Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 200

I Shall Seal The Heaven Chapter 200

ตอนที่ 200

การสังหารท่ามกลางสายฝนยามราตรี!

ในเวลาเดียวกับที่ห้าสำนักและสองตระกูล ปรากฎขึ้นที่ด้านนอกของดวงตะวันและจันทรา ด้านบนเทือกเขาของตระกูลซ่ง เมิ่งฮ่าวกำลังอยู่ด้านในโลกของกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน พุ่งตรงขึ้นไป ดวงตาทุกคู่มองมา ขณะที่เขากดลงไปยังเครื่องรางนำโชคในมือ แผ่พุ่งพลังจากพื้นฐานฝึกตนเข้าไป

เขาได้เริ่มเตรียมเครื่องรางนำโชคก่อนหน้านี้ ดังนั้น ทันทีที่พุ่งพลังลมปราณเข้าไป หลุมดำขนาดใหญ่ก็ปรากฎที่เบื้องหน้าเขาในท้องฟ้า ผู้ถูกเลือก และ ผู้พิสดารวิญญาณแรกก่อตั้งทั้งหมด มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้

กระแสน้ำวนนั้น ดูเหมือนจะกลายเป็นปากที่อ้าขึ้น เพื่อจะกลืนเมิ่งฮ่าวเข้าไปในทันที ตรงด้านล่าง ผู้ถูกเลือกจากสำนักต่างๆ มองไปยังปากที่อ้ากว้างนั้นด้วยความตกตะลึง ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ทำได้แต่เพียงมองไป ขณะที่เขาหายตัวไปต่อหน้าพวกมัน พวกมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น?

เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวหายตัวไป ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป เกือบจะในเวลาเดียวกัน พวกมันกระโดดขึ้น และบินตรงไปยังกลุ่มเมฆกระแสน้ำวน ปรมาจารย์ซ่งเทียนแอบถอนหายใจอยู่ภายใน มันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องพูดคำพูดเมื่อครู่นี้ แต่ถึงแม้ว่านี่คืออาณาเขตของตระกูลซ่ง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะยืนหยัดต่อต้านห้าสำนัก และสองตระกูลพร้อมกัน การที่เมิ่งฮ่าวหลบหนีไปด้วยตัวเอง จริงๆ แล้ว ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ในตอนนี้ ซ่งเทียน จริงๆ แล้ว ก็ไม่อาจจะป้องกันความพยายามที่จะไล่ตามเมิ่งฮ่าว ของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งไว้ได้ แต่หลังจากนั้น สีหน้าอันน่าเกลียดก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง พวกมันเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เมิ่งฮ่าวได้ใช้เวทอันทรงพลังบางอย่างเพื่อเคลื่อนย้ายทางไกลจากไป

“กลายเป็นว่าผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณอันต่ำต้อยเช่นมัน มีของวิเศษอันล้ำค่าที่ช่วยให้มันเคลื่อนย้ายทางไกลจากไปได้ เจ้าเมิ่งฮ่าวผู้นี้ยังมีความลับอะไรซุกซ่อนไว้อีกนะ?!”

“คัมภีร์สุดยอดวิญญาณ, ของวิเศษเคลื่อนย้ายทางไกลอันล้ำค่า สำนักจื่อยิ่นต้องยื่นมือไปที่มันให้ได้อย่างแน่นอน!”

ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งกลับไป และตัวแทนของห้าสำนัก และสองตระกูลมาถึง เครื่องรางนำโชคของเมิ่งฮ่าวช่วยให้เขาเคลื่อนย้ายทางไกลจากไป ในเวลาเดียวกันนั้น…

ที่สำนักชิงหลัว ในภูเขาอันดับหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของหมื่นภูเขา กลุ่มควันลอยขึ้นไปในอากาศ ที่ด้านบนของธูปยักษ์ที่กำลังเผาไหม้อยู่ ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนหลายสิบคน เริ่มพุ่งขึ้น และหายลับตาไปในกลุ่มควัน

ตรงด้านล่าง ปรมาจารย์จื่อหลัว และสตรีสวยงามวัยกลางคน ยืนอย่างเคร่งขรึมอยู่ที่นั่น พวกมันมองดูขณะที่ผู้ฝึกตนด้านบนเริ่มหายไป

ปรมาจารย์จื่อหลัว ขมวดคิ้วและกล่าวขึ้น “มันกำลังใช้เครื่องรางนำโชค ซึ่งทำให้ยากในการติดตาม ถ้าพวกเราส่งศิษย์ขั้นสร้างแกนลมปราณไป หรืออาวุธเวทที่มีพลังของขั้นสร้างแกนลมปราณ มันก็จะไปรบกวนสามธูปดำที่เผาไหม้อยู่ ทำให้ยากที่จะหาตำแหน่งของคลื่นพลังเคลื่อนย้ายทางไกลได้อย่างแม่นยำ แค่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ห่างไกลหลายพันจ้าง ยิ่งไปกว่านั้น การเผาไหม้สามธูปดำ ก็ใช้ได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้น”

“ไม่เป็นไร” สตรีผู้สวยงามกล่าวตอบเสียงราบเรียบ “ถึงพวกเราไม่อาจใช้ศิษย์สร้างแกนลมปราณ แต่โจวเจี๋ยก็ถูกส่งไปท่ามกลางกลุ่มศิษย์พื้นฐานลมปราณทั้งหลาย เมื่อพิจารณาจากพื้นฐานฝึกตน รวมถึงสถานะเต้าจื่อของมัน ก็น่าจะสามารถก่อกวนเมิ่งฮ่าวได้ แค่มันยับยั้งเมิ่งฮ่าวได้เพียงชั่วครู่ คนอื่นๆ ก็จะจัดเตรียมเวทอาคมได้ จากนั้นพวกเราก็จะไปอยู่ที่นั่นในทันที ในตอนนั้น เมิ่งฮ่าวก็ไม่อาจหลบหนีไปได้ แม้จะมอบปีกให้มันก็ตามที”

“อย่าลืมว่า พวกเราไม่รู้ว่ามันสามารถใช้เครื่องรางนำโชคนั่นได้กี่ครั้ง ถ้าเครื่องรางนั้นสมบูรณ์ มันก็จะใช้ได้ทั้งหมดเจ็ดครั้ง” ปรมาจารย์จื่อหลัวมองอย่างครุ่นคิดไปยังศิษย์คนสุดท้าย ที่หายเข้าไปในกลุ่มควัน ด้านบนสามธูปดำที่เผาไหม้อยู่

“ไม่ต้องกังวลไป” สตรีหน้าตาสวยงามกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม “เมิ่งฮ่าวแค่อยู่ในขั้นกลางพื้นฐานลมปราณ จากข้อมูลในบันทึกโบราณ รวมกับการคำนวนบางส่วนของข้า รวมกับพื้นฐานฝึกตนของมัน มันต้องใช้เวลาธูปไหม้หมดไปสองดอก เพื่อกระตุ้นเครื่องรางนำโชคให้ทำงาน ตราบเท่าที่โจวเจี๋ย และคนอื่นๆ สามารถรั้งมันไว้ภายในเวลานั้น และจัดเตรียมเวทอาคม ก็จะเป็นคราวเคราะห์ของเมิ่งฮ่าว มันไม่มีอะไรนอกจากเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณอันต่ำต้อย ไม่ต้องกังวลนัก ศิษย์พี่จื่อหลัว เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราก็จะไปอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว”

ขณะที่พวกมันพูดคุยกันต่อไป ที่ไหนสักแห่งในส่วนที่ไร้นามของดินแดนด้านใต้ ท่ามกลางเทือกเขาที่เต็มไปด้วยภูเขานับร้อย เมฆดำเต็มอยู่ในท้องฟ้า และสายฟ้าก็ฟาดลงมา เสียงฟ้าคำรามดังกระหึ่มเต็มท้องฟ้า ทำให้เหล่าสัตว์ป่าในเทือกเขาที่เปล่าเปลี่ยวนี้ตัวสั่นสะท้าน ดูเหมือนจะถูกทำให้หวาดกลัวโดยสวรรค์

เม็ดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตอนนี้เป็นช่วงอาทิตย์อัสดง แต่ดวงตะวันก็ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆโดยสิ้นเชิง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมืดมิดและดูสลัวเลือนลาง

สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้าลงมา จากนั้นก็เกิดระลอกคลื่นกระจายออกไปในอากาศ แยกแผ่นผืนของสายฝนออกจากกัน หลุมดำขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนวนปรากฎขึ้น และเมิ่งฮ่าวก็โซเซออกมา ใบหน้าเขาซีดขาว มองไปรอบๆ ในทันที

หลุมดำหายไป และสายฝนก็ตกลงมาบนร่างเมิ่งฮ่าว เขาไม่แม้แต่จะสังเกตถึงมัน ขณะที่กำลังตรวจสอบรอบๆ บริเวณนั้น ในที่สุด เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา

เสียงแตกร้าวดังขึ้นมาจากในมือ เขามองลงไป และเห็นรอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นบนพื้นผิวของเครื่องรางนำโชค ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถใช้มันได้อีกไม่กี่ครั้ง ก่อนที่มันจะแตกสลายไป

“นี่เป็นของวิเศษช่วยชีวิต” เขาคิด “ข้าต้องใช้มันอย่างระมัดระวัง…” เขาลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ร่างของเขาทันใดนั้นก็สั่นสะเทือน สายฝนตกห่างออกไปจากร่างเขา และเสื้อผ้าก็ไม่ได้เปียกชุ่มอีกต่อไป

“ในตอนนี้ ข้าคิดว่าทุกสำนักและตระกูล กำลังค้นหาข้าอยู่” เขาขมวดคิ้ว แสงสีทองของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน แน่นอนว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบหนีเท่านั้น

“โชคดีที่ข้าได้ไข่มุกสี่เหลี่ยมลูกบาศก์มา ข้าจะสามารถใช้มันขจัดพิษดอกปี่อ้านสามสีได้หรือไม่…?” ดวงตาเขาเริ่มส่องประกาย และตัดสินใจไปค้นหาสถานที่เงียบสงบในเทือกเขา เพื่อขุดถ้ำแห่งเซียน และทดสอบว่าพิษนี้จะถูกขจัดออกไปได้หรือไม่ เมื่อเขากำลังจะออกเดิน ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป

สถานที่ซึ่งหลุมดำได้ปรากฎขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ ได้กลับเป็นปกติเหมือนเดิมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็นหลุมดำอื่นได้เปิดออก ด้านในของมันเป็นสีดำสนิท และส่งคลื่นพลังกระจายออกมา ทำให้สายฝนในพื้นที่บริเวณนั้นลอยห่างออกไป

รังสีสังหารส่องประกายออกมาจากดวงตาเมิ่งฮ่าว เขาสามารถเลือกที่จะหลบหนีจากไปได้ แต่การปรากฎขึ้นในทันใดของกระแสน้ำวนนี้ ไม่น่าจะเป็นเหตุบังเอิญ มันต้องมีใครบางคนไล่ตามเขามา โดยการติดตามคลื่นพลังของการเคลื่อนย้ายทางไกลของเขา

เขาเลือกที่จะไม่หลบหนี แสงอันเย็นเยียบ, ความแข็งกร้าว และความมุ่งมั่น ปรากฎขึ้นในดวงตา เขาสามารถหลบหนีไปในช่วงสูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะอยู่และโจมตี

เมื่อความคิดรวมตัวกันในจิตใจ เขาก็เริ่มเดินตรงไป โบกสะบัดมือ และมีดสายลมขนาดใหญ่ และมังกรเปลวไฟปรากฎขึ้น พุ่งกระแทกตรงเข้าไปในหลุมดำนั้น

ขณะที่มังกรเปลวไฟส่งเสียงกระหึ่มกระแทกเข้าไปในหลุมดำ เสียงระเบิดก็ดังก้องเต็มอยู่ในอากาศ หลุมดำเริ่มจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น เงาร่างของผู้ฝึกตนนับสิบก็ปรากฎขึ้น เงาร่างเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกัน ราวกับว่าพวกมันกำลังจะโผล่ออกมา

โดยไม่ลังเล เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้น และใช้เล็บกรีดลงไปบนนิ้ว วิชาดรรชนีโลหิต ก็พุ่งลงไปยังหลุมดำที่กำลังอ่อนแอนั้นในทันที

ตูม!

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังกลบเสียงฟ้าผ่าโดยสิ้นเชิง หลุมดำสั่นสะเทือน และจากนั้นก็ระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่มีเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวดังออกมา แต่ผู้ฝึกตนนับสิบที่กำลังจะโผล่ออกมา มีชีวิตรอดออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น!

อีกครึ่งที่เหลือถูกกวาดล้างไปจากการทำลายหลุมดำ!

การสังหารโดยไม่เห็นโลหิตนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวของเมิ่งฮ่าว ถ้าเขาลังเลหรือหลบหนี ไม่กล้าจะกระทำการใดๆ เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูไม่เพียงสิบกว่าคน แต่มากกว่าสองเท่าในตอนนี้

ผู้คนสิบสองคนหรือมากกว่านั้น ปรากฎขึ้นในทันที แผ่กระจายพลังของขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณออกมา หนึ่งในท่ามกลางพวกมันเป็นบุรุษรูปร่างสูง ผมยาวสีดำ หุ่นดี และมีหน้าตาหล่อเหลา ด้วยริมฝีปากที่บางเฉียบ และแสงแปลกๆ ในดวงตา พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในวงจรอันยิ่งใหญ่ ของพื้นฐานลมปราณ, ขั้นสร้างแกนลมปราณเทียม!

“สำนักชิงหลัว!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวหรี่เล็กลง ทันใดนั้นเขาก็จำเสื้อผ้าของผู้ฝึกตนเหล่านี้ได้ ความต้องการสังหารของเขาพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเป็นสำนักชิงหลัว ทุกสิ่งทุกอย่างสมเหตุสมผล เขาไม่พูดจาอะไรออกมา จากนี้ไปเขาจะโจมตีด้วยความเด็ดขาด และไม่มีการลังเลแม้แต่น้อยนิด

เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า พลังจากเสาแห่งเต๋าทั้งห้าต้นของเขาหมุนวนไปมา พวกมันไม่มีพลังไหลรั่วออกไปแม้แต่น้อย สายฝนรอบๆ ตัวเขา สั่นไปมา ขณะที่เขาเข้าไปใกล้ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัว

บุรุษผู้หนึ่งส่งเสียงแค่นอย่างเย็นชาออกมา มันยกมือขึ้น และภาพลวงตาของมือขนาดใหญ่ก็ปรากฎ พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว โดยไม่ต้องพูดจามากความ ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ ก็พุ่งตรงมาหาเมิ่งฮ่าวเช่นเดียวกัน

มีเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณเทียมเท่านั้น ที่ไม่ได้ขยับตัวเคลื่อนไหว มันอยู่ในที่ห่างไกลออกไป ตบไปที่ถุงสมบัติ หยิบธูปขนาดเท่ามือออกมา มันถูไปที่ธูปนั้น ทำให้เกิดประกายไฟขึ้น

กลุ่มควันลอยขึ้นไปในอากาศ รวมตัวกันเป็นวงแหวนของเครื่องหมายเวท มองดูเหมือนกับประตูเคลื่อนย้ายทางไกล

ในเวลาเดียวกับที่ประตูปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวก็กำลังเข้าไปใกล้ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัว ซึ่งสร้างภาพลวงตาของมือขนาดใหญ่ ผู้ฝึกตนนั้นยิ้มอย่างดุร้ายออกมา เท่าที่มันเข้าใจ ภารกิจครั้งนี้จริงๆ แล้ว ก็เหมือนกับการเคลื่อนย้ายจอมปลวกออกมาจากภูเขา ด้วยการอยู่ในขั้นสุดท้ายพื้นฐานลมปราณ มันก็สามารถจัดการผู้ฝึกตนขั้นกลางพื้นฐานลมปราณได้อย่างง่ายดาย ช่างกำจัดได้ง่ายนัก

“ข้า, เซี่ย ขอรับภารกิจนี้ไว้เอง!” มันกล่าว หัวเราะขึ้น พุ่งตรงมา และเมื่อมันทำเช่นนั้น กลุ่มหอกที่เรืองแสงมากมาย ทันใดนั้น ก็โผล่ออกมาจากไหล่ของมัน เห็นได้ชัดว่า มันคิดจะพุ่งหอกเหล่านั้นตรงเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว

สีหน้าเมิ่งฮ่าวราบเรียบเหมือนเช่นเคย เขายกมือขึ้น และกดนิ้วลงไปบนภาพลวงตาของหัตถ์ยักษ์ที่ใกล้เข้ามา เสียงระเบิดดังกึกก้อง และหัตถ์ยักษ์ ทันใดนั้น ก็แตกกระจายออกเป็นสะเก็ดนับไม่ถ้วน ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัวแซ่เซี่ย จ้องไปด้วยความตกใจ ขณะที่เมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้มัน

เมิ่งฮ่าวไม่แม้แต่จะมองไปยังมัน พลังของพื้นฐานฝึกตนของเขา ที่ถูกปกปิดไว้จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทันใดนั้น ก็ระเบิดออกมา

ตูม!

แรงกดดันกระจายออกมาจากเมิ่งฮ่าว และทันใดนั้น เขาก็ตรงไปอยู่ที่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนนั้น มือของเขาพุ่งออกไป และจับไปที่รอบๆ ลำคอของมัน ดวงตาเย็นชา ออกแรงบีบ

เสียงแตกหักได้ยินออกมา และดวงตาของผู้ฝึกตนนั้นก็เหลือกขึ้น และตายไป!

นี่คือ การสังหารท่ามกลางสายฝนยามราตรี!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: