บทที่ 447 ราชันย์กระบี่! (ปลาย)
……
เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว ชายชราชุดเทาพลันหันไปสบตากับคนที่ห้อมล้อม หลายคนพยักหน้าน้อยๆ จากนั้นจึงพร้อมใจกันย่างสามขุมตรงไปทางเยี่ยฉวนซึ่งยังสลบเหมือดอยู่บนที่นั่งไม่ไกลนัก……
……
ทั้งหมดเป็นคนขั้นผนึกยุทธ์จำนวนแปดคน!……
..
ถึงแม้ว่าคนทั้งแปดกำลังเดินตรงเข้าไปที่เยี่ยฉวน หากสายตาของพวกเขากลับจ้องแน่วนิ่งไปยังเหลียนว่านลี่ แต่ละคนลักษณะท่าทางตื่นตัวเป็นพิเศษ!
ทว่าสตรีฝั่งตรงกันข้ามยังคงนิ่งอยู่มีดาบชิงหลงอยู่ในมือ ไม่มีทีท่าว่าตั้งใจจะจู่โจมแต่อย่างใด
ครู่ต่อมาคนทั้งแปดก้าวเข้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์ ชายชราชุดเทาหันหน้าไปและจ้องมองเหลียนว่านลี่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ ทว่าสตรีผู้นั้นนางกลับยังยืนเฉยไม่เคลื่อนไหวอยู่อย่างเดิม
เมื่อมั่นใจแล้วชายชราชุดเทามีท่าทางย่ามใจเล็กน้อย เพราะบัดนี้ต่อให้สตรีคนนั้นเปลี่ยนใจคิดจู่โจม คงจะไม่ทันการเสียแล้ว!
คนที่อยู่ข้างเขาเพียงพอที่จะต้านทานเหลียนว่านลี่ไว้ได้ เพื่อให้เขาสามารถลงมือสังหารเยี่ยฉวนได้ไม่ถึงครึ่งอึดใจเท่านั้น!
ทว่าทันใดนั้นเอง เยี่ยฉวนซึ่งนอนซบบนที่นั่งบัลลังก์อยู่ดีๆ พลันเผยอเปลือกตาเปิดทันที
ฉับ! ฉับ!
พลันลำแสงกระบี่สองสายพุ่งออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง!
ทันทีที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร สีหน้าของชายชราชุดเทาแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง ด้วยตนเองมัวแต่พะวงกับสตรีเหลียนว่านลี่ จนไม่ได้ใส่ใจกับเยี่ยฉวนซึ่งเป็นฝ่ายจู่โจมอย่างปัจจุบันทันด่วน ด้วยสัญชาตญาณป้องกันตนเอง ชายชราจึงใช้ฝ่ามือเข้าป้องกันจุดตายบนร่างกายทันที
ฉับ! ฉับ!
ลำแสงกระบี่ฟาดใส่ฝ่ามือทั้งสองเข้าอย่างจัง ทว่าในเวลาเดียวกับที่เขากระถดถอยหลังไปหลายก้าว ด้วยหวังจะทิ้งระยะห่างจากเยี่ยฉวนออกไป ทว่ากระบี่บินซึ่งว่องไวกว่าคนพลันทะยานเข้าหาและทิ่มพรวดเข้าที่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้ว
ความเงียบพลันครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณ!
ทุกสายตาละจากเหลียนว่านลี่ไปที่บัลลังก์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก!
เยี่ยฉวนลุกขึ้นมานั่งอยู่ที่นั่นดวงตาสองข้างปิดสนิท และรอบตัวคนปรากฏพลังปณิธานกระบี่สีดำทะมึน
เขาฟื้นแล้ว!
ทุกคนพากันขยับอย่างตื่นตัว!
คนที่อยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน กลุ่มคนพลังแก่กล้าขั้นผนึกยุทธ์ถอยหลังกรูดจนทิ้งระยะห่างไกลจากเยี่ยฉวนพอควร
ราชันย์กระบี่!
ณ ตอนนี้เยี่ยฉวนบรรลุกลายเป็นราชันย์กระบี่แล้ว ดังนั้นจึงมีความสามารถรวบรวมพลังสยบฟ้าดิน รวมทั้งพลังแรงผลักดันอากาศ!
เท่าที่เห็นพลังความแกร่งกล้าของเยี่ยฉวนเทียบได้กับขั้นผนึกยุทธ์
หากไร้ซึ่งความแตกต่างในเชิงขั้นพลังแล้ว เช่นนี้คนที่มีขั้นพลังเท่ากันจะไม่สามารถสยบเยี่ยฉวนได้อย่างแน่นอน
ต่อมา เสียงตะโกนของใครคนใดคนหนึ่งดังมาจากกลุ่มคน “พลังปณิธานกระบี่ของมันค่อนข้างติดขัด แสดงว่าพลังของมันยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่ ถ้าเช่นนั้นใครที่ยังมัวขัดข้องใจและไม่กล้าจู่โจม พวกเราก็ทำได้เพียงยอมให้มันปั่นหัวเอาและรอให้มันมาฆ่าเอาเท่านั้น”
เหลียนว่านลี่ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักเขม้นมองไปทางเสียงที่ออกมาทางกลุ่มคน หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยหญิงสาวยังไม่อาจมองเห็นตัวคนพูดที่มาของเสียงได้ถนัดชัดแจ้ง!
ขณะนั้นเสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง “ถ้าเราร่วมมือจู่โจมเข้าไปพร้อมกัน ไม่ว่าพวกมันจะเก่งกาจแค่ไหนมีหวังต้องตายตกไปตามกันอยู่แล้ว! คนจากตระกูลซือถูถ้าพวกเจ้าไม่กล้าออกหน้า พวกเจ้าก็จะไม่มีวันลบรอยแค้นล้างหนี้เลือดให้กับคนในตระกูลของเจ้าอีกเลย!”
ราวกับคำพูดที่ได้ยินจะเรียกสติให้คืนมา คนทั้งเจ็ดที่มาจากตระกูลซือถูหันไปสบตากัน จากนั้นชั่วเสี้ยวนาทีต่อมา คนทั้งหมดจึงทะยานพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว!
ทันทีที่มีคนออกนำ คนทั้งหมดก็หมดสิ้นความรู้สึกกระดากกระเดื่องใจและพร้อมใจพุ่งตัวไปข้างหน้าโดยไม่รอช้า!
หญิงสาวซึ่งยืนบังอยู่ข้างหน้าเยี่ยฉวน ในมือของเหลียนว่านลี่กำดาบโค้งชิงหลงแน่นขณะเดินไปหยุดลงเบื้องหน้าชายหนุ่ม สายตาเหลือบมองกลับไปยังคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังปรี่เข้ามา สีหน้านิ่งเฉยราวไม่แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก
กลุ่มคนที่ดาหน้า นำโดยคนเจ็ดคนขั้นผนึกยุทธ์อยู่แถวหน้าสุด อีกทั้งพลังแรงผลักดันอันหนักหน่วงของทั้งเจ็ดคนแผ่กระจายตรงเข้ากดดันเยี่ยฉวนและเหลียนว่านลี่ ประดุจกระแสน้ำเชี่ยวกรากถาโถมเข้าใส่
กายเนื้อยังมาไม่ถึง ทว่าพลังแผ่กระจายมาถึงแล้ว!
เหลียนว่าลี่เบนหน้าหันมาเล็กน้อย พลันถามว่า “นานแค่ไหนกว่าจะสำเร็จ!”
“หนึ่งชั่วยาม!” เยี่ยฉวนตอบ
“อย่างนั้นเจ้าก็นั่งรอความตายไปเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบ หญิงสาวหันขวับและทะยานออกจากที่ไป
เสียงของเยี่ยฉวนร้องบอกดังไล่หลัง “ครึ่งชั่วยาม เอ้า!”
เหลียนว่านลี่หมุนคว้างรอบตัวพลันยกมือข้างที่ถือดาบชิงหลงตวัดฟาดออกไปเต็มแรง “ระเบิดพลังดาบชิงหลง!”
เมื่อเสียงนั้นจางหาย ประกายดาบพลังชี่สีน้ำทะเลฟาดจากอากาศเบื้องบนสูงไปราวเก้าสิบจั้งลงสู่พื้นล่าง พร้อมกันนั้นปรากฏจิตวิญญาณมังกรสีน้ำทะเลผงาดขึ้นสู่อากาศ!
เมื่อพลังชี่ดาบโค้งปรากฏ แรงผลักดันของคนทั้งเจ็ดที่เปล่งออกมาได้เลือนหายไปในทันใด ในขณะเดียวกันพลังชี่แห่งดาบยังพุ่งเข้าปะทะร่างคนทั้งเจ็ดที่นำหน้าจนกระเด็นกระดอนไปนับหลายสิบจั้ง จะบอกว่าเมื่อหลายคนสังเกตเห็นว่าอะไรเป็นอะไร จากนั้นหลายคนจึงเริ่มคิดจะล่าถอย!
เป็นการถอยกลับชั่วคราวเพื่อตั้งหลัก!
ในตอนนั้นคนทั้งเจ็ดคิดตัดสินใจในสิ่งเดียวกันไปพร้อมๆ กัน!
ทว่าคนที่พุ่งเข้าไปเหล่านั้นไร้ความสามารถที่จะตอบโต้ได้ทัน ก่อนที่พลังชี่แห่งดาบจะฟาดลงมา
ตู้ม!
ทันใดนั้นพื้นดินในบริเวณที่คนทั้งเจ็ดอยู่พลันเกิดร่องร้าวปริแตกประหนึ่งถูกกลืนกินด้วยพลังชี่แห่งดาบ ซ้ำร้ายบนพื้นยังปรากฏร่องร้าวเป็นรางยาวมีความลึกกว่าสี่จั้ง……
อิทธิฤทธิ์ของดาบโค้งแกร่งกล้าน่าหวาดกลัวอะไรอย่างนี้!
ในขณะนั้นบังเกิดเงาประหลาดพุ่งวาบตรงมา!
พลังควบยุทธ์สะท้านภพ!
เหลียนว่านลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย พลันหญิงสาวยกดาบชิงหลงตวัดออกไป เมื่อคมดาบฟาดลงเบื้องหน้าทว่าไม่อาจไปต่อด้วยมีนิ้วมือปริศนาออกสกัดไว้!
นิ้วมือปริศนาที่ว่าสกัดกั้นบริเวณที่เป็นคมดาบ แทนที่จะสกัดตรงสันของดาบโค้ง!
ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
เหลียนว่านลี่หรี่ตาลงพร้อมกับสะบัดฝ่ามือข้างขวาตวัดลงทันที พลันเงาประหลาดกระถดถอยห่างไปจั้งเศษ ทว่าฉับพลันต่อมาชายคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับประกบฝ่ามือยึดดาบโค้งชิงหลงไว้จนแน่นหนา ชั่วพริบตานั้นเองเงาประหลาดอีกเงาหนึ่งปรากฏขึ้นทางด้านหลังโดยหญิงสาวไม่ทันสังเกต
พลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
สองคนผสานพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
เหนือสิ่งอื่นใด พวกนี้คือมือสังหารระดับมือพระกาฬ!
เมื่อสถานการณ์บังคับ หญิงสาวจำต้องสละดาบชิงหลงซึ่งถือไว้ด้วยมือขวา พลันหมุนรอบตัวพร้อมกวาดฝ่ามือข้างซ้ายออกไปอย่างรุนแรง ขณะที่นางตัดสินใจผลักฝ่ามือออกจู่โจม ลำแสงพลันพุ่งเข้ามาจนสว่างแวบวาบที่บริเวณหัวไหล่ด้านซ้าย
ฉับ!
พลันแขนซ้ายของเหลียนว่านลี่กระเด็นหลุดจากร่าง ทว่าหญิงสาวใช้จังหวะนั้นถอยวาบเพื่อทิ้งระยะห่าง จนเป็นเหตุให้โลหิตแดงฉานจากบริเวณบาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายสาดเป็นมุมโค้งกระเซ็นไปในอากาศ……
เมื่อหญิงสาวหยุดลงกับที่ พร้อมกับเหลือบมองที่บ่าซ้ายซึ่งปราศจากแขน สีหน้าของคนซีดเผือดด้วยความตกตะลึง
ขณะนั้นสองคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงตั้งท่าจะจู่โจมไปทางเยี่ยฉวน ทว่าเสียงร้องคำรามของมังกรดังกึกก้องมาจากอีกด้าน
ชายสองคนจึงหันขวับมองไปทางเหลียนว่าลี่ ขณะนั้นสตรีถือดาบโค้งชิงหลงและตรงไปยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน หญิงสาวหมุนตัวกลับมามองยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงทั้งสองคน “ข้าสัญญาว่าจะให้เวลาเขาครึ่งชั่วยาม ก็ต้องตามนั้น แม้อีกไม่ถึงครึ่งอึดใจจะต้องตายก็เถอะ!”
ในขณะที่โลหิตยังทะลักจากบ่าข้างซ้ายอย่างไม่ขาดสาย!



