Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 426

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 426 ท่านพี่ ข้าคิดถึงพี่เหลือเกินเจ้าค่ะ!

C

……

กินบะหมี่!……

……

เยี่ยฉวนพาเยี่ยหลิงเดินไปยังร้านบะหมี่ใกล้ๆ รอบกายของเด็กหญิงยังคงมีไอความเย็นระเหยออกมา ทว่าได้ถูกต้านไว้ด้วยพลังปณิธานกระบี่ของเยี่ยฉวน ดังนั้นเมื่อเขาฉวยมือของน้องสาวมาจับจูงจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด……

..

ภายในร้านบะหมี่ เยี่ยฉวนวางม้านั่งลงทางเบื้องหลังเยี่ยหลิง ซึ่งหลังสังเกตเห็นโลหิตบนม้านั่งเขาจึงเช็ดออกด้วยชายแขนเสื้อของตนก่อนจะให้น้องนั่งลงไป จากนั้นชายหนุ่มจึงถลันไปที่เตาและขมีขมันจุดไฟ

เขาลงมือเอง!

โชคยังดีที่มีส่วนประกอบเครื่องปรุงอยู่ครบ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้กินบะหมี่เป็นแน่

เยี่ยหลิงนั่งรอเงียบๆ อยู่บนม้านั่งที่กลายเป็นน้ำแข็ง เด็กน้อยคอยเฝ้ามองเยี่ยฉวนผู้กำลังง่วนอยู่ไม่ไกลกัน ใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม สีหน้าอิ่มเอมและเป็นสุขชัดเจน

ชั่วขณะหนึ่ง นางมิใช่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหมันตอุดรอีกต่อไปแต่เป็นแค่เด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่ง!

ด้านหนึ่งเจียงจิ่วมองตามเยี่ยฉวนและเยี่ยหลิง ช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉา

ชายหนุ่มปฏิบัติต่อน้องเยี่ยหลิงด้วยดีและมีแต่ความจริงใจ ไร้การเสแสร้งหรือผลประโยชน์ เป็นความบริสุทธิ์ใจ!

ความจริงใจที่สุดและบริสุทธิ์ใจที่สุด!

นางเองเสียอีกเกิดเป็นคนในราชวงศ์กลับไม่เคยได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นนี้มาก่อน ที่ผ่านในราชสำนักมีแต่แผนการลับลมคมในและการต่อสู้แย่งชิง!

พักใหญ่ต่อมาเยี่ยฉวนเดินประคองชามบะหมี่มาให้เยี่ยหลิง ทว่าทันใดนั้นบะหมี่กลายเป็นน้ำแข็ง!

น้ำแข็ง……

ทั้งสองพี่น้อง! ทว่าไม่นานต่อมาทั้งคู่ส่งเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

เด็กหญิงผุดลุกขึ้นพร้อมโผเข้ากอดเยี่ยฉวนไว้ทันที เสียงพูดกระซิบแผ่วเบา “ท่านพี่ คิดถึงจัง!”

เมื่อแรกเยี่ยฉวนถึงกับสะดุ้ง จากนั้นเขาจึงได้กอดตอบเยี่ยหลิง “พี่ก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน!”

สองพี่น้องยืนกอดกันกลมอยู่ตรงนั้นเป็นนาน

ที่ด้านนอก กองทัพม้าขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานไล่สังหารศิษย์สำนักมารโลหิตตายจนหมดแล้ว จึงตัดศีรษะของพวกมันเสียบประจานไว้ที่หน้าประตูเมืองชายแดน

เครื่องเตือนใจ!

สิ่งนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจได้อย่างดียิ่งให้กับบรรดายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์!

หนึ่งยอดฝีมือผนึกยุทธ์และกว่าสามสิบยอดฝีมือผสานเทพล้วนถูกสังหารจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ!

บัดนี้นามของคนผู้หนึ่งได้กลายเป็นที่รู้จักของบรรดายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนผู้นั้นก็คือเยี่ยฉวน! และบางคนที่เกือบจะไปแคว้นเจียงต่างต้องเลิกล้มความตั้งใจเมื่อได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น!

ในเมือง

สตรีสูงวัยสวมผ้าคลุมลินินปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าเยี่ยหลิงและเยี่ยฉวน ในมือหิ้วศีรษะคนสามศีรษะเมื่อสองพี่น้องหันมามอง สตรีสูงวัยจึงโยนศีรษะที่หิ้วมาลงที่พื้น

ทั้งสามศีรษะที่แท้ก็คือยอดฝีมือสามคนของสำนักเหอหวนซึ่งพยายามหลบหนีไปก่อนหน้า

จากนั้นสตรีสูงวัยจึงเดินตรงมาหาเยี่ยหลิง “อาหลิง เจ้าเคยพูดว่าต้องพึ่งพาตัวเองนั้นไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราสำนักเหมันตอุดรจะคอยช่วยเหลือเจ้าเสมอ”

เด็กหญิงไม่ตอบ เบนสายตามองศีรษะทั้งสามบนพื้นเงียบๆ

เยี่ยฉวนรีบหันมาแสดงคารวะด้วยการกระแทกกำปั้นกับฝ่ามือ “ผู้อาวุโส น้องข้ายังเด็กก่อนหน้านางอาจจะพูดจาไม่เหมาะไม่ควรไปบ้าง ขอท่านโปรดให้อภัย!”

จากนั้นคนพูดจึงหันไปทางเยี่ยหลิง พลางเอ่ยกับเด็กหญิงเสียงเข้มงวด “น้องหลิง ข้าเคยบอกเจ้าว่าเราไม่ตอบแทนคนที่ดีกับเราด้วยการทำร้ายเขา สำนักเหมันตอุดรไม่เพียงดูแลเรื่องอาการป่วยธาตุไฟเข้าแทรกให้เจ้าเท่านั้น ทว่าพวกเขายังสอนให้เจ้าเป็นคนที่มีพลังกล้าแกร่ง พวกเราสมควรจดจำบุญคุณนี้ไปจนชั่วชีวิต!”

เยี่ยหลิงพยักหน้าพลางกระซิบเสียงอ่อย “ท่านพี่ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!”

พลันเด็กหญิงหันไปพูดกับสตรีสูงอายุคนเบื้องหน้าทันที “แม่เฒ่าเหลิ่ง ข้ารู้ว่าสำนักเหมันตอุดรดูแลข้าอย่างดี ขะ……ต่อไปข้าจะไม่วู่วามอีกแล้วเจ้าค่ะ”

สตรีสูงวัยมีสีหน้าอ่อนโยนลงทันที พลันใบหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว”

สายตามองไพล่ไปยังเยี่ยฉวนที่ยืนข้างเด็กหญิง พลางกวาดตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “เจ้าเป็นท่านพี่ของอาหลิง เยี่ยฉวนสินะ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะรับ “ขอรับ”

คนตรงข้ามพยักหน้าเบาๆ “ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้ามาก่อน วันนี้เพิ่งได้พบตัวจริงทำให้ข้าออกจะแปลกใจอยู่บ้าง เจ้าไม่เพียงเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากและมีพลังมากมาย แต่ยังมีความประพฤติที่ดีและจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างเรียบร้อย นับเป็นโชคลาภที่อาหลิงมีท่านพี่อย่างเจ้า และนับเป็นโชคลาภของสำนักเหมันตอุดรด้วย”

เห็นได้ว่าเยี่ยฉวนเป็นที่ยอมรับของพวกเขา

สตรีสูงวัยแอบดูการประมือระหว่างเยี่ยฉวนและเสวียหลี่อย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มตรงหน้าสำเร็จขั้นจ้าวกระบี่ตั้งแต่อายุน้อย อีกทั้งความเป็นยอดฝีมือก็ไม่ได้ด้อยกว่าเยี่ยหลิง ถ้าเป็นเช่นนั้นสำนักเหมันตอุดรจะจงใจพุ่งเป้ามาที่เขาได้อย่างไรกัน?

และที่สำคัญที่สุดชายคนนี้เป็นท่านพี่ของเยี่ยหลิง และอาจกล่าวได้ว่าครึ่งหนึ่งของเขาเป็นคนของสำนักเหมันตอุดรก็ว่าได้ นับเป็นผลพลอยได้ของเยี่ยหลิงโดยแท้จริง!

ได้ยินคำพูดที่แสดงถึงการรับรู้ของสตรีสูงวัย เยี่ยหลิงก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ

นางมีความรู้สึกลึกซึ้งกับสำนักเหมันตอุดร ด้วยเมื่อคราวที่เพิ่งไปอยู่ที่นั่นทุกคนดีต่อนางนักหนา

ต่อมาสตรีสูงวัยหันไปพูดกับเด็กหญิงโดยตรง “อาหลิง เรื่องวุ่นวายที่นี่ก็จบแล้ว ถึงเวลาต้องกลับกันเสียที!”

“กลับงั้นหรือ?”

เยี่ยหลิงสะดุ้งเฮือก จากนั้นก็สั่นศีรษะดิกจนผมกระจาย พลันตรงเข้าไปกอดแขนเยี่ยฉวนไว้จนแน่น “ข้าจะอยู่กับท่านพี่ที่นี่ เจ้าค่ะ!”

คนสูงวัยเหยียดมุมปากฝืนยิ้ม “เวลานี้เจ้ายังกำราบธาตุศักดิ์สิทธิ์ในกายไม่สำเร็จ จึงต้องกลับไปเพื่อฝึกฝน ซึ่งต้องใช้วิธีฝึกของทางสำนักเหมันตอุดรเราเท่านั้น หากปล่อยไว้พลังอาจมีอำนาจเหนือและคอยกัดกร่อนเจ้าไปเรื่อยๆ เมื่อนั้นชีวิตของเจ้าจะตกอยู่ในอันตราย!”

“ธาตุศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนหันไปทางสตรีสูงวัย สีหน้าพิศวงงงงวย

อีกฝ่ายพยักหน้า “ทางสำนักเหมันอุดรของเราเป็นแห่งแรกที่ได้ครอบครองธาตุศักดิ์สิทธิ์ นับเป็นเวลาเกือบร้อยปีมาแล้วที่ไม่มีผู้บรรลุถึง! เยี่ยหลิงเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุด! ถ้านางบรรลุ ความแข็งแกร่งจะยิ่งเพิ่มพูนซึ่งนั่นจะเป็นผลดี นอกจากนั้นแล้ว……”

พลันสีหน้าของผู้พูดแปรเปลี่ยนเคร่งขรึมทันที “ภาวะในร่างกายของนางเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย……ยังไงก็ตามนางจะต้องกลับไปที่สำนักเหมันตอุดร”

ทว่าเยี่ยหลิงกลับกอดแขนเยี่ยฉวนแน่นขึ้นและดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อย

เมื่อเห็นเช่นนั้นสตรีสูงวัยได้แต่ฝืนยิ้มด้วยความรู้สึกขมขื่น แม้ว่าเด็กหญิงจะสามารถสังหารคนผนึกยุทธ์ได้ง่ายดาย นางก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งอยู่นั่นเอง

เมื่อเข้าตาจนแล้ว สตรีสูงวัยจึงทำได้เพียงมองเยี่ยฉวนอย่างขอความช่วยเหลือ

ชายหนุ่มนิ่งตรึกตรองอยู่เป็นนาน จนกระทั่งในที่สุดเขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเยี่ยหลิงและพูดว่า “ผู้อาวุโสบอกว่าถ้าสามารถควบคุมธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้เจ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น ใช่ไหม?”

เยี่ยหลิงพยักหน้า “เจ้าค่ะ!”

เยี่ยฉวนยกมือขึ้นขยี้ผมบนศีรษะเบาๆ “ถ้าเจ้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าจะช่วยพี่ได้ไงล่ะ!”

เด็กหญิงเงยหน้ามองเยี่ยฉวนตรงๆ “แต่ข้าอยากอยู่กับท่านพี่นี่นา!”

ชายหนุ่มยิ่มกว้าง “เอาไว้หลังจากพี่ทำธุระที่นี่เสร็จแล้ว พี่จะรีบตามเจ้าไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที ตกลงไหม?”

เยี่ยหลิงก้มหน้างุดจนคางเกือบชิดอก ไม่พูดไม่จาอะไร

สตรีสูงวัยได้แต่ยิ้มน้อยๆ

ขณะที่เยี่ยฉวนตั้งท่าจะพูดอะไรต่อไป พลันเยี่ยหลิงเงยหน้าขึ้นทันควัน “วันเดียว! ข้าจะอยู่กับท่านพี่หนึ่งวัน แล้วข้าจึงจะกลับ!”

เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอนสีหน้าท่าทางยังกังวลใจไม่น้อย ด้วยกลัวว่าท่านพี่ของตนจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ

ทว่าเยี่ยฉวนมีหรือจะไม่เห็นด้วย? ชายหนุ่มขยี้ผมของน้องสาวแรงขึ้นพลางตอบว่า “ตกลง!”

หนึ่งวัน!

ทันทีที่ได้ยิน สตรีสูงวัยมีท่าทีผ่อนคลายความกังวลลง!

เมื่อตกลงกันแล้วเช่นนี้ เยี่ยฉวนจึงพาเยี่ยหลิงกลับเข้าเมืองหลวงแคว้นเจียง จากนั้นวันทั้งวันเขาไม่ทำอะไรทั้งสิ้น นอกจากการเที่ยวเล่นและหยอกเอินตามประสาพี่น้องกับเยี่ยหลิง!

ตกกลางคืน สองพี่น้องเยี่ยฉวนและเยี่ยหลิงนั่งอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง คืนนั้นบนท้องฟ้ามีพระจันทร์เต็มดวง รอบข้างเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายมหาศาล

น้องสาวนั่งเอียงซบกับเยี่ยฉวน มือน้อยๆ กอดแขนของคนเป็นพี่ไว้อย่างแน่นหนา

“ท่านพี่เจ้าคะ ทำไมจึงหลับตาอยู่ตลอดเวลา?”

“พี่กำลังฝึกปราณทักษะยุทธไสยเวท และยังเปิดตาตอนนี้ไม่ได้น่ะสิ!”

“อะไรคือทักษะยุทธไสยเวทย์เจ้าคะ? วิชานี้แข็งแกร่งกว่าวิชาภูน้ำแข็งพันลี้ของสำนักเหมันตอุดรไหมเจ้าคะ?

“บางทีวิชาของพวกเจ้าอาจแข็งแกร่งกว่าก็เป็นได้……”

“งั้นเหรอเจ้าคะ คราวหน้าเมื่อท่านไปสำนักเหมันตอุดรข้าจะสอนให้! อ้อ จริงสิ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะแยะ……ท่านเจ้าสำนักบอกว่าข้าจะเป็นคนที่สืบต่อตำแหน่งเจ้าสำนักด้วย แล้วทีนี้คนทุกคนของทุกชิ้นจะเสมือนเป็นของข้า ถึงตอนนั้นหากท่านพี่ต้องการอะไร ข้ายกให้ท่านได้ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ!”

เยี่ยฉวนนิ่งงัน “……”

ในมุมมืด ยายเฒ่าเหลิ่งสีหน้าไม่สบายใจนัก……

“ท่านพี่ ข้าอยากฟังนิทานเจ้าค่ะ”

“กาลครั้งหนึ่งบนภูเขาสูงใหญ่ วัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาภายในนั้น……”

“.”

หลังจากฟ้าสางไปพักใหญ่

เยี่ยฉวนอยู่ลำพังคนเดียวบนยอดเนินเขาแห่งนั้น

ขณะนั้นเขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเนิน ใบหน้ามองเหม่อไปในความว่างเปล่า กระทั่งเลยเวลาเที่ยงวันไปแล้วชายหนุ่มจึงเพิ่งขยับลุกขึ้น ในมือกำวงแหวนสัมภาระไว้แน่น!

ภายในวงแหวนสัมภาระประกอบด้วยกระบี่แท้จริงระดับต้นสามเล่ม กระบี่แท้จริงระดับกลางสองเล่มและกระบี่แท้จริงระดับสูงอีกหนึ่งเล่ม! อีกทั้งยังมีกระบี่สวรรค์เล่มหนึ่งด้วย!

กระบี่สวรรค์!

เยี่ยฉวนดึงกระบี่สวรรค์เล่มนั้นออกมาถือไว้ ความของกระบี่จนสุดปลายราวครึ่งจั้ง ความกว้างน้อยมากราวหนึ่งนิ้วมือเท่านั้น มีประกายแปลบปลาบราวสายฟ้าแลบโดยรอบกระบี่!

แรงผลักดัน!

แรงผลักดันของกระบี่ส่งแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ!

ส่วนด้ามจารึกด้วยตัวอักษรขนาดเล็กสีดำ ‘เหลยเซี่ยว’

กระบี่เหลยเซี่ยว!

ชายหนุ่มจับตามองกระบี่ด้วยความรู้สึกในใจที่หลากหลายปนเป กระบี่ทั้งหมดเป็นของที่เยี่ยหลิงทิ้งไว้ให้!

เขาคิดไม่ตกว่านางได้กระบี่ทั้งหมดมาได้อย่างไร……

อีกนานต่อมาเยี่ยฉวนจึงเก็บกระบี่ทั้งหมด ‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์!’

จากนั้นเขาจึงกลับออกไปจากสถานที่

ณ สถานศึกษาฉางหลาน

เยี่ยฉวนเดินเข้าไปถึงยังบริเวณของสถานศึกษาฉางหลาน ที่ลานหน้าหอโถงฉางหลานมีโม่อวิ๋นฉีและไป่เจ๋อยืนรีรอ ทันทีที่เห็นเยี่ยฉวนโม่อวิ๋นฉีรีบตรงเข้าสวมกอดอย่างหนักแน่น

ไป่เจ๋อทำเสียงฟึดฟัด “ทำเป็นอ่อนไหว!”

จี้อันซื่อออกมายืนมองเยี่ยฉวน มือถือน่องไก่ยกขึ้นแทะด้วยท่าทางปกติ

ชายหนุ่มมองไล่ไปทีละคนตั้งแต่โม่อวิ๋นฉี ไป่เจ๋อและจี้อันซื่อ ก่อนฉีกยิ้มกว้างทักกทาย “ดีจัง ได้พบพวกเจ้าทุกคน!”

ครอบครัว!

ในจิตใจของเยี่ยฉวน คนพวกนี้มิได้เป็นเพียงสหายธรรมดา ทว่าพวกเขาเสมือนคนในครอบครัว

ผู้ฝึกกระบี่เต๋ามักเดียวดายอ้างว้าง คนเราเมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดหากปราศจากเพื่อนฝูงพี่น้องแล้วไซร้ จะมีความหมายอะไร?

ถ้าแวดล้อมด้วยเพื่อฝูงเพียงไม่กี่คนและพี่น้อง แม้ไม่ได้บรรลุสู่จุดที่สูงที่สุดแห่งกระบี่เต๋าก็ไม่เป็นอะไร!

ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยถามสืบไป โม่อวิ๋นฉีทำท่ายิ้มๆ ดูมีลับลมคมใน “หัวขโมยพี่เยี่ย ไม่ต้องพูดแล้วเข้ามาก่อน……”

ว่าแล้วก็รุนหลังเยี่ยฉวนเดินเข้าไปในหอโถงฉางหลานซึ่งมืดสนิทกว่าปกติ ขณะที่พลังปณิธานกระบี่กำลังจะแผ่ซ่านออกมานั้น พลันทั่วทั้งหอโถงสว่างพรึ่บขึ้นจากดวงไฟและแสงที่ส่องเข้ามา

เบื้องหน้าที่เยี่ยฉวนหยุดยืนเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ บนโต๊ะมีจานอาหารสารพัดชนิดทว่าทุกอย่างดูพิลึกกึกกือ มิหนำซ้ำบางจานยังดำปี๋จนยากจะบอกได้ว่ามันคืออะไร

ตรงกลางโต๊ะท่ามกลางจานอื่นๆ เป็นจานใบใหญ่พิเศษซึ่งบรรจุผลลูกท้อวันเกิดมีขนาดใหญ่ราวแตงโมก็ปาน!

ผลลูกท้อวันเกิด!

โม่อวิ๋นฉีเดินมายืนข้างเยี่ยฉวน หน้ายิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจ “หัวขโมยพี่เยี่ย สุขสันต์วันเกิด!”

วันเกิด?

ชายหนุ่มนิ่งงัน

ด้วยทั้งเขาและน้องสาวนับตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยจัดงานวันเกิดมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!