Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 94

I Shall Seal The Heaven Chapter 94

ตอนที่ 94

เจ้าอยากให้ข้าออกไปจริงๆ ?

เสียงระเบิดกระหึ่มกึกก้องดังออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ จากหัตถ์ยักษ์ซึ่งถูกลำแสงสีแดงตัดผ่านไป เริ่มผ่าจากตรงกลางระหว่างนิ้วกลาง และนิ้วนาง แผลขนาดลึกปรากฎขึ้น ตัดผ่าหัตถ์ยักษ์แยกออกเป็นสองส่วน

เฉือนเพียงครั้งเดียว หัตถ์ยักษ์ก็ถูกตัดขาด

“เจ้า!!!” เทียนจีซ่างเหรินร้องออกมา ใบหน้าของมันสาดประกาย และเงยหน้าขึ้น ดวงตาของมันแวบแสงวาบขึ้น

เสียงตูมดังสนั่นม้วนออกไปทั่วพื้นปฐพี หัตถ์ยักษ์ที่มีความกว้างสองหมื่นหลี่ ที่เคยบดบังสายตาของเมิ่งฮ่าว, ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นดินก่อนหน้านี้ เพียงชั่วพริบตา ช่องว่างก็ปรากฎขึ้น เมิ่งฮ่าวสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้อีกครั้งในทันที

หัตถ์ยักษ์ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน แต่ละส่วนก็ตกลงไปบนพื้นด้านข้างของเมิ่งฮ่าว

พื้นดินสั่นสะเทือน และเริ่มจมลงไป ภูเขาถูกบดขยี้ สัตว์ป่าทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนั้น ไม่สามารถหนีจากไปได้ กลายเป็นซากศพในทันที

ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณ จากสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) ถึงแม้จะพยายามที่จะหลบหนีอย่างสุดชีวิต แต่ไม่สามารถจากไปได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ถูกบดขยี้ลงไปบนพื้นจนถึงแก่ความตาย

พลังฝึกตนของสามปรมาจารย์ ขั้นวิญญาณเริ่มก่อตั้งเทียม ก็มีแต่พื้นเพธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น เทียนจีซ่างเหรินก็ไม่ได้มุ่งเป้าการโจมตีไปที่พวกมัน แต่พวกมันก็ยังยอมเสียสละพลังฝึกตนเพื่อหลบหนี แต่ละคนกระอักโลหิตออกมาเจ็ดถึงแปดครั้ง พวกมันเพิ่งจะเหาะไปถึงชายขอบของหัตถ์ยักษ์

ด้านหลังพวกมัน พื้นดินดูเหมือนว่าจะกลายเป็นทะเล ที่กำลังเดือดพล่านอย่างรุนแรง เมื่อหัตถ์ยักษ์หายไป พวกมันก็มองกลับไปยังภาพเบื้องหลังด้วยความเงียบงัน

อย่างไรก็ตาม หายนะจากหัตถ์ยักษ์ก็ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ สองส่วนที่ตกลงไปบนพื้น ก็ทำให้พื้นดินบางส่วนยุบลงไป บางส่วนก็ยื่นขึ้นไปในท้องฟ้าราวกับภูเขา

บนจุดสูงสุดของภูเขายืนไว้ด้วยเมิ่งฮ่าว ด้านล่างเป็นพื้นดินที่ถูกดันจนสูงขึ้น กว้างประมาณเก้าร้อยฉื่อ เต็มไปด้วยความขรุขระ รอบด้านมีแต่หลุมขนาดใหญ่ ที่จมลึกลงไปจากพื้นดิน

เดิมที ภูเขาลูกนี้ไม่ควรจะมีอยู่ที่นี่ แต่เมื่อมันปรากฎขึ้น…ก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่

ประกายแปลกๆ ปรากฎขึ้นในดวงตาของเมิ่งฮ่าว ขณะที่มองขึ้นไปในท้องฟ้า เขาไม่รู้ว่าใครได้ช่วยเขาไว้ และคงต้องหาคำตอบให้ได้ในวันข้างหน้า ทันใดนั้น กระบี่บินก็ปรากฎขึ้นใต้เท้า และเขาก็พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล ร่างกลายเป็นลำแสงหลากสี ขณะที่พุ่งตรงไปยังริมขอบของหัตถ์ยักษ์นั้น

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่า เทพปีศาจผู้มีชื่อเสียงจากดินแดนด้านใต้อันยิ่งใหญ่ จะมาปรากฎตัวในแคว้นจ้าวเล็กๆ แห่งนี้ได้” สีหน้าของเทียนจีซ่างเหรินถมึงทึง เมื่อมันโบกสะบัดชายแขนเสื้อ เสียงของมันดังก้องออกไป ราวกับเสียงฟ้าร้องในทุกทิศทาง

“แต่เจ้าก็เป็นเพียงแค่ร่างจำแลง! ร่างจริงของเจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงไม่มีทางที่จะยับยั้งข้า ไม่ให้กำจัดปรมาจารย์เอกะเทวะได้!”

ไม่มีเสียงตอบใดๆ จนเกือบจะดูเหมือนว่า ประกายแสงสีแดงโลหิตนั้น จะไม่ปรากฎขึ้นมาอีกแล้ว

“ปรมาจารย์เอกะเทวะ, ไสหัวออกมา!”

“ไสหัวออกมา!”

“ไสหัวออกมา!” เมื่อเสียงของมันระเบิดออกมา เทียนจีซ่างเหรินยกมือขวาขึ้น และตบลงไปยังระฆังเทียนจี เสียงกระหึ่มดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า กระจายออกไปทั่วปฐพี กวาดเสียงของเทียนจีซ่างเหรินออกไปพร้อมกับเสียงระฆังนี้ด้วย

ภูเขาสูงมากมายนับไม่ถ้วนของแคว้นจ้าว ก็เริ่มแตกร้าว และพังทลายลง เมื่อเสียงที่เต็มไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ตั้งแต่ครั้งโบราณกระจายออกไปทั่วในอากาศ ยากที่จะบอกว่าเสียงนี้มาจากไหน แต่ก็กระจายเต็มไปทั่วแคว้นจ้าวแห่งนี้

“เจ้า…อยากให้ข้าออกไปจริง?” ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ ดวงตาของเมิ่งฮ่าวก็หดเล็กลง มันเป็นเสียงของปรมาจารย์เอกะเทวะ แต่ก็มีบางอย่างที่ดูจะแตกต่างกัน ดูเหมือนว่าเสียงนี้จะไม่ค่อยมีเหตุผล และชราลงกว่าเดิม เก่าแก่มากกว่าเดิม

“ในที่สุด เจ้าก็พูด” เทียนจีซ่างเหรินกล่าว ดวงตาสาดประกาย “ปรมาจารย์เอกะเทวะ เลิกหลบซ่อนได้แล้ว พวกเรามีหนี้ที่ต้องสะสาง ตั้งแต่พันปีมาแล้ว ถึงเจ้าจะบรรลุขั้นตัดวิญญาณ แต่เจ้าก็ไม่ควรจะเอาวิญญาณแรกก่อตั้ง จากร่างจำแลงของข้าไป วันนี้ เราต้องสู้กัน และจบลงด้วยเจ้าตาย, ข้ารอด!”

มันตบลงไปบนระฆังเทียนจี เสียงระเบิดก็ดังออกมา และกระจายเป็นแสงเจิดจ้าบาดตา ห่อหุ้มเทียนจีซ่างเหรินอยู่ภายใน และมันก็เริ่มเปล่งแสงเจิดจ้าด้วยเช่นกัน

การต่อสู้ครั้งนี้ มันต้องเป็นผู้ชนะ มันได้เห็นระดับขั้นที่แท้จริงของ ปรมาจารย์เอกะเทวะเรียบร้อยแล้ว เทียนจีซ่างเหรินอยู่ในขั้นตัดวิญญาณครั้งที่สองโดยสมบูรณ์ ด้วยพลังนี้ มันสามารถกำจัดปรมาจารย์เอกะเทวะได้

การต่อสู้ครั้งนี้ มันมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง มันได้โยนความระแวงหวาดกลัวทิ้งไปกับสายลม มาที่นี่ด้วยตัวจริงของมันเอง ถึงแม้เทพปีศาจจะปรากฎขึ้น และใช้เวทอาคมอันยอดเยี่ยมออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันตกใจกลัวแม้แต่น้อย

การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีแม้แต่โอกาสเพียงน้อยนิดที่มันจะพ่ายแพ้ มันได้นำระฆังเทียนจี ซึ่งดูดกลืนเสียงสวดมนต์และคำอ้อนวอนนับไม่ถ้วน จากแคว้นเทียนจีมาด้วย ระฆังนี้มีจิตวิญญาณ จนกลายเป็นของวิเศษที่มีค่ามากที่สุดของมันไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยระฆังนี้ ถึงแม้มันจะเผชิญหน้ากับใครบางคน ที่อยู่ในขั้นตัดวิญญาณระดับสาม มันก็ยังคงสามารถเอาชนะได้ นอกจากนี้ท่านเซียนแห่งรุ่งอรุณ ยังได้มอบจิตสัมผัสบางส่วนของท่านมาให้มันด้วย

ผ่านไปนานพักใหญ่ เสียงของปรมาจารย์เอกะเทวะ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยความโบราณเก่าแก่อย่างลึกซึ้ง

“ในตอนนั้น…ข้าสนใจแต่เรื่องทะเลเทียนเหอ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยสำเนียงแปลกๆ มันดังออกมา จนดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วย ความสามารถที่จะอยู่ผ่านวันเวลาสุดท้ายไปได้ มันดังกระจายออกไปทั่วทั้งแคว้นจ้าว จนพื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน

ทั้งแคว้นจ้าวเต็มไปด้วยแรงสั่นไหว จนแม้แต่มนุษย์ธรรมดาก็ยังรู้สึกได้ เมิ่งฮ่าวก้มหน้าลง พุ่งตรงไปด้วยความเร็วกว่าเดิม

“ข้าไม่รู้ว่าได้ผ่านไปนานกี่ปีมาแล้ว ไม่รู้ว่าข้าหลับและตื่นไปกี่ครั้ง ในที่สุด วันที่ข้าได้ตื่นขึ้นก็มาถึง และพบว่ากำลังเผชิญหน้ากับเจ้าตัวสารเลวที่น่าจะตายไปถึงพัน, ไม่ หมื่นครั้งแล้ว!” จากสุ้มเสียงของมัน ดูเหมือนว่ามันกำลังเสียใจเป็นอย่างมาก คำพูดท้ายๆ ที่พูดออกมา ราวกับว่าได้ผ่านช่องฟันที่กัดจนแน่นออกมา

ขณะที่มันพูด แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทั่วแคว้นจ้าว ก็ยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ภูเขาสั่นสะเทือน อาคารสูงเอนไหวไปมา ภายในสามสำนักใหญ่ ศิษย์ที่ยังเหลืออยู่มองไปรอบๆ ด้วยความตกใจ

สถานการณ์นี้ เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน กับเมืองเทียนเหอ

จิตใจของเมิ่งฮ่าวหมุนคว้างมึนงง เขากำลังสงสัยว่า เจ้าสารเลวที่ปรมาจารย์เอกะเทวะ กำลังพูดถึงคือใคร

“เจ้าสารเลวบัดซบนั้น ไม่อาจเอาชนะข้าได้ มันก็นำตัวบัดซบอื่นมาอีกหลายคน และพวกเราก็ต่อสู้กันไปมาอีกหลายปี สุดท้าย พวกมันก็หลอกลวงข้า พวกมันให้สัญญาไว้กับข้ามากมาย ชักจูงให้ข้าออกจากทะเลเทียนเหอ และมายังดินแดนด้านใต้…”

ปรมาจารย์เอกะเทวะ ดูเหมือนจะโกรธมากขึ้น และมากยิ่งขึ้น ขณะที่มันพูด พื้นดินของแคว้นจ้าวก็สั่นสะเทือนหนักขึ้นมากกว่าเดิม ในทิศเหนือของแคว้นจ้าว เกิดเสียงแผดร้องดังสนั่นหวั่นไหว พุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์ รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นในพื้นดิน ยาวหลายล้านหลี่ และขยายยาวมากขึ้นไปเรื่อยๆ!

ถ้ายืนอยู่ในท้องฟ้าที่สูงขึ้นไป และมองลงมา ก็จะเห็นรอยแยกขนาดใหญ่นี้ไม่ได้แตกเป็นเส้นตรง แต่เป็นเส้นโค้ง

“เมื่อข้าไปถึงดินแดนด้านใต้ เจ้าสารเลวกลุ่มนั้นก็หลอกข้า พวกมันเลี้ยงอาหารข้ามากมาย จนจบลงที่ขังข้าไว้ในใต้ผนึกที่มองไม่เห็น!! พวกมันสัญญาว่า หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี พวกมันก็จะปล่อยข้าออกไป แต่หลังจากนั้น พวกสารเลวบัดซบกลุ่มนั้นก็ตาย หรือหายไปจนหมดสิ้น”

“ในที่สุด ก็มีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ เมื่อข้าหลับไป มันก็แอบหนีออกไปยังที่อื่น มันทิ้งหยกผนึกอสูรไว้ให้ข้า บอกข้าให้ส่งมอบแก่ผู้สืบทอด จริงๆ แล้ว เจ้าสารเลวนั่น ก็แค่เกรงกลัวต่อทัณฑ์แห่งสวรรค์ และหลอกให้ข้าต่อสู้กับทัณฑ์สวรรค์นั้น!”

ปรมาจารย์เอกะเทวะ ดูเหมือนว่ากำลังกัดฟันจนแน่น เสียงของมันดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วปฐพี รอยแตกขนาดใหญ่มหึมาปรากฎขึ้นในเขตทิศตะวันออก ของแคว้นจ้าว ตามมาด้วยเสียงแผดร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว รูปร่างของรอยแตกนี้เป็นรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่โตมโหฬาร

เมื่อได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ สีหน้าของเทียนจีซ่างเหรินเปลี่ยนไป มันเริ่มแสดงท่าทีเกรงกลัวอยู่เล็กน้อย

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คิดไปถึงหยกผนึกอสูรที่เขามีอยู่

“เจ้าสารเลวพวกนั้นไม่รักษาคำสัญญา พวกมันหลอกลวงข้า! ทำให้ข้ามีโทสะเป็นอย่างยิ่ง แม้ข้าจะหลับไป แต่ข้าก็ยังรีดความปรารถนาแห่งจิตวิญญาณออกไปเล็กน้อย, มันอ่อนแอ และถูกจำกัดโดยกฎแห่งเต๋าของสวรรค์”

“ดังนั้นมันจึงมาเกิดใหม่เป็นร่างของมนุษย์ธรรมดา เริ่มฝึกฝนพลังแห่งเซียนตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากพวกมันหลอกลวงข้า, ข้าจึงสาบานที่จะกำจัดผู้สืบทอดของพวกมัน! ข้าเปลี่ยนชื่อของสำนักผนึกอสูร เป็นสำนักเอกะเทวะ หลังจากนั้นเป็นต้นมา วิญญาณของข้าก็เรียกตัวเองว่า ปรมาจารย์เอกะเทวะ!”

ขณะที่เสียงของมันดังกึกก้องออกมา ทันใดนั้น ดวงตาของเมิ่งฮ่าวก็ต้องเบิกกว้าง เขามองกลับไปยังพื้นดินของแคว้นจ้าวทางด้านหลัง มันดูเหมือนเป็นทะเล ภายใต้คำพูดที่ดังสนั่นหวั่นไหวของปรมาจารย์เอกะเทวะ

เมื่อเทียนจีซ่างเหรินได้ยินคำพูดพวกนั้น สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นความตกใจ โดยไม่ต้องแม้แต่จะคิด มันก็เริ่มเคลื่อนที่ออกไปยังด้านหลัง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอีกเสียง ก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแคว้นจ้าว รอยแตกขนาดใหญ่มหึมา ก็ปรากฎขึ้นในทิศใต้

ในเวลาเดียวกัน ที่ทิศตะวันออก, รอยแตกรอยที่สี่ก็ปรากฎขึ้น ตามมาด้วยเสียงระเบิดราวฟ้าผ่า รอยแตกขนาดใหญ่ทั้งสี่ กระจายออกไป จนมาบรรจบเข้าด้วยกัน รายล้อมทั่วทั้งแคว้นจ้าว ให้อยู่ภายในวงกลมขนาดใหญ่มโหฬารนี้

ทั่วทั้งแคว้นจ้าว ตกอยู่ในวงกลมขนาดใหญ่ซึ่ง ทันใดนั้น…ก็เริ่มลอยขึ้นไปในอากาศ เผยให้เห็นดินสีดำด้านล่าง และลมพายุอันรุนแรงก็พัดออกไปในทุกทิศทาง ดินจำนวนมากมายมหาศาลล่วงลงไปจากริมขอบของแคว้นจ้าว

ขณะที่มันลอยขึ้นไป พื้นดินก็สั่นสะเทือน และเมฆก็ม้วนตัวไปมาในท้องฟ้า สีหน้าของเทียนจีซ่างเหรินซีดขาว ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความตกใจ

พื้นดินเกิดเสียงดังกึกก้อง ขณะที่มันพุ่งสูงขึ้นไป และสูงขึ้นไปในอากาศ หกพันหลี่, สามหมื่นหลี่, หกหมื่นหลี่ มันทะยานสูงขึ้นไปมาก จนไม่สามารถที่จะอธิบายได้

พื้นดินพุ่งขึ้นไป และเมิ่งฮ่าวก็ยังคงอยู่บนนั้น เขารู้สึกราวกับว่า กำลังจะเข้าไปใกล้ถึงสวรรค์

พื้นดินนี้ประกอบไปด้วยเมืองของมนุษย์ธรรมดา, สามสำนักใหญ่, เมืองเทียนเหอ และชีวิตของผู้คนนับไม่ถ้วน!

ทั่วทั้งแคว้นจ้าวกำลังถูกยกขึ้นไป สูงขึ้นไปจากพื้นโลก ไกลออกไปจากดินแดนด้านใต้ ด้านล่างของมันเป็นหลุมขนาดใหญ่โตมโหฬาร!

หลุมนี้ แน่นอนว่า มีขนาดเท่ากับแคว้นจ้าว!

ที่ลอยอยู่ด้านบนของหลุม เป็นเต่าที่ดูท่าทางดุร้าย ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับแคว้นจ้าวทั้งแคว้น ร่างของมันปกคลุมเต็มไปด้วยของแหลมคมสีดำนับไม่ถ้วน ดูคล้ายคลึงกับเต่าดำในตำนาน!!

พื้นดินปกคลุมไปทั่วทั้งกระดองขนาดใหญ่ของเต่าตัวนี้ ราวกับว่ากระดองได้ถูกจัดให้กลายเป็นพื้นดิน ซึ่งเป็นพื้นดินของ…แคว้นจ้าว

หัวขนาดใหญ่โต ก็ค่อยๆ ยื่นออกมาจากกระดองเต่าอย่างช้าๆ มีขนาดใหญ่ประมาณหนี่งในสิบ ของขนาดทั้งแคว้นจ้าว ผิวของมันสีดำ และปกคลุมไปด้วยรอยย่น ดินร่วงหล่นออกมาจากหัวของมัน ขณะที่ยกขึ้นมา

ดวงตาขนาดใหญ่มองลงไปยัง เทียนจีซ่างเหริน ซึ่งยืนตัวสั่นระริกอยู่ที่นั่น บอบบางราวกับแมลง ร่างของมันสั่นสะท้านไปมา ความไม่อยากเชื่อปรากฎขึ้นบนใบหน้าของมัน

“เจ้าเรียกข้าออกมา ต่อสู้กัน?”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: