บทที่ 456 ความทรงจำที่น่าอดสู! (ต้น)
……
จนถึงตอนนี้หอคอยแห่งเรือนจำดูดกลืนสุดยอดศิลาจิตวิญญาณไปแล้ว 200 ล้านชิ้น ถึงกระนั้นก็ยังสงบนิ่งอยู่เช่นเดิม!……
……
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณ 200 ล้านชิ้น!……
..
แม้แต่พวกตระกูลขุนนางใหญ่และชุมนุมสำนักในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองกว่าจะได้มาขนาดนี้มิใช่เรื่องง่าย!
ทว่าเรื่องนั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับที่เยี่ยฉวนไม่รู้ว่าปริมาณสุดยอดศิลาจิตวิญญาณ ที่หอคอยแห่งเรือนจำต้องการนั้นมีจำนวนเท่าใด
สภาพเหมือนหลุมลึกสุดหยั่งถึง!
หอคอยแห่งเรือนจำเป็นหลุมลึกสุดหยั่งถึงจริงๆ!
ชายหนุ่มอยากเลิกล้มความตั้งใจให้รู้แล้วรู้รอด มิเช่นนั้นเขาคงต้องหมดตัวแน่!
นี่มันหนักหนายิ่งกว่าคราวทุ่มทุนสร้างกองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานเสียอีก!
จนผ่านไปนานเยี่ยฉวนจึงออกจากห้องพักและตรงไปยังหอฝึกฝนพลัง ซึ่งเป็นหอฝึกฝนพลังของทัวป้าเหยียนทั้งยังเป็นสถานที่ที่เงียบสงบอีกด้วย
เยี่ยฉวนทรุดลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น และดึงหีบกระบี่พร้อมกับกระบี่ออกมา
เขาได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง!
บัดนี้เยี่ยฉวนได้เรียนรู้มากมาย! เพราะความไม่ถ่องแท้ในปณิธานกระบี่ของตัวเอง ทั้งเรื่องขอบเขตและอารมณ์ของกระบี่เต๋าและปณิธานกระบี่
ย่อมหมายความว่าเขาไม่เคยได้ศึกษาในเรื่องเหล่านี้อย่างถ่องแท้!
ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการสงบสติอารณ์และ ‘ตระหนักรู้’ ในตัวตนของตนเอง
ปณิธานกระบี่!
เยี่ยฉวนจึงคิดที่จะเริ่มต้นที่การถ่องแท้ในปณิธานกระบี่!
ณ ปัจจุบันพลังปณิธานกระบี่ของเยี่ยฉวนมีเส้นแบ่งระหว่างปณิธานกระบี่คุณธรรมและปณิธานกระบี่มาร ปณิธานกระบี่คุณธรรมนั้นเชี่ยวชาญในเชิงต้านทาน ส่วนปณิธานกระบี่มารเชี่ยวชาญในเชิงปะทะ
พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมจึงไม่มีอิทธิฤทธิ์ทำลายล้าง ทว่าแปรเปลี่ยนเป็นโล่ใช้ป้องอันตรายแก่ตนเอง โล่แห่งปณิธานกระบี่คุณธรรมเปรียบเสมือนศาสตราวุธจิตวิญญาณแท้จริงระดับสูง ความจริงก็คือปราการโล่ปณิธานกระบี่คุณธรรมนี้ใช่ว่าคนผนึกยุทธ์จะสามารถทำลายลงได้โดยง่ายดาย
หากปัญหาที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ศัตรูปัจจุบันเป็นยอดฝีมือขั้นผนึกยุทธ์ระดับแท้จริงก็มี เป็นควบยุทธ์สะท้านภพและควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงก็มี!
เพราะฉะนั้นถ้าขืนยังไม่พัฒนาพลังปณิธานกระบี่คุณธรรมของตน จะยิ่งเท่ากับไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย!
อย่างไรก็ตามเยี่ยฉวนไม่รู้วิธีที่จะพัฒนาให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น เขารู้เพียงอย่างเดียวเมื่อทำดีพลังปณิธานกระบี่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ปณิธานกระบี่มาร!
ถ้าเทียบกับปณิธานกระบี่คุณธรรม เยี่ยฉวนออกจะชอบปณิธานกระบี่มารมากกว่าเพราะความเชี่ยวชาญในเชิงปะทะและทำลายล้าง พลังปณิธานกระบี่มารทำให้สมรรถนะการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามในสิบส่วน ถ้าขาดพลังปณิธานกระบี่มาร คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสังหารศัตรูขั้นควบยุทธ์สะท้านภพอย่างที่แล้วมา!
จะว่าไปพลังปณิธานกระบี่มารเป็นสิ่งที่มากัดกร่อนเสียด้วยซ้ำไป ยามใดที่เยี่ยฉวนเชื่อมโยงกับพลังปณิธานที่ว่าสิ่งที่ปกติเคยมีอยู่ก็จะมลายหายไป! แม้คนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพก็ไม่อาจต้านทานพลังชนิดนี้!
นอกจากพลังปณิธานกระบี่แล้ว อีกพลังที่เขาควรให้ความใส่ใจคือแรงผลักดันแห่งกระบี่
เวลานี้เยี่ยฉวนบรรลุเป็นราชันย์กระบี่และรู้วิธีที่จะดึงพลังสยบฟ้าดินมาใช้แล้วด้วย แน่นอนว่าเขายังใช้งานพลังสยบฟ้าดินได้ไม่เต็มที่นักในความคิดของเยี่ยฉวน ถ้าเมื่อใดที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่แล้วละก็ พลังปะทะย่อมรุนแรงถึงขั้นสังหารคนควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้อย่างง่ายดาย!
ตอนนี้ชายหนุ่มเพิ่งสัมผัสแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หนทางยังอีกยาวไกลกว่าเยี่ยฉวนจะสามารถใช้พลังสยบฟ้าดินได้อย่างแท้จริง
เขาควรมีความตระหนักรู้ในกระบี่ของตน
บัดนี้สิ่งที่ได้มาแล้วมีกระบี่สวรรค์สองเล่มและกระบี่แท้จริงเจ็ดเล่ม ซึ่งเล่มหนึ่งเป็นกระบี่แท้จริงระดับสูงคือกระบี่หลิงซิ่ว ส่วนที่เหลือเป็นกระบี่แท้จริงระดับกลางและกระบี่แท้จริงระดับต้น นอกจากนั้นก็ยังมีหีบกระบี่ระดับแท้จริงด้วย
สองกระบี่สวรรค์มีส่วนสำคัญช่วยให้เยี่ยฉวนสังหารคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพ ภายในสามกระบวนท่ามาแล้ว
อันที่จริงกระบี่ขั้นสวรรค์ทั้งสอง ทำให้สมรรถนะการต่อสู้ของเยี่ยฉวนเพิ่มพูนขึ้นไม่น้อยกว่าสามในสิบส่วนเช่นกัน
ขั้นต่อไปเขาควรต้องฝึกฝนทักษะกระบี่!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ตอนนี้เยี่ยฉวนเพิ่งจะเรียนรู้ทักษะกระบี่อันเป็นกุญแจ ที่จะนำไปสู่สมรรถนะในการสังหารคู่ต่อสู้ที่มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพ! ถ้าไม่มีทักษะกระบี่ ก็ยากที่จะสังหารคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพเพียงเพราะมีพลังปณิธานกระบี่ แรงผลักดันแห่งกระบี่ และกระบี่สวรรค์!
ความคิดดังกล่าวทำให้เจ้าตัวตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย เพราะได้ค้นพบว่าแท้ที่จริงพลังของตนยังไม่มั่นคงเอาเสียเลย
ก่อนอื่นการที่มีกระบี่สวรรค์ทำให้ช่วยเสริมสมรรถนะการต่อสู้ของเยี่ยฉวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามในสิบส่วน ถึงกระนั้นกระบี่ก็คือกระบี่ ถ้าไม่มีกระบี่เท่ากับสมรรถนะในการต่อสู้ของเขาจะหายไปอย่างสิ้นเชิงสามในสิบส่วน
ในความรู้สึกของเยี่ยฉวนแล้วเขายังต้องพึงพากระบี่ หากปราศจากกระบี่สวรรค์และลำพังกระบี่หลิงซิ่ว คงยากที่เยี่ยฉวนจะเอาชนะคนในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพ
การมีอาวุธที่ทรงพลังนั้นดีอยู่แล้ว ทว่าถ้าต้องพึ่งพามันมากจนเกินไปอาจไม่เป็นผลดีในระยะยาว
พลังปณิธานกระบี่ แรงผลักดันแห่งกระบี่ ทักษะกระบี่และเต๋าแห่งกระบี่……เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานของเยี่ยฉวน!
นอกเหนือจากนี้เขายังมีไม้ตายที่สำคัญคือหอคอยแห่งเรือนจำ
ครั้งหนึ่งที่เขาใช้พลังของหอคอยแห่งเรือนจำ จึงทำให้แม้กระทั่งคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงยังถูกสังหารอย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามสิ่งนี้เป็นเสมือนระเบิดลูกใหญ่สองลูก อันดับแรกเขาต้องเจ็บปางตายเคยถึงขั้นสลบเหมือด ตอนนี้เยี่ยฉวนยังไม่มีพลังมากพอที่จะต้านทานฤทธิ์ของผลข้างเคียงนั้น อันดับสองนับตั้งแต่การกระตุ้นใช้งานครั้งก่อนหอคอยปิดตายไปแล้ว การฟื้นพลังหอคอยจะต้องใช้สุดยอดศิลาจิตวิญญาณปริมาณมหาศาล ทว่าเยี่ยฉวนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปริมาณเท่าใดจึงจะพอต่อความต้องการของหอคอย อันดับสุดท้ายถ้าเขากระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำ ยันต์ผนึกหอคอยอาจเลื่อนหลุดออกเมื่อใดก็ได้
ถึงตอนนั้นมหันตภัยร้ายจะปรากฏ!
ชายหนุ่มไม่กระจ่างชัดนักว่าบางสิ่งที่อยู่ในนั้นถือตัวอะไรกันแน่ แต่ที่รู้สิ่งมีชีวิตนั้นเป็นอะไรที่ยากจะต่อกรด้วย
เวลานี้สตรีลึกลับก็ไม่อยู่เสียแล้ว ถ้ายันต์ผนึกหลุดออกมา ตัวเขาเองคงหมดโอกาสที่จะมีชีวิตรอด!
ดังนั้นเยี่ยฉวนจึงไม่กล้านำไม้ตายออกมาใช้บ่อยครั้ง
แน่ล่ะ ถ้าถึงคราวต้องตายเขาก็ไม่เคยหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่จะพยายามทุกวิถีทางทำให้ศัตรูตายไปพร้อมกัน!
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบใช้ความคิดเป็นเนิ่นนาน จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบกระบี่ที่วางตรงหน้าขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างขวา พลันแรงผลักดันอันรุนแรงถ่ายเทออกจากกระบี่
พลังแรงผลักดันแห่งกระบี่นั่นเอง!
เพียงชั่วพริบตาพลังแรงผลักดันแห่งกระบี่พลุ่งพล่านขึ้นทันที พื้นที่ในบริเวณเริ่มสั่นไหวก่อนจะแตกร้าวทีละน้อยอย่างรวดเร็ว ต่อมาอาคารของหอฝึกฝนทั้งหลังสั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
พลังเคลื่อนไหวสยบฟ้าดิน!
เขากำลังดึงแรงผลักดันจากสวรรค์และโลก
ขณะนั้นได้เกิดเป็นพลังแรงผลักดันสอดผสานและอำนาจเป็นทวีคูณ!
กระบี่ในมือเดิมนิ่งเฉยทะยานวูบออกไปโดยฉับพลัน
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
เกิดเป็นพลังเคลื่อนไหวสามประสาน เป็นการรวมพลังแรงผลักดันแห่งกระบี่ พลังสยบฟ้าดินและทักษะกระบี่เข้าด้วยกัน!



