Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 629

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 629 ข้าอนุญาตให้เจ้าพูดได้หรือ?

C

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ ลมปราณทั้งหมดล้วนเลือนหายไป ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบงัน!

มันเงียบอย่างไร้เหตุผล!

ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนค่อยๆ สงบลง

ชายผมขาวทอดมองเขาจากกลางอากาศ ท่าทางมีความเคร่งเครียดอยู่ในดวงตา “สิ่งที่อยู่ระหว่างคิ้วเจ้าคืออะไร?”

คนถูกถามที่เมินเฉยต่อชายคนถามมองขึ้นไปบนฟ้าและเอ่ยออกมาเบาๆ “เจ้าอยู่ที่นี่หรือไม่?”

คนถูกเมินมองตามอีกฝ่ายแต่ไม่พบสิ่งใด

ทว่าทันใดนั้นเอง ใบหน้าของคนก็ต้องเปลี่ยนไปในพริบตา เมื่อมองลงมาก็เห็นสตรีลึกลับปรากฏกายเบื้องหน้าเยี่ยฉวน

ทุกคนล้วนประหลาดใจ

เหตุเพราะไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่านางปรากฏกายออกมาอย่างไร!

เมื่อเห็นสตรีนางนั้น ใบหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่ก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมา

สตรีลึกลับ!

ในที่สุด!

เบื้องล่างนั้นทุกสายตาจับจ้องไปที่สตรีคนสวมชุดเรียบ!

หลินฉงอวิ่นเร่งรุดไปที่เบื้องหน้าของสตรีลึกลับและคำนับ “ยินดีที่ได้พบท่าน ผู้อาวุโส”

สตรีลึกลับเมินเฉยต่อทุกคน นางเพียงจับจ้องไปที่เยี่ยฉวนด้วยท่าทางเรียบเฉยแต่ไม่นานนักความรู้สึกในแววตาของนางก็ดูนุ่มนวลลง

หลังจากผ่านไปนาน สตรีก็เอ่ยออกมาเบาๆ “เจ้านั่นเอง……”

แน่นอนว่านางมั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น

เยี่ยฉวนชี้ไปในระยะที่ห่างออกไปที่ที่มีดวงวิญญาณล่องลอยอยู่อย่างสงบเงียบ

มันคือดวงวิญญาณของเยว่ฉี!

เยี่ยฉวนเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ท่านช่วยชีวิตนางได้หรือไม่?”

สตรีในชุดราบเรียบมองไปที่เยว่ฉี เวลานั้นเองหลินฉงอวิ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ท่านเยี่ย ร่างของนางฉีกขาดเป็นชิ้นๆ แม้ดวงวิญญาณของนางจะยังดำรงอยู่ที่นี่ ทว่าดวงวิญญาณนั้นก็เป็นเพียงสิ่งลวงตา และนางได้เสียความตระหนักรู้ของนางไปแล้ว นั่นหมายความว่าร่องรอยการมีชีวิตของนางได้สูญหายไปแล้ว ฉะนั้น……”

จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก

เยี่ยฉวนไม่กล่าวสิ่งใดแต่มองไปที่สตรีลึกลับ

สตรีลึกลับจ้องมองเยี่ยฉวน “ข้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการอยู่หรือตายของนาง!”

“นางพยายามช่วยชีวิตข้า!” เยี่ยฉวนตอบกลับเสียงต่ำ

ได้ยินเช่นนั้นสตรีลึกลับก็หันไปมองที่ดวงวิญญาณของเยว่ฉีที่อยู่ห่างออกไป หลังความเงียบงันพักหนึ่งนางค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นมา ดวงวิญญาณของเยว่ฉีก็ล่องลอยมาที่ฝ่ามือ นางจ้องมองไปที่ดวงวิญญาณในฝ่ามือตัวเองอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ “จงคงรูป!”

สิ้นคำ ดวงแสงมากมายรวมตัวบรรจบบนมือ

เห็นเช่นนั้นหลินฉงอวิ่นก็ตื่นตระหนกและก้าวถอยไป

คนทุกผู้ล้วนมีร่องรอยแห่งชีวิต หากร่องรอยแห่งชีวิตนั้นสลายไป นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจบสิ้น

แต่ว่าสตรีลึกลับนั้นก็บังคับให้ร่องรอยแห่งชีวิตปรากฏออกมาได้ นี่มันไม่ธรรมดา!

หลังจากที่ควบแน่นดวงวิญญาณของเยว่ฉี นางก็กดมือลงที่อกของเยี่ยฉวน พร้อมกันนั้นดวงวิญญาณก็เข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำทันที สถานที่ที่กระบี่แห่งแสงอันบางเบาห่อหุ้มดวงวิญญาณของเยว่ฉีไว้

ด้วยกระบี่แห่งแสงอันบางเบานั้นปกป้องดวงวิญญาณของนาง จะไม่มีสิ่งชั่วร้ายใดๆ ทำอันตรายนางได้ทั้งสิ้น

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ อาหลิงจ้องมองไปที่ดวงวิญญาณของเยว่ฉีด้วยความฉงนสงสัย ไม่ช้านางก็มองไปที่สตรีที่อยู่นอกหอคอยแห่งเรือนจำ พลันดวงตาของคนเด็กก็เต็มไปด้วยความเลื่อมใส

ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำ สตรีลึกลับจ้องมองไปที่หน้าอกของเยี่ยฉวนเป็นเวลานาน ท้ายที่สุดนางเอ่ยอย่างแผ่วเบา “นางพยายามที่จะกำราบหอคอยใช่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ขอรับ!”

สตรีลึกลับเงียบงันไปครู่หนึ่ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหอคอยนี้คือสิ่งใด?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ

สตรีลึกลับพยักหน้ารับน้อยๆ “มันเป็นการดีกว่าที่เจ้าจะไม่รู้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไร้ประโยชน์อยู่ดีในตอนนี้ แม้เจ้าจะรู้”

ระหว่างที่พูดไปนางจ้องมองที่ชายหนุ่มไป “หอคอยนี้หาใช่สิ่งธรรมดาทั่วไป และมันอาจหาใช่สิ่งที่ดีต่อเจ้าที่มีหอคอยอยู่ กระนั้นในเมื่อมันอยู่ในตัวเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าได้หลีกหนีจากมัน”

เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “น้อมรับ!”

สตรีลึกลับพินิจมองไปที่เขาและกล่าวเสียงเบา “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่และตอบกลับไป “ข้านั้นเยี่ยมยอดเสียจนผู้คนล้วนอิจฉาริษยาข้า!”

คนสตรีหรี่ตาลงพลัน “เจ้านี่มันช่างไร้ยางอายยิ่งนัก”

อีกด้านหนึ่งผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนพลันพูดขึ้นมา “หากข้าไม่เห็นผิดไป ท่านคือเซียนกระบี่ที่คอยหนุนหลังเยี่ยฉวน ข้าคิดว่าท่านจะไม่เผยกาย ท่าน……”

ตอนนั้นเองสตรีลึกลับพลันหันกลับไป ชั่วพริบตาต่อมากระบี่แห่งแสงก็ผ่าแทรกลงที่แสกหน้าของผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้าย

ครืน!

ร่างของผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายแข็งทื่อไปในฉับพลัน

ทุกคนล้วนนิ่งอึ้งไป

สตรีลึกลับมองไปที่ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายที่แข็งทื่ออยู่ นางดูเฉยเมย “พวกข้ากำลังคุยกันอยู่ เหตุใดเจ้าจึงสอดปาก?”

ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายจ้องมองสตรีลึกลับด้วยดวงตาไร้แววและไม่อยากเชื่อจวบจนห้วงขณะสุดท้ายของชีวิต

เหตุเพราะเขาไม่สามารถตระหนักได้ว่าตัวเองนั้นถูกสังหารเช่นไรยามที่สิ้นชีวิต

ทุกคนโดยรอบเริ่มระวังตัวกัน

ความแข็งแกร่งของสตรีลึกลับทำให้พวกเขารู้สึกสะพรึงกลัว!

ในเวลานั้นเองชายผมขาวกลางอากาศพลันจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “ข้าจำได้แล้ว!”

ชายผมขาวและเยี่ยฉวนจ้องมองกันและกัน “หอคอยที่อยู่ที่หว่างคิ้วเจ้าคือลำดับที่หนึ่งบนทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา!”

ทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา!

ได้ยินคำนั้นจากชายผมขาว ใบหน้าของหลินฉงอวิ่นก็เปลี่ยนสี ก่อนจะจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน

“พี่ชาย สิ่งนั้นของเจ้า……”

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม “ข้าไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด”

หลินฉงอวิ่นเอ่ยเสียงเบา “หากมันอยู่ในทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา พี่ชาย เจ้าต้องระวังตัวไว้ เพราะทุกสิ่งที่อยู่บนทำเนียบนั่นน่ะเป็นสมบัติชั้นสุดยอดที่สุดในโลก มากไปกว่านั้นของของท่านดันเป็นสิ่งที่อยู่ลำดับแรกในทำเนียบ……หากมีใครรู้เข้า มัน……”

เมื่อพูดถึงสิ่งนี้เขาก็มองไปที่สตรีลึกลับราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง จากนั้นก็พับความคิดไป

ด้วยมีสตรีลึกลับอยู่ข้างกายเยี่ยฉวนจึงไม่น่ากลัวว่าจะมีปัญหาใดๆ

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม เหตุใดเขาจะไม่ตระหนักถึงความหมายในสิ่งที่หลินฉงอวิ่นอธิบายเล่า ด้วยเพราะการปรากฏของหอคอยแห่งเรือนจำในวันนี้ คงจะมีปัญหาตามมาอีกมากมายในอนาคตเป็นแน่

กลางอากาศนั้นชายผมขาวจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “ข้าไม่เคยคาดคิดว่าเจ้าจะมีสมบัตินี้! ซึ่งมันก็เป็นการดีสำหรับข้า”

“เป็นการดีสำหรับเจ้าหรือ?”

สตรีลึกลับจ้องมองไปที่ชายผมขาว “เจ้ามันต่ำทรามได้เพียงใดกัน?”

ได้ยินคำเหล่านั้นจากสตรีผู้นี้ ทุกคนที่อยู่ในสมรภูมิต่างตื่นตะลึง นางกล้าดีพอที่จะเปรียบองค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนกับคนต่ำทรามอย่างนั้นหรือ?

กลางอากาศนั้นชายผมขาวจ้องไปที่สตรีลึกลับ “ดูท่าเจ้าจะช่างโอหังนัก”

ระหว่างพูดไป คนก็เอามือทั้งสองไพล่หลังและมองต่ำลงมาที่สตรีลึกลับ “จงเข้ามา ให้ข้าได้เห็นว่าสิ่งใดที่ทำให้เจ้าโอหังได้ถึงเพียงนี้”

สตรีลึกลับพลันปรากฏกายเบื้องหน้าชายผมขาวและจับจ้องเขา “เจ้านั้นอ่อนแอยิ่งนัก จนข้าไม่อยากจะใช้กระบี่ของข้า!”

หลังจากนั้นนางก็กระทืบเท้าเบาๆ

ตู้ม!

ภายใต้สายตาของทุกผู้คน ชายผมขาวถูกทำให้ล่าถอยออกไปกว่าหกลี้ด้วยกำลัง!

ด้วยภาพนี้ทำให้ทุกคนล้วนตะลึงงัน!

ในที่ที่ห่างออกไปราวสองลี้ ชายผมขาวก็ไม่อาจเชื่อสิ่งนี้ได้เช่นกัน เหตุเพราะกายเนื้อของเขาบัดนี้นั้นได้รับบาดเจ็บอย่างแท้จริง!

ขณะนั้นเองเขาจึงตระหนักได้ถึงความน่าหวั่นเกรงของสตรีเบื้องหน้า!

ชายผมขาวจับจ้องไปที่สตรีลึกลับและกำลังจะกล่าวบางอย่าง ในขณะที่นางพลันเร้นกายหายวับไปอีกครั้ง

ชายผมขาวตื่นตะลึงก่อนจะรีบยืดมือขวาออกไปและฟาดลงมา

เปรี้ยง!

ทั่วทั้งผืนฟ้าสั่นสะท้าน และแล้วร่างหนึ่งก็ปลิวออกมา……

เป็นชายผมขาวนั่นเอง!

ยามที่เห็นสิ่งนี้ใบหน้าของผู้ทรงเกียรติลู่และผู้อื่นต่างซีดเซียวลง

กลางอากาศนั้นสตรีลึกลับจ้องมองไปที่ชายผมขาว “ข้าจะไม่สังหารเจ้า เหตุเพราะข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่ตระหนักว่าตัวเจ้านั้นอ่อนแอเพียงไร ตอนนี้เจ้ารับรู้หรือแล้วหรือยัง?”

บนฟ้านั้นชายผมขาวจ้องมองกลับไปที่สตรีลึกลับ “เจ้าคือใคร!”

สตรีลึกลับไม่ตอบรับใดๆ หากแต่นางเพียงกระทืบเท้าขวาของตนเองเบาๆ อีกครั้ง ห่างออกไปใบหน้าของชายผมขาวก็เปลี่ยนสีไปในฉับพลัน เขาคำรามออกมาและพลังอันแข็งแกร่งก็หลั่งไหลออกมาจากร่างของตน ทว่าทันทีที่มันแผ่ขยายออกมา มันก็ถูกทำลายไป

ตู้ม!

ต่อหน้าผู้คนทั้งหมด ชายผมขาวล่าถอยไปอย่างต่อเนื่องและในเวลาเดียวกัน ร่างของเขาก็บาดเจ็บ

หลายร้อยชุ่นห่างออกไป ร่างของชายผมขาวได้สลายหายไป เหลือไว้เพียงดวงวิญญาณ

สตรีลึกลับมองไปที่ชายผมขาว “บัดนี้เจ้าได้รู้หรือยังว่าเจ้านั้นอ่อนแอเพียงไร?”

ชายผมขาวดูว่างเปล่า สตรีลึกลับแข็งแกร่งยิ่งอย่างเห็นได้ชัด นางดูห่างไกลไปจากความคาดหมายของเขายิ่งนัก

ทว่าสตรีลึกลับก็ไม่ได้สังหารชายผมขาวในทันทีด้วยเช่นกัน นางค่อยๆ ย่างกรายไปยังชายผมขาว ซึ่งขณะนั้นชายผู้นี้ก็จ้องมองไปทางนาง ฉับพลันนั้นเองเขาแยกฝ่ามือออก พลันดวงแสงหนึ่งก็ทะยานผ่านฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

คนสวมชุดเรียบหยุดนิ่ง นางมองไปที่จักรวาลก่อนจะเอ่ยเบาๆ “ท้ายที่สุดเจ้าก็ขอความช่วยเหลือจากใครบางคนหรือ?”

นางดูท่าทางเฉยเมย ก่อนจะว่าต่อ “หากเจ้าต้องการสังหารผู้ใด ก็จำต้องสังหารให้หมดสิ้น”

ได้ยินคำของสตรีลึกลับ ใบหน้าของเหล่ายอดฝีมือรอบกายนางก็เปลี่ยนสีไปถนัดตา และผู้คนหลายชีวิตก็หันกลับเพื่อลี้หนีไป

ตอนนั้นทุกคนล้วนรู้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้ถึงคราวเคราะห์แล้ว!

สังหารเยี่ยฉวนหรือ?

เวลานั้นไม่มีใครหลงเหลือความตั้งใจอีกต่อไป สิ่งที่ทุกคนต้องการคือการหนี!

ทว่าในเวลาต่อมาสตรีลึกลับที่อยู่ไม่ไกลออกไปก็งอนิ้วและชี้ออก จากนั้นลำแสงของกระบี่แห่งแสงก็ค่อยๆ ปรากฏที่ขอบฟ้า

ฟึบ……

ศีรษะของยอดฝีมือในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงราวหกเจ็ดคนได้หลุดลอยไปในฉับพลัน!

เมื่อเห็นสิ่งนี้ผู้คนทั้งหลายล้วนแข็งทื่อไปในทันที ไม่อาจหาญพอจะเคลื่อนไหวใดๆ

สตรีลึกลับมองไปรอบๆ “ข้าได้อนุญาตให้พวกเจ้าไปได้หรือ?”

ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของทุกคนล้วนเปลี่ยนไป ในหมู่พวกนั้น ชิวหย่วนผู้อาวุโสแห่งสถานศึกษาฉางหลานอยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาและโค้งคำนับสตรีในชุดเรียบ “ท่านผู้อาวุโส ข้า……”

สตรีลึกลับมองไปที่ชิวหย่วน “ข้าอนุญาตให้เจ้าพูดได้หรือ?”

หลังจากนั้นนางก็โบกมือเบาๆ

ฟึบ!

ศีรษะของชิวหย่วนหลุดลอยกระเด็นออกไปทันที เลือดพุ่งกระฉูดเป็นฝอย!

เห็นภาพนี้ทุกคนในสมรภูมิล้วนตื่นตระหนก ทั้งหมดต่างถอยร่นไปแต่ไม่กล้าดีพอจะออกไปจากที่นี่

กลางอากาศนั้นสตรีลึกลับเอามือไพล่หลัง นางมองไปบนจักรวาล หลังจากนั้นพักหนึ่ง ราวกับว่านางครุ่นคิดบางอย่างอยู่ นางหันไปมองเยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลออกไป กล่าวอย่างเจาะจงคือนางกำลังเพ่งมองไปที่หอคอยแห่งเรือนจำด้านในร่างของเยี่ยฉวน

เมื่อจ้องมองไปที่กระบี่ทั้งสามบนยอดหอคอยก็ทำให้นางต้องกะพริบตา เห็นได้ชัดว่านางดูจะระลึกถึงเรื่องราวในอดีตอยู่

เวลานั้นเองเบื้องบนจักรวาล ลมปราณอันกล้าแกร่งกำลังควบแน่นอย่างเงียบๆ จากนั้นเงามายาก็ปรากฏอยู่บนผืนฟ้าเหนือสำนักชางเจี้ยน

จากนี้เงานั้นจะคงรูปได้ สตรีลึกลับโบกมือขวาของนางแล้วกระบี่แห่งแสงก็ส่องประกายพาดผ่านท้องฟ้า

เปรี้ยง!

เงานั้นถูกทำลายไปในพริบตา!

สตรีลึกลับเงยหน้ามองไปที่ส่วนลึกของจักรวาล “อ่อนหัดยิ่งนัก! จงส่งสิ่งที่กล้าแกร่งกว่านี้มา!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!