลายปีที่ผ่านมานี้ พวกมันคุ้นเคยกับการอยู่เหนือคนอื่นๆ ไม่ว่าพวกมันจะไปยังที่แห่งใดในขุนเขาทะเลที่เก้า แค่เปิดเผยตัวตนออกมาว่าพวกมันมาจากตระกูลจี้ คนทั้งหมดก็จะต้องแสดงความเคารพ หรือแม้แต่ต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นในทันที นอกจากนี้ตระกูลจี้ก็ยังเป็นราชันแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าอีกด้วย!

ด้วยศักดิ์ฐานะและจุดยืนเช่นนั้น พวกมันจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาขบคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ใดๆ แม้แต่น้อย พวกมันมักจะมองว่าตนเองคือกลุ่มที่แข็งแกร่งมากที่สุด ราวกับเป็นจักรพรรดิ ด้วยเช่นนั้นทำไมพวกมันถึงต้องมาคิดแทนคนธรรมดาทั่วไป?

ผู้ฝึกตนหนุ่มมองไปยังผู้ติดตามของมันและแอบถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิดออกมา มันตระหนักดีว่ากลุ่มคนตระกูลจี้คุ้นเคยกับการมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่ง ทำให้สูญเสียความสามารถที่จะรับรู้ได้ถึงอันตรายใดๆ

ในตอนนี้เองเมื่อพวกมันโผล่ออกมาจากชั้นกลุ่มเมฆ ก็พบว่ากำลังอยู่ที่เขตชายขอบของท้องฟ้าเหนือดาวหนานเทียน ห่างจากห้วงอวกาศอันว่างเปล่าแค่ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น แต่ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ม่านตามันต้องหดเล็กลง

“เมิ่งฮ่าว!!”

ไม่เพียงมันเท่านั้นที่รู้สึกประหลาดใจ สีหน้าผู้ฝึกตนตระกูลจี้อื่นๆ ต่างก็สลดลง ขณะที่มองเห็นเมิ่งฮ่าว ซึ่งกำลังยืนอยู่ในอากาศเหนือพวกมัน ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเย็นชา สายฟ้าปะทุขึ้นและเต้นไปมาอยู่รอบๆ ตัว

เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ตอนนี้ไม่มีใครมาหยุดข้าได้แล้ว…ข้าจะสังหารผู้ฝึกตนตระกูลจี้ไป!”

สายฟ้าปะทุขึ้นและเต้นไปมาในทั่วทุกทิศทาง

เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้นมา และฟาดลงไปบนดาวหนานเทียน เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกมา ทันใดนั้นร่างแหภาพลวงตาขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัว ซึ่งก็คือค่ายกลสังหารดาวหนานเทียนนั่นเอง

ร่างแหค่ายกลสังหารเปลี่ยนเป็นหัตถ์ยักษ์อย่างรวดเร็ว กระจายรังสีสังหารอันไร้ขอบเขตออกมา ทำให้สีสันแวบขึ้นไปและเกิดเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามดังก้องกระหึ่ม

สีหน้าของผู้ฝึกตนหนุ่มตระกูลจี้เปลี่ยนไป รีบขยับร่ายเวทพร้อมกันทั้งสองมือ แผดร้องคำรามออกมาขณะที่เส้นใยกรรมอันน่าตกใจนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัว กลายเป็นอาวุธเวทที่สาดประกายด้วยแสงอันเจิดจ้าจำนวนมาก พุ่งตรงไปยังหัตถ์ยักษ์ เวลาเดียวกันนั้นรังสีสังหารก็เริ่มม้วนตัวออกมาจากผู้ฝึกตนตระกูลจี้คนอื่นๆ พวกมันทั้งสิบกว่าคนร่วมมือกันเพื่อปลดปล่อยพลังจากพื้นฐานฝึกตนไปต่อต้านหัตถ์ยักษ์

เมื่อวิชาเวทและความสามารถศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งอาวุธเวท กระแทกเข้าไปยังหัตถ์ยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นมาจากค่ายกลเวท พวกมันก็ไร้พลังไปโดยสิ้นเชิง แตกกระจายกลายเป็นเถ้าธุลี ถูกบดขยี้ไปราวกับเป็นหญ้าแห้ง เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกมา ขณะที่หัตถ์ยักษ์กระแทกลงไปยังผู้ฝึกตนตระกูลจี้

แทบจะทันใดนั้น สามคนในกลุ่มพวกมันก็แผดร้องออกมาและระเบิดออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป กลายเป็นหยาดพิรุณโลหิตตกลงมาจากกลุ่มเมฆ

“เมิ่งฮ่าว เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสังหารผู้ฝึกตนตระกูลจี้! ท่านปรมาจารย์พวกข้ากำลังจะมาสังหารเจ้า!!” ต่อมาในทันใดนั้นผู้ฝึกตนตระกูลจี้อีกสามคนก็ถูกสังหารไป โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากพวกมัน และร่างก็ระเบิดขึ้น

เสียงแผดร้องก่อนตายของพวกมันไม่สามารถจะดังออกไปจากกลุ่มเมฆได้ และไม่อาจจะดังก้องเข้าไปในความว่างเปล่าได้เช่นเดียวกัน ที่ด้านล่างสิ่งเดียวที่กลุ่มคนได้ยินก็คือเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า

“จี้เทียนไม่กล้ามายังดาวหนานเทียน!” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ โบกสะบัดมือขวาออกไป ทำให้สายฟ้านับไม่ถ้วนปะทุขึ้นมาอยู่ภายในกลุ่มเมฆ มีอยู่มากมายจนดูเหมือนว่าทั่วทั้งโลกแห่งนี้ประกอบไปด้วยเสียงแผดร้องสลับกับเสียงฟ้าคำราม

หัตถ์ยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นมาจากค่ายกลสังหารดาวหนานเทียน เหมือนกับเป็นทัณฑ์สวรรค์จากดาวหนานเทียน เป็นสิ่งที่สามารถจะกำจัดสิ่งมีชีวิตทั้งปวงไปได้!

และเมิ่งฮ่าวก็สามารถจะควบคุมค่ายกลสังหารดาวหนานเทียนได้ ซึ่งก็หมายความว่าบนดาวหนานเทียนแห่งนี้เขาคือ…ผู้ที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับจักรพรรดิถัง!…ไร้ผู้ต่อต้านเช่นเดียวกัน!!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: