Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 680

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 680 คนหน้าหนาหน้าทน! (ปลาย)

C

ครั้งนี้ชายหนุ่มก้าวเข้าไปยืนเคาะประตู จากนั้นก็หันหลังและวิ่งกลับไป ทว่าครั้งนี้มีเสียงคนพูดดังมาจากข้างหลัง “ไอ้หนุ่ม เจ้ามานี่ต้องการอะไร?”

เยี่ยฉวนชะงักฝีเท้าหยุดกึกและหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายชราที่ยืนมองมาด้วยแววเย็นชาอยู่เบื้องหน้าประตูหอตีเหล็ก

ชายหนุ่มยิ้มแหย “ยินดีที่ได้พบผู้อาวุโสขอรับ ข้าชื่อเยี่ยฉวนมาจากสถานศึกษาเต๋าอี้”

คนตรงข้ามมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเยือกเย็น “มาทำอะไร?”

เยี่ยฉวนยิ้มกว้าง “ผู้อาวุโสข้ามาขอให้ท่านช่วยหล่อฝักกระบี่ ข้า…”

“ไปให้พ้น!”

ชายชราโบกมือไล่ตะเพิดอย่างไม่ไว้หน้า ท่าทีอดรนทนไม่ไหว “ข้าไม่หล่อเหล็กให้ใครทั้งนั้น! ไปให้พ้น!”

ว่าแล้วคนพูดหันหลังให้และเดินหายกลับเข้าไปภายใน

ด้านนอกเยี่ยฉวนยืนเงียบอยู่เป็นครู่ จากนั้นจึงหันกลับไป

วันต่อมาชายหนุ่มมายังหอตีเหล็กอีกครั้ง และเคาะประตูเช่นเคย

ประตูหน้าเปิดผลัวะออกทันที คนที่อยู่หลังบานประตูชายชราหน้านิ่วมองหน้าผู้มาเยือน “เจ้าจะเลิกสักทีได้ไหม…”

เยี่ยฉวนบอกว่า “ข้ามาขอฝึกหล่อเหล็กขอรับ!”

การหล่อเหล็ก!

เขามาคิดได้ว่าเวลานี้เขาจำเป็นต้องใช้กระบี่จำนวนมากทีเดียว และหากเขาจะต้องซื้อหากระบี่ทุกครั้ง แม้ว่าด้วยฐานะการเงินในตอนนี้ของตนก็ใช่ว่าจะจ่ายได้เสมอไป

เหตุใดเขาไม่หล่อเสียเองเล่า?

ฝึกหล่อเหล็กด้วยตัวเอง!

หลังจากที่ได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าโพล่งออกมาเช่นนั้น แววตาของชายชราบ่งบอกความรู้สึกสับสนเล็กน้อย จากนั้นจึงถามย้ำให้แน่ใจ “เจ้าพูดว่าอยากฝึกหล่อเหล็กงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนรีบพยักหน้าพร้อมตอบเสียงเร็ว “ข้าอยากฝึกหล่อเหล็ก ขอรับ!

ชายชราแสยะมุมปากพลางพูดเสียงเยาะหยัน “เจ้าอยากฝึกหล่อเหล็กช่างหัวเจ้าปะไร ไปหาฝึกกับคนอื่นโน่น ข้าไม่มีเวลามาคอยสั่งคอยสอนเจ้าหรอก!”

อีกฝ่ายพูดน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าท่านไม่ยอมสอนให้ ข้าก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจ!”

คนฟังได้ยินเข้าเท่านั้น สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนดุดัน “คิดว่าขู่ข้าได้งั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนรีบตอบทันที “เปล่าขอรับผู้อาวุโส ข้าพูดจริงท่านก็อย่าเพิ่งรีบผลักไสข้านักเลย ลองดูข้าสิขอรับไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรสักนิด!”

คนฟังมองจ้องมาตาแทบไม่กะพริบ “ทำไมจึงเป็นคนหน้าหนาหน้าทนนักวะ?”

ชายหนุ่มหน้าขรึมเคร่ง “ผู้อาวุโสขอรับข้าตั้งใจจริง ถ้าท่านยอมสอน ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังขอรับ!”

อีกฝ่ายมองคนพูดด้วยสายตาแน่วแน่นิ่งนาน ครู่ใหญ่จึงเอ่ยกับเขาว่า “เจ้าไม่ใช่แค่หน้าหนาหน้าทน ต้องบอกว่าเข้าขั้นไร้ยางอายสิ้นดีมากกว่า!”

เยี่ยฉวน “…”

ชายชรายังคงจ้องมองเยี่ยฉวน “ใครบอกให้เจ้ามา!”

ชายหนุ่มตอบให้ว่า “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ!”

อีกฝ่ายนิ่วหน้าเล็กน้อย “หัวหน้าผู้อาวุโสแห่งสถานศึกษาเต๋าอี้งั้นหรือ?”

คนถูกถามพยักหน้า “ถูกแล้วขอรับ!”

ชายชรานิ่งเงียบไปชั่วขณะจากนั้นจึงบอกหน้าเฉยว่า “ข้าจะไม่รับศิษย์ไม่ว่าใครทั้งนั้น และจะไม่หล่อเหล็กให้ใคร อย่ามาที่นี่อีก หยุดมารบกวนข้าเสียที”

พูดจบคนพูดหันหลังให้ ทำท่าจะเข้าไปภายในเหมือนเคย

พลันเยี่ยฉวนส่งเสียงเรียกยับยั้งไว้ก่อน “ผู้อาวุโส!”

ชายชราหยุดกึกและหันกลับมามองเป็นเชิงถาม ชายหนุ่มพูดพลางยิ้ม “ท่านมีคนรู้จักที่พอจะแนะนำข้าบ้างไหม? อ้อขอเป็นคนที่มิใช่ธรรมดา! ฝักกระบี่ที่ข้าอยากได้ต้องเป็นระดับยอด มีเพียงฝักกระบี่ระดับนี้เท่านั้นจึงสามารถทนทานต่อเพลงกระบี่ของข้า!”

คนชราจ้องหน้าผู้พูดเขม็ง “เจ้าอยากได้ฝักกระบี่งั้นหรือ? ไม่ใช่กระบี่?”

ชายหนุ่มพยักหน้า

คนถามกลับเสียงเบาราวกระซิบ “ฟังจากน้ำเสียงของเจ้าคุยโวนัก ไหนบอกมาสิว่าเจ้าต้องการฝักกระบี่ระดับไหน?”

เยี่ยฉวนตอบว่า “ขั้นศักดิ์สิทธิ์ขอรับ!”

หางเสียงของชายชรามีร่องรอยประชดเหน็บแนม “แค่ขั้นศักดิ์สิทธิ์… ไสหัวไป อย่าได้มารบกวนข้าอีก!”

จากนั้นจึงหมุนตัวหันกลับไป

พลันเสียงเยี่ยฉวนถามไล่หลังมาว่า “อะไรกัน? ท่านบอกว่าแค่ขั้นศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ? นี่ผู้เฒ่า ถามหน่อยท่านรู้หรือว่าขั้นศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างไร? เคยเห็นหรือเปล่า?”

คนตรงข้ามบิดยกมุมปากเล็กน้อย “คนอย่างข้ามีหรือจะไม่รู้จักขั้นศักดิ์สิทธิ์?”

ด้วยเหตุนั้นเขาได้โบกมือข้างขวา และทันใดนั้นขวานด้ามยาวเล่มหนึ่งทะยานวืดจากมุมห้องออกมาปรากฏที่เบื้องหน้าของเยี่ยฉวนทันที “เอ้าดูเสียให้เต็มตา!”

เมื่อมองดูขวานสีหน้าของชายหนุ่มส่อเค้าประหลาดใจทันที ด้วยสิ่งนั้นกลายเป็นอาวุธขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน!

ขั้นศักดิ์สิทธิ์แน่แท้!

เยี่ยฉวนรู้สึกอึ้งระคนทึ่ง ผู้เฒ่าคนนี้เป็นใครกันแน่?

เสียงชายชราถามน้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ย “ไหนเจ้ามีสิ่งล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์บ้างไหมเล่า?

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ “ผู้เฒ่า ข้าไม่ใช่อยากจะโอ้อวด หากข้านำออกมา ท่านเห็นแล้วจะต้องขนหัวลุกทีเดียว!”

คนฟังแสยะปากพลางออกวาจาเหน็บแนม “ข้าจะขนหัวลุกงั้นหรือ? เจ้านี่มันขี้คุยโวจริงๆ สิ่งล้ำค่าอะไรของเจ้าที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต?”

เยี่ยฉวนจึงว่า “ผู้เฒ่าเมื่อเป็นอย่างนั้น เรามาพนันกันไหมล่ะ ถ้าของที่ข้านำออกมาแล้วทำให้ท่านประหลาดใจได้ ท่านจะต้องหล่อกระบี่ให้ข้า แต่ถ้าไม่ ข้าจะไปจากที่นี่และไม่กลับมารบกวนท่านอีก ว่ายังไง?”

ชายชรามองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่งสีหน้าเรียบเฉย “พูดไปพูดมาเจ้าก็วนกลับมาเรื่องฝักกระบี่ ให้ตายเถิด! เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่เพียงเป็นคนหน้าหนาหน้าทน ซ้ำยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย ดูท่าว่าผู้ฝึกกระบี่ที่มีคุณสมบัติอย่างเจ้าในรอบพันปีก็ยังหาไม่เห็น!”

ชายหนุ่มบอกหน้าตาเฉย “บอกมาท่านจะพนันหรือไม่!”

อีกฝ่ายเย้ยหยันมาว่า “พนันซี่! ข้าต้องพนันอยู่แล้ว ข้าก็อยากเห็นสิ่งล้ำค่าที่เจ้าคุยนักหนาว่าจะทำให้ข้าแปลกใจเหมือนกัน! ทว่าก่อนอื่นมาตกลงกันก่อน ถ้าเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจไม่ได้ ก็ให้รีบไสหัวไปให้พ้นและอย่ากลับมาวุ่นวายที่นี่อีก!”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ท่านเองก็ต้องจำไว้ด้วยเช่นกันว่า ถ้าสิ่งล้ำค่านี้ทำให้ท่านแปลกใจ ท่านต้องหล่อฝักกระบี่ให้ข้าโดยต้องไม่ต่ำกว่าขั้นศักดิ์สิทธิ์”

ชายชรารับคำเสียงเข้ม “แน่นอน! เอาละนำสิ่งล้ำค่าที่เจ้าว่าออกมา!”

คนตรงข้ามหันมองซ้ายมองขวาและบอกว่า “ที่นี่ไม่ค่อยสะดวก! ตามข้ามา!”

จากนั้นเขาไม่รอฟังคำตอบจึงหันหลังเดินออกจากสถานที่

ชายชรามองพลางขมวดคิ้ว ทว่ายังคงตามเขาออกไป

ไม่นานนักชายหนุ่มได้นำชายชรามาถึงยังเทือกเขานอกเมืองเต๋าอี้ เมื่อได้ทำเลเยี่ยฉวนหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองชายชรา ขณะที่ฝ่ายนั้นเค้นเสียงพูด “เอาออกมาได้แล้ว!”

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม จากนั้นจึงผลักฝ่ามือข้างขวาออกไปพลันกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏออกมาเบื้องหน้า

กระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอย!

เมื่อกระบี่ปรากฏที่เบื้องหน้าเขา พลันสีสันแห่งสวรรค์และปฐพีแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในทันที…

ฟากชายชราสีหน้าแสดงความประหลาดใจ

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!