Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 634

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 634 เอาเขากลับไปด้วย!

C

ทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา!

เยี่ยฉวนใบหน้าถมึงทึง เขาตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับหอคอยแห่งเรือนจำคงกระจายออกไป

บัดนั้นชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นอย่างฉับพลัน “ยามที่ข้ากล่าวถึงเยี่ยฉวน สีหน้าของเจ้าเห็นจะเปลี่ยนไปนิดๆ เช่นนั้นเจ้าก็คงรู้จักเขาดีใช่ไหม? หรือว่าเจ้าคือเยี่ยฉวน?

ได้ยินเช่นนั้นเยี่ยฉวนก็เงยหน้ามองชายวัยหลายคน “ท่านคิดว่าข้าดูคล้ายคลึงเยี่ยฉวนหรือ?”

ชายวัยกลางคนจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนตั้งแต่หัวจรดเท้าและกล่าว “ข้าได้ยินว่าเยี่ยฉวนเป็นผู้ฝึกวิชากระบี่และเป็นเซียนกระบี่ ข้าสัมผัสได้ถึงลมปราณจากตัวเจ้า เจ้าก็เป็นผู้ฝึกวิชากระบี่ใช่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ใช่!”

ชายวัยกลางคนหรี่ตาลงน้อยๆ “เช่นนั้นเจ้าก็คือเยี่ยฉวน?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ใช่!”

เมื่อเห็นว่าเยี่ยฉวนยอมรับ ที่มุมปากของชายวัยกลางคนก็ยกขึ้นน้อยๆ “ดูท่าแล้วจะเป็นโชคดีของข้านัก”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แล้วตอนนี้เจ้าจะทำอะไรเล่า?”

รอยยิ้มของคนอีกฝั่งกว้างขึ้น “เจ้าเดาสิ!”

เยี่ยฉวนครุ่นคิดชั่วครู่และจากนั้นจึงเอ่ย “เอาสมบัติของข้าไปแล้วก็สังหารข้า!”

ชายวัยกลางคนชะงักงันและจากนั้นหัวเราะและกล่าว “ใช่แล้วล่ะ!”

จากนั้นเขาก็หายตัวไปจากที่นั่นในทันที

เยี่ยฉวนพลันได้ยินเสียง ‘ฟึบ’ และจากนั้นเขารู้สึกได้ถึงอำนาจกดขี่กำลังห่อหุ้มตัวเขาอยู่!

ขั้นทลายสุญตา!

หากเป็นก่อนหน้านี้คงจะยากยิ่งสำหรับเขาที่จะประมือกับยอดฝีมือในขั้นทลายสุญตา ทว่าครั้งนี้หลังจากที่กลืนกินดวงวิญญาณขององค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไป เขาไม่รู้สึกเป็นกังวลในการต่อกรกับยอดฝีมือในขั้นทลายสุญตาเลยแม้แต่กระผีกเดียว!

เยี่ยฉวนพลันชักกระบี่ของตนออกมา แสงของกระบี่ส่องวาบก่อนที่มันจะถูกเก็บกลับไป

ฟึบ!

เสียงของโลหิตที่พวยพุ่งออกมาพลันดังขึ้น

รอบด้านเงียบงันลงไป

เยี่ยฉวนปรากฏกายอยู่ด้านหลังของชายวัยกลางคนเป็นที่เรียบร้อย บัดนั้นมีเลือดทะลักออกมาจากลำคอของชายผู้นั้น!

ชายวัยกลางคนมองไปข้างหน้าด้วยตาไร้แววและพึมพำ “แท้จริงแล้วเจ้าแข็งแกร่งยิ่งนัก……”

ด้านหลังชายวัยกลางคน เยี่ยฉวนกล่าว “แย่จริง ข้าไม่ได้ตั้งใจ!”

ชายวัยกลางคน “……”

เยี่ยฉวนเอาแหวนตราสำนักพลังสันโดษออกมา ไม่ช้าชายคนดังกล่าวก็ถูกเยี่ยฉวนดูดกลืนไปทันที

เยี่ยฉวนค้นพบวิธีการใช้งานแหวนตราสำนักพลังสันโดษแล้ว นั่นคือการดูดกลืนดวงวิญญาณ พลังจิตวิญญาณ และพลังงานในร่างกายมนุษย์

ทว่ามันเป็นการฝ่าฝืนกฎแห่งสวรรค์โดยแท้ แน่นอนว่าเขาคงไม่ตั้งใจที่จะตามกลืนกินผู้อื่นเพื่อการบำเพ็ญเพียร

แต่สำหรับเยี่ยฉวน เขาคงไม่เลวทรามไปมากกว่าศัตรูที่ปรารถนาจะสังหารเขาหรอก!

ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนนั่งเรือเหาะจักรวาลดาราของตนและเดินทางต่อไป

บนเรือเหาะจักรวาลดารานั้น เยี่ยฉวนสร้างคลังสำหรับศิลาจิตวิญญาณและสมบัติที่เขามีจนถึงตอนนี้

ตอนนี้ชายหนุ่มมีเพชรน้ำค้างสีม่วงเป็นล้านก้อน อีกทั้งสุดยอดศิลาจิตวิญญาณของเขาก็ถูกเปลี่ยนเป็นเพชรน้ำค้างสีม่วง ส่วนสมบัติและคัมภีร์บ่มเพาะพลังชี่นั้น ส่วนใหญ่แล้วเขาทิ้งไว้ที่สถานศึกษาฉางหลานและสำนักชางเจี้ยน ที่มากไปกว่านั้นคือเขามีกระบี่ขั้นสวรรค์สี่เล่ม!

ยังไม่พอ เขายังมีสมบัติขั้นสวรรค์อื่นๆ อีก 13 ชิ้น!

สำหรับชิ้นที่อยู่ต่ำกว่าขั้นสวรรค์นั้นชายหนุ่มทิ้งมันไว้ที่สถานศึกษาฉางหลานและสำนักชางเจี้ยนแล้ว ตอนนี้เขาจึงมีของเพียงเล็กน้อย ทว่าพวกมันก็เป็นชิ้นที่เยี่ยมยอดที่สุด

เหตุผลอีกอย่างที่เขาทิ้งไว้ที่นั่นก็เพราะเขาคงจะมีอาวุธขั้นสวรรค์ได้มากกว่านี้อีก!

เยี่ยฉวนสามารถจ่ายด้วยเพชรน้ำค้างสีม่วงหมื่นก้อนเพื่อซื้อศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นสวรรค์ ขณะเดียวกันเขาก็มีเพชรน้ำค้างสีม่วงเป็นล้านก้อน ซึ่งกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างร่ำรวยทีเดียว

ในเรื่องของการบำเพ็ญเพียรชายหนุ่มอยู่จุดยอดของขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงและเซียนกระบี่ อีกทั้งในตอนนี้ยอดฝีมือที่เขากลืนกินเข้ามายังไม่ได้ถูกดูดซับมาโดยสมบูรณ์ เมื่อถูกดูดซับเข้ามาอย่างสมบูรณ์ พลังของเขาจะกล้าแกร่งขึ้นเป็นแน่แท้!

ในโลกชิงฉาง เขาแทบจะเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในชั้นแนวหน้าระดับสูงสุด!

ทว่าเยี่ยฉวนตระหนักเป็นอย่างดีว่าศัตรูของเขาไม่ได้อยู่ในโลกชิงฉาง แต่มันคือหอคอยนี่ เหล่าผู้ที่ปรารถนาหอคอยนี่และพวกเลวทรามที่อยู่ในหอคอย……

เมื่อเทียบกับคนพวกนี้ เขายังอ่อนแอนัก

เขาต้องอุตสาหะยิ่งกว่านี้!

สถานศึกษาเต๋าอี้

เยี่ยฉวนเงยหน้าขึ้นมองไกลออกไป ห่างออกไปเป็นจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาว ไร้ขอบเขตและจุดสิ้นสุด

หลังจากที่ออกมาจากโลกชิงฉาง จักรวาลดวงดาวนี้เป็นโลกใหม่สำหรับเขา

ทันใดนั้นเองก็มีชายชราปรากฏกายเคียงข้างเขาขึ้น ไม่ช้าก็คำนับให้ “คุณชายเยี่ย ใช้เวลากว่าสิบวันในการจะไปถึงสถานศึกษาเต๋าอี้ ระหว่างนี้ท่านอาจพบกับกระแสหินดวงดาว โปรดระวัง”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ข้าจะระวัง”

ชายชราคำนับและหันกลังกลับไป

เยี่ยฉวนกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง จากนั้นจึงเข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำ

หลังจากที่เข้าไปในนั้นได้เพียงครู่เดียว อาหลิงก็เหาะออกมาหา นางยิ้มจนเห็นไรฟัน ก่อนจะยื่นมือน้อยๆ แบออกมา

คนเห็นเป็นต้องอมยิ้ม มือหยิบเอาผลจิตวิญญาณออกมาและส่งให้อีกฝ่าย หลังจากที่เด็กหญิงเห็นผลไม้วิเศษนั่น แววตาของนางก็สดใสขึ้นมา ไม่รอช้าก็ฉวยคว้ามันมาทั้งหมด

หลังจากที่เยี่ยฉวนส่งอาหลิงออกไป เขาก็ไปที่ชั้นสอง ในชั้นนั้นผู้เยี่ยมยุทธชั้นสองยังคงอยู่ที่นั่นและไม่ได้ไปไหน

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

เยี่ยฉวนเข้าไปหาผู้เยี่ยมยุทธชั้นสอง “เขาคือผู้ที่เคยพูดขึ้นมาจากชั้นสี่ของหอคอยก่อนนี้ใช่หรือไม่?”

เขาไม่ลืมว่าเสียงนั่นกล่าวคำบางคำกับสตรีลึกลับเพื่อเป็นการโต้ตอบกับนางยามที่นางอยู่ที่นี่ ยิ่งกว่านั้นชายผู้นั้นก็ข่มขู่จะสังหารเขาด้วย!

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองส่ายศีรษะ “นั่นเป็นบุคคลที่อยู่เหนือกว่าชั้นสี่ ข้าไม่รู้ว่าเป็นชั้นใด”

เหนือกว่าชั้นสี่!

เยี่ยฉวนกล่าวเสียงต่ำ “ตอนนี้ข้าเป็นเจ้าของหอคอย ข้าสามารถสังหารเขาได้หรือไม่?”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกดเสียงต่ำ “เจ้าฝันกลางวันอยู่หรือ?”

เยี่ยฉวน “……”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองพูดต่อ “จนกว่าหอคอยนี้จะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์และมีอำนาจควบคุมอย่างเต็มกำลัง ยามเมื่อเวลานั้นมาถึง ความเป็นความตายของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหอคอยนี้จะอยู่ในเงื้อมมือของเจ้า”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและทอดถอนหายใจอย่างอดสู

เขาไม่อาจรู้ได้ว่าหอคอยจะกลับมาเป็นอย่างเดิมเมื่อไรและเขาไม่รู้เช่นกันว่าเขาจะควบคุมมันได้อย่างเต็มกำลังเมื่อไร

สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มรู้คือคนในหอคอยนี่ต้องการจะสังหารเขา!

และเหล่าผู้ที่ต้องการหอคอยนั้นก็จะมาจัดการเขาด้วยเช่นกัน!

ราวกับรู้ว่าเยี่ยฉวนกำลังคิดอะไรอยู่ ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกล่าวด้วยเสียงอันเย็นเยือก “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีผู้คนมากเท่าใดในโลกนี้ที่ต้องการยึดครองหอคอยนี่? เจ้าลองถามตัวเองดู เจ้าได้เปลี่ยนโชคชะตาของเจ้าหลังได้ครอบครองหอคอยนี่หรือไม่!”

เยี่ยฉวนตรึกตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากไม่ใช่เพราะหอคอยนี่ ทั้งโชคชะตาของเขาและเยี่ยหลิงคงน่าสังเวชยิ่ง

ถึงแม้ว่าชายหนุ่มพยายามอย่างหนักในเวลาที่ผ่านมา มันคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะกล่าวว่า คงเป็นการยากสำหรับตนที่จะบรรลุสิ่งต่างๆ ที่เขามีในตอนนี้หากเขาไม่มีหอคอยอยู่

ผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นสองกล่าวต่อ “หอคอยนี้ถูกนางกำราบ แต่จงจำไว้ว่าเจ้าไม่ควรกระตุ้นหอคอยด้วยความประสงค์ของเจ้าเองในภายภาคหน้า มิเช่นนั้นผนึกของหอคอยนี่จะสลายและดวงจิตของเจ้าจะได้รับบาดแผลอย่างใหญ่หลวง มากไปกว่านั้นยามที่คนเหล่านั้นออกมา พวกเขาจะต้องสังหารเจ้าและชิงหอคอยไปจากเจ้าเป็นแน่”

เยี่ยฉวนกล่าวอย่างแผ่วเบา “ข้าแบกภูเขาไฟไว้กับตัวหรือนี่!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกล่าวเสียงต่ำ “จงมีความสุขกับสิ่งที่ตนมี!”

จากนั้นนางหลับตาไปช้าๆ

เยี่ยฉวนสองจิตสองใจแล้วเอ่ยขึ้น “ช่างปะไร แล้วนี่อาการบาดเจ็บของท่านจะหายดีเมื่อไร?

ไม่มีเสียงตอบจากผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง

เยี่ยฉวนอับจนคำพูด เขาไม่ได้ถามสิ่งใดอีกต่อไปและจากหอคอยแห่งเรือนจำไป

ภายในห้อง

เยี่ยฉวนนั่งขัดสมาธิบนเตียงพร้อมหลับตาลง

เสริมเสถียรภาพของขั้นพลัง!

ไม่นานนักหลังจากที่เขาบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ขั้นพลังนั้นยังไม่มั่นคงสมบูรณ์นัก มิเช่นนั้นเขาคงใช้กระบี่ของตนเพื่อที่จะไปในขั้นต่อไปได้

ชั่วครู่หลังจากเยี่ยฉวนออกจากโลกชิงฉาง คนนับสิบนำโดยชายวัยกลางคนมาสำนักชางเจี้ยนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตอนกลางทันใด

พวกเขาเพิ่งมาถึงสำนักชางเจี้ยนและฉางเสวี้ยนปรากฏกายเบื้องหน้าพวกเขาทันที

ฉางเสวี้ยนจ้องมองไปที่คนเหล่านั้นและกดเสียงต่ำ “พวกเจ้าคือผู้ใด?”

ฉางเสวี้ยนขมวดคิ้วน้อยๆ “พวกเจ้ามองหาเขาเช่นนั้นหรือ?”

ชายวัยกลางคนพยักหน้า

ฉางเสวี้ยนกล่าวเสียงต่ำ “เขาไม่อยู่ในสำนักชางเจี้ยน”

ได้ยินเช่นนี้ ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเขาอยู่ที่ใดกัน?”

ฉางเสวี้ยนจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนและคนอื่นๆ แล้วตอบเสียงต่ำ “เหตุใดท่านถึงตามหาเขากัน?”

ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เพื่อที่จะถามบางอย่างกับเขา”

ฉางเสวี้ยนพยักหน้าเบาๆ “เขาไปจากโลกชิงฉางแล้ว ข้าหารู้ไม่ว่าเขาไปที่ใด”

ไปจากโลกชิงฉางแล้ว!

ได้ยินเช่นนั้น ชายวัยกลางคนก็หันกลับไปพร้อมกับคนเหล่านั้น

ยามที่มองไปที่ชายวัยกลางคนและคนอื่นๆ ฉางเสวี้ยนมีความกังวลเล็กน้อยในแววตาของเขา เหตุเพราะนี่ไม่ใช่กลุ่มคนแรกที่มาเพื่อตามหาเยี่ยฉวน นี่เป็นกลุ่มที่เก้าแล้ว

พวกเขาทั้งหมดมาเพื่อตามหาเยี่ยฉวน!

และเหล่าผู้ที่มาเยือนทั้งหมดเป็นยอดฝีมือในขั้นทลายสุญตา!

ในเวลาต่อมาฉางเสวี้ยนทอดถอนหายใจน้อยๆ และหันกลับไป

ทว่าหลังจากที่ชายวัยกลางคนและคนอื่นๆ จากไปแล้ว พวกเขาไม่ได้ไปจากโลกชิงฉางในทันที ชายวัยกลางคนมองไปที่ผู้คนรอบๆ เขา ไม่ช้าพวกเขาก็หันกลับและหายไป

ราวสองชั่วยามต่อมาพวกเขาก็กลับมาหาชายวัยกลางคน

ชายชราเข้ามาหาชายวัยกลางคนและเอ่ยเสียงต่ำ “พวกเราพบว่าเยี่ยฉวนไปจากโลกชิงฉางจริง!”

ไปจากโลกชิงฉางแล้ว!

ชายวัยกลางคนเงียบไปชั่วขณะและจากนั้นก็กล่าวออกมา “ต้องตามหาคนผู้นี้ จะให้ผู้ใดครอบครองหอคอยไปไม่ได้ ถ่ายทอดคำสั่งจากข้า จงให้คนของเราละวางหน้าที่ทุกอย่างและใช้กำลังทั้งหมดในการตามหาคนผู้นี้!”

ชายชราพยักหน้ารับน้อยๆ “น้อมรับ!”

ไม่ช้าไม่นานคนเหล่านี้ก็ออกจากโลกชิงฉางไป

ไม่นานนักหลังจากที่คนเหล่านี้จากโลกชิงฉางไป ชายในชุดดำก็ปรากฏกายที่สำนักชางเจี้ยนในฉับพลัน

ในตำหนักชางเจี้ยน ฉางเสวี้ยนมองที่ชายชุดดำเบื้องหน้าตน “ท่านก็มาที่นี่เพื่อตามหาเยี่ยฉวนหรือ?”

ชายชุดดำเอ่ยเสียงต่ำ “เขาไม่อยู่ในสำนักชางเจี้ยนหรือ?”

ฉางเสวี้ยนพยักหน้า “เขาไปจากที่นี่แล้ว!”

ชายชุดดำนิ่งงันไป

ฉางเสวี้ยนมองไปที่ชายชุดดำ “ข้าขอทราบนามท่านได้หรือไม่?”

ชายชุดดำกล่าวเสียงเบา “ข้ามาที่นี่เพื่อพาเขากลับไป”

ฉางเสวี้ยนประหลาดใจเล็กน้อย “พาเขากลับไปหรือ?”

ชายชุดดำพยักหน้า “พาเขากลับไปยังตระกูลตู๋กู”

ฉางเสวี้ยนฉงนใจ “ตระกูลตู๋กูหรือ? แต่สกุลของเขาคือเยี่ยนะ!”

ชายชุดดำส่ายศีรษะ “เขามีสายเลือดของตระกูลตู๋กูของพวกข้า หนนี้ข้ามาที่นี่เพื่อพาเขากลับไปยังตระกูลโดยเฉพาะ”

ฉางเสวี้ยนต้องการจะถามเพิ่ม ทว่าชายชุดดำก็กลับไปเสียแล้ว

ด้านนอกสำนักชางเจี้ยน ชายชุดดำลอบถอนหายใจน้อยๆ “ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่แย่เสียทีเดียวที่เขาไปจากที่นี่……”

ระหว่างที่พูดไปก็นึกบางสิ่งได้ ทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น “ทั้งตระกูลต่างรู้ว่าเขาครอบครองสมบัติอันล้ำค่า……ทว่าพวกเขาไม่รู้ว่ามีสตรียอดฝีมือหนุนหลังเขาอยู่ มากไปกว่านั้นหญิงสาวผู้นี้ยังคงถูกจองจำอยู่ที่สถานล้างบาปผู้วายชนม์ บางทีอาจมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นในภายภาคหน้า!”

หลังจากที่ความเงียบเข้าครอบงำไปเป็นเวลานาน คนจึงกล่าว “ไม่ ข้าต้องตามหาตัวเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะช่วยหญิงสาวผู้นี้ได้……”

จากนั้นเขาก็หันกลับและหายไปในขอบฟ้า

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!