Skip to content

King of Gods 908

King Of Gods

บทที่ 908 ทะลวงขั้นสำเร็จ

ในใจของจ้าวเฟิงรู้แจ้งดี ดวงตาเทพเจ้ากำลังจะแปรสภาพอีกแล้ว

เวลาที่เปลี่ยนสภาพอาจจะนานกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย ต้องเตรียมการให้ดี จะประมาทไม่ได้

การแปรสภาพของดวงตาเทพเจ้า เป็นการปลุกพลังจากแหล่งกำเนิดที่หลับใหลของเนตรเทพเจ้า ทุกครั้งที่ตื่นขึ้น พลังของเนตรเทพเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

จากประสบการณ์ในครั้งก่อนๆ การแปรสภาพในลักษณะนี้จะเกี่ยวข้องกับร่างกายของจ้าวเฟิงพอสมควร และเป็นเหตุบังเอิญเอาเสียมาก เป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้!

จ้าวเฟิงคาดหวังเป็นอย่างมาก การแปรสภาพของดวงตาเทพเจ้าในครั้งนี้จะนำเรื่องน่าประหลาดใจอะไรมาให้เขาบ้าง

วูบ!

เจตจำนงดวงตาของจ้าวเฟิงพลันเกิดการตอบสนองขึ้น

จ้าวเฟิงเงยหน้ามองไปยังที่แห่งหนึ่ง สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไป “เฒ่าประหลาดสวีเริ่มแล้ว!”

เพียงยกแขนขึ้นโบก ร่างของจ้าวเฟิงก็อยู่ในเงาซ้อนทับสีเงิน ก่อนจะจางลงแล้วหายวับไปทันใด

ในวินาทีถัดมา บนท้องฟ้าเหนือสำนักศักดิ์สิทธิ์วั่น

วู้ม พรึ่บ!

กลุ่มเงาสีเงินซ้อนทับกลางอากาศ ในนั้นมีเงาของชายผมม่วงปรากฏขึ้นท่ามกลางระลอกคลื่นอากาศ

เห็นเพียงพื้นที่ต้องห้ามตรงเขาด้านหลังสำนักศักดิ์สิทธิ์วั่น มีกลุ่มแสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงทองส่องประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งผืนฟ้า แสงนั้นค่อยๆ บิดหมุนเป็นแสงวนสีม่วงทองขนาดใหญ่

วิญญาณของศิษย์ยอดฝีมือของสำนักศักดิ์สิทธิ์วั่นทุกคนสั่นไหว พลังปราณที่แท้จริงในร่างพลุ่งพล่าน

หากไม่ใช่เพราะพื้นที่ต้องห้ามอยู่ไกลจากที่อยู่อาศัยมากพอแล้วละก็ เกรงว่ากลิ่นอายพลังจะเข้ากดดันจนลูกศิษย์ในขอบเขตจิตวิญญาณที่แท้จริงหรือขอบเขตแก่นก่อกำเนิดถึงแก่ความตายได้

ใกล้ๆ กับเขาด้านหลัง จักรพรรดิหลิงฉยงมีสีหน้าตื่นตระหนก เอ่ยขึ้นอย่างทอดถอนใจ “หวังว่าครั้งนี้ผู้อาวุโสสูงสุดจะทำได้สำเร็จ!”

สำนักศักดิ์สิทธิ์วั่นเงียบเหงามานานเกินไปแล้ว

“ผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ในระดับปฐมเซียนแล้ว ยิ่งเมื่อมีวารีศักดิ์สิทธิ์ไป่หยวน จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน” จักรพรรดิชุดคลุมดำด้านข้างดวงตาเปล่งประกาย

วู้ม วูบ วูบ!

กลิ่นอายต้องห้ามที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่งแผ่กระจายจากแสงวนสีม่วงทอง ไหลทะลักออกไปทุกทิศทาง ทั่วทั้งผืนฟ้าและปฐพีเลื่อนลั่น เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่หยุด

หลิงฉยงและจักรพรรดิเสื้อคลุมดำที่อยู่ไม่ไกลสัมผัสได้ว่าเลือดลมและปราณที่แท้จริงทั่วทั้งร่างไม่อาจควบคุมได้ หายใจได้ลำบาก ยากที่จะรวบรวมพลังจักรพรรดิ

วู้ม!

ทันใดนั้นลำแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจกลางของแสงวนสีม่วงทองมหึมา ไอสวรรค์จากทุกทิศราวกับว่าถูกบางสิ่งชักนำมาเข้ารวมกับแสงนั้นอย่างบ้าคลั่ง

ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างของเฒ่าประหลาดสวี

วิ้ง วิ้ง!

ภายในร่างของเฒ่าประหลาดสวีมีพลังแบบเดียวกันเชื่อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์ คล้ายส่งเสียงก้องกังวาน

“แสงวนพลังเซียนประสานสำเร็จ!” จักรพรรดิเสื้อคลุมดำเผยสีหน้าตื่นเต้นยินดี

วูบ ครืน!

แสงวนสีม่วงทองบนท้องฟ้าหมุนคว้างในทันทีเหมือนได้รับพลังอะไรบางอย่าง แรงดึงดูดที่น่าหวาดหวั่นระเบิดออกจากใจกลาง ไอสวรรค์ในฟ้าดินสั่นไหวไปชั่วขณะ ราวกับคลื่นทะเลปั่นป่วนซัดโหมรวมตัวกันเข้ามา

ฟู่ ฟู่!

ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมระหว่างเฒ่าประหลาดสวีและแสงวนส่องประกายเจิดจ้า แสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวบริสุทธิ์ที่น่าสะพรึงหลั่งไหลจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง ประหนึ่งม่านฟ้าสีขาวและทอง

เฒ่าประหลาดสวีใต้แสงศักดิ์สิทธิ์ตกเข้าสู่สภาพอันน่าแปลกประหลาด ร่างกายเปลี่ยนเป็นแก้วผลึก กลิ่นอายพลังวิญญาณอ่อนลงทุกที ราวจะหลอมรวมไปในกายเนื้อทั้งหมด

พลังอำนาจฟ้าดินที่แข็งแกร่งสยบทั่วทั้งจักรวาล

จ้าวเฟิงที่อยู่เหนือท้องฟ้าเปิดดวงตาเทพเจ้า สำรวจสถานการณ์การบรรลุขั้นของเฒ่าประหลาดสวีอย่างละเอียด

แก่นผลึกในร่างของเฒ่าประหลาดสวี ยามนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นแสงวน คอยรับพลังสีม่วงทองจากฟากฟ้า ดูดซับและหลอมรวมเข้ากับพลังเซียนเทวาเร้นลับ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดคือกายเนื้อของเฒ่าประหลาดสวี มันถูกพลังเทวาเร้นลับเปลี่ยนจนสิ้นอย่างก้าวกระโดด

“นั่นคือ?” ดวงตาเทพเจ้าของจ้าวเฟิงจับได้ถึงเส้นสายสีเทาหม่น ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้น กลางหลังปรากฏปีกแสงอัสนีสีชาด ขยับแสงสายฟ้าวูบวาบ ก่อนจะไปถึงที่ที่เฒ่าประหลาดสวีฝึกตนทันที

“มียอดฝีมือมา!” จักรพรรดิเสื้อคลุมดำตื่นตระหนก แผ่กระจายพลังจักรพรรดิออกโดยพลัน

“ช้าก่อน นั่นคือจ้าวเฟิง!” จักรพรรดิหลิงฉยงรีบเข้าห้าม เฒ่าประหลาดสวีบอกเรื่องวารีศักดิ์สิทธิ์ไป่หยวนให้พวกเขาฟังหมดแล้ว

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเฒ่าประหลาดสวีจะยอมเป็นข้ารับใช้ให้กับจ้าวเฟิง

หากแต่พวกเขาก็ไม่ได้คัดค้าน หนึ่งร้อยปีสำหรับเซียนเทวาเร้นลับไม่อาจนับเป็นอะไรได้ นับประสาอะไรกับผู้ที่มีเวลาเหลืออีกไม่มาก

อีกทั้งแค่เฒ่าประหลาดสวีบรรลุขั้นเซียน สำนักศักดิ์สิทธิ์วั่นก็จะมีความหวัง กลับมาเฟื่องฟูเป็นสำนักสามดาวเหมือนยามนั้น

ในใจของทั้งสองรู้สึกขอบคุณจ้าวเฟิงอยู่ลึกๆ

“มีผู้แข็งแกร่งมารบกวน!”

“นั่นไม่ใช่จ้าวเฟิงรึ?” ลู่อวิ๋นหงประหลาดใจ

“เขาจะทำอะไร?” ราชาลิ่วฉยงรู้สึกกังวลอยู่บ้าง

ยามจ้าวเฟิงอยู่ที่สำนักศักดิ์สิทธิ์วั่น ภาพที่จ้าวเฟิงเพียงคนเดียวไล่ฆ่ายอดฝีมือจากตำหนักวิญญาณปฐพียังติดอยู่ในหัวพวกเขา

ไล่ล่าฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา!

จ้าวเฟิงต้องการจะทำอะไร พวกเขาไม่สามารถขัดขืนได้เลย

“จ้าวเฟิง? เหตุใดเขามาที่นี่เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้อาวุโสสูงสุดบรรลุขั้น?” เด็กหนุ่มในชุดคลุมดำตื่นตระหนก

“จ้าวเฟิง เจ้าจะทำอะไร?” จักรพรรดิหลิงฉยงถามขึ้นเมื่อเห็นจ้าวเฟิงเข้าใกล้เฒ่าประหลาดสวีที่กำลังทะลวงขั้น

นางไม่เชื่อว่าจ้าวเฟิงจะมาทำลายการข้ามผ่านขั้นของเฒ่าประหลาดสวี แต่จ้าวเฟิงเข้าใกล้ตำแหน่งของเฒ่าประหลาดสวีอย่างรวดเร็ว

จ้าวเฟิงไม่ตอบ ตาซ้ายมีแสงม่วงไหลวน

“แย่แล้ว โดนจับได้แล้ว!” แสงเทาหม่นที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังลอบอุทาน กะพริบวูบไหวก่อนหลบหนีไป

ปีกอัสนีผ่านฟ้า!

ฟิ้ว วูบ!

จ้าวเฟิงเพิ่มความเร็วพุ่งพรวด แปรเปลี่ยนเป็นสายอัสนีสีชาดเส้นโค้ง บินข้ามท้องฟ้าหายไปในพริบตา

ชั่ววินาทีต่อมา

ร่างของเขาปรากฏขึ้นห่างออกไปพันลี้ ปีกแสงอัสนีล้อมรอบ พลังมหาศาลแผ่กระจายออก อานุภาพสยบไร้รูปร่างสะกดทั่วผืนฟ้าฟากหนึ่ง

กายศักดิ์สิทธิ์นภาอัสนี!ร่างกายของจ้าวเฟิงขยายใหญ่ขึ้น รอบตัวผุดลายสายฟ้าของแก่นแท้ร่างกายเป็นชั้นสีฟ้าทองแวววาว ราวกับเจดีย์อัสนีทองมหึมา พลังกายที่แข็งแกร่งเข้ากดดันทุกสิ่ง

ครืน!

ท้องฟ้าเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว

เบื้องหน้าของเขา ในแสงสีเทาหม่นมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ร่างกายขาวซีดผอมแห้ง มีรอยดำคล้ำใต้ขอบตาเด่นชัด มุมปากมีเลือดสดไหลริน

หนามจิตวิญญาณ!

หนามอัสนีม่วงสายหนึ่งเปล่งประกายสายฟ้า พุ่งทะลวงวิญญาณของชายร่างผอมแห้ง พลังอัสนีเทวะสว่างวาบ ระเบิดทะลายอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊าก!” ชายร่างผอมแห้งกรีดร้องอย่างไร้ซึ่งความหวัง วิญญาณสั่นสะท้าน

จ้าวเฟิงโบกมือขึ้น ไหมเมฆาผีเสื้อเซียนตัวอ้วนกลมปรากฏขึ้นที่เหนือหัวของชายคนนั้น

ไหมเมฆาผีเสื้อเซียนกระพือปีกอย่างรวดเร็ว ละอองเกสรหลากสีที่โปร่งใสร่วงไปทั่วร่างของชายคนนั้น แล้วแทรกซึมเข้าสู่วิญญาณ

ชายร่างผอมแห้งชาไปทั้งตัว สูญเสียการควบคุมทั้งร่างกายและปราณแท้จริง

เนตรเพ่งเทพเจ้า!

ดวงตาข้างซ้ายของจ้าวเฟิงปรากฏน้ำวนสีม่วงดั่งเหวลึก หมุนวนอยู่ชั่วขณะ

อานุภาพต้องห้ามเข้าปกคลุมเบื้องหน้า

ไม่นานนัก วิญญาณดั้งเดิมรูปร่างคนที่เกือบโปร่งใสเริ่มหลุดลอยออกจากร่างของชายผอมแห้ง

ชายร่างผอมพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสน ดวงตาฉายแววตกใจกลัว

หากแต่พลังอัสนีเทวะ การโจมตีวิญญาณ และเกสรดอกไม้ไฉ่เมิ่งยังออกฤทธิ์อยู่ เขาจึงไม่มีกำลังจะขัดขืน

ฟุ่บ!

วิญญาณชายร่างผอมถูกดูดเข้าไปในมิติดวงตาซ้ายของจ้าวเฟิง

พลังวิญญาณของจ้าวเฟิงในตอนนี้เข้าใกล้ขั้นเซียนอย่างยิ่ง ฝีมือการโจมตีที่วิญญาณเทียบเท่ากับเซียนเช่นกัน

กายสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ถึงขั้นห้าระดับสุดยอด จักรพรรดิที่ระดับชีวิตค่อนข้างต่ำ เมื่อต้องเผชิญกับพลังนี้ ก็ล้วนโดนบดขยี้จนตาย

อีกทั้งดวงตาเทพเจ้ายังเป็นสิ่งที่พวกยอดฝีมือประเภทนักฆ่าทั้งหลายแพ้ทาง ทำให้เคล็ดวิชาลับที่ใช้ในการหลบหนีต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้

ชายร่างผอมแห้งอยู่ในขั้นจักรพรรดิไร้เทียมทาน เมื่อตกอยู่ใต้พลังของจ้าวเฟิง แม้ในชั่วขณะเดียวก็ไม่อาจทนไหว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ยังไม่ถึงห้าช่วงลมหายใจเลยด้วยซ้ำ!

เวลาแค่ห้าอึดใจก็จัดการจักรพรรดิไร้เทียมทานได้!

ในอีกด้านหนึ่ง จักรพรรดิหลิงฉยงและชายในชุดคลุมดำยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าเลื่อนลอย

จ้าวเฟิงออกจากสำนักศักดิ์สิทธิ์วั่นไปไม่เท่าไหร่ ก็สามารถเติบโตได้ถึงเพียงนี้!

หลังจากที่ตกตะลึง พวกเขาทั้งสองก็รู้สึกโชคดีทันที

พวกเขาเป็นผู้คุ้มครองของเฒ่าประหลาดสวี แต่ไม่ไกลจากเฒ่าประหลาดสวีมีนักฆ่าที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แอบซ่อนอยู่ตลอด พวกเขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย

หากไม่ใช่เพราะจ้าวเฟิงอยู่ที่นี่ ในช่วงสำคัญที่เฒ่าประหลาดสวีจะทะลวงถึงขั้นเซียน เกรงว่าคงเป็นเวลาที่ถูกสังหารเช่นกัน

สองจักรพรรดิรีบรุดหน้ามาหา จักรพรรดิหลิงฉยงยิ้มขึ้นพูดว่า “ขอบใจเจ้า จ้าวเฟิง!”

ใบหน้าของจักรพรรดิเสื้อคลุมดำฉายแววรู้สึกผิด เมื่อครู่นี้เขาเกือบจะลงมือขัดขวางจ้าวเฟิงเสียแล้ว

“ข้ารับใช้ตกอยู่ในอันตราย ข้าจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร” จ้าวเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ พลางมองสำรวจเฒ่าประหลาดสวี

ทั้งสองคนไร้คำพูด ถึงแม้นี่จะเป็นความจริง แต่ได้ยินคนอื่นเรียกผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์วั่นว่าข้ารับใช้ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก

ในยามนี้ แสงวนสีม่วงทองที่อยู่เหนือทะเลเมฆค่อยๆ หมุนช้าลง

พลังศักดิ์สิทธิ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งแสงสว่างซึมเข้าในร่างของเฒ่าประหลาดสวีจนหมด

ร่างกายเฒ่าประหลาดสวีมีแสงส่องประกายไหววูบราวกับเป็นเทพเจ้า

ปรากฏการณ์ประหลาดทั่วผืนฟ้าและปฐพีค่อยๆ เลือนหายไป!

รอให้พลังสงบลงสักครู่ เฒ่าประหลาดสวีจึงลืมตาขึ้นทันใด

วูบ ครืน!

กลิ่นอายพลังมหาศาลพัดไปทั่วทุกทิศทางดุจลมพายุ

กลิ่นอายกลุ่มนี้เหนือกว่าสิ่งใด ทำให้ทุกสิ่งใต้ผืนฟ้าสั่นไหว

ทั้งสามรู้สึกได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นพลังจากปราณที่แท้จริง สายเลือด วิญญาณ หรือเจตจำนงต่างๆ ล้วนโดนกดข่มโดยสิ้นเชิง

ทุกสรรพสิ่งในระยะพันลี้ตกอยูในสภาวะหยุดนิ่ง สิ่งมีชีวิตมากมายต้องกลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมา

ทุกการขยับเขยื้อนของเซียนเทวาเร้นลับแฝงไว้ด้วยเสวียนอ้าวฟ้าดินและความลึกซึ้งในต้นกำเนิดพลัง

โดยไม่ทันตั้งตัว จักรพรรดิหลิงฉยงและจักรพรรดิเสื้อคลุมดำเกือบได้รับบาดเจ็บ

“เฒ่าประหลาดสวี!” จ้าวเฟิงทำลายความเงียบ เดินไปข้างหน้า

เฒ่าประหลาดสวีเพิ่งจะทะลวงถึงเซียน เปรียบเทียบกับเจ้าลัทธิมารนิรยแล้วยังห่างไกลกันอีกไม่รู้เท่าไหร่

ซ้ำจ้าวเฟิงในตอนนี้ฝึกตนรุดหน้าไปมาก กายสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ถึงขั้นห้าระดับสุดยอด มีพลังที่สามารถต้านทานกับเซียนได้สูงสุด

เฒ่าประหลาดสวีค่อยๆ เก็บพลัง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอิ่มเอิบ พูดขึ้นว่า “จ้าวเฟิง บุญคุณของเจ้าข้าจะจดจำไว้ในใจ!”

เขาติดอยู่ที่ขั้นจักรพรรดิมาหลายพันปี ใฝ่ฝันที่จะบรรลุถึงขั้นเซียนมาทั้งชีวิต ในวันนี้สมความปรารถนาได้ ทุกอย่างเป็นเพราะการมาเยือนของจ้าวเฟิง

เมื่อครู่จ้าวเฟิงช่วยชีวิตเขาเอาไว้อีกแล้ว

ถึงแม้ทั้งกายและใจของเขาอยู่ที่การทะลวงขั้น แต่ก็ยังสามารถรับรู้เรื่องราวภายนอกได้บ้าง

“เจ้ามากับข้าก่อน!” จ้าวเฟิงที่มีอาการเหน็ดเหนื่อยวางมือไว้บนบ่าของเฒ่าประหลาดสวี แล้วหายวับไปพร้อมกับเงาสีเงินหม่น คลื่นอากาศเกิดขึ้นฉับพลัน

จ้าวเฟิงและเฒ่าประหลาดสวีมาปรากฏตัวอยู่เหนือหอควันสมุทร

พาขั้นเซียนทะลุมิติครั้งแรก เผาผลาญพลังสูงกว่าครั้งก่อนๆ ไม่น้อยกว่าสิบเท่า อาจจะเป็นเพราะลักษณะพิเศษของสภาวะวิญญาณก็เป็นได้

ภายในหอที่ใช้ปรึกษาหารือ

“ในตอนนี้เจ้าบรรลุขั้นเซียนแล้ว เรื่องที่ข้าบอกเมื่อครั้งที่แล้วให้เริ่มที่สำนักศักดิ์สิทธิ์วั่น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เจ้าปรึกษาปี้ชิงเยวี่ยได้” จ้าวเฟิงพูดเนิบช้าเพราะความง่วงงุนถาโถมเข้าใส่

จากนั้น จ้าวเฟิงก็อธิบายถึงแผนการของเขาให้ทั้งสองฟัง ก่อนอื่นต้องยึดครองแถบริมทะเลนี้ทั้งหมด

ส่วนแผนการจริงยังคงต้องปรึกษาหารือกันเพิ่ม

รอให้เทพราตรีทมิฬกลับมาก่อน จึงค่อยเริ่มขยายอำนาจ

“ต่อจากนี้ เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของปี้ชิงเยวี่ย!” จ้าวเฟิงเพียงโบกมือขึ้น ชายร่างผอมแห้งก็ปรากฏ

“ขอรับ นายท่าน!” ชายร่างผอมไปยืนอยู่ด้านหลังปี้ชิงเยวี่ย

ใจของปี้ชิงเยวี่ยเย็นยะเยือก จ้าวเฟิงเพียงแค่ออกไปข้างนอกรอบหนึ่ง ก็ได้จักรพรรดิไร้เทียมทานมาเป็นทาสรับใช้ ซ้ำยังส่งมาให้คอยรับใช้ตน ในใจจึงเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างอดไม่ได้

“มันเป็นนักฆ่าที่ตำหนักวิญญาณปฐพีว่าจ้างมา เฒ่าประหลาดสวี เจ้าอย่าได้ประมาทไป นอกจากนี้ช่วงที่ข้าปิดด่านฝึกตน เจ้าคอยดูแลหอควันสมุทรชั่วคราวก่อน!” จ้าวเฟิงออกคำสั่ง

“ขอรับ นายท่าน!” สีหน้าของเฒ่าประหลาดสวีเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเข้าใจดีว่าแผนการแรกของจ้าวเฟิงคือครอบครองพื้นที่ทางแถบชายทะเลทั้งหมด ถ้าเช่นนั้นจะปล่อยตำหนักวิญญาณปฐพีไว้ไม่ได้

เมื่อมอบหมายงานทั้งหมดแล้ว จ้าวเฟิงรู้สึกว่าดวงตาข้างซ้ายไม่อาจฝืนลืมขึ้นได้อีกต่อไป

หลังจากเข้าสู่ห้องลับ วางค่ายกลป้องกัน ก็เข้าสู่ห้วงนิทราลึกทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version