915. นรกสิบแปดชั้น
ด้วยการสืบทอดจากฉิงชุ่ย หวังหลินจึงเข้าใจว่าท่ามกลางวิชาของจักรพรรดิเทพป๋ายฟ่าน เรียกขานสายลม อัญเชิญสายฝนและไสยเวทย์ ไสยเวทย์เป็นวิชาที่แข็งแกร่งที่สุด!
แม้กระทั่งฉิงชุ่ยยังชื่นชอบไสยเวทย์เป็นอย่างยิ่ง มันคือหนึ่งในวิชาที่ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในแดนสวรรค์!
หวังหลินคาดหวังกับวิชานี้ไว้สูงมาก สูดหายใจลึกและหลับตาลง พอเข้าใจวิชาไสยเวทย์ที่เขาได้รับจากฉิงชุ่ยอย่างแจ่มแจ้ง หวังหลินพลันลืมตาขึ้นมา แกนพลังเทพต้นกำเนิดในร่างเริ่มหมุน
ขณะที่หมุน พลังเทพต้นกำเนิดจำนวนมากไหลเวียนในร่างกาย พลังดั้งเดิมของเขาค่อยๆซ่อนตัวเองจนกระทั่งพลังเทพต้นกำเนิดอันหนาแน่นไหลผ่านในร่างกาย
ตอนนี้หวังหลินปลดปล่อยพลังเทพต้นกำเนิดออกมาจำนวนมาก เขามีกลิ่นอายของเทพราวกับเป็นเทพตัวจริงๆ!
เด็กหัวโตสังเกตอย่างละเอียดและถอนหายใจ เขามักสงสัยมาเสมอว่าทำไมซิ่วมู่ถึงมีพลังเทพต้นกำเนิดได้ทั้งที่เขาก็จำได้ว่าซิ่วมู่ไม่เคยเข้าไปในสระเทพเลย
อย่างไรเขาก็ไม่กล้าถามความสงสัยนี้ มองหวังหลินที่เต็มไปด้วยพลังเทพต้นกำเนิดแล้วจึงยิ้มอย่างขมขื่น เขาต้องยอมแลกเขตแดนตัวเองกับพลังเทพต้นกำเนิดนี้ แต่ซิ่วมู่มีพลังถึงสองรูปแบบ
ขณะพลังเทพต้นกำเนิดของหวังหลินโคจรต่อไป เขาเริ่มสร้างผนึกขึ้นจากความรู้สืบทอดจากฉิงชุ่ยซึ่งมันเป็นเอกลักษณ์ต่อไสยเวทย์!
วิชาไสยเวทย์จำเป็นต้องเปิดวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ แยกดวงวิญญาณที่ฆ่าไปออกมา จากนั้นต้องสร้างมิติลึกลับของตัวเองเพื่อผสานวิญญาณพวกนั้นไว้ข้างใน นั่นถึงจะสามารถก่อเกิดไสยเวทย์ขึ้นมาได้
พลังของวิชานี้แตกต่างกันในแต่ละคน ตัวอย่างก็เช่นตอนที่ป๋ายฟ่านใช้วิชานี้ มันจะปกคลุมผืนฟ้า มีน้อยคนที่สามารถต้านทานได้ ส่วนฉิงชุ่ยนั้นใช้ไสยเวทย์ที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่า นั่นจะทำให้ผู้คนยอมจำนนก่อนจะต่อสู้
ฝ่ามือสร้างผนึก พลังเทพต้นกำเนิดในร่างกายพุ่งเข้าไปในผนึกผ่านท่อนแขนทั้งสองข้าง โลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนสีเมื่อเส้นสายพลังเทพต้นกำเนิดตัดผ่านกันเบื้องหน้าเขาและเริ่มหมุนอย่างช้าๆ
ในตอนเริ่มต้นมันไม่ได้เร็วนัก แต่แกนเทพต้นกำเนิดในร่างหวังหลินหมุนเร็วขึ้น ท้ายที่สุดมันจึงดูเหมือนพายุทอร์นาโด
พายุวังวนเริ่มขยายตัวออก พริบตาเดียวมันก็สูงหลายสิบฟุตเบื้องหน้าหวังหลิน มันหมุนจนดูเหมือนภาพนิ่ง ทว่าอันที่จริงแล้วมันหมุนด้วยความเร็วสูงสุด
หากเป็นก่อนที่หวังหลินจะได้รับพลังเทพต้นกำเนิดจากสุสานอมตะชั้นสิบเจ็ด แกนพลังเทพของเขาคงจะหมดไปและแตกสลายก่อนที่จะสร้างรูปร่างขึ้นมาได้
แม้หลังจากดูดซับพลังเทพต้นกำเนิดทั้งหมดน่นไปจนมีขนาดเท่ากำปั้นทารก หวังหลินยังรู้สึกว่าพลังเทพต้นกำเนิดกำลังสลายไป เขารู้ว่าไม่สามารถประคับประคองวังวนนี้ได้มากกว่าสามวันเป็นแน่!
หวังหลินรู้ว่าวังวนนี้คือการสร้างวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ขึ้นมาด้วยพลังเทพต้นกำเนิด ความจริงแล้วมันคือวิชาที่เน้นด้านความทรงจำ จมความคิดตัวเองไปในความทรงจำและดึงวิญญาณทั้งหมดที่ฆ่าไปออกมา!
แม้จะเป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น ตอนที่ใช้มันกลับดูจริงเป็นอย่างยิ่ง ดวงวิญญาณที่ถูกแยกออกมาถึงกับมีระดับบ่มเพาะอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้ในไสยเวทย์ได้!
ยิ่งเขาวาดมันออกมายาวนานเท่าไหร่ก็ยิ่งสูญเสียพลังเทพต้นกำเนิดไปมากเท่านั้น หากไม่สำเร็จให้หลังอีกสามวัน เมื่อนั้นพลังเทพต้นกำเนิดก็จะหมดและวังวนแตกสลาย
พริบตาที่วังวนเปิดขึ้น วิญญาณดั้งเดิมมังกรสายฟ้าโบราณของหวังหลินก็ลอยออกมาจากระหว่างคิ้วและเข้าไปในวังวน วังวนหดตัวลงจนกระทั่งมันประทับลงระหว่างคิ้วตามเดิม
รอบด้านเงียบสงัดอย่างสิ้นเชิง
วิญญาณดั้งเดิมมังกรสายฟ้าของหวังหลินเคลื่อนผ่านไปในอุโมงค์กาลเวลา เขาค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างจนอยู่ในร่างมนุษย์
อุโมงค์สิ้นสุดในเสี้ยวพริบตา และเมื่อเขาพุ่งออกมา แสงอาทิตย์ส่องสว่างจนพร่ามัว หวังหลินมองลงด้านล่างและเห็นสำนักเหิงยั่วบนดาวซูซาคุ!
เขาเห็นสองผู้เยาว์ หนึ่งนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อกำลังใช้วิชาแรงโน้มถ่วง อีกด้านหนึ่งถูกวิชาแรงโน้มถ่วงจับเอาไว้เป็นชายหนุ่มถือมีด มีดนั้นกำลังชี้ใส่อีกคน
ชายหนุ่มยกขวานและสบั้นใส่ศีรษะอีกคนอย่างโหดเหี้ยม
เสียงกรีดร้องดังโหยหวน หวังหลินเห็นดวงวิญญาณลอยออกมาอย่างชัดเจนและเข้าไปในวิญญาณดั้งเดิมของตัวเอง
‘เขาไม่ได้ถูกฆ่าสังหาร ทำไม…’ ขณะขบคิดพลันรู้สึกถึงพลังแข็งแกร่งกำลังดึงวิญญาณเขา พริบตาเดียวภาพทิวทัศน์ก็พร่ามัวและอยู่บนถนน เบื้องหน้าคือชายเยาว์วัยชุดดำกำลังต่อสู้กับชายวัยกลางคน
หลังจากนั้นไม่นานชายวัยกลางคนก็ตาย เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ามืดมน “เขาคือศิษย์ของตาเฒ่าจื่อโม่ เราต้องรีหนี!”
ดวงวิญญาณของชายวัยกลางคนที่ตายไปลอยออกมาและเข้าสู่วิญญาณดั้งเดิมของหวังหลิน
ภาพเหตุการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นถ้ำหนึ่งในป่า เขากลืนกินแกนพื้นฐานของเถิงลี่ จากนั้นดวงวิญญาณของเถิงลี่ก็ลอยออกมาเข้าหวังหลิน
ฉากเหตุการณ์เปลี่ยนไปจากแคว้นจ้าวไปจนถึงสำนักซากศพ จากนั้นก็หุบเขาจูหมิง สนามรบต่างแดน ฮัวเฝิน ทะเลปิศาจพร้อมกับเส้นเอ็นมังกร และอาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ
จากนั้นเขาก็กลับมาแคว้นจ้าวที่ที่เขาสังหารตระกูลเถิง ต่อสู้กับผีเสื้อสีชาดในแดนสวรรค์พิรุณ ถูกบรรพชนแคว้นฉวี่เย่และบรรพชนเผ่ามารยักษ์ไล่ล่า หลังจากนั้นก็เป็นการต่อสู้ระหว่างแคว้นซูซาคุและเผ่าละทิ้งอมตะ ไปจนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสุสานซูซาคุ ทุกสิ่งย้อนคืนราวกับหวังหลินกำลังหวนชีวิตกลับอีกครั้ง
สำนักเทียนหยุน ดินแดนวิญญาณปิศาจ ศาสตร์สังหารเทพ ดาราจักรทุกชั้นฟ้า บรรพชนตระกูลฮวน แดนสวรรค์อัสนี สังหารบรรพชนโลหิต ข้างในอสูรร้าย สังหารเทพ ไล่ฆ่าสมาชิกตระกูลเหยาในแดนตะวันตกและทุกสิ่งทุกอย่างจนกระทั่งถึงการแข่งขันชิงตำแหน่งเทพที่ที่เขาได้อันดับหนึ่ง
ท้ายที่สุดความทรงจำก็หยุดลง หวังหลินตกตะลึง ราวกับมีพลังสายหนึ่งจับเขาไว้และลากขึ้นไปเรื่อยๆ จากนั้นพลันลืมตาขึ้น ร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อไคล ภูเขายังอยู่เบื้องหน้า
จังหวะที่เขาตื่นขึ้น วังวนเบื้องหน้าสายตาก็หยุดหมุน เปลี่ยนกลายเป็นพลังเทพดั้งเดิมหลายเส้นกลับคืนสู่ร่างกาย ขนาดของมันหดลงจากกำปั้นทารกไปเกือบหกในสิบส่วน
ช่วงชีวิตการสังหารกระพริบผ่านไป เมื่อหวังหลินจมไปในชีวิตตัวเองอีกครั้งเขารู้สึกเสียใจ กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่แจ่มชัดราวกับพึ่งตื่นจากความฝัน
‘วิชาเทพทรงพลังอะไรกันนี่!’ หวังหลินเป่าลมหายใจออก วิชาเทพของจักรพรรดิป๋ายฟ่านถูกสร้างขึ้นมาจากการผสมผสานวิชาหลายอย่าง แก่นแท้ของวิชาพวกนี้ถูกแยกออกมาเพื่อสร้างเป็นวิชาเทพอันใหม่ อย่างไรก็ตามในการจะเรียนรู้มันได้ หวังหลินต้องผ่านกระบวนการของมันก่อน
หวังหลินขบคิดชั่วครู่ ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเริ่มส่วนที่สองของไสยเวทย์ หลังจากนึกย้อนไปเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไร แม่น้ำอเวจีปรากฏขึ้นเหนือหวังหลิน
แม่น้ำอเวจีแพร่กระจายออกมา กลิ่นอายอาฆาตเต็มไปทั่วฟ้าดิน ทว่าด้วยการควบคุมของหวังหลิน จุดจบของทั้งสองจึงเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม วินาทีนั้นกลิ่นอายของมันก็พรั่งพรูเข้าไปในท้องฟ้า
หวังหลินมองแม่น้ำอเวจีและพ่นตราประทับผนึกเทพออกมาลอยขึ้นไปกลางอากาศ
มันผสานเข้ากับแม่น้ำอเวจี อักขระรูนสีทองนับแสนปรากฏขึ้นมาผสานเข้ากับแม่น้ำอเวจี แม่น้ำเริ่มหมุนวนราวกับกำลังเดือดปุดๆและเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทั้งแม่น้ำกวาดผ่านฟ้าดินพร้อมกับนำเอาผนึกนับแสนไปด้วย ท้ายที่สุดมันก็ผสานเข้ากับตราประทับผนึกเทพอย่างสมบูรณ์ แรงกดดันทรงพลังห้อมล้อมดาวเคราะห์ร้างที่หวังหลินอยู่ แรงกดดันนี้ออกมาจากตราประทับผนึกเทพ
รูปลักษณ์ของตราประทับผนึกเทพได้เปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นสีทองอีกแล้วแต่เป็นสีดำขลับ อีกทั้งกลิ่นอายแข็งแกร่งที่กำลังแพร่กระจายออกมายังมืดมิดด้วย
ราวกับวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนร้องคำรามและดิ้นรนเพื่อจะหนีออกมา
สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งก็คือมีวงแหวนหลายวงปรากฏขึ้นมาบนตราประทับผนึกเทพและแบ่งออกเป็นสิบแปดชั้น!
แต่ละชิ้นปลดปล่อยกลิ่นอายอาฆาตหนาแน่น ผนึกกระพริบแสงมืดมัว ยิ่งชั้นลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีกลิ่นอายอาฆาตรุนแรงมากเท่านั้น!
นี่คือขอบเขตส่วนตัวที่เขาสร้างขึ้นมาสำหรับไสยเวทย์!
ป๋ายฟ่านมีขอบเขตลึกลับ ฉิงชุ่ยมีขอบเขตสังหาร หวังหลินมีขอบเขตแห่งการเกิดใหม่ นรกสิบแปดชั้น!
มีตราประทับผนึกเทพเป็นพื้นดิน ผนึกสีทองเป็นผนึก แม่น้ำอเวจีเป็นวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ เติมเต็มด้วยกลิ่นอายอาฆาตพยาบาทเพื่อทำให้นรกสิบแปดชั้นสมบูรณ์
ยิ่งชั้นลึกลงไป ยิ่งมีวิญญาณแข็งแกร่งอยู่ข้างใน ในชั้นสิบห้าถึงสิบแปดไม่มีเสี้ยววิญญาณอยู่สักดวง แต่มีดวงหนึ่งอยู่ชั้นสิบสี่! วิญญาณดวงนี้ปกคลุมอยู่ในหมอกโลหิตและความอาฆาตมหึมา เขาคือบรรพชนโลหิตผู้ที่ถูกหวังหลินสังหาร!
ดวงวิญญาณเทพมากกว่าร้อยดวงซึ่งถูกหวังหลินฆ่าไปในสุสานอมตะกลับถูกผนึกในชั้นสิบสาม พวกมันส่งเสียงร้องคำรามบ้าคลั่ง ต้องการหลบหนีแต่ก็ถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์
ยังมีดวงวิญญาณของเซียนตระกูลเหยาที่หวังหลินสังหารด้วย พร้อมกับวิญญาณเซียนขั้นรูปธรรมหยางและสูงขึ้นไปที่ถูกหวังหลินสังหาร!
ไสยเวทย์เป็นวิชาแห่งอำนาจเผด็จการ มันแยกดวงวิญญาณทุกคนที่ฆ่าไปจากวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่และใช้พวกมัน!
หวังหลินยืนขึ้นจ้องมองนรกสิบแปดชั้นกลางท้องฟ้า วังวนหนึ่งปรากฏระหว่างคิ้ว วิญญาณดั้งเดิมของเขาพุ่งออกไปและพ่นแกนพลังดั้งเดิม!
มวลสีดำไร้กั้นบึ้งโผล่ออกมาจากแกนพลังดั้งเดิม มวลสีดำนี้คือคนทั้งหมดที่ถูกหวังหลินสังหาร เมื่อพวกเขาสัมผัสกับนรกสิบแปดชั้น ทั้งหมดต่างก็ถูกผนึกไว้ข้างใน
ขณะเดียวกันหวังหลินตบกระเป๋านำธงวิญญาณพันล้านดวงออกมา สะบัดเปิดธงวิญญาณ เหล่าดวงวิญญาณพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง