บทที่ 422 ปีศาจบนโลกมนุษย์! (ปลาย)
……
ไม่นานนักทั้งสองคนได้โดยสารเรือเหาะออกเดินทางจากแคว้นหนิง เนื่องจากมีระยะทางไม่ห่างจากแคว้นเจียงมากนัก ดังนั้นไม่เกินหนึ่งชั่วยามทั้งคู่ก็มาถึงยังเมืองชายแดน……
……
เพียงแค่เยี่ยฉวนและเจียงจิ่วมาถึงยังหน้าประตูเมือง กลิ่นคาวเลือดพลุ่งเข้ามาปะทะหน้าทำให้เกิดอาการปั่นป่วนอยู่ไม่น้อย……
..
ชายหนุ่มหน้าตาหมองคล้ำไปถนัดใจ ขณะเดินผ่านเข้าเมืองพร้อมกับเจียงจิ่ว บนพื้นที่คนก้าวผ่านเต็มไปด้วยคราบโลหิตอีกทั้งบางส่วนยังคงรินไหลเป็นทางดุจกระแสน้ำ
ทั้งสองคนเดินไปเรื่อยๆ ตามถนน ทุกหนแห่งมีแต่ซากศพมีทั้งคนแก่และบางส่วนเป็นเด็ก สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันก็คือรูกลวงโบ๋บริเวณหน้าอก
หลังจากที่เจียงจิ่วเดินเข้าไปสำรวจร่างไร้วิญญาณที่อยู่ไม่ไกล นางย้อนกลับมาสมทบกับเยี่ยฉวนพลางพูดว่า “ทุกคนถูกควักหัวใจออกไป!”
ชายหนุ่มนิ่งงันไปพักใหญ่ จึงว่า “พวกเราลองช่วยกันหา เผื่อจะมีคนรอดชีวิต!”
จากนั้นจึงช่วยกันเดินสำรวจไปทั่ว!
ขณะที่มุ่งหน้าเดินสำรวจต่อไป พวกเขายิ่งต้องตกตะลึงด้วยทุกที่ที่สำรวจมีแต่ซากศพเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ! ภาพซากศพนอนตายเกลื่อนกลาดไปทั้งสองฟากฝั่งถนน สร้างความตกตะลึงแก่ผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก
เจียงจิ่วนั้นมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพกองทหารแคว้นเจียง นางเคยสังหารคนมาแล้วนับไม่ถ้วน ถึงกระนั้นหญิงสาวไม่เคยกระทำการใดที่เป็นการสังหารหมู่ผู้คนตายพร้อมเช่นนี้เลยสักครั้ง!
ภาพที่ปรากฏในขณะนี้ ประชาชนพลเมืองถูกฆ่าหมู่ไม่มีละเว้นทั้งคนหนุ่ม คนแก่ สตรีและเด็ก!
มือข้างขวาของหญิงสาวซึ่งถือทวนเกร็งแน่นสีหน้าบึ้งตึงดุดัน เหนือสิ่งอื่นใดคนเหล่านี้เป็นพลเมืองแคว้นเจียง!
ไม่นานนัก ทั้งสองมาถึงยังบริเวณจวนเจ้าเมือง ทั่วบริเวณเงียบกริบไร้สรรพเสียง ร่างคนนอนตายอยู่ทุกที่เหมือนกับที่อื่นๆ บรรยากาศมีเพียงกลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล
ขณะที่ยืนนิ่งขึงอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าจวนเจ้าเมือง เยี่ยฉวนชะงักฝีเท้าพลางส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง “ไม่มีใครรอด! ไม่มี……”
ขณะที่กำลังพูดนั้นเขาต้องหันกลับมองไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ห่างออกไปราวสี่จั้งเศษชายคนหนึ่งเสื้อผ้าแดงฉานด้วยซับสีโลหิต ในมือข้างขวาขยุ้มคอของเด็กหญิงอายุอานามราว 10 ขวบ ไว้แน่น เด็กน้อยท่าทางตื่นกลัวสุดขีดและใช้มือเล็กๆ สองข้างจับข้อมือชายคนนั้นไว้จนแน่น เสียงร่ำไห้และวิงวอนอย่างน่าเวทนา
ชายคนเสื้อผ้าชุ่มโลหิตเขม้นตามองตรงมายังเยี่ยฉวน “เรื่องของสำนักมารโลหิต คนไม่เกี่ยวหลีกไป”
สำนักมารโลหิต!
เจียงจิ่วจ้องเขม็งไปที่คนพูด มือข้างขวาที่ถือทวนยาวสั่นสะท้าน!
เยี่ยฉวนค่อยก้าวเดินตรงไปยังชายคนข้างหน้า เมื่อเห็นเยี่ยฉวนเด็กหญิงรู้สึกเหมือนได้พบคนที่จะช่วยได้ นางยื่นมือเล็กๆ ออกมาไขว่คว้าจะให้ถึงตัวชายหนุ่มพลางร้องขอให้ช่วยชีวิต “พะ……พี่……พี่ชาย ชะ……ช่วย……ข้าที ข้ากลัว……”
ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบแผ่นป้ายทองคำออกมาทันที “สหาย นี่คือสุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งล้านชิ้น ขอแลกกับเด็กจะได้ไหม?”
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งล้าน!
ในยุคที่พลังชี่เสื่อมสลาย สุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งล้านชิ้นนับว่ามีค่ามหาศาล!
คนตรงหน้าจ้องเขม็งสิ่งของตรงหน้าในมือของเยี่ยฉวน จากนั้นสายตาจึงตวัดกลับมามองใบหน้าของเขาอีกครา พลางหรี่ตาลงอย่างชั่งใจ “สุดยอดศิลาจิตวิญญาณแลกกับชาวบ้านกระจอกงอกง่อยนี่หรือ?”
เยี่ยฉวนตอบเสียงเรียบ “เจ้ามีแต่ได้ไม่มีเสียมิใช่หรือ?”
ชายคนดังกล่าวจ้องมองไม่วางตา “บอกเหตุผลของเจ้ามา!”
อีกฝ่ายนิ่งเงียบ ทว่าในกายกระบี่หลิงซิ่วสั่นสะท้านรุนแรงขึ้นทุกขณะ พร้อมที่จะทะยานออกมาเมื่อใดก็ได้
ทว่าชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉยไม่แสดงท่าที ด้วยชายคนเสื้อผ้าชุ่มโลหิตขยุ้มต้นคอเด็กน้อยในมือกำแน่น ในด้านพลังของคนไม่อ่อนด้อยอย่างน้อยต้องมีขั้นสุดยอดผสานเทพ อีกอย่างเท่าที่จับสังเกตจากพลังลมหายใจ ขั้นพลังไม่ใช่สุดยอดผสานเทพธรรมดาด้วยซ้ำ!
ถ้าเยี่ยฉวนลงมือ ชายหนุ่มมั่นใจว่าสามารถสังหารชายตรงหน้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไม่มั่นใจว่าเด็กน้อยอาจถูกมันฆ่าตายก่อนที่เขาจะฆ่ามันเสียอีก
สายตาของคนตรงหน้ากวาดมองเยี่ยฉวนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “พลังปราณของเจ้าไม่อ่อนด้อย ท่าทางคงไม่ใช้ชาวบ้านธรรมดา! แน่ล่ะ ไม่ใช่เรื่องของข้า แค่อยากรู้เหตุผลที่เจ้ายอมเสียสุดยอดศิลาจิตวิญญาณตั้งหนึ่งล้านเพื่อแลกกับชาวบ้านกระจอกๆ ไม่มีค่าอะไรคนหนึ่งเท่านั้น!”
เยี่ยฉวนข่มสติพูดอย่างใจเย็น “เจ้าเก็บศิลาจิตวิญญาณไปและส่งเด็กมาให้ข้า ไม่ดีหรือไง?”
อีกฝ่ายแสยะยิ้ม “แค่อยากฟังเหตุผล ไม่ได้หรือไง?”
เสียงชายหนุ่มพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ไม่มีเหตุผล ข้าแค่รู้สึกเห็นใจเพื่อนมนุษย์เท่านั้นเอง”
“เหอะ เห็นใจงั้นหรือ?”
คนพูดเบะปากเล็กน้อยพลางว่า “ก็ได้! แต่แลกกับสุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งล้านชิ้นยังน้อยไป! ข้าขอห้าล้าน!”
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณห้าล้านชิ้น!
คนที่ยืนด้านข้าง เจียงจิ่วขยับตัวเล็กน้อย แววตาเคร่งเครียดจ้องเขม็งคนตรงข้าม สายตาดุดันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อปรากฏชัด
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบไปเป็นครู่ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธในทันที
ในตอนนั้นเอง คนสวมเสื้อผ้าโชกเลือดแสยะยิ้มน่าเกลียด “ไม่ตกลงสินะ?”
พูดจบเขาสาดพลังลงไปในมือข้างขวามากขึ้น ชั่วแวบหนึ่งเท่านั้นพลันเด็กน้อยตาเหลือก ท่าทางลนลานใบหน้าซีดปราศจากสีเลือดทันที เด็กอ้าปากพะงาบและพยายามส่งเสียงร้องแหบแห้งออกมาจนแทบไม่ได้ยิน ร่างน้อยเกร็งกระตุกด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง!
เมื่อภาพปรากฏต่อหน้า เจียงจิ่วโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดจนทั้งร่างสั่นเทิ้ม!
ฉับพลันเยี่ยฉวนชี้นิ้วมือออกไปตรงหน้า พร้อมกับแผ่นป้ายทองคำทะยานไปที่ชายคนนั้น เขาจึงฉวยคว้าแผ่นป้ายที่บรรจุสุดยอดศิลาจิตวิญญาณห้าล้านชิ้นไว้ภายในจริงๆ!
จากนั้นก็รีบเก็บแผ่นป้าย ก่อนจะซัดมือขวาลงไปอย่างเต็มแรง
กร็อบ!
เสียงกระดูกคอของเด็กหญิงน้อยแตกเปรี้ยะดังสะท้านเข้าไปในหัวใจของคนตรงหน้า!
ชายคนนั้นเหวี่ยงร่างน้อยไร้วิญญาณลงมาตรงหน้าเยี่ยฉวนและทอดสายตามองมา ขณะยิ้มเยาะเย้ยหยัน “ข้าไม่ได้บอกว่าจะแลกกับคนเป็นหรือคนตายสักหน่อย จริงไหม?”
พลันมือทั้งสองข้างของเยี่ยฉวนสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นครู่ใหญ่จึงมีเสียงเค้นลอดไรฟัน “ทำไม?”
อีกฝ่ายเหมือนจะพูดบางอย่าง ในขณะที่พลังปณิธานกระบี่เป็นกลุ่มควันสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเยี่ยฉวน!
ปณิธานกระบี่คุณธรรม!
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าหาชายคนเสื้อโชกเลือด มือสองข้างเกร็งกำหมัดแน่น ใบหน้าบูดบึ้งแววตาน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ถึงขั้นเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้……มีน้ำใจกับคนดี ส่วนคนที่ก่อกรรมทำชั่วก็ต้องทำให้พวกมันได้รับความทุกข์เข็ญ! ทำให้พวกมันได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสบนโลกมนุษย์!”
สิ้นเสียงพูดขาดคำ
ตู้ม!
พลังปณิธานที่พวยพุ่งล้อมรอบกลาย แปรเปลี่ยนจากพลังขาวบริสุทธ์เป็นสีดำทมิฬ!
พลังปณิธานชั่วร้าย!
พลังปณิธานคุณธรรมและชั่วร้าย!
ในเวลาเดียวกัน ที่ส่วนยอดของหอคอยแห่งเรือนจำ กระบี่เล่มกลางที่แขวนอยู่พลันบังเกิดแรงสั่นสะเทือน……



