พลิกปฐพี 709

ตอนที่ 709

ชั่วจิตคำนึง นิ้วหนึ่งจิต

ปัง ปัง ปัง!

เสียงต่อสู้ที่รุนแรงดังมาไม่หยุด

เสียงกระทบกระแทกนั้นดังก้องอยู่ในหูพวกเขาตลอด แม้จะไม่เห็นกระบวนท่าของพวกเขาชัดเจน แต่ก็รับรู้ได้ถึงความรุนแรงและอันตรายอย่างยิ่ง

ทันใดนั้น ทั้งสองก็แยกออกจากกัน เหยียนเสี่ยถอยไปเพียงหนึ่งก้าว ส่วนมู่ชิงเกอกลับถอยถึงสามก้าว

การถอยนี้แสดงถึงความต่างของทั้งคู่อย่างชัดเจน

เหยียนเสี่ยสองมือไพล่หลัง สองตามองมู่ชิงเกอด้วยความดูหมิ่นดูแคลน “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้า”

ความหมายของคำนี้ช่างอหังการยิ่งนัก เขาพูดอย่างเชื่อมั่น

ความหมายนั้นทำให้คนรู้สึกว่าไม่ว่ามู่ชิงเกอจะตายที่นี่วันนี้หรือไม่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี

หากตายเสียที่นี่ย่อมไม่ต้องพูดมาก แม้ไม่ได้ตายที่นี่ มู่ชิงเกอก็ไม่อาจเหนือกว่าเขาได้ ความเชื่อมั่นของเขาทำให้เขาเกิดความดูหมิ่นมู่ชิงเกอขึ้นมาโดยปกติวิสัย

มู่ชิงเกอยกมุมปาก ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเขา

นางเองก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่หาได้ยาก วันนี้เหยียนเสี่ยต้องการฆ่านาง แต่นางต้องการใช้เขาเป็นหินลับมีด

“เจ้าสังหารข้าไม่ได้หรอก” มู่ชิงเกอตอบอย่างเฉยเมย

น้ำเสียงของนางเองก็อหังการเช่นเดียวกัน

เพียงแต่ ความอหังการนั้นต่างจากเหยียนเสี่ย เป็นความเชื่อมั่นที่เกิดจากตนเองโดยแท้

สองตาเหยียนเสี่ยหรี่ลงพูดว่า “ข้าเกลียดน้ำเสียงเช่นนี้ของเจ้านัก โดยเฉพาะเวลาที่พูดกับข้า”

เขาเป็นจอมอหังการอยู่แล้ว จะยอมให้คนอื่นมาอหังการเช่นเขาได้อย่างไร

แต่เขาก็ได้พบกับมู่ชิงเกอ มู่ชิงเกอเองก็บ้าดีเดือดเช่นเดียวกัน ทั้งยังหยิ่งยโสกว่าด้วยซํ้า

เหยียนเสี่ยโกรธจัด นัยน์ตาเปล่งไฟแค้นออกมา สองมือชูสูง คำรามขึ้นฟ้าเสียงดัง ทันใดนั้น พลังแห่งกฎบัญญัติรอบบริเวณก็เริ่มปั่นป่วน

พลังกฎบัญญัติชนิดนั้นบ้าระหํ่าอย่างยิ่ง แฝงด้วยความร้อนแรง

มู่ชิงเกอแค่เพียงรับความรู้สึก ก็รู้ว่าที่เหยียนเสี่ยควบคุมนั้นคือกฎบัญญัติสายไฟ

“ตายเสียเถอะ!” เหยียนเสี่ยบังคับกฎบัญญัติแห่งไฟให้พุ่งไปยังมู่ชิงเกอ

มู่ชิงเกอไม่ได้ขยับ แต่ทวนหลิงหลงในมือนางกลับขยับแล้ว เวลานี้หยวนหยวนเป็นจิตวิญญาณแห่งอาวุธของทวนหลิงหลง แต่เขาเคยเป็นจิตวิญญาณอัคคี เป็นพญาเพลิงระดับเทพฮุ้นหยวนที่สามารถกลืนกินไฟได้ทุกชนิด ถึงแม้เวลานี้เขาจะไม่ใช่จิตวิญญาณอัคคีอีกต่อไป แต่ความเข้าใจต่อกฎบัญญัติแห่งไฟของเขานั้น แม้แต่มู่ชิงเกอก็ยังไม่สามารถเทียบได้

ทวนหลิงหลงหลุดจากมือตกลงที่เบื้องหน้ามู่ชิงเกอกลายร่างเป็นหยวนหยวน

สองมือหยวนหยวนคว้ากฎบัญญัติแห่งไฟที่พุ่งมายังมู่ชิงเกอไวัทั้งหมด ขัดขวางพวกมันไม่ให้ขึ้นหน้าไปอีก

กฎบัญญัติแห่งไฟเมื่ออยู่ในมือเขาก็ราวกับสัตว์ร้ายคำราม มันดิ้นรนแยกตัวเพื่อจะหลุดจากการคุมขัง แต่ก็ไร้ประโยชน์

“จิตวิญญาณแห่งอาวุธ!” หลังจากหยวนหยวนปรากฎตัวและควบคุมกฎบัญญัติแห่งไฟได้แล้ว แววตาเหยียนเสี่ยก็เครียดลง เสียงที่เหี้ยมโหดดังออกมาจากปาก “จิตวิญญาณแห่งอาวุธที่สามารถควบคุมกฎบัญญัติแห่งไฟได้…ไม่เลวเลยนะ”

แววตาเหยียนเสี่ยคมปลาบยิ้มแสยะ “ให้ข้าดูหน่อยซิว่า เจ้าจะควบคุมได้สักเท่าไรกัน!” พูดจบเขา ก็ระดมพลังกฎบัญญัติมากขึ้นพุ่งไปยังมู่ชิงเกอ แต่ก็ถูกหยวนหยวนต้านไว้ได้ทั้งหมด

พริบตาเดียว ทุกแห่งในที่รกร้างก็กลายเป็นเปลวเพลิงร้อนแรง แผดเผาพวกเขา

มู่ชิงเกอยังไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่พวกคนบนพื้นกลับ เริ่มทุกข์ทรมานขึ้นมาแล้ว

เซียนสุ่ยรีบสร้างม่านน้ำครอบทุกคนเอาไว้ภายในม่านนํ้า แต่พลังกฎบัญญัติที่เหยียนเสี่ยเรียกมา มีอานุภาพร้ายแรงนัก ม่านนํ้าเพิ่งสร้างขึ้น พวกเขาเพิ่งจะรู้สึกเย็นสบายได้ไม่เท่าไรม่านนํ้าก็ระเหยไปจนหมดสิ้น

เซียนสุ่ยแววตาเปลี่ยนไป สร้างม่านนํ้าขึ้นอีก ครั้งนี้ม่านนํ้าหนากว่าครั้นก่อน พลังกฎบัญญัติสายน้ำเข้มขึ้นกว่าเดิม

เวลาน นอกม่านนํ้าของเซียนสุ่ยก็ปรากฎชั้นนํ้าแข็งขึ้นครอบม่านน้ำเซียนสุ่ยไว้ ผ่อนคลายความกดดันของเซียนสุ่ยลงได้ทันที

เขาผ่อนลมหายใจ มองไปที่ซวนเฉียง ทั้งคู่สบตากันอย่างรู้ใจ ส่งพลังเทพออกไป

ทุกครั้งที่เซียนสุ่ยสร้างม่านนํ้า ซวนเฉียงก็ปกคลุมด้วยแผ่นนํ้าแข็ง ทำกลับไปมาหลายครั้งจึงจะสามารถต้านกฎบัญญัติแห่งไฟที่มีอานุภาพร้ายแรงนั้น

พวกเขาฝั่งนี้ร่วมมือกันจึงสามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ไปได้

เหล่าลูกศิษย์ดินแดนจั๋วอวี่ไม่ได้โชคดีเช่นนั้น ถึงแม้เหล่าลูกศิษย์จั๋วอวี่ ส่วนใหญ่จะเป็นรากวิญญาณไฟ แต่ภายในสถานการณ์เช่นนี้ก็ไม่สามารถต้านทานได้อยู่ดี

ขณะที่เซียนสุ่ยกับซวนเฉียงได้ทำชั้นครอบป้องกันแล้วเสร็จ เหล่าลูกศิษย์ดินแดนจั๋วอวี่ต่างล้มลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด เลือดในกายทั้งตัวราวกับถูกเผาจนระเหยไปหมด ตัวคนเองก็ถูกเผาไปด้วย

มู่ชิงเกอมองด้วยสายตาเย็นชา คนฝั่งตัวเอง ไม่มีปัญหานางย่อมสบายใจ แต่พอมองไปทางคนฝั่งดินแดนจั๋วอวี่ ใจนางก็รู้สึกว่าต้องประเมินความเหี้ยมโหดของเหยียนเสี่ยใหม่เสียแล้ว

เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของตัวเอง เขาไม่ห่วงว่าลูกศิษย์ร่วมดินแดนตัวเองจะเป็นหรือตาย นิสัยที่ยกตัวเองจนสูงส่งโดยไม่เห็นถึงชีวิตคนอื่นนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนคนที่นางเคยพบ

เช่น มู่เทียนอิน เขาเองก็ยกตัวเองไว้ในที่สูงส่ง ไม่เห็นอะไรอย่างอื่น ชีวิตคนอื่นไม่มีราคาค่างวดอะไรเลยแม้แต่นิด

มู่ชิงเกอไม่ได้ลงมือ นางไม่ใช่แม่พระ คนดินแดนจั๋วอวี่พวกนี้คิดจะสังหารนาง เวลานี้ถูกสังหารโดยราชาเทวะน้อยของตัวเอง จะเกี่ยวอะไรกับนางด้วย

มู่ชิงเกอละสายตาคืนอย่างสงบ มองไปที่แผ่นหลังของหยวนหยวน

หยวนหยวนเพิ่งฟื้นมาไม่นาน ไม่เหมาะที่จะสู้ต่อเนื่อง

มู่ชิงเกอเม้มปาก ก้มมองที่นิ้วตัวเอง นิ้วชี้ขวาของนาง…ตั้งแต่หยวนหยวนฟื้น ทวนหลิงหลงก็ไม่แปลงเป็นปลอกนิ้วอีก ดังนั้น นิ้วชี้มือขวานางเวลานี้จึงว่างเปล่า

“นิ้วหนึ่งจิต หนึ่งจิตคำนึงเป็นหรือตาย ช่วงที่บำเพ็ญอย่างหนักถึงแม้จะรับรู้ได้เพียงผิวเผิน แต่วันนี้ขอให้ข้าดูอานุภาพเจ้าหน่อยว่าเป็นเช่นไร” มู่ชิงเกอพึมพำ

นางมองไปที่ด้านหลังหยวนหยวนแล้วบอกเขาว่า “หยวนหยวน กลับมา”

หยวนหยวนทำตามคำสั่งทันที ถอนตัวกลับมาที่เบื้องหลังมู่ชิงเกอ พอเขาไปกฎบัญญัติแห่งไฟที่ถูกเขาหยุดยั้งไว้ก็ราวกับสัตว์ยักษ์ดุร้ายที่อ้าปากใหญ่โตพุ่งมาที่มู่ชิงเกอ

เมื่อเห็นมู่ชิงเกอกำลังจะถูกกลืนกิน สายตาเหยียนเสี่ยก็เปล่งประกายสังหารอย่างบ้าคลั่งออกมา

แต่มู่ชิงเกอกลับยืนอยู่กับที่อย่างสบายอารมณ์ไม่ได้ใส่ใจกฎบัญญัติแห่งไฟที่พุ่งมายังนางเลยแม้แต่นิด ภายใต้สายตาที่กังวลและตื่นเต้นของพวกซีเซียนเสวี่ย จวงซาน และแววตาที่ต้องการเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่งของเหยียนเสี่ย นางค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ยื่นนิ้วชี้ออกมา…

รัศมีแสงที่ยิ่งใหญ่ ผนึกอยู่ที่นิ้วชี้นาง

เปรี้ยง!

ทันใดนั้น บนที่รกร้างก็พลันเกิดเสียงฟ้าผ่าดังขึ้น

เสียงฟ้าผ่านั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีลางบอกเหตุ ทำให้เหยียนเสี่ย รวมทั้งพวกที่อยู่บนพื้นดินต่างแหงนหน้ามอง ขณะที่เกิดเสียงฟ้าผ่าพวกเขาไม่ได้สังเกต แต่มู่ชิงเกอสังเกตเห็นกฎบัญญัติแห่งไฟที่อยู่ใกล้นางแค่คืบนั้นหยุดชะงักลง

แครก!

บนท้องฟ้า บริเวณที่มีเสียงฟ้าผ่านั้นราวกับถูกฟ้าฟาดจนเกิดรอยแยก นิ้วสีทองที่ใหญ่โตมโหฬาร ค่อยๆ แทรกออกมาจากรอยแยกนั้น

ภาพนี้ทำให้ทุกคนต่างตกใจจนสะท้าน แม้แต่มู่ชิงเกอเองก็ยังสั่นสะท้าน

นางรับรู้นิ้วหนึ่งจิตในเจดีย์ฝึกพลังยุทธ์ แต่ไม่เคยใช้งานจริงมาก่อน

“นี่มันอะไรกัน!” เหยียนเสี่ยตกใจจนร้องเสียงหลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น