บทที่ 624 สู้ตาย! (ต้น)
ท้องฟ้าเหนือสำนักชางเจี้ยน ลมหายใจประหลาดแผ่ปกคลุมหนำซ้ำยังหนาแน่นขึ้นทุกที
แม้ว่าองค์เหนือหัวยังไม่ปรากฏตัว แต่ทุกคนรู้ดีว่าเขากำลังมาแล้ว!
เบื้องล่างเยี่ยฉวนแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า ครู่หนึ่งความรู้สึกวาบขึ้นในใจ
สู้ตาย!
ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าคนที่ใกล้จะปรากฏตัวแต่ยังไม่ปรากฏตัวมีพลังอำนาจมากนักซึ่งคนอย่างเขาสู้ไม่ได้แน่ ถึงกระนั้นตนเองก็ไม่ทางเลือก
ทันใดนั้นหลินฉงอวิ่นปรากฏขึ้นข้างเยี่ยฉวนขณะเงยมองขึ้นไปยังท้องฟ้าพลางเอ่ยถามคนข้างๆ ว่า “เห็นอย่างนี้แล้วเสียใจไหม?”
เยี่ยฉวนหันไปถาม “เรื่องอะไรขอรับ?”
หลินฉงอวิ่นตอบว่า “ที่ไม่หนีไงล่ะ!”
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะและยิ้มก่อนตอบว่า “ข้าบอกตามตรง ที่จริงแล้วข้ากลัวตายอยู่เหมือนกันและยังไม่อยากตายด้วย แต่ไม่เสียใจที่ไม่หนีไปตั้งแต่แรก”
หลินฉงอวิ่นมองอีกฝ่ายนิ่งไปชั่วครู่ก่อนพูดว่า “เจ้าเป็นคนที่มีศักยภาพ ถ้าคิดจะหลบไปเสียจากโลกนี้และซุ่มฝึกฝนบ่มเพาะพลังอย่างมากก็สักสิบปี ถึงตอนนั้นแม้แต่ผู้ที่เป็นองค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า”
ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ “ถึงตอนนั้นคนสำนักชางเจี้ยนจะมีเหลือรอดหรือขอรับ?”
อีกฝ่ายกล่าวเสียงขรึม “ถึงจะอยู่ที่นี่เจ้าก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีใช่ไหม?”
เยี่ยฉวนยอมรับ “ก็จริงแต่ข้าคงไม่มีหน้ามากลับมาพบพวกเขาอีก”
เมื่อพูดแล้วจึงเบนหน้าไปทางหลินฉงอวิ่นและบอกกับฝ่ายนั้นว่า “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ได้ตามจับท่าน ฉะนั้นท่านรีบไปจากที่นี่ดีกว่า ข้าพูดจริงๆ!”
คนอาวุโสกว่าสั่นศีรษะพลางยิ้ม “เดิมก็คิดจะไปจากที่นี่แต่ตอนนี้ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่!”
“เพราะเหตุใดขอรับ?” คนถามด้วยความสับสน
หลินฉงอวิ่นยิ้มกว้างขึ้นพร้อมตอบให้ว่า “ข้าพนันเอาไว้ว่าเจ้าและสำนักชางเจี้ยนจะเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ!”
เป็นฝ่ายชนะงั้นหรือ?
พลันแหงนเงยขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อรับรู้ถึงพลังอำนาจบีบอัดจึงถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
พวกเขาจะเอาชนะได้หรือ?
ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนส่ายหน้าเล็กน้อยสีหน้าครุ่นคิด เขาจะต้องจัดการทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถ ส่วนผลที่ได้จะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เขาจะเผชิญหน้าด้วยความสุขุมรอบคอบ
ถ้าพยายามเต็มที่แล้วจะไม่มีคำว่าเสียใจ!
เวลานั้นทั้งเฉินเป่ยฮั่นและคนอื่นพากันออกมาด้านนอก สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจบีบอัดนั้นอย่างชัดแจ้ง แต่แล้วสีหน้าแต่ละคนก็เป็นต้องขึงขังในทันที
คนที่กล้าแกร่งเช่นนี้ สำหรับผู้ฝึกฝนในโลกชิงฉางยกให้เสมอเหมือนองค์เทพก็ไม่ปาน!
ในตอนนั้นเหนือศีรษะขึ้นไปผู้ทรงเกียรติลู่ปรากฏตัวขึ้น ขณะทอดสายตามองตรงลงมา ในที่สุดก็หยุดเขม้นมองที่คนคนเดียว “เยี่ยฉวนรู้หรือยัง? เจ้ามันแค่คนที่ไร้ตัวตนสำหรับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเท่านั้นรู้ไว้เสียด้วย!”
คนที่ถูกเรียกขานเหยียดมุมปากยิ้มน้อยๆ “ผู้ทรงเกียรติลู่ คนอย่างเจ้าเป็นทั้งยอดฝีมือเป็นทั้งคนมีชื่อเสียงโด่งดัง วันนี้ข้าจะท้าสู้กับเจ้า เจ้ากล้ารับคำท้าของข้าหรือไม่!”
ท้าทายผู้ทรงเกียรติลู่!
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณเมื่อได้ยินต่างพากันตกตะลึง เช่นเดียวกับเฉินเป่ยฮั่นและพวกที่เบื้องล่างเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครคาดว่าเยี่ยฉวนจะเอ่ยปากท้าทายผู้ทรงเกียรติลู่
ขณะที่เฉินเป่ยฮั่นมองเยี่ยฉวนและพูดเตือนสติอีกฝ่ายเสียงเข้ม “อย่าได้ทำอะไรหุนหันพลันแล่น!”
ชายหนุ่มยิ้มในหน้า “ข้าไม่ได้หุนหันพลันแล่น เพียงแค่อยากรู้ว่าผู้ทรงเกียรติลู่แห่งโลกชิงฉางจะมีพลังอำนาจจริงหรือเป็นแค่เสียงลือเสียงเล่าอ้าง!”
คนบนอากาศเพ่งมองเยี่ยฉวนก่อนจะเอ่ยวาจาเย้ยหยัน “ท้าข้างั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองคู่ควรจะมาท้าข้างั้นหรือ?”
พลันชายหนุ่มทะยานขึ้นสู่อากาศและลอยตัวไปยังอีกฝ่าย เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ทรงเกียรติลู่ เยี่ยฉวนพูดทันทีว่า “อย่ามัวสาธยายให้ยืดยาว บอกมา เจ้าจะรับคำท้าหรือไม่!”
ในบริเวณลานโล่ง ทุกคนหันไปมองผู้ทรงเกียรติลู่แทนทันทีอย่างสนอกสนใจ
ขณะที่ฝ่ายนั้นมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วแน่ “ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เจ้าโอหังจนกล้าเอ่ยปากท้าทายข้า ทว่าเดี๋ยวเจ้าจะได้รู้จักคำว่าเสียใจ!”
สิ้นคำ พลังบีบอัดพลันพุ่งวาบออกจากร่างกายประหนึ่งคลื่นระลอกยักษ์ซัดเข้ามาทางชายหนุ่ม
คนที่อยู่ในระยะไกลอีกฟากสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเป็นจังหวะเดียวกันกับพลังปณิธานกระบี่ปรากฏออกเบื้องหน้า และปัดป้องพลังอำนาจบีบอัดของผู้ทรงเกียรติลู่ที่พุ่งตรงมาทันที!
“ผสานปณิธานกระบี่กับพลังสยบฟ้าดิน! เจ้า……เจ้าเป็นเซียนกระบี่!”
ทันทีที่ได้ยินทุกคนนิ่งงันด้วยความตกตะลึง
เซียนกระบี่?
เซียนกระบี่งั้นหรือ?
ครานี้สายตาทุกคู่หันมามองเยี่ยฉวนต่อกันเป็นทอดๆ ซึ่งรวมทั้งคนของสำนักชางเจี้ยน
บนอากาศนั่นเยี่ยฉวนแบมือออก พลันกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏวางบนฝ่ามือ ทันใดนั้นพลังปณิธานกระบี่ที่อยู่รอบกายไหลพรั่งพรูมาบรรจบที่กระบี่เล่มนั้นอย่างรวดเร็ว
ชิ้งงงง!
เสียงแห่งกระบี่ดังสนั่นสะท้านทั่วไปทั้งท้องฟ้า!
ชายหนุ่มชี้ปลายกระบี่ยาวไปตรงหน้าคนฝ่ายตรงข้าม “เข้ามา!”
หลังจากนั้นร่างนั้นได้หายวับไปทันที ขณะเกือบพร้อมกันปรากฏลำแสงแห่งกระบี่จู่โจมจากด้านเหนือศีรษะของผู้ทรงเกียรติลู่
ส่วนคนที่อยู่ด้านล่างผู้ทรงเกียรติลู่หรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยขณะที่แววตาฉายประกายเยือกเย็นดุจเพชฌฆาต พลันกดฝ่าเท้าขวาลงอย่างรวดเร็วและถีบทะยานร่างขึ้นบนพร้อมกับใช้หมัดกระแทกออกไปต้านทานพลังแรงที่ฟาดตรงลงมา
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังสนั่นพลังแรงดุจสายฟ้าฟาด และทันใดนั้นร่างของใครคนหนึ่งผงะหงายทะยานถอยไกลกว่า 300 ชุ่น
ผู้นั้นคือเยี่ยฉวน!
ทันทีที่ชะงักหยุด เยี่ยฉวนกระชับด้ามกระบี่และจู่โจมเข้าใส่ผู้ทรงเกียรติลู่ทันทีโดยไม่รอช้า ขณะต่อมาพื้นที่ว่างเปล่ารอบตัวของฝ่ายหลังปรากฏแสงแห่งกระบี่เจิดจ้ามากมายนับไม่ถ้วนพุ่งออกมา
แสงกระบี่สว่างวาบ!
ทันทีที่เห็นกระบี่มากมายพุ่งเข้าหา ผู้ทรงเกียรติลู่ก็นิ่วหน้าเล็กน้อย พลันผลักออกฝ่ามือขวากระแทกไปทางเบื้องหน้าเต็มแรง
ตูม!!!
ท้องนภาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขณะที่แสงแห่งกระบี่มากมายมหาศาลแตกกระจัดกระจาย ทันใดนั้นเบื้องบนเหนือศีรษะของผู้ทรงเกียรติลู่ปรากฏกระบี่เล่มหนึ่ง
ทันใดนั้นเขายกแขนขึ้นทั้งสองข้างออกต้านกระบี่โดยเร็ว!
เปรี้ยง!
ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจับจ้อง ร่างของผู้ทรงเกียรติลู่ถอยกรูดยาวต่อเนื่องนับร้อยชุ่น
ภาพที่ปรากฏทำเอาคนที่เฝ้าดูเผลอสูดลมหายใจไปตามกัน!
ตกตะลึง!



