I Shall Seal The Heaven Chapter 93

0 Comments

ตอนที่ 93

ตัดเต๋า, เปลี่ยนสวรรค์และปฐพี, สะกดอสูร!

ทันทีที่ได้เห็นเทียนจีซ่างเหริน ร่างกายของเมิ่งฮ่าวก็นิ่งแข็ง ในมือมีวิญญาณแรกก่อตั้งของร่างจำแลง ของเทียนจีซ่างเหรินลุกไหม้อยู่ในตะเกียงอสูร

เสียงตะโกนของเทียนจีซ่างเหริน ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนไกลออกไป หลายล้านหลี่ในทุกทิศทาง ภูเขาสั่นสะเทือน และท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยความมืดมืด เมฆม้วนตัวไปมา

จิตใจของเมิ่งฮ่าวสั่นระรัว โลหิตไหลซึมออกมาจากปาก ร่างถูกแรงกดดันอันมหาศาล ผลักออกไปด้านหลังตลอดเวลา จนต้องกระอักโลหิตกองโตออกมา

ทุกคนในเขตสำนักเอกะเทวะ รวมถึงปรมาจารย์ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเทียม และผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณ จากสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) ต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อ ราวกับจั๊กจั่นในช่วงฤดูหนาว

พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงเพียงแค่เล็กน้อย จ้องมองไปบนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

แต่ถึงแม้ว่าพื้นดินจะสั่นสะเทือน เขตนั่งกัมมัฏฐานของปรมาจารย์เอกะเทวะ ก็ยังคงตกอยู่ในความเงียบโดยสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ ตอบกลับมาจากปรมาจารย์เอกะเทวะ

เทียนจีซ่างเหริน ลอยอยู่ในอากาศข้างระฆังยักษ์ ดวงตาส่องประกาย ด้วยความงดงามของดวงตะวัน และจันทรา, ความมืดมิด และแสงสว่างดูเหมือนจะประสานเชื่อมต่อ รวมกันเป็นประกายแสงโลหิตสีแดงเข้ม กระจายออกมาจากรอยกรีดบนหน้าผากของมัน มันยกมือขวาขึ้นมา จากนั้นก็โบกสะบัดลงไปด้านล่าง

ขณะที่มันทำเช่นนี้ แสงสลัวของความมืด, ความสว่างเจิดจ้า และแก่นของโลหิต ก็หลอมรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นหัตถ์ขนาดใหญ่ ตบลงไปบนพื้นดิน

ต้องใช้เวลาในการอธิบาย แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในทันที เสียงกระหึ่มดังกึกก้อง ขณะที่หัตถ์ยักษ์ตกลงไปยังภูเขาตะวันออก ของสำนักเอกะเทวะ ทำให้มันเริ่มแหลกสลายไป

พื้นดินพื้นหิน ชั้นแล้วชั้นเล่าพังทลายลงมา แตกสลายกลายเป็นละอองฝุ่น เมื่อหัตถ์ยักษ์ตบลงมาเรียบร้อย ภูเขาตะวันออก…ก็หายเรียบ!

พื้นดินสั่นสะเทือน และสายลมอันดุร้ายรุนแรงก็กรรโชกขึ้น หลังจากทำลายภูเขาตะวันออก หัตถ์ยักษ์ก็ยังไม่หยุด มันกดลงบนพื้นดินต่อไป ราวกับว่าเทียนจีซ่างเหริน รู้อย่างแน่ชัดว่า ห้องลับที่นั่งกัมมัฏฐานของปรมาจารย์เอกะเทวะ อยู่ที่ไหน

เสียงระเบิดดังออกมา กระจายไปเกือบครึ่งของแคว้นจ้าว พื้นดินกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น ดูเหมือนว่าหัตถ์ยักษ์ได้เจาะลงไป แต่จริงๆ แล้ว มันได้ทำลายเขตนั่งกัมมัฏฐาน ของปรมาจารย์เอกะเทวะลงไปเรียบร้อย!

หลังจากในที่สุดหัตถ์ยักษ์ก็หายไป พวกที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ก็เห็นเป็นโพรงขนาดใหญ่โตมโหฬาร ด้านในมีเกราะป้องกันที่ไม่สมบูรณ์อยู่มากมาย

ที่นี่จริงๆ แล้วก็คือ…เขตนั่งกัมมัฏฐาน ของปรมาจารย์เอกะเทวะ ศิลาตัวอักษร และแท่นบูชา วางอยู่ในซากสลักหักพังนั้น ภาพใบหน้าขนาดใหญ่ของปรมาจารย์เอกะเทวะ แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และห้องลับก็ถูกเปิดออก

แต่…มองไม่เห็นปรมาจารย์เอกะเทวะ!

“ปรมาจารย์เอกะเทวะ, ไสหัวออกมา!” เมื่อเทียนจีซ่างเหริน เห็นปรมาจารย์เอกะเทวะ ไม่อยู่ในห้องลับ มันเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้า และส่งเสียงกู่ร้องออกมา

เสียงกู่ร้องนี้ สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์ เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปทั่วทั้งแคว้นจ้าว

“ไสหัวออกมา!”

“หัวออกมา!”

“ออกมา…”

“มา…” เสียงสะท้อนดังก้องออกมาอย่างนับไม่ถ้วน หมุนวนรวมเข้าด้วยกัน กลายเสียงอันทรงพลังที่ไร้ขอบเขต

ร่างของเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ขณะที่มองไปยังฉากเบื้องหน้านี้ ในจุดที่เคยมีภูเขาตะวันออกตั้งอยู่ ตอนนี้กลายเป็นหลุมขนาดยักษ์ ปรมาจารย์เอกะเทวะเคยอยู่ในนั้นเมื่อหลายชั่วยามก่อน แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

“มันไปอยู่ที่ไหน…” เมิ่งฮ่าวคิดอยู่ในใจ ด้วยใบหน้าซีดขาว ณ ตอนนี้ เขาไม่สามารถขยับตัวได้อย่างแท้จริง พลังเสียงของเทียนจีซ่างเหรินกดดันทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ใครก็ตามที่มีพลังฝึกตน ต่ำกว่าเทียนจีซ่างเหริน ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากพยายามที่จะต่อสู้กับพลังเสียงนี้

พลังของมันดูเหมือนว่าจะประกอบไปด้วยพลังแห่งสวรรค์ ราวกับว่าเทียนจีซ่างเหรินสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

“นี่ไม่ใช่ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง แต่เป็นขั้นตัดวิญญาณ!!”

“มันเป็นขั้นตัดวิญญาณอย่างแน่นอน มิเช่นนั้น จะไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น!” ปรมาจารย์ขั้นสร้างแกนวิญญาณเทียมทั้งสาม จากสามสำนักใหญ่ รู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้น

“ปรมาจารย์เอกะเทวะ, เจ้าไม่ยอมไสหัวออกมา? ข้าจะทำลายศิษย์สายในเพียงคนเดียวของเจ้า และจะกวาดล้างศิษย์สำนักเจ้าให้หมดทุกคน! ข้าจะทะลายภูเขาทุกลูกนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง และหลอมละลายทั่วทั้งแคว้นจ้าวนี้ จนกว่าเจ้าจะออกมา!”

มันเพิ่งใช้จิตสัมผัสกวาดไปทั่วแคว้นจ้าว แต่ไม่ว่ามันจะค้นหาอย่างไร ก็ไม่สามารถหาปรมาจารย์เอกะเทวะได้

และเมื่อมันได้เดินทางมาที่นี่ มันก็รู้อย่างชัดแจ้งว่าปรมาจารย์เอกะเทวะ…อยู่ข้างในแคว้นจ้าว

ความเย็นเยียบปรากฎขึ้น ในดวงตาของเทียนจีซ่างเหริน นี่เป็นร่างจริงของมัน มาที่นี่เพื่อต่อสู้กับปรมาจารย์เอกะเทวะ ซึ่งกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ รังสีสังหารอันแข็งแกร่ง กระจายออกมาจากร่างเทียนจีซ่างเหริน

นี่เป็นเพียงวิธีการเดียว ที่มันสามารถใช้เพื่อบังคับให้ ปรมาจารย์เอกะเทวะปรากฎตัวออกมา รวมถึงการสังหารศิษย์สายใน และทะลายภูเขาให้ราบ ถ้าการกำจัดแคว้นจ้าว ไม่ทำให้ปรมาจารย์เอกะเทวะออกมา มันก็จะหลอมละลายแคว้นจ้าวไปอย่างแท้จริง

เทียนจีซ่างเหริน ได้เห็นตะเกียงในมือของเมิ่งฮ่าวมานานแล้ว มันมองลงมา จ้องกวาดไปทั่วพื้นดินอีกครั้ง ยกมือขึ้น จากนั้นก็โบกสะบัดลงมาด้านล่างเป็นครั้งที่สอง

ครั้งนี้แสงสว่างสาดประกายออกมาจากดวงตาของมัน และรอยกรีดตรงหน้าผากก็เปิดขึ้น ขนาดกว้างเท่านิ้วมือ แสงสีแดงโลหิตพุ่งออกมา เมื่อแขนของมันตกลงมา ภูเขาที่อยู่ในรัศมีสองหมื่นหลี่ ทุกทิศทางก็เริ่มสั่นสะเทือน และโยกไปมา ในท้องฟ้าเหนือภูเขาเหล่านั้น ปรากฎเป็น…หัตถ์ยักษ์!

ในตอนแรกมันไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ท่ามกลางเสียงกึกก้องสนั่นหวั่นไหว มันก็เริ่มใหญ่ขึ้น และใหญ่มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมันดูเหมือนจะปกคลุมภูเขาไว้ทั้งหมด ในรัศมีสองหมื่นหลี่ทุกทิศทาง พื้นดินสั่นสะเทือน และสีหน้าของสามปรมาจารย์ ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเทียมก็เต็มไปด้วยความตกใจ พวกมันเหาะออกไปด้วยความเร็วมากที่สุด เท่าที่จะทำได้

ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณ จากสำนักเฟิงหาน สีหน้าซีดขาว มันกัดลิ้นตัวเองเล็กน้อย ยอมเสียสละพลังฝึกตนบางส่วนของมัน กลายเป็นลำแสงพุ่งจนหายลับตาไป

สำหรับเมิ่งฮ่าว พลังฝึกตนของเขาอ่อนแอมากที่สุด ทำอะไรไม่ได้แม้แต่จะขยับตัว ตะเกียงลอยออกไปจากมือ พุ่งตรงไปยังหัตถ์ยักษ์ วิญญาณเริ่มก่อตั้งที่อยู่ด้านในตะเกียงลืมตาขึ้น จากนั้นก็เปล่งประกายแสงที่เหมือนกับ ประกายที่เปล่งออกมาจากร่างของเทียนจีซ่างเหริน

เมิ่งฮ่าวทำได้แต่เพียงมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ยังหัตถ์ยักษ์ที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น และใหญ่มากขึ้น มันครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งเดียวที่พอจะมองเห็นได้ในท้องฟ้า

ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสองหมื่นหลี่มืดมิด หัตถ์ยักษ์ปกคลุมไว้ทั้งหมด จากนั้นก็เริ่มลดต่ำลงมา พื้นดินเริ่มสั่นไหว ภูเขาทรุดตัว และพังทลายลง ขณะที่มือยักษ์ตกลงมายังเขา เมิ่งฮ่าวรู้สึกราวกับว่าวาระสุดท้ายของโลกได้มาถึง

ความขมขื่นปรากฎขึ้นบนใบหน้า ขณะที่เขายืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ไม่มีความกลัว หรือหวาดหวั่นอยู่ในดวงตา ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

“ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะจบแล้ว? ข้าแค่…ข้าไม่อาจยอมรับมัน” ความดื้อรั้นเต็มอยู่ในดวงตา ขยับมือกลายเป็นเปลวไฟส่งเสียงดังกระหึ่ม

“ในโลกแห่งการฝึกตน, ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อของผู้เข้มแข็ง พลังการฝึกตนคือทุกสิ่ง มีเพียงแต่กลายเป็นผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะมีชีวิตรอดอยู่ได้ เพียงแค่เพิ่มความแข็งแกร่ง ก็จะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้าได้ เพียงนี้เท่านั้นถึงจะยืนอย่างทรนงอยู่ในท้องฟ้าได้”

ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความตั้งใจของเขานำมาซึ่งความต้องการเป็นผู้แข็งแกร่งอยู่ลึกๆ ภายใน ตอนนี้ ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่จวนตัวเช่นนี้ เขาก็ได้เข้าใจในตัวเองอย่างแท้จริง

“ท่านนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า การเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แต่ในโลกแห่งการฝึกตน มีเพียงแต่ความแข็งแกร่งเท่านั้น ที่จะทำให้ไม่ต้องพ่ายแพ้!” เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังหัตถ์ยักษ์ที่กำลังลดต่ำลงมา เขาจะมอง ขณะที่มันกดทับลงมาบนตัว บดขยี้เขาลงไปบนพื้น

เขาจะไม่ปิดตาลง เขาจะมองทุกสิ่งทุกอย่าง เขาจะประทับภาพนี้ลงไปในวิญญาณ เมื่อเขาไปเกิดใหม่ มันก็จะคงอยู่ที่นั่น ถ้าชาติหน้ามีอยู่จริง…เขาจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำลายได้!

ขณะที่หัตถ์ยักษ์ลดต่ำลงมาเรื่อยๆ ภูเขารอบๆ ตัวเขาก็พังทลายลง ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเลือนลางลง และความมืดมิดก็เต็มอยู่ในดวงตา ราวกับว่าในตอนนี้ สวรรค์และปฐพี เห็นเขาเป็นเพียงแค่แมลงตัวหนึ่ง เขาไม่สามารถต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย

“ถ้าชาติหน้ามีจริง, ข้าจะไม่ยอมให้ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง!”

ท่ามกลางเสียงคำรามดังอึกทึกครึกโครม เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่น ตัวสั่นสะท้าน โลหิตซึมออกมาจากทวารบนใบหน้า กระดูกเริ่มมีเสียงแตกหัก เพียงชั่วพริบตา เขาก็จะกลายเป็นแอ่งน้ำแห่งโลหิต

ในช่วงเวลานี้ แสงสีแดงเข้ม ก็ปรากฎขึ้นในทันที ส่องสว่างเจิดจ้า พุ่งตรงไปที่หัตถ์ยักษ์นั้นด้วยความเร็วสูงสุด ออกมาจากตำแหน่งที่ห่างไกล จนเมิ่งฮ่าวไม่สามารถมองเห็นได้

ประกายสีแดงโลหิต ดูเหมือนจะเกิดมาจาก กากโลหิตที่กลั่นมานานหลายปีจนไม่อาจนับได้ กลิ่นอายอสูรอันแข็งแกร่งกระจายออกมา เติมเต็มไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้า

กลิ่นอายอสูรเข้มข้นรุนแรง จนดูเหมือนว่าจะสามารถเปลี่ยนสีของสวรรค์และปฐพี ในชั่วเพียงแค่กระพริบตา ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนเป็นสีของโลหิต!

ประกายแสงสีแดงเลือดใกล้เข้ามา กระจายตรงไปยังหัตถ์ยักษ์ ซึ่งเทียนจีซ่างเหรินได้เรียกออกมา จากนั้นก็ตัดมันทิ้งไป

การตัดครั้งนี้ ส่งผลให้แสงสีแดงราวโลหิต พุ่งสูงขึ้นไปจนถึงสวรรค์!

การตัดครั้งนี้ แข็งแกร่งเพียงพอที่จะตัดสิ่งที่เทพสร้างไว้ได้ทุกอย่าง

การตัดครั้งนี้ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งพอที่จะแบ่งแยกสวรรค์ และพื้นปฐพีออกจากกันเป็นสอง ถึงแม้มันจะไม่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง แต่ก็มีความตั้งใจที่จะทำให้จงได้!

ตัดเต๋า, เปลี่ยนสวรรค์และปฐพี, สะกดอสูร!

บุคคลผู้นี้…อาจจะไม่ใช่ ปรมาจารย์เอกะเทวะ!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: