บทที่ 443 ข้าขอท้า! (ต้น)
……
บนท้องฟ้า ทางหนึ่งผู้ทรงเกียรติลู่จ้องมองเยี่ยฉวนขณะกำลังละลิ่วลงไปยังพื้นล่าง ด้วยแม้แต่ตนเองก็อยากจัดการด้วยตัวเอง บดขยี้เจ้านั่นให้เป็นผุยผง……
……
มีสาเหตุด้วยกันสองข้อที่ทำให้เขาอยากสังหารเยี่ยฉวน ข้อแรกเพราะสตรีในชุดยาวเรียบ……
..
ในโลกชิงฉาง สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ยอมให้ใครกระทำการท้าทายอำนาจของกองกำลังแห่งนี้เด็ดขาด ทว่าสตรีในชุดยาวเรียบกลับสังหารคนของสำนักล้มตายไปหลายคน! ไม่ต้องสงสัยว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนถูกลบหลูอย่างน่าอัปยศอดสูขนาดไหน!
ถึงแม้ทุกคนจะพยายามปกปิดข่าวลือ แต่ความลับไม่มีในโลกและกลุ่มอำนาจกองกำลังในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างได้ยินเรื่องนี้ ซึ่งกระทบต่อเกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนอย่างยิ่ง ก่อนหน้านั้นกองกำลังในโลกชิงฉางไม่มีใครกล้าต่อกรกับสำนักนี้ แม้แต่ตระกูลยอดขุนนางใหญ่อย่างตระกูลอันยังไม่กล้าต่อต้านอำนาจของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน
ทว่าบัดนี้คนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนถูกฆ่าตายอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีฝ่ายไหนเริ่มลงมือแก้แค้น!
สิ่งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเดินทางมาถึงจุดเสื่อมความศรัทธาและไม่ใช่กองกำลังที่ไม่อาจก้าวล่วง สำหรับกองกำลังมหาอำนาจและสำนักชุมนุมชั้นยอดอีกต่อไป!
ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่ากองกำลังทั้งหลายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเคยเคียงข้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมาตลอด กลับเริ่มเป็นฝ่ายต่อต้านเสียเอง!
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะสตรีชุดยาวเรียบกับเยี่ยฉวน
แน่ล่ะ กับสตรีผู้นั้นพวกเขาไม่กล้าลงมือจู่โจมนาง
แต่พวกเขาไม่กลัวเยี่ยฉวน โดยเฉพาะเวลานี้ที่ไร้เงาของสตรีชุดยาวเรียบผู้นั้น!
ข้อสองซึ่งเป็นเหตุผลหลัก ความกล้าแกร่งอย่างน่าประหลาดของชายหนุ่มเยี่ยฉวน! นอกเหนือจากนั้นเวลานี้ชายหนุ่มปวารณาตัวปกป้องแผ่นดินชิง ยิ่งทำให้ต้องสังหารเขาเสีย ด้วยเป็นเพราะสำนักผู้ตรวจการเขตแดนถอนกองกำลังออกจากดินแดนแห่งนี้รวมทั้งแผ่นดินฉางหลาน และเมื่อพลังชี่จิตวิญญาณทั้งสองแห่งอ่อนแอลงเป็นอันมาก พวกเขาจึงคิดนำเอาแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานจากทั้งสองมาใช้ปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์
เพียงแค่ได้พลังจากแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานของแผ่นดินชิงและแผ่นดินฉางหลาน มายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้เอามาเผาผลาญอย่างสิ้นเปลืองก็ทำให้ค่อยฟื้นคืนพลังขึ้นทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป……
อย่างไรก็ตาม เยี่ยฉวนกลับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการปกป้องแผ่นดินชิง!
แม้ว่าจะอยากลงมือเองใจจะขาด แย่หน่อยที่เขายังใจไม่กล้าพอจะออกหน้าจู่โจม!
เพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งและพลังของสตรีชุดยาวเรียบไม่ได้เหือดหายไปจริง อีกทั้งความแข็งแกร่งของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนในโลกชิงฉางก็อ่อนแอลง เกินกว่าจะปะทะกับสตรีผู้นั้นอย่างซึ่งหน้า เคราะห์ดีเหลือเกินที่นางหายไปเสียได้
แม้กระนั้นก็ยังเกรงที่จะรับความเสี่ยงไว้เอง!
จึงเหลือเพียงหนทางเดียวคือวางอุบายยืมมือคนอื่นสังหารเยี่ยฉวน!
ปล่อยให้คนอื่นปะทะกับเยี่ยฉวน!
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มียอดฝีมือกล้าแกร่งอยู่มากพอ
ข้างล่างเยี่ยฉวนลอยละลิ่วลงไปอย่างเชื่องช้า พลันเหลียนว่านลี่ทะยานขึ้นไปทันที และคว้าตัวของชายหนุ่มไว้จากนั้นนางค่อยพาทะยานกลับลงมาบนพื้นดิน ช่วงเวลานั้นสีหน้าของเยี่ยฉวนเผือดซีดอย่างน่ากลัว ยังบิดตัวไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน แสดงให้เห็นว่าขณะนั้นเขากำลังได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัส
เหล่ายอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จับตาดูอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นเช่นนั้นพากันขยับอย่างสนใจ
เหลียนว่านลี่หยิบยาตันเถียนไพลินน้ำออกมายัดใส่ปากและบังคับเยี่ยฉวนให้กลืนลงคอ ทว่าไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดเลย หญิงสาวจึงได้แต่จับตามองพลางนิ่วหน้า
“ถ้าเราฉวยจังหวะนี้เข้าไปฆ่าเยี่ยฉวนเสีย มีรางวัลเป็นคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์ ทักษะยุทธขั้นสวรรค์ ของล้ำค่าขั้นสวรรค์อีกเพียบ และยังสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 100 ชิ้น เชียวนะ!
ทันใดนั้น เสียงของใครบางคนตะโกนก้องจากด้านบนเหนือเมฆ พลันลำแสงสีแดงก่ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กระทั่งในที่สุด ลำแสงได้แผ่กระจายปกคลุมทั่วฟ้าราวกับม่านกางกั้นก็ปาน บนม่านแสงปรากฏรายชื่อเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงโลหิตค่อยโผล่จากด้านล่างสู่บน
และรายชื่ออันดับที่สองคือเยี่ยฉวน!
ประกาศจับแห่งโลกชิงฉาง!
ที่เห็นนั้นคือประกาศจับของโลกชิงฉาง และผู้ออกประกาศก็คือสำนักผู้ตรวจการเขตแดน เพื่อใช้ในการตามจับคนในโลกชิงฉางที่กระทำความผิดร้ายแรง
ตราบใดที่ยังมีชื่อปรากฏอยู่บนประกาศดังกล่าว ย่อมหมายความว่าเขาจะไม่สามารถหลบซ่อนตัวที่ไหนได้เลยในโลกชิงฉาง!
เวลานี้ชื่อของเยี่ยฉวนปรากฏหราอยู่บนหมายจับแล้ว ซึ่งหมายความว่าเยี่ยฉวนกระทำความผิด……ดังนั้นจึงต้องโทษประหาร!
หมายจับ!
เหลียนว่านลี่เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า นางค่อยกำมือแน่นด้วยความคับแค้น นัยน์ตาวาววับทอประกายเหยียดหยัน
นี่เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว!
ขณะเยี่ยฉวนยังพอมีสติสัมปชัญญะรู้สึกตัวอยู่บ้าง ทว่ายังไม่สามารถควบคุมสมองและร่างกายได้อย่างเต็มที่ จากภาวะแทรกซ้อนของอาการเจ็บปวดทุรนทุรายที่เป็นอยู่
เขาตระหนักดีว่าสตรีลึกลับในชุดยาวเรียบจากไปแล้ว โดยนางมิได้ลบสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกไปจากยุทธภพแต่อย่างใด……ปัญหาหนักจึงตกอยู่แก่เขา!
ทว่าเยี่ยฉวนไม่มีทางเลือก เพราะนี่คือหนทางที่เขาเลือกเอง!
เส้นทางทุกเส้นที่มุ่งไปสู่อนาคตเขาเป็นคนเลือกเอง ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร เขาต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเอง!
ความจริงแล้ว เขาก็อยากย้อนกลับไปเลือกใหม่เหลือเกิน……
เยี่ยฉวนกัดริมฝีปากด้านในเพื่อกระตุ้นตัวเองจะได้ไม่เผลอหลับไป สถานการณ์กำลังคับขันเช่นนี้ขืนเขามัวแต่ซึมเซาเฉื่อยชา มีหวังได้หลับแล้วไม่ตื่นอีกเลย!
ยอดฝีมือที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เริ่มมีความกล้าที่จะลงมืออีกครั้ง เมื่อพบว่าสตรีในชุดยาวเรียบจากไปแน่แล้ว!
ทรัพย์สมบัติของแผ่นดินชิงมันช่างล่อใจนัก ถ้าทิ้งไปเสียตอนนี้คนอื่นๆ ก็คงคัดค้านอย่างไม่เต็มใจ
“พวกเราต้องแก้แค้นให้ท่านประมุข!”
พลันเกิดเสียงตะโกนจากยอดฝีมือขั้นผนึกยุทธ์คนหนึ่งของตระกูลซือถู วินาทีต่อมาคนตะโกนจึงทะยานออกจากกลุ่มพุ่งพรวดเข้าหาเยี่ยฉวน
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหลียนว่านลี่สะบัดมือฟาดดาบโค้งชิงหลงออกไปตรงหน้า ฉับพลันพลังดาบชี่ระเบิดอากาศจนกระจายเป็นริ้วแสง
ตู้ม!
คนผู้นำที่แข็งแกร่งขั้นผนึกยุทธ์โดนพลังปะทะตีร่างจนกระเด็นไปไกลระยะห่างกว่าเก้าสิบจั้ง!
ทุกคนจ้องเขม็งมายังเหลียนว่านลี่เป็นจุดเดียว!
หญิงสาวกวาดสายตาเย็นเยียบไปยังกลุ่มคนนับร้อยเบื้องหน้า “พวกเจ้ากล้าดียังไง!”
“ทั้งหมดเข้าไปพร้อมกัน!”
ขณะนั้น คนขั้นผนึกยุทธ์ท่าทางระดับหันหน้าคนหนึ่งพูดทันทีว่า “พวกเราสังหารสองคนนี้ก่อน และเมื่อรับเงินรางวัลแล้วจากนั้นจึงค่อยไปขนสมบัติในแผ่นดินชิง ไม่ต้องกลัวของล่ำค่าเพื่อฝึกพลังปราณพวกนั้น มีให้พวกเราใช้ได้จนชั่วชีวิตเลย!”
คนนับร้อยแสดงท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมาทันที ต่างพากันจ้องมองเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ด้วยแววตากระหายใคร่ได้ระคนเจตนาสังหารฉายชัด!
การสังหารก้างขวางคอสองคนนั้นจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งแก่ตน ทำให้มีใช้ไปตลอดทั้งชาติ!
เสียงของสตรีสวมเกราะร้องเตือนสติเหลียนว่านลี่จากด้านข้าง “ฝ่าบาท สำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีเป้าหมายที่เยี่ยฉวน เขาต้องถูกจับตายอย่างแน่นอน ทรงหลบให้ห่างเขาไว้ดีกว่าเพคะ!”
สตรีอีกฝ่ายหันขวับมามองคนพูดทันทีก่อนถามเสียงเย็น “เจ้าพูดอย่างกับจะให้ข้าทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวงั้นแหละ?”
คนสวมเกราะรีบชี้แจงเสียงแห้ง “เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ใช่อาณาจักรต้าอวิ๋นของเรา ถ้าฝ่าบาทยืนกรานที่จะปกป้องเขา เกรงว่าจะดึงพวกเราเข้าไปพัวพันด้วย อาจรวมไปถึงอาณาจักรต้าอวิ๋นด้วยนะเพคะ”
เหลียนว่านลี่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีกับข้า แต่ถ้าข้าทิ้งเขาไว้คนเดียวตอนนี้ เขามีแต่ตายกับตายเท่านั้น!”



