Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 805

I Shall Seal The Heaven Chapter 805

ตอนที่ 805

พวกเราจะชดใช้คืนให้!

เซียนเทียม!

นี่ก็คือเซียนเทียม!

วัยรุ่นผู้นั้นมีท่าทางเย็นชา ขณะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าสมาชิกตระกูลจี้ สายตามันก็ตกกระทบมาบนร่างเมิ่งฮ่าว

“ไสหัวไป!” มันกล่าวด้วยความตระหนักดีว่า เมิ่งฮ่าวมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง และไม่ต้องการจะไปตอแยเขา แต่คฤหาสน์โบราณนี้อยู่ใต้การควบคุมของมัน ถ้าฟางซิ่วเฟิงแสดงตนขึ้น มันก็คงไม่อาจจะทำอะไรที่จะไปขัดใจได้ แต่สำหรับผู้เยาว์รุ่นหลังที่กล้าบังอาจมาแสดงท่าทีเช่นนี้ ก็ทำให้จิตใจมันเต็มไปด้วยโทสะ

การปรากฏกายขึ้นของมัน ทำให้สมาชิกตระกูลจี้ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นเริ่มตื่นเต้นขึ้นในทันที จี้เสวียหลิน ‘ได้สติกลับคืนมา’ ในทันที และมองไปยังปรมาจารย์จิ่วด้วยความตื่นเต้น จากนั้นมันก็มองกลับไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความมุ่งหวังว่า เขาจะถูกแก้แค้นในไม่ช้านี้

“เจ้าต้องถูกสะกดไว้อย่างแน่นอนในตอนนี้!” มันคิด

เมิ่งฮ่าวกระแอมไอออกมา และมองขึ้นไปยังภาพแห่งธรรมขวดน้ำเต้าขนาดใหญ่ที่กำลังลอยอยู่ตรงนั้น

“ภาพแห่งธรรม?…ข้าก็มี” เมิ่งฮ่าวยิ้ม ดวงตาสาดประกาย เดินตรงไปหนึ่งก้าว จนกระทั่งถึงจุดนี้ เขาก็ยังไม่ได้ใช้พลังออกมาอย่างเต็มที่ ตอนนี้เขาโคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตน และปราณเซียนก็ปรากฏขึ้น ทันทีที่เป็นเช่นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็สั่นสะเทือน และภาพแห่งธรรมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะบดบังไปทั่วทั้งท้องฟ้า

ความแข็งแกร่งของภาพแห่งธรรมนี้ช่างน่าตกใจอย่างไม่ธรรมดา ราวกับเป็นยักษ์แห่งบรรพกาล ซึ่งมีใบหน้าเป็นเมิ่งฮ่าว!

ท้องฟ้าสั่นสะท้านพื้นดินสั่นสะเทือน ในตอนที่ภาพแห่งธรรมปรากฏขึ้น กฎแห่งธรรมชาติกระจายออกไป ตามมาด้วยแรงกดดันอันมหาศาล ซึ่งกดทับลงมายังทุกสรรพสิ่ง ขวดน้ำเต้าเริ่มสั่นไปมา และดูเหมือนว่ากำลังใช้พลังทั้งหมดของมันดิ้นรนต่อสู้กลับมายังภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าว

ท้องฟ้าดูคล้ายกับแทบจะฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ และเสียงแหลมเล็กที่เสียดแทงแก้วหูก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ แรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อดูเหมือนจะสามารถฉีกสวรรค์หั่นปฐพีให้แยกออกจากกันไปได้ และพื้นดินก็ดูราวกับว่ากำลังจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

แทบจะทันใดนั้น เมิ่งฮ่าวและวัยรุ่นผู้นั้นต่างก็หยุดชะงักนิ่ง!

สมาชิกตระกูลจี้มองมา หอบหายใจด้วยสีหน้าที่งุนงง หนังศีรษะพวกมันด้านชาจิตใจหมุนคว้าง พวกมันรู้ว่าเมิ่งฮ่าวแข็งแกร่ง แต่…พวกมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่า…เขาจะแข็งแกร่งมากเช่นนี้!?

เขาสามารถต่อสู้กับปรมาจารย์จิ่วได้อย่างสูสี และปรมาจารย์จิ่วของพวกมันก็เป็น…เซียน!!

สีหน้าของวัยรุ่นผู้นั้นหมองคล้ำลง แสงแปลกๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว ภายในใจมันแอบถอนหายใจยาวออกมา มันรู้มาก่อนว่าเมิ่งฮ่าวไม่ธรรมดา แต่จวบจนกระทั่งได้มาเผชิญหน้ากับเขาจริงๆ มันถึงได้ตระหนักว่า…ได้ประเมินเขาต่ำเกินไป

“เป็นเรื่องจริงที่มัน…ห่างจากเซียนแท้แค่ครึ่งก้าวเท่านั้น!”

ตอนนี้ผู้ฝึกตนในบริเวณนั้นได้กระจายข่าวที่เมิ่งฮ่าวบุกเข้าไปในป้อมปราการตระกูลจี้แล้ว ข่าวคราวนี้ได้กระจายไปถึงสำนักต่างๆ ในที่สุดผู้แข็งแกร่งทั้งหมดของดินแดนตะวันออกก็รู้เรื่องนี้ กระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้พุ่งออกมา และเสียงหอบหายใจก็ได้ยินอยู่ในสำนักต่างๆ ทั่วทั้งดินแดนตะวันออก เมื่อพวกมันเห็นว่าเมิ่งฮ่าวสามารถต่อสู้กับเซียนเทียมได้

“เมิ่งฮ่าวผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่ง!”

“บิดามันไม่ธรรมดา ดังนั้น…มันก็เช่นกัน!”

“ตระกูลฟาง…”

ในตอนนี้สายตานับไม่ถ้วนทั่วทั้งดินแดนตะวันออก ได้จ้องนิ่งไปยังตระกูลจี้และเมิ่งฮ่าว สายตาเมิ่งฮ่าวคมกริบด้วยความต้องการต่อสู้ ตั้งแต่ที่พื้นฐานฝึกตนได้ก้าวหน้าขึ้น เขายังไม่เคยได้ต่อสู้กับเซียนเทียมมาก่อน จึงปรารถนาอย่างแท้จริงที่อยากจะรู้ว่าการต่อสู้นี้ จะมีผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นไร!

เมิ่งฮ่าวยื่นมือออกไปและชี้นิ้วตรงไปยังวัยรุ่นผู้นั้น ความต้องการต่อสู้ของเขามองเห็นได้ชัดเจน

“โจมตีมา!” เขากล่าว

ผู้ฝึกตนตระกูลจี้กำลังหอบหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ปกติแล้วชอบโอ้อวดว่าตนเองเป็นผู้ถูกเลือก ใบหน้าพวกมันซีดขาว และตอนนี้พวกมันก็ถูกบังคับให้ต้องยอมรับว่า ช่องว่างระหว่างพวกมันและเมิ่งฮ่าวช่างกว้างใหญ่จนไม่อาจจะคาดคิดได้ คล้ายกับเป็นความแตกต่างระหว่างสวรรค์และปฐพี เป็นหุบเหวที่ไม่อาจจะข้ามผ่านได้อย่างง่ายดาย

“มัน…แข็งแกร่งกว่าพวกเรามากนัก!!”

“ช่างน่าหัวเราะจริงๆ ที่จะกล่าวว่าพวกเราอยู่ในรุ่นเดียวกับมัน พวกเราสามารถสร้างความสั่นสะเทือน แต่มัน…สามารถต่อสู้กับท่านปรมาจารย์ได้!”

“พวกเรา…ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคู่ต่อสู้ของมัน…” ความจริงเช่นนี้ระเบิดอยู่ภายในจิตใจของผู้ถูกเลือก ก่อนหน้านี้พวกมันเคยได้ยินเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเมิ่งฮ่าว แต่การที่ได้มาเห็นกับสองตาของตนเอง ทำให้พวกมันต้องตื่นตระหนกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

ขณะที่ปรมาจารย์จิ่วกำลังเผชิญหน้ากับเมิ่งฮ่าวที่กำลังเดือดดาล ก็ตระหนักว่ามันกำลังอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เฉกเช่นมันกำลังขี่อยู่บนหลังพยัคฆ์ยากที่จะลงมาได้ ในขณะที่มันกำลังลังเลอยู่นั้น เสียงอันเก่าแก่โบราณ ทันใดนั้นก็ดังก้องออกมากระจายเต็มไปทั่วทั้งตระกูลจี้

“ตระกูลจี้ฝึกฝนกรรม หินลมปราณเป็นเพียงสิ่งของ และถือได้ว่าเป็นเมล็ดกรรม ตระกูลจี้ต้องไม่ติดเชื้อกรรมเช่นนั้น ใครก็ตามที่เป็นหนี้หินลมปราณคนผู้นี้ ก็ต้องชดใช้คืนให้!”

“พวกเจ้าทั้งหมดต้องระมัดระวังต่อเรื่องนี้ การฝึกตนของตระกูลจี้ต่างไปจากคนอื่นๆ ทั่วไป ในการฝึกกรรม พวกเราต้องเคารพเทิดทูนกรรม ถ้าพวกเจ้าไม่มีพลังแห่งการเทิดทูนกรรม พวกเจ้าก็ต้องยอมจำนนต่อมัน!”

“ชดใช้คืนแก่มัน! มันมาที่นี่เพื่อถามหาหินลมปราณ อันที่จริงก็เป็นการช่วยพวกเจ้าตัดกรรมกับมัน พวกเจ้ายังไม่เข้าใจ? เมื่อไหร่ที่กรรมถูกตัดไป การฝึกตนของพวกเจ้าก็จะก้าวหน้าขึ้นอย่างแน่นอน”

ขณะที่คำพูดไม่กี่ประโยคนี้ดังก้องไปมาอยู่ในอากาศจนเงียบหายไป ร่างของปรมาจารย์จิ่วก็หยุดชะงักนิ่ง ขณะที่มันตระหนักว่านั่นเป็นเสียงที่ดังออกมาจากปรมาจารย์ที่แท้จริงของตระกูลจี้ในดินแดนตะวันออกนี้ พลังปราณของมันหายไปพร้อมกับภาพแห่งธรรมในทันที และมันก็ประสานมือโค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าว

“ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของท่าน ที่ทำให้เหล่าเด็กๆ ตระกูลจี้ได้ตัดกรรม สหายน้อย โปรดบอกข้าว่าพวกมันเป็นหนี้หินลมปราณท่านเท่าใด ข้าจะชดใช้ให้กับท่านเอง”

มีผู้คนมากมายเริ่มเข้าใจรู้แจ้ง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสมาชิกของตระกูลจี้เท่านั้น สำหรับผู้ถูกเลือกไม่กี่คนที่เป็นหนี้หินลมปราณเมิ่งฮ่าว ร่างกายพวกมันสั่นสะท้านขณะที่แสงแห่งเต๋าอันเจิดจ้าสาดประกายออกมาจากร่างพวกมัน สิ่งที่คล้ายกับเป็นบทเพลงแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ หมุนวนไปมาอยู่รอบๆ ร่างพวกมัน ราวกับว่าในตอนนี้ จิตแห่งเต๋าของพวกมันได้ถูกปลุกขึ้นมา

เมิ่งฮ่าวอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ต่อเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นแสงแห่งเต๋าที่ส่องประกายออกมาจากร่างจี้เสวียหลินมีความเข้มข้นมากขึ้น จากที่มองไปพื้นฐานฝึกตนของมันกำลังทำการทะลวงผ่าน ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเวทแห่งตระกูลจี้ ก็ต่อต้านสวรรค์ด้วยเช่นกัน! ฝึกฝนกรรม, เทิดทูนกรรม, ตัดกรรม…”

เมิ่งฮ่าวคิดและมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่ทันใดนั้นจี้เสวียหลินก็ประสานมือและโค้งตัวลงให้กับเขา

“พี่เมิ่ง, ขอบคุณมากที่มาช่วยข้าตัดกรรมจากเมื่อหลายปีก่อนไป”

ผู้ถูกเลือกซึ่งเป็นหนี้หินลมปราณเมิ่งฮ่าว ฉับพลันนั้นก็เริ่มประสานมือตรงมาที่เขา และก้มศีรษะลงเพื่อขอบคุณ

“ขอบคุณมาก พี่เมิ่ง!”

“ขอบคุณมาก สหายเต๋าเมิ่งฮ่าว!”

เมิ่งฮ่าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าวในทันที อันที่จริงเขามีโทสะขึ้นเล็กน้อย เขามาที่นี่เพื่อทวงหนี้ จะไปคาดคิดได้อย่างไรว่าเขากำลังช่วยพวกมันอยู่?

“ชายแก่ที่พูดขึ้นเมื่อครู่นี้คือใครกัน” เขาคิดพร้อมกับขมวดคิ้ว “มันช่างแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง! แค่พูดไม่กี่คำก็สามารถระงับข้อพิพาทนี้ได้ มันช่วยให้สมาชิกของตระกูลได้รับโชควาสนา และเปลี่ยนข้าให้กลายเป็นหินลับมีด ช่วยให้พวกมันลับความเข้าใจเกี่ยวกับการตัดกรรมไปได้”

“บัดซบ!” เมิ่งฮ่าวกำลังจะจากไป แต่ปรมาจารย์จิ่วก็รีบเดินตรงมาพร้อมรอยยิ้ม และกล่าวว่า

“สหายน้อย ท่านกำลังจะทำอะไร? พวกมันเป็นหนี้หินลมปราณท่านเท่าใด? บอกข้ามา ข้าจะชดใช้ให้กับท่านเอง”

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจกล่าวว่า “ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วพวกเราก็เป็นสหายกัน วันนี้ก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น ลืมเรื่องหนี้ไปเถอะ ข้า…ข้าไม่ติดใจใดๆ” ถึงตอนนี้ เขาก็เดินกลับไปที่ประตูใหญ่แล้ว

“อย่าได้ทำเช่นนี้” ปรมาจารย์จิ่วที่ดูคล้ายวัยรุ่นกล่าว “ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว สหายน้อย ท่านช่างมีน้ำใจนัก” มันหันหน้าไปยังผู้ถูกเลือก “พวกเจ้าบอกมาว่าเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ และบอกข้าถึงหนี้ของเซี่ยวเซี่ยวและอีกสองคนด้วย” ปรมาจารย์จิ่วก็ค่อนข้างจะรู้แจ้งแล้วเช่นกันในตอนนี้ มันรู้ว่าการตัดกรรมที่แปดเปื้อน เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผู้ถูกเลือกเหล่านี้

สำหรับจี้เสวียหลินและคนอื่นๆ ก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันเพิ่งจะได้รับโชควาสนาอันยิ่งใหญ่มา เพิ่งจะได้รับความรู้แจ้งเกี่ยวกับความจริงอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ พวกมันจึงรีบกล่าวตอบขึ้นในทันที

“เจ็ดล้านหกแสนห้าหมื่น!”

“เก้าล้านหนึ่งแสนแปดหมื่น!”

“สิบสี่…สิบสี่ล้าน!”

“แปดล้านสามแสนสามหมื่น!”

“เมื่อรวมเข้าด้วยกัน ทั้งเซี่ยวเซี่ยวและอีกสองคน ก็คงเป็นหนี้ไม่เกินสามสิบล้าน…”

เมื่อปรมาจารย์จิ่วที่ดูคล้ายวัยรุ่นได้ยินจำนวนหินลมปราณ มันก็จ้องมองไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความลึกล้ำ

“สหายน้อย ท่านช่างมีน้ำใจอย่างแท้จริง ในวันข้างหน้า ข้ามั่นใจว่าท่านคงต้องร่ำรวยเป็นอย่างยิ่ง”

“ท่านก็เช่นกัน” เมิ่งฮ่าวกล่าวกระแอมไอออกมา และถอยไปด้านหลัง “เมื่อจี้เซี่ยวเซี่ยวและอีกสองคนไม่อยู่ พวกมันก็คงไม่อาจจะชดใช้หนี้ด้วยตนเองได้ ขอให้ถือว่าพวกมันไม่ได้เป็นหนี้เถอะ” เท่าที่เมิ่งฮ่าวคิด กลุ่มคนจากตระกูลจี้เหล่านี้เป็นพวกคนบ้า ใครจะไปชดใช้หินลมปราณมากมายเช่นนั้นได้? ถ้าเขาเป็นหนี้หินลมปราณใครบางคน เขาจะไม่ชดใช้คืนอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะต้องถูกทุบตีจนตายไปก็ตามที!

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เช่นนี้เป็นอย่างไร…พวกท่านกลับไปทำในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ ท่านพ่อขอให้ข้ามาช่วยทำเรื่องราวบางอย่าง ตอนนี้ข้าต้องกลับไปบ้านแล้ว…” ในตอนนี้เขาอยู่ที่ด้านนอกประตูใหญ่ แต่ขณะที่กำลังจะจากไป ถุงสมบัติก็ลอยตกลงมาอยู่ในมือ

“ในถุงนั่นเป็นหินลมปราณทั้งหมด ที่กลุ่มคนที่นี่เป็นหนี้ท่าน ตอนนี้พวกมันไม่มีกรรมเชื่อมต่อกับท่านแล้ว”

เสียงปังดังขึ้นมา ขณะที่ประตูใหญ่ตระกูลจี้ถูกกระแทกปิดเข้าหากัน

เมิ่งฮ่าวหัวเราะหึๆ ออกมาด้วยความขมขื่นใจ ตั๋วสัญญาในถุงสมบัติของเขากลายเป็นเถ้าธุลีไปในทันที โชคดี…ที่ยังหลงเหลืออยู่อีกอยู่สามใบ ซึ่งเป็นของจี้เซี่ยวเซี่ยวและอีกสองคน เมื่อพวกมันไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกมันจึงไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขกรรมของตนเองได้

เมิ่งฮ่าวได้หินลมปราณมามากมาย แต่จริงๆ แล้วก็รู้สึกหดหู่ใจอยู่เล็กน้อย แน่นอนว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือว่า เรื่องที่เขามาทวงหนี้นี้ได้ทำให้ดินแดนตะวันออกสั่นสะเทือนไปทั่ว สายตานับไม่ถ้วนกำลังมองมายังทิศทางเขาอยู่ตลอดเวลา

เขามองไปยังประตูใหญ่ตระกูลจี้ จากนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงห่วงเหล็กที่อยู่ในถุงสมบัติ ลังเลอยู่ชั่วขณะ

“ท่านย่ามันเถอะ ใครจะไปสนใจเรื่องกรรมอะไรนั่น!? ข้าจะเก็บห่วงเหล็กนี้ไว้!” ด้วยเช่นนั้น เขาก็หันหลัง ประสานมือให้กับผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น จากนั้นก็กลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

เมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็ว ในชั่วพริบตาก็ไม่มีร่องรอยเขาอยู่อีก ไปปรากฏกายขึ้นในที่ห่างไกลออกไป ในท้องฟ้าที่อยู่เหนือดินแดนตะวันออก เขาส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์บางส่วนออกไป เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครกำลังมองดูเขาอยู่ จากนั้นสีหน้าก็หมองคล้ำลง

หลังจากที่เวลานานผ่านไป สายตาก็สาดประกายขึ้น

“ข้าคิดว่าในวันข้างหน้า ข้าควรจะให้ผู้คนมาเขียนตั๋วสัญญามากกว่านี้ ให้พวกมันมาเขียนด้วยตนเอง…ซึ่งก็คือกรรม…”

“น่าสนใจนัก บางทีตั๋วสัญญาเหล่านี้อาจจะมีประโยชน์บางอย่างในวันข้างหน้า!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย กำลังจะปล่อยให้เหรียญเต๋าเซียนโบราณนำทางเขาไปยังวิหารพิธีเต๋า แต่ทันใดนั้นก็ต้องหยุดชะงักนิ่ง

“ถ้าข้าจำไม่ผิด…ข้ายังคงเป็นหนี้ใครบางคนด้วยเช่นกัน…ข้าเป็นหนี้เศรษฐีโจวสามเหรียญเงิน…” เมื่อเขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง

“แต่ก่อนหน้านี้ข้าเคยไปตามหามัน เศรษฐีโจวได้ตายไปแล้ว ข้าควรจะไปค้นหาลูกหลานของมันหรือไม่? ฮึ่ม! เจ้าปรมาจารย์เอกะเทวะบัดซบนั่นมีแคว้นจ้าวอยู่บนหลังของมัน และมันก็ออกไปจากดินแดนแห่งดาวหนานเทียนแล้ว! ข้า…ข้าจะตัดกรรมนั่นได้อย่างไร!?” หลังจากผ่านไปชั่วครู่ เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่นออกมา

เมิ่งฮ่าวส่ายหน้า ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในเหรียญเต๋าเซียนโบราณ กระทำตามข้อเสนอแนะของมัน มุ่งหน้าออกไปยังที่ห่างไกล

หลายวันต่อมา เมิ่งฮ่าวก็ไปปรากฏกายขึ้นอยู่ที่ชายเขตของเทือกเขาที่ยาวเหยียดไร้จุดสิ้นสุด ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนตะวันออก จากนั้นเขาก็หายตัวเข้าไปในเขตเทือกเขา ขณะที่เดินทางไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นสัญญาณแห่งชีวิตใดๆ เขาผ่านสถานที่ลวงตาหลายแห่ง และต้องเผชิญหน้ากับอันตรายบางอย่างเล็กน้อย

ขณะที่เขาเดินทางลึกเข้าไปในเขตเทือกเขามากขึ้น อากาศที่ด้านบนก็เริ่มหดเล็กลง กลุ่มหมอกสีดำปะทุขึ้นมาอยู่เป็นระยะ ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวจะมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เขาก็ยังคงได้รับบาดเจ็บจากกลุ่มหมอกสีดำเหล่านั้น ทำให้จิตใจเต็มไปด้วยความกังวล หลังจากที่มันเกิดขึ้นมาสองสามครั้ง

“พวกมันดูไม่เหมือนกับค่ายกลเวทป้องกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีใครบางคนมาเผาอะไรสักอย่างในที่แห่งนี้? ไม่ว่าพวกมันเป็นใคร คนเหล่านั้นช่างอันตรายเป็นอย่างยิ่ง!” หลังจากที่ตรวจสอบด้วยความระมัดระวัง เมิ่งฮ่าวก็แน่ใจว่าที่ใต้พื้นดินต้องมีสิ่งของถูกฝังอยู่ และจะระเบิดขึ้นถ้าไปเหยียบโดน

ยังมีเวทป้องกันตามธรรมชาติเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าเขาไปแตะสัมผัสโดนการระเบิดของมัน ก็จะทำให้พื้นฐานฝึกตนของเขาต้องลดลงไปอย่างแน่นอน

โชคดีที่เหรียญเต๋าเซียนโบราณมีประสิทธิภาพ ในการหลีกเลี่ยงทั้งเวทป้องกัน และสิ่งของที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดิน ด้วยการใช้คำแนะนำจากเหรียญ ทำให้เขาสามารถเดินทางต่อไปได้หลายวันโดยที่ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น ในที่สุด เขาก็พบว่าตนเองอยู่บนเส้นทางแคบๆ ที่ตัดลึกผ่านเข้าไปในเทือกเขา ทำให้สามารถมองเห็นเพียงแค่ท้องฟ้าแคบๆ ที่ด้านบนเท่านั้น เส้นทางนี้เต็มไปด้วยระเบิดที่ถูกฝังไว้ด้วยเช่นเดียวกัน โชคดีที่เหรียญเต๋าได้เตือนออกมาเป็นระยะ ทำให้เขาสามารถผ่านเส้นทางนี้ไปได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ เกิดการระเบิดขึ้นสามครั้ง แต่ในที่สุด เขาก็พบว่าตนเอง…มาอยู่ที่เบื้องหน้าของวิหารเก่าแก่โบราณที่ผุพังแห่งหนึ่ง

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: