Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 440

I Shall Seal The Heaven Chapter 440

ตอนที่ 440

อนาถ

ภายในเกราะป้องกัน ใบหน้าของผู้เฒ่าสูงสุดเผ่าอูอ้านซีดขาว และเริ่มพึมพำขึ้น “ดอกจิตปีศาจพิสดาร!!”

“เผ่าห้าพิษต้องการจะกำจัดห้าเผ่าของอีกาศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ แย่ยิ่งนักที่พวกมันใช้ดอกจิตปีศาจพิสดาร! ต้องไม่มองไปยังดอกไม้นั่น! การมองไปที่มันจะทำให้จิตใจของปีศาจพุ่งขึ้นมา ซึ่งจากนั้นจะกลายเป็นปีศาจร้ายที่เผาไหม้คนผู้นั้นไป…”

มันไม่รู้ว่าต้องพ่ายแพ้มาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว…! ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรกเริ่ม มันรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าเกิดผิดพลาดขึ้นที่จุดไหน

ดอกจิตปีศาจพิสดารเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก ในช่วงของการตัดวิญญาณ ถ้าผู้ฝึกตนมีดอกไม้เช่นนี้ โอกาสที่จะทำได้สำเร็จก็จะเพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งทำให้ดอกไม้นี้เป็นของวิเศษที่ล้ำค่าหาได้ยากยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยตัวของดอกไม้เองก็น่ากลัวเป็นอย่างมาก ใครก็ตามที่อยู่ต่ำกว่าขั้นตัดวิญญาณ ถ้ามองไปยังดอกไม้นี้ ก็จะสูญเสียพลังชีวิต และจากนั้นก็กลายเป็นผู้ที่มีใจคอโหดร้ายราวกับปีศาจ จุดจบก็มักจะเป็นความตาย

ในอีกแง่ ถึงแม้ดอกไม้นี้จะอ่อนแอ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะต่อต้านมัน เกราะป้องกันของชนเผ่ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะกักพลังของมันไว้ที่ด้านนอก กลุ่มคนที่อยู่ด้านในจะไม่มีผลกระทบใดๆ

แต่ทันทีที่ดอกจิตปีศาจพิสดารปรากฎขึ้นที่ด้านนอก ทุกคนในสนามรบทันใดนั้นก็หยุดการเคลื่อนไหว ยกเว้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์โบราณและแมงมุมศักดิ์สิทธิ์

หลังจากที่กลืนเม็ดยาพิเศษเฉพาะลงไป ผู้ฝึกตนสาขาแมงมุมก็ปลอดภัยจากผลกระทบของดอกไม้นั้นชั่วคราว

แต่พวกมันก็ต้องนั่งลงขัดสมาธิเพื่อเข้าฌาณก่อนในตอนแรก สำหรับกลุ่มคนจากห้าเผ่า เป็นตรงกันข้าม พวกมันเริ่มส่งเสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา

เกือบจะในทันใดนั้น กลุ่มคนมากกว่าสามร้อยคนของห้าเผ่าเริ่มสั่นสะท้าน โลหิตไหลซึมออกมาจากดวงตา, จมูก และมุมปากพวกมัน ราวกับมีบางอย่างที่คล้ายกับเป็นเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น กำลังเผาไหม้ร่างกาย ทำให้พวกมันเหี่ยวแห้งลง เพียงไม่นานพลังชีวิตก็เหือดแห้งไป และร่างกายก็กลายเป็นซากศพที่แห้งเหี่ยว ในช่วงก่อนที่พวกมันจะตายไป ก็เริ่มส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนน่าเศร้าใจออกมา

หลังจากนั้น กลุ่มคนทั้งห้าเผ่าเริ่มส่งเสียงแผดร้องและตายไปมากยิ่งขึ้น มันคือการสังหารหมู่ ไม่มีใครสามารถโจมตีกลับไปได้แม้แต่ครั้งเดียว และภาพที่โหดเหี้ยมทารุณนี้ก็ดูน่ากลัวมากกว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้เป็นร้อยเท่าพันทวี

กลุ่มคนของทั้งห้าเผ่าที่อยู่ภายในเกราะป้องกันมองออกไปยังสหายร่วมเผ่าที่กำลังตกตายไป ได้แต่สั่นไปทั้งร่าง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และพวกมันก็ส่งเสียงกู่ร้องอย่างโศกเศร้าเสียใจออกมา แต่โชคร้าย…ที่พวกมันไม่อาจจะพุ่งออกไปให้การช่วยเหลือใดๆ ได้

ทันทีที่พวกมันออกไปจากเกราะป้องกัน พวกมันก็จะตายไปเช่นเดียวกัน ไม่เพียงแต่ไม่อาจจะช่วยเหลือสหายร่วมเผ่าของพวกมันได้เท่านั้น แต่ก็ต้องตกตายไปด้วยอย่างแน่นอน!

ผู้เฒ่าของเผ่าอูต๋ากำลังสั่นสะท้าน มันกระอักโลหิตออกมา ขณะที่ร่างกายเริ่มเหี่ยวแห้งลง แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งก็ไม่อาจจะหลบหนีไปได้ ที่เบื้องหน้า มันมองเห็นเงาร่างที่ไร้รูปแบบกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม ขณะที่กำลังดูดกลืนพลังชีวิตของมันไป

ขณะที่กลุ่มคนของห้าเผ่าตกตายไป แสงสีดำที่กำลังกระจายออกมาจากกล่องไม้ของจ้าวโยวหลันก็มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนว่าหลังจากที่ดูดกลืนโลหิตเข้าไปได้มากพอ มันกำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วง

ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนของจ้าวโยวหลัน การเข่นฆ่าสังหาร, การโจมตีไปที่เกราะป้องกัน ทั้งหมดนี้เป็นเล่ห์เหลี่ยมที่จะลวงให้ผู้แข็งแกร่งออกมา เมื่อไหร่ที่พวกมันออกมาจากเกราะป้องกัน…นางก็จะกำจัดคนทั้งหมดด้วยดอกจิตปีศาจพิสดารนี้

ในตอนนี้ ใบหน้าของจ้าวโยวหลันซีดขาว ขณะที่นางถือดอกจิตปีศาจพิสดารอยู่เหนือศีรษะ สีหน้าแปลกๆ ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของนาง ขณะที่พ่นโลหิตออกมาจากปาก เมื่อโลหิตไหลออกมา ก็กลายเป็นเส้นใยของปราณโลหิต ซึ่งกระจายออกตรงไปยังผู้ฝึกตนสาขาแมงมุมทั้งหมดที่กำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ในสนามรบ

“ผู้อาวุโสวิญญาณแรกก่อตั้ง” จ้าวโยวหลันกล่าวเสียงอ่อนหวาน “ข้าไม่อาจจะทำให้พวกท่านหลุดออกมาจากผลกระทบของดอกจิตปีศาจพิสดารนี้ได้ แต่สำหรับผู้ฝึกตนธรรมดาคนอื่นๆ ทั้งหมด โลหิตจิตปีศาจของข้านี้จะทำให้พวกมันขยับตัวเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระชั่วคราว”

นอกจากผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งแล้ว กลุ่มคนที่เหลือทั้งหมดซึ่งได้รับปราณโลหิตเข้าไปทันใดนั้นก็สั่นไปทั้งร่าง พวกมันลืมตาขึ้นมา และความสดใสที่อยู่ภายในดวงตา ทันใดนั้นก็กลายเป็นความโหดเหี้ยม พวกมันส่งเสียงแผดร้องพุ่งทะยานขึ้นไป และเริ่มเข่นฆ่าสังหารกลุ่มคนจากห้าเผ่าที่อยู่รอบๆ ซึ่งตอนนี้ไร้กำลังที่จะต่อสู้กลับไป

ตอนนี้เองที่การสังหารหมู่อย่างแท้จริงได้เริ่มต้นขึ้น

เสียงแผดร้องอย่างเศร้าโศกเสียใจ ทันใดนั้นก็ได้ยินออกมาจากภายในเกราะป้องกัน

“ไม่!!!”

“เผ่าห้าพิษ, พวกเจ้าต้องได้รับกรรมตามสนอง! พวกเราไม่อาจจะอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้อีกต่อไป!!”

กลุ่มคนจากห้าชนเผ่าที่ยังมีชีวิตอยู่ภายในเกราะป้องกันกำลังตัวสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำ ขณะที่พวกมันรู้สึกว่าจิตใจกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ไม่อาจจะทำอะไรได้ ได้แต่มองออกไปอย่างหมดหนทาง ขณะที่กลุ่มคนของเผ่าที่ด้านนอกเกราะป้องกันกำลังถูกสังหารไป หยาดน้ำตาจากความเจ็บปวดภายในใจพวกมัน ทำให้น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกจนยากที่จะอธิบายออกมาได้

เพียงชั่วพริบตา กลุ่มคนทั้งห้าเผ่านับร้อยก็ถูกสังหารไปอย่างโหดเหี้ยมโดยสาขาแมงมุม สำหรับเมิ่งฮ่าว ผู้ฝึกตนสาขาแมงมุมให้ความสนใจเขาในทันที แต่ฝูงสัตว์ปีศาจจำนวนมากมายที่อยู่รอบๆ ตัวเขาทำให้พวกมันเกิดความลังเล

ในตอนนี้เองที่สามซือหลงได้ลืมตาขึ้นมาจากการเข้าฌาณ เมื่อพวกมันมองเห็นสถานการณ์ในตอนนี้ของเมิ่งฮ่าว ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และส่งฝูงสัตว์ปีศาจทั้งหมดตรงมาเพื่อจะสังหารเขาในทันที

ด้วยเช่นนี้ ผู้ฝึกตนอันดุร้ายของสาขาแมงมุมก็พุ่งมาที่เมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน

เมิ่งฮ่าวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น หลับตาแน่น และร่างกายก็สั่นไปมา

สัตว์ปีศาจสามหมื่นตัวอยู่รอบๆ ร่างเขาในสนามรบ พวกมันทั้งหมดเริ่มส่งเสียงแผดร้องคำราม ดอกจิตปีศาจพิสดารมีผลกระทบต่อพวกมันน้อยมาก ดังนั้น พวกมันจึงเริ่มต่อสู้กลับไปยังผู้ฝึกตนและสัตว์ปีศาจจากสาขาแมงมุมในทันที

ทันใดนั้น เสียงระเบิดก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวไม่อาจจะให้ความสนใจใดๆ ได้ ในตอนนี้ ร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้าน ขณะที่ดอกปี่อ้านปลดปล่อยพลังทั้งหมดของมันออกมาต่อสู้กับเขา ด้วยความตั้งใจจะครอบครองร่างกายของเขาให้ได้ ในทางกลับกัน เมิ่งฮ่าวก็กำลังใช้ความแข็งแกร่งของเขาทั้งหมดที่สามารถรวบรวมขึ้นมาได้สะกดข่มมันไว้

ในขณะที่การดิ้นรนต่อสู้โหมกระหน่ำอยู่ภายในร่างของเมิ่งฮ่าว ในตอนนี้เองที่กลุ่มผู้ฝึกตนของห้าเผ่าแปดถึงเก้าในสิบส่วนได้ถูกสังหารไป โลหิตไหลนองเต็มพื้นซึ่งกระจายเต็มไปด้วยซากศพ กลิ่นคาวของโลหิตคละคลุ้งพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ความเกลียดชังในเผ่าห้าพิษของคนทั้งห้าเผ่าที่อยู่ภายในเกราะป้องกัน พุ่งขึ้นไปจนถึงระดับที่ยากจะอธิบายออกมาได้

ในตอนนี้เองที่หัวหน้าเผ่าอูต๋ากระอักโลหิตออกมา มันหัวเราะอย่างขมขื่นขณะที่ร่างกายเริ่มแห้งเหี่ยวลง การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับดอกจิตปีศาจพิสดาร โดยไม่มีการเตรียมตัวมาล่วงหน้า แม้แต่ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะต่อต้านมันได้ พวกมันไม่อาจแม้แต่จะทำการระเบิดตัวเองออกมาได้ ได้แต่ยืนอยู่ที่นั่นและถูกกลืนกินไปโดยดอกไม้นั้น

ในตอนที่ก่อนมันจะตายไป หัวหน้าเผ่าอูต๋ากัดปลายลิ้น แสงสีเขียวเริ่มส่องประกายออกมาจากภาพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดบนร่างกายของมัน ร่างกายและวิญญาณของมันได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง มันส่งพลังชีวิตบางส่วนพุ่งกลับตรงไปยังผู้เฒ่าสูงสุดของเผ่าอูต๋า

“พวกเราไม่อาจจะ…ตกตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด!”

หัวหน้าเผ่าร้องตะโกนออกมา เริ่มหัวเราะอย่างข่มขื่นต่อไป ขณะที่ร่างของมันเริ่มเหี่ยวแห้งลงโดยสิ้นเชิง มันไม่อาจจะปกป้องตัวเองได้ ทำได้แต่เพียงส่งพลังชีวิตอันไร้ขอบเขตของมันไปให้กับสหายร่วมเผ่า กระแสของพลังชีวิตเข้าไปในร่างของคนที่อยู่เบื้องหลังมัน แต่โชคร้ายที่มันไม่อาจจะหลุดออกมาจากพลังของดอกจิตปีศาจพิสดารได้เช่นกัน หลังจากที่รวมพลังชีวิตของหัวหน้าเผ่าอูต๋าเข้ากับตัวเอง มันก็ส่งพลังชีวิตนั้นให้กับบุคคลต่อไป และก็เป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆ…

หัวหน้าเผ่าอูเหยียน, ผู้เฒ่าสูงสุด, ผู้เฒ่าของเผ่าและผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านนอกเกราะป้องกันทั้งหมดต่างก็ตกตายไป มีทั้งหมดสิบกว่าคน

พวกมันตายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น และจิตใจก็เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนที่จะแห้งเหี่ยวจนตายไป คนสุดท้ายก็รับเอาพลังชีวิตทั้งหมดที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน และส่งต่อให้กับผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของทั้งห้าเผ่า ซึ่งก็คือหัวหน้าเผ่าอูปิง

พลังชีวิตหลอมรวมเข้าด้วยกันอยู่ภายในร่างของหัวหน้าเผ่าอูปิงที่มีเส้นผมสีเทา ซึ่งกำลังต่อสู้กับดอกจิตปีศาจพิสดารอยู่ในตอนนี้ นี่เป็นของกำนัลชิ้นสุดท้ายที่สหายร่วมเผ่าแลกมาด้วยชีวิตของพวกมัน ภายในพลังชีวิตนั้นได้หลอมรวมความเกลียดชังที่มีต่อเผ่าห้าพิษด้วยเช่นกัน หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวขึ้นเป็นสองคำ

“ล้างแค้น!!”

หัวหน้าเผ่าอูปิงเงยหน้าขึ้นไปในท้องฟ้าและกู่ร้องออกมา ดวงตาแดงก่ำโดยสิ้นเชิง แต่ในตอนนี้ พลังที่ฟื้นฟูกลับมา ได้ไหลเวียนไปทั่วร่าง มันหนีรอดออกมาจากแสงของดอกจิตปีศาจพิสดาร กระอักโลหิตออกมา โดยไม่ลังเลมันหลบหนีกลับไปอย่างรวดเร็ว แม้ขณะที่พลังของดอกจิตปีศาจพิสดารจะพยายามห่อหุ้มมันไว้อีกครั้ง มันก็ยังพุ่งผ่านเกราะป้องกันเข้าไปได้ และจากนั้นก็นั่งลงขัดสมาธิเพื่อรักษาตัวเองในทันที สีหน้ามันยังคงดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง ในจริงๆ แล้ว จิตใจของมันรู้สึกราวกับว่ากำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ภายใต้แสงสลัวเลือนลางที่กระจายออกมาจากดอกจิตปีศาจพิสดาร กลุ่มคนทั้งหมดของห้าชนเผ่าก็ถูกสังหารไปจนหมดสิ้น ยกเว้นเมิ่งฮ่าว เหตุการณ์อันน่าอนาถใจนี้ ทำให้จิตใจของกลุ่มคนที่อยู่ภายในเกราะป้องกัน เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เงาแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ปกคลุมลงมา และพวกมันเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา

ในตอนนี้ ห้าชนเผ่ามีผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งเพียงแค่เจ็ดคนที่เหลืออยู่ภายในเกราะป้องกัน พวกมันไปยืนคอยปกป้องอยู่รอบๆ หัวหน้าเผ่าอูปิงในทันที ไม่กล่าวสิ่งใดๆ ออกมา แต่ภายในความขมขื่นของพวกมัน

ความเกลียดชังเดือดพล่านจนสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ผู้เฒ่าสูงสุดเผ่าอูอ้านหัวเราะราวกับเสียงร่ำไห้ และจากนั้นก็พึมพำกับตัวเอง “พ่ายแพ้…พ่ายแพ้ทั้งกระดาน…”

ย้อนกลับไปที่ด้านนอกเกราะป้องกัน จ้าวโยวหลันลืมตาขึ้นมา และมองออกไปยังเมือกโลหิต และซากศพที่เต็มอยู่ในสนามรบ  เมื่อนางเห็นว่าหัวหน้าเผ่าอูปิงหลบหนีจากไปได้ ก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาออกมา ความเวทนาปรากฎขึ้นในดวงตานางเล็กน้อย แต่ก็รีบส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว และแววตาเช่นนั้นก็จางหายไป จากนั้นดวงตาหงส์ของนางก็ตกกระทบไปบนร่างเมิ่งฮ่าว ซึ่งยังคงนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่

“ผู้ฝึกตนสาขาแมงมุม ทุ่มกำลังออกไปทั้งหมด! ร่วมมือกับสามซือหลงที่นับถือของพวกเรา เพื่อสังหารซือหลงของห้าเผ่าให้ได้!”

พร้อมการตอบรับคำพูดของนาง ผู้ฝึกตนสาขาแมงมุมมากกว่าสามพันคนพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ขณะที่ผู้อาวุโสและผู้เฒ่าสูงสุด พวกมันเพียงแค่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น เมื่อพิจารณาจากศักดิ์ฐานะของพวกมัน ทำให้พวกมันไม่สนใจเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง เพียงแต่มองไปยังเกราะป้องกันของห้าเผ่าด้วยสายตาที่เจิดจ้า

“ผู้อาวุโส” จ้าวโยวหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานของนาง “โปรดทำลายเกราะป้องกันอย่างเต็มกำลัง พวกเราจะทำให้แสงของดอกจิตปีศาจพิสดารสาดส่องเข้าไปด้านใน การต่อสู้ต้องจบลงไปภายในวันนี้ สาขาแมงมุมได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียไปแล้ว และต้องได้ชัยชนะเท่านั้น การต่อสู้ของข้าได้จบลงแล้ว และเผ่าจะต้องรับรู้”

เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ผู้แข็งแกร่งของสาขาแมงมุม รวมทั้งผู้เฒ่าสูงสุด และผู้ที่อยู่ระดับเดียวกัน โจมตีไปที่เกราะป้องกัน สัตว์ปีศาจของเมิ่งฮ่าวต่อสู้อย่างดุร้ายกับสามซือหลงและผู้ฝึกตนที่เหลืออีกสามพันคนซึ่งกำลังล้อมโจมตีพวกเขาอยู่

อาการบาดเจ็บของพวกมันเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น และสถานการณ์อันเลวร้ายก็ไหลย้อนกลับมาที่พวกมัน โดยไม่มีเมิ่งฮ่าวและปราณอสูรของเขา พลังการต่อสู้ของพวกมันเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

เกราะป้องกันของห้าเผ่าสั่นสะเทือน และส่งสัญญาณว่ากำลังจะพังทลายลงไป ในตอนนี้ ต้าเหมาส่งเสียงเห่าอย่างเศร้าเสียใจ และกระอักโลหิตออกมา

ในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะเลวร้ายลง ดวงตาเมิ่งฮ่าวทันใดนั้นก็เปิดขึ้นมา เป็นสีแดงก่ำและเปล่งรังสีสังหารอย่างเข้มข้นออกมา ถึงแม้ดอกปี่อ้านจะตระเกียกตระกายดิ้นรนอย่างดุร้าย เมิ่งฮ่าวก็สามารถสะกดมันไว้ได้อีกครั้ง

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: