บทที่ 441 ข้าจะไปคอยบนฟ้า! (ปลาย)
……
ชายวัยกลางคนมองสตรีในชุดยาวเรียบด้วยสายตาแน่วนิ่งและกล่าวว่า “ข้ารู้จักเซียนกระบี่ในโลกชิงฉางทุกคนแต่ไม่เคยเห็นเจ้า หรือว่าเจ้าไม่ใช่คนในโลกชิงฉาง? หรือว่า……” ……
……
ทันใดนั้นซือถูหวงตาเหลือกด้วยความตกใจด้วยจู่ๆ สตรีคนนั้นปรากฏออกมาเบื้องหน้าแล้ว เวลาเดียวกันนั่นเองภาพลวงตาจากพลังแห่งกระบี่ชี่พุ่งทะลุกึ่งกลางหว่างหัวคิ้วของคนทันที!……
..
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกคนทำเอาพวกเขาตกตะลึงงงงัน!
แม้แต่ซือถูหวง ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น!
เป็นเพราะเขาไม่ทันเห็นสตรีคนนั้นขยับตัวเลยด้วยซ้ำ!
คนคนนี้มิใช่เซียนกระบี่ธรรมดา ทั้งมิใช่มหาเซียน นางเป็นเหนือกว่านั้นมาก!
ครู่ต่อมาใบหน้าของชายวัยกลางคนค่อยเผือดซีด และรู้ได้ทันทีว่าตระกูลซือถูเจอกับปัญหาเข้าแล้ว! ขณะหนึ่งเขานึกตำหนิสถานศึกษาฉางมู่และสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอยู่ภายในใจ
พวกนั้นไม่เปิดเผยความจริง! แม้จะตกตะลึงอย่างยิ่ง ซือถูหวงกลับข่มสติสงบอารมณ์ลงได้ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่อยู่ตรงหน้า “นายหญิง ตระกูลซือถูกระทำล่วงเกินท่าน คนตระกูลซือถูจะ……”
ทันใดนั้นสตรีในชุดยาวเรียบผลักกระบี่ออกไปตรงๆ
ฉึก!
ฉับพลันปลายกระบี่แทงพรวดเข้าสู่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของซือถูหวง
คนของตระกูลซือถูที่ยืนออมองดูอยู่ด้านล่างพากันตกตะลึง โดยเฉพาะชายชราชุดดำเวลานี้ทั้งร่างสั่นเทิ้ม……
ในตอนนั้นสตรีลึกลับหันไปกล่าวกับเยี่ยฉวนซึ่งอยู่อีกทางไม่ห่างไกลนักว่า “ถึงแม้กระบี่สามเล่มจะขัดขวางหอคอยไว้ หลายปีมานี้หอคอยกลับฟื้นคืนพลังขึ้นมาอีก เหนือสิ่งอื่นใดปรมาจารย์กระบี่อีกสองรวมทั้งตัวข้าที่แท้จริงอยู่ห่างไกลจากโลกนี้มากนัก พวกเราจึงไม่สามารถดูแลที่นี่ได้ ดังนั้นบางสิ่งที่อยู่ที่นั่นกำลังตื่นขึ้นมา ซึ่งข้าพยายามฝืนไว้อย่างเต็มที่แล้ว หากก็ไม่เป็นผลและตอนนี้ยันต์ที่ปิดผนึกได้สลายตัวลงทุกขณะ”
ขณะพูดนางเดินตรงมาทางเยี่ยฉวนช้าๆ “ข้าจะใช้ร่างอวตารนี่เป็นกระบี่ชี่เพื่อขัดขวางหอคอย ถึงกระนั้นอย่างมากไม่เกินหนึ่งปี ระหว่างนั้นเจ้าจะต้องตามหากฎแห่งเต๋าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเป็นผู้สืบทอดหอคอยที่แท้จริง มิเช่นนั้นเจ้าเองนั่นแหละที่ต้องตาย!”
ร่างอวตาร!
เยี่ยฉวนรู้สึกมึนงงยิ่งเมื่อได้ยินคำกล่าว สตรีลึกลับเบื้องหน้านั้นเป็นเพียงร่างอวตาร!
ขนาดร่างอวตารยังทรงพลังเช่นนี้ ตัวจริงของนางจะ……
สตรีใช้มือประคองใบหน้าของเยี่ยฉวน ขณะกล่าวเสียงอ่อนเบา “จำไว้นะ ไม่มีใครจะช่วยเจ้าได้ตลอดไป! ข้าจะไปคอยเจ้าบนฟ้า!”
เสียงพูดจางลง ร่างของนางค่อยๆ พร่าเลือนราวกับภาพลวงตา
เยี่ยฉวนตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ เมื่อสำนึกได้เขารีบไขว่คว้านางไว้ ทว่ากลับเปล่าประโยชน์ด้วยร่างเลือนรางเป็นภาพลวงตาแล้วอย่างสมบูรณ์!
ร่างตรงหน้ายิ่งเลือนลางมากขึ้นทุกทีๆ……
ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ถามเสียงแผ่ว “เกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ขอรับ?
สตรียิ้มละมุน “ร่างนี้เป็นร่างอวตาร ซึ่งมีเป้าหมายมาเพื่อตามหาเจ้าบนโลกนี้ให้พบ เมื่อนางค้นหาเจ้าจนเจอแล้วจึงไร้ความหมายที่จะอยู่ต่อ นี่คือเหตุผลที่นางรอเจ้าอยู่ที่นี่และอยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานนักหนา โชคร้ายที่หอคอยไม่มั่นคงดังนั้นข้าจึงต้องยับยั้งไว้ก่อน มิเช่นนั้นหอคอยอาจทลายลงและยิ่งเป็นร่างอวตารคงยากที่จะปกป้องเจ้าได้ จงจำเอาไว้ต่อไปเจ้าจะต้องตามหาข้าให้พบ……เวลานี้ร่างจริงของข้าคงจะอยู่ไกลมาก ทำให้ข้าไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับนาง อีกทั้งไม่กล้าทำด้วยเกรงว่าจะยิ่งเป็นการทำลายยันต์ผนึกหอคอย เพราะฉะนั้นร่างจริงจึงไม่รู้ว่าข้าตามหาเจ้าจนพบแล้ว และนางคงกำลังตามหาเจ้าอยู่ที่ใดสักที่บนท้องฟ้าอันมืดมิดเต็มไปด้วยดวงดาวไกลโพ้น……”
เมื่อพูดถึงตอนนี้คนชะงักไปเล็กน้อยขณะเบนหน้ามองไปทางท้องฟ้าไกลโพ้นที่มีดวงดาวพร่างพราย เสียงพึมพำกระซิบแผ่วเบ่า “ข้าเคยส่งข่าวไปยังร่างอวตารที่อยู่ใกล้ที่สุด ถ้านางได้รับข้อความที่ข้าส่งถึงก็จะรีบมาทันที หวังว่าจะไม่สายเกินไป……”
เสียงพูดจางหายพร้อมกับร่างพร่าเลือนได้หายไปอย่างหมดจด พร้อมกับลำแสงกระบี่พุ่งวาบกลับเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ ลำแสงนั้นมุ่งตรงเข้าหากระบี่เล่มที่แขวนอยู่ทางขวาสุด ฉับพลันนั้นกระบี่สั่นสะเทือนรุนแรง พร้อมปรากฏแสงกระบี่สาดครอบคลุมตลอดทั่วไปทั้งหอคอย!
ในตอนนั้นบังเกิดมีเสียงเอะอะโวยวายดังกึกก้องในหอคอย “ให้ตายเถอะ นังสารเลว……ถ้าออกไปได้เมื่อไรข้าจะสับเจ้าให้เป็นชิ้นๆ พร้อมกับพวกปรมาจารย์ที่หอคอยนี้ และจะตรึงวิญญาณของพวกเจ้าด้วยหมุดสลายวิญญาณ และเผาร่างของเจ้าเสียไม่ให้ได้ผุดได้เกิดคอยดู……”
ยอดหอคอยแห่งเรือนจำ พลันกระบี่ทางขวามือสุดกดจมลึกลงเล็กน้อยทันที
ตู้ม!
ตลอดทั่วทั้งหอคอยเกิดแรงสั่นสะท้านสะเทือน เสียงโวยวายเริ่มแผ่วลงไปเรื่อย และหลังจากนั้นไม่นานจึงเงียบหายไปจนสนิท……
ทว่าภายนอกหอคอย เยี่ยฉวนถูกฟาดอย่างแรงจนร่างค่อยร่วงหล่นจากท้องฟ้าลงสู่พื้นล่าง
ขณะนั้นไกลออกไปที่เส้นขอบฟ้า ช่องอากาศปริแยกแตกออกฉับพลันกระทั่งเผยให้เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
ผู้ทรงเกียรติลู่แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!
คนที่เพิ่งมากวาดสายตาจับจ้องไปยังบริเวณที่สตรีในชุดยาวเรียบเคยปรากฏกายก่อนหน้า เมื่อไม่พบคนที่หมายตาสีหน้าค่อยคลายกังวลขึ้นเป็นลำดับ “ในที่สุดนางก็ไปจนได้……”
ขณะนั้นสายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างของเยี่ยฉวนซึ่งกำลังละลิ่วลงมาจากท้องฟ้า ทั้งที่อยากสังหารคนใจจะขาด ทว่าเขาทำท่าราวกับคิดอะไรได้ด้วยประกายตามุ่งร้ายฉายวาบ ดังนั้นจึงยั้งมือไว้ก่อน
จากนั้นผู้ทรงเกียรติลู่หันหน้าไปทางกลุ่มคน ก่อนเปล่งเสียงกร้าว “อาศัยอำนาจประกาศจับตายแห่งโลกชิงฉาง เยี่ยฉวนกระทำการฝ่าฝืนกฎแห่งโลกและทุกคนควรสังหารคนผู้นี้เสีย ดังนั้นใครก็ตามที่สามารถสังหารเยี่ยฉวน จะได้รับรางวัลของล้ำค่าขั้นสวรรค์ ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์และคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์อย่างละหนึ่งชิ้น นอกจากนั้นยังได้รับ สุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 100 ชิ้น และสุดยอดเส้นโลหิตแห่งจิตวิญญาณถึงห้าชิ้น……”
คนพูดชะงักหยุดก่อนชำเลืองมองลงไปทางร่างไร้วิญญาณของซือถูหวงซึ่งนอนตายแน่นิ่งอยู่ด้านล่าง จากนั้นจึงรีบพูดต่อทันที “แต่ห้ามคนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเด็ดขาด!”
จากนั้นชื่อของเยี่ยฉวนได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกชิงฉางทันที
ด้วยเป็นเพราะรายชื่อของเยี่ยฉวนอยู่ลำดับสองของรายชื่อที่ถูกประกาศจับในโลกชิงฉาง ทว่าเป็นคนที่มีพลังขั้นต่ำที่สุด……ผสานเทพ……กระทั่งคนที่ชื่ออยู่ในอันดับสิบยังเป็นถึงควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ทั้งยังเป็นเทพแห่งมีดสั้น……!



