บทที่ 461 ข้าจะทำให้ดีที่สุด! (ปลาย)
……
ได้ยินเช่นนั้น ซือถูหมิงมองคนพูดท่าทางตกตะลึง “เจ้ารู้ได้ยังไง?” ……
……
เยี่ยฉวนเองก็แปลกใจ เห็นได้ชัดว่าชายชราตรงหน้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว!……
..
ว่าแล้วเขาจึงพยายามรวบรวมสติก่อนจะพูดออกไปว่า “เจ้ารู้ไหมแผนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนใกล้ความจริงเข้ามาทุกที! คำถามก็คือเมื่อพวกมันได้ในสิ่งที่ต้องการพวกเจ้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแก้แค้นให้ตระกูลซือถู ถ้าพวกเราไม่ร่วมมือกันในวันนี้ คงเหมือนการยื่นคอพาดบนเขียงรอเวลาที่พวกมันจะตามมาสังหารอย่างเหี้ยมโหด”
เยี่ยฉวนหยุดคิดนิดหนึ่ง จากนั้นจึงพูดต่อไปอีกว่า “ลองคิดดู ช่วงหลังมานี้สถานฉางมู่อ่อนแอลงอย่างมาก เป็นเหตุให้พวกเขาถูกกลั่นแกล้ง……เวลานี้เจ้าไม่รู้สึกบ้างหรือว่าตระกูลซือถูและสถานศึกษาฉางมู่มีบางอย่างที่คล้ายกัน? ใช่แล้ว ตระกูลซือถูกำลังอ่อนแอลงเป็นอันมาก ถ้าพวกมันลองจู่โจมเข้ามาอีกสักครั้งหรือสองครั้ง เหอเหอ……”
ซือถูหมิงนิ่งงัน
ชายหนุ่มจึงหุบปากไม่ต่อความยาว บางครั้งพูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง!
ขณะนั้นมีเสียงจากชายชราซือถูหมิงว่า “อย่างช้าไม่เกินหนึ่งวัน ข้าจะกลับมาให้คำตอบ!”
หลังจากพูดจบ คนจึงหันหลังและกลับออกไป
เยี่ยฉวนยังอยู่ที่เดิม ฝึกฝนต่ออย่างขมักเขม้น
ภายหลังจากออกมาแล้ว ซือถูหมิงรีบตรงไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางแผ่นดินใหญ่ และมุ่งต่อไปที่สถานศึกษาฉางมู่โดยไม่รอช้า
เป็นธรรมดาอยู่เองที่คนอย่างเขาย่อมไม่เชื่อสิ่งที่เยี่ยฉวนพูดในทันที บางครั้งจึงต้องการการพิสูจน์ด้วยตนเอง!
เมื่อซือถูหมิงไปถึงยังบริเวณที่ตั้งสถานศึกษาฉางมู่ ชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นทางเบื้องหน้า เขาคือลี่ชิง อาจารย์ใหญ่แห่งสถานศึกษาฉางมู่
ซือถูหมิงแสงการห่อกำปั้นด้วยฝ่ามือคารวะทักทายทันที “คารวะอาจารย์ใหญ่ลี่ ข้าชื่อซือถูหมิงมาจากตระกูลซือถู มีบางอย่างจะถามท่านขอรับ”
ตระกูลซือถู!
ลี่ชิงจับตามองผู้มาเยือนอย่างสนใจ “มีเรื่องอะไรไม่ทราบ?”
ซือถูหมิงกวาดตาไปรอบบริเวณ จากนั้นคนสะบัดมือข้างขวาครั้งหนึ่ง พลันสถานที่นั้นถูกสกัดไว้ด้วยพลังค่ายกลประหลาด ก่อนจะละสายตากลับไปทางลี่ชิง “ข้าอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาฉางมู่ในแผ่นดินชิง!”
สถานศึกษาฉางมู่ในแผ่นดินชิง!
เมื่อได้ยินเข้าเท่านั้นสีหน้าของลี่ชิงเผือดซีดลงอย่างทันตาเห็น เพราะเวลานี้สถานศึกษาฉางมู่ตกอยู่ในความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียหนักหนาที่สุดในรอบหลายร้อยปี
เห็นคนตรงหน้านิ่งเงียบไป ซือถูหมิงจึงแสดงอาการห่อกำปั้นคารวะอีกครั้งหนึ่ง “กรุณาบอกข้ามาตามตรงเถอะ!”
ลี่ชิงส่ายหน้าช้าๆ “ข้าไม่อยากพูดถึงเยี่ยฉวนอีกแล้ว แต่ข้าอยากเตือนท่านให้คอยจับตาดูสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไว้ให้ดี พวกมันทั้งโหดเหี้ยมและไร้ความปราณี”
ขณะพูดชายชราคงจะรำลึกถึงเรื่องราวบางอย่าง ด้วยสีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเย็นชายิ่งนัก
ความชิงชังที่มีต่อเยี่ยฉวนนั้นเป็นเรื่องปกติ ทว่าความเกลียดที่มีต่อสำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั้นไม่อาจเทียบได้ ด้วยหลังจากนั้นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนทำให้สถานศึกษาฉางมู่อ่อนกำลังลงอย่างฉับพลันนั้นเอง ทำให้ฉางมู่ต้องหันหน้าไปพึ่งพิงกลุ่มอำนาจอื่น!
เป็นเพราะฉางมู่ด้อยความสามารถจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับเยี่ยฉวน เขาไม่เคยลืมว่าสาเหตุจากสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินเล่นไม่ซื่อ ด้วยการเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟและยังกระทืบซ้ำเมื่อกองไฟเริ่มริบหรี่จนมอดดับ!
เพราะฉะนั้นหากเปรียบเทียบกับความรู้สึกชิงชังที่มีต่อเยี่ยฉวน ความจริงความรู้สึกที่มีต่อสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมากกว่ามากมายนัก!
เมื่อนิ่งฟังคำบอกกล่าวเรื่องราวจากปากของลี่ชิง ซือถูหมิงถึงกับพูดไม่ออกเป็นครู่ “ข้าเข้าใจ!”
หลังจากเสร็จสิ้นการซักถามเขาก็ลากลับไป
วันรุ่งขึ้นซือถูหมิงจึงย้อนกลับไปหาเยี่ยฉวนอีกครั้ง
สถานที่แห่งหนึ่งในบริเวณป่าไผ่ ผู้มาเยือนยกนิ้วมือขึ้นก่อนจะกดลงครั้งหนึ่ง พลันวงแหวนสัมภาระปรากฏออกมาต่อหน้าเยี่ยฉวนซึ่งเขารีบฉวยขึ้นมาทันที หลังจากใช้อำนาจเทวจิตสำรวจข้างในวงแหวน สิ่งที่ปรากฏทำให้เขาถึงกับมือไม้สั่นอย่างช่วยไม่ได้
ภายในอัดแน่นไปด้วยสุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันล้านชิ้น!
การที่ได้เห็นสิ่งนั้นทำให้เยี่ยฉวนรู้สึกว่าโลกนี้น่าพิสมัยขึ้นเป็นกอง!
พลันชายชราซือถูหมิงพูดกับเยี่ยฉวนว่า “ข้าจะคอยช่วยเหลือเจ้าอยู่เบื้องหลัง แต่เมื่อใดที่เจ้าไม่สามารถทำตามที่พูดได้ พวกเราจะยกเลิกข้อตกลง ส่วนเจ้าก็จะเป็นคนรับกรรมต่อจากที่เหลือ เข้าใจไหม?”
เยี่ยฉวนพยักหน้าขณะจัดการเก็บวงแหวนสัมภาระ “ตกลง แต่ข้ามีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง!”
“ว่าไป!” ชายชราพูด
ชายหนุ่มจึงเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “เวลานี้เรากำลังจะสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนซึ่งต้องสู้จนถึงที่สุด! พวกเจ้าพร้อมแล้วแน่นะ?”
ซือถูหมิงเหยียดมุมปาก เสียงพูดเย้ยหยันชัดเจน “พวกมันสังหารคนตระกูลซือถูอย่างเหี้ยมโหด พวกเราจะสู้กับมันให้ถึงที่สุดแน่นอน! เจ้าวางใจได้คนตระกูลซือถูจะไม่ยอมกลับไปคบค้าสมาคมกับพวกมัน ส่วนกองกำลังอื่นข้าไม่สามารถยืนยันได้”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ได้ ข้าจะเรียกรวมพลจอมยุทธ์ทั่วทั้งแผ่นดินชิงเดี๋ยวนี้ ตราบใดที่เจ้าคอยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ข้าจะไม่ปล่อยให้แผ่นดินชิงกลายเป็นแผ่นดินฉางหลานแห่งที่สองอย่างแน่นอน!”
ชายชรามองคนตรงหน้าเต็มตา “ถ้าอย่างนั้นเราจะได้รู้กัน!”
เยี่ยฉวนพูดน้ำเสียงจริงจัง “ข้าจะทำให้ดีที่สุด!”
พูดจบเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มจึงหันกลับออกไปจากที่นั่นทันที
ทิ้งให้คนยืนมองตามเบื้องหลัง ซือถูหมิงค่อยหลับตาลงช้าๆ ขณะรำพึงกับตนเอง “ข้าหวังว่าหมากตัวนี้จะไม่ทำให้พวกเราต้องผิดหวัง……สำนักผู้ตรวจการเขตแดน……!”
พลันสีหน้าคนแปรเปลี่ยนเป็นดุดันเหี้ยมเกรียม
ด้วยประมุขแห่งตระกูลซือถูซึ่งจบชีวิตลงที่หุบเขาหว่านชิวในครานั้นคือบุตรชายของเขานั่นเอง!!
.
หลังกลับออกจากป่าทึบ เยี่ยฉวนตรงเข้าเมืองหลวงแคว้นหนิงทันที ตลอดทางชายหนุ่มแหกปากหัวเราะลั่นอยู่คนเดียวด้วยความปรีดาปราโมทย์!
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณหนึ่งพันล้านชิ้น!
หนึ่งพันล้านเชียวนะ!
เมื่อมีเงินทองของล้ำค่าขนาดนี้เขาอยากทำอะไรย่อมได้ทั้งนั้น อย่างเช่นฟื้นฟูพลังให้หอคอยแห่งเรือนจำ คัดเลือกคนเข้ากองกำลัง……
ไม่ช้าไม่นานเยี่ยฉวนได้มาถึงยังกำแพงเมืองหลวงแห่งแคว้นหนิง ที่นั่นกองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานกำลังคอยให้การต้อนรับอย่างสงบเรียบร้อย
ทันทีที่เขาโผล่เข้าไป กองทหารม้าแห่งฉางหลานต่างค้อมศีรษะลงพร้อมแสดงคารวะให้คนที่มาถึง “คารวะอาจารย์ใหญ่!”
ชายหนุ่มโบกฝ่ามือใหญ่แข็งแรงพลางร้องสั่ง “กลับแคว้นเจียง!”
ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังจะนำพากองกำลังทหารม้าจากไปนั้น สตรีนางหนึ่งนั่งมาบนหลังม้าควบออกจากเมืองตรงมาทางกลุ่มคน
ทัวป้าเหยียน!
ทัวป้าเหยียนมองเห็นเยี่ยฉวนจึงรีบตรงเข้าหาขณะทำท่าจะเอ่ยพูด พลันร่างของเยี่ยฉวนบังเกิดอาการสั่นน้อยๆ และตัวคนขึ้นไปปรากฏอยู่บนหลังม้าเพลิงโลกันตร์ เพียงครู่เดียวคนและกองทัพม้านับร้อยพุ่งทะยานไปไกลกว่าเก้าจั้งแล้ว!
ปล่อยให้ทัวป้าเหยียนซึ่งหยุดม้านิ่งงันมองตามมาเบื้องหลัง



