บทที่ 417 ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหมันตอุดร! (ต้น)
……
บนอากาศผู้เฒ่าเหอฮ่วนรวมทั้งคนอื่นต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด……
……
ขั้นผนึกยุทธ์!……
..
แม้ว่าชายชราเจียงเหยี่ยจะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็เป็นคนที่มีพลังขั้นผนึกยุทธ์! ถึงขนาดนี้เยี่ยฉวนยังสามารถสังหารคนผู้นั้นเสียได้อย่างรวดเร็ว!
การประมือในเวลาเพียงวินาทีเดียว!
ทว่าเยี่ยฉวนเป็นคนมีพลังขั้นผสานเทพเท่านั้น!
มาถึงตอนนี้ทุกคนไม่อาจดูถูกดูแคลนคนชื่อเยี่ยฉวนได้อีกต่อไป
เพราะต่างย่อมรู้ดีว่าการแสดงอาการเหยียดหยามคนผู้นั้น เป็นการกระทำที่โง่เง่าอย่างยิ่งในเวลานี้
คนที่อยู่ในลานด้านล่าง เหลียนว่านลี่ยืนดูด้วยสีหน้าสงบนิ่ง สายตาจ้องแน่วที่กระบี่ในมือเยี่ยฉวน
กระบี่สวรรค์!
สมบัติล้ำค่าที่แม้แต่ในอาณาจักรต้าอวิ๋นยังแทบหาได้ยาก
หญิงสาวท่าทางกำลังครุ่นคิด อาการเหยียดมุมปากน้อยๆ ไม่มีใครล่วงรู้แผนการในความคิดของสตรีผู้นี้
ในขณะนั้นผู้เฒ่าเหอฮ่วนและคนอื่นล้วนสังเกตเห็นอาวุธกระบี่ในมือของเยี่ยฉวนด้วยเช่นกัน เมื่อได้เห็นกระบี่เล่มนั้นอย่างถนัดชัดตา สีหน้าของแต่ละคนแปรเปลี่ยนเคร่งขรึมมากขึ้นทันที
กระบี่สวรรค์!
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ของล้ำค่าชนิดนี้เป็นของที่หายากมาก!
ในฐานะของผู้ฝึกกระบี่ การได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าจึงเปรียบเสมือนเสือติดปีกทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมบัติชิ้นนั้นเป็นกระบี่สวรรค์
ชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนเหลือบตามองเยี่ยฉวนก่อนที่จะละสายตาเบนไปทางเหลียนว่านลี่ พลันเอ่ยพูดกับนาง “แม่นางเหลียน คนผู้นี้กล้าแกร่งยิ่งนักเห็นทีพวกเราควรจู่โจมเข้าไปพร้อมๆ กันจึงจะสามารถสังหารมันได้ และมันจะได้ไม่มีโอกาสหนีด้วย เจ้าเห็นด้วยไหม?”
เหลียนว่านลี่พยักหน้าพลางตอบเสียงจริงจัง “ได้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
อีกฝ่ายได้ยิดคำตอบจึงเปล่งเสียงหัวเราะ “ได้เช่นนั้นก็ดี”
ว่าแล้วคนจึงหันไปอีกด้านที่คูเซียวเถียนยืนอยู่ “พวกเราจู่โจมเยี่ยฉวนพร้อมกันก่อน ส่วนการตัดสินเรื่องสตรีเจ้าเสน่ห์คนนั้น พวกเราค่อยหารือกันทีหลัง เจ้าจะว่ายังไง?”
คูเซียวเถียนชำเลืองมองชายหนุ่มที่พื้นล่าง หลังจากนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงหันมาพยักหน้าตอบ “ตกลง!”
เมื่อได้รับคำตอบจนเป้นที่พอใจผู้เฒ่าเหอฮ่วนหันมามองเยี่ยฉวนด้วยแววตาเยือกเย็นพลางว่า “แสดงฝีมือของเจ้าออกมาให้ชมเป็นขวัญตาเลย!”
จากนั้นคนได้พุ่งลงมาตรงเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว
คนในขั้นผนึกยุทธ์สามคนทางด้านหลังเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบทะยานลงมาติดๆ อีกด้านหนึ่งคูเซียวเถียนนำคนอื่นๆ จู่โจมเข้าหาในเวลาเดียวกัน
พวกนี้ล้วนแล้วแต่ศัตรูขั้นผนึกยุทธ์ทั้งสิ้น!
การผสานกำลังโดยพร้อมเพรียงกันเช่นนี้ ไม่ต้องแปลกใจว่าในแผ่นดินชิงถือว่าน่าหวาดเกรงยิ่ง
ทว่าพลังของเยี่ยฉวนเพิ่งสำเร็จถึงขั้นผสานเทพเท่านั้น!
ชายหนุ่มยืนจับตามอง สีหน้าเรียบเฉยขณะยกกระบี่ยาวตบลงบนฝ่ามือเบาๆ เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าเหอฮ่วนนำขบวนจู่โจมเข้ามาใกล้บนศีรษะ เยี่ยฉวนสะบัดกระบี่ขึ้นผ่าอากาศด้านบน
ตู้ม!
แรงปะทะระเบิดเสียงดังสนั่น ทันใดนั้นร่างของผู้เฒ่าเหอฮ่วนผงะหงายกระเด็นออกไปไกลราวสามสิบจั้ง ในขณะที่เยี่ยฉวนต้องล่าถอยไปกว่าสามสิบจั้งด้วย จนทำให้เขาเข้าไปถึงกลางโถงพระโรง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คูเซียวเถียนและคนอื่นๆ ทะยานจู่โจมเข้ามา
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นปานกัมปนาท ทันใดนั้นโถงพระโรงบริเวณที่เยี่ยฉวนยืนพลันถล่มครืนลงมาทันที!
ขณะที่ตัวอาคารถล่มลงมา พลังแรงได้ผลักร่างเยี่ยฉวนจนถอยหลังกรูดไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่ายังช้ากว่าผู้เฒ่าเหอฮ่วนและกลุ่มคนซึ่งพุ่งเข้าถึงตัวอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้นร่างคนแปดคนพุ่งตัวลงมาจากอีกด้านหนึ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
พลันทั้งเสียงระเบิดดังอึงอลจนแทบหูอื้อ พลันนั้นร่างของผู้เฒ่าเหอฮ่วนและคนติดตามกระเด็นไปไกลกว่าเก้าสิบจั้งทันที ต่อมาร่างคนทั้งแปดปรากฏกายยืนอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน!
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เยี่ยฉวนรู้จักมักคุ้น!
พวกเขาเหล่านั้นคือเจียงเยว่เทียนฮ่องเต้แคว้นเจียง เฟิ่งหลาน โม่หยวน จ้าวหอชั้นหกและจ้าวหอชั้นแปดแห่งสำนักอัปสรเมรัย และคนขั้นผนึกยุทธ์ซึ่งเป็นอารักขาของทัวป้าเหยียน
คนที่มาเป็นผนึกยุทธ์ทั้งแปดคน!
ทันทีที่เห็นว่าเป็นเจียงเยว่เทียนและคนอื่นๆ ผู้เฒ่าเหอฮ่วนหน้าตาบึ้งตึง พูดกับกลุ่มคนที่เข้ามาเสียงเย็นชาแสดงความไม่พอใจ “พวกเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงเข้ามาแส่กับเรื่องของสำนักเหอฮ่วนและชุมนุมฮวนเสี่ยว?”
เจียงเยว่เทียนเอ่ยตอบเสียงเรียบ “พวกเรามาช่วยเยี่ยฉวน!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวบ่งบอกสถานะของคนทั้งกลุ่ม!
ประกอบกับสถานการณ์ของแผ่นดินชิงในเวลานี้ เจียงเยว่เทียนและสำนักอัปสรเมรัยต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน!
อีกทั้งเฟิ่งหลานและโม่หยวนต่างเดิมพันข้างเยี่ยฉวนเต็มประตู จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาไม่ยอมให้ชายหนุ่มต้องมีอันเป็นไปเสียก่อน ยิ่งกว่านั้นตอนนี้คนทั้งสองถือว่าเป็นคนของฉางหลานแล้ว สถานศึกษาฉางหลานจะเป็นอย่างไรหากวันนี้พวกเขาไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเยี่ยฉวน?
ดังนั้นหลังจากที่ได้รับข้อความจากเยี่ยฉวน พวกเขาจึงมุ่งหน้ามาที่นี่ทันที
เยี่ยฉวนเดินออกไปเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าเหอฮ่วนก่อนกล่าวว่า “ทุกคนจงฟังข้า ข้ากับเจ้าไม่ได้เป็นศัตรูและข้าจะไม่อาฆาตพยาบาทกับพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้ากลับไปเสียตอนนี้เรื่องทั้งหมดเป็นอันจบลง พวกเจ้าจะว่าอย่างไร?”
คนตรงข้ามกลับตอบเย้ยมาว่า “ได้! แต่หลังจากที่เจ้าส่งตัวสตรีเจ้าเสน่ห์คนนั้นมาให้ข้าแล้ว มิเช่นนั้น……”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนเอี้ยวตัวหันไปบอกกับเจียงเยว่เทียนและคนอื่น “สังหารให้หมดทุกคน อย่าให้ใครหนีรอดไปได้เป็นอันขาด!”
พูดจบเจ้าตัวก็หันกลับพร้อมพุ่งตัวเข้าหาผู้เฒ่าเหอฮ่วนพร้อมกระบี่ในมือ โดยไม่รอช้าให้เสียเวลาชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟันฉับ!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
เยี่ยฉวนทุ่มเทความแข็งแกร่งทั้งหมดลงในพลังปะทะแห่งกระบี่!
……แรงผลักดันแห่งกระบี่……พลังปณิธานกระบี่ และทักษะแห่ง ‘หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา’ เมื่อประสานเข้ากับกระบี่สวรรค์เล่มนี้ พลังกระบี่ปะทะครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นพลังปะทะรุนแรงที่สุดในชีวิต!
พลันชายชราผู้เฒ่าเหอฮ่วนเหมือนสามารถรับรู้ได้ถึงความกล้าแกร่งแห่งพลังกระบี่ของเยี่ยฉวน สีหน้าของคนแปรเปลี่ยนบิดเบี้ยวเหยเก เขาเร่งประกบฝ่ามือสองข้างเข้าหากัน พลันแผงพลังสีชมพูแผ่กางกั้นเป็นโล่ออกเบื้องหน้าคนทันที ในเวลาเดียวกันแรงผลักดันและลมหายใจถ่ายเทออกจากร่างกาย ประดุจทำนบกั้นขวางได้พังทลายลงโดยพลัน
ตู้ม!
เมื่อกระบี่ของเยี่ยฉวนฟาดลงมา กระแทกพลังโล่สีชมพูของผู้เฒ่าเหอฮ่วนจนแตกระเบิด ทั้งแรงผลักดันและลมหายใจที่แผ่ออกจากกายของผู้เฒ่าเหอฮ่วนก็พลันแหลกกระจาย ด้วยพลังหนึ่งกระบี่อย่างรวดเร็ว ทั้งแรงปะทะหนักหน่วงผลักร่างของผู้เฒ่ากระเด็นห่างไปราวเก้าสิบจั้งเห็นจะได้!
ทันทีที่ผู้เฒ่าเหอฮ่วนหยุดชะงักกับที่ พื้นดินที่คนผู้นั้นเหยียบยืนถึงกับระเบิดกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ไม่แต่เพียงเท่านั้นพลังงานยังทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นระริกไม่หยุดอยู่ในขณะนั้น ฉับพลันต่อมาพื้นดินในรัศมีเก้าสิบจั้งจากตัวคนยังแตกระเบิดต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า!
ขณะเดียวที่เยี่ยฉวนลากเอาคนผู้เฒ่าเหอฮ่วนติดมือมาด้วยนั้น จนเองก็ต้องกระถดถอยกว่าหกสิบจั้งด้วย



