Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 465

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 465 ดูถูกคิดว่าข้าสู้ไม่ได้งั้นสิ? (ปลาย)

C

……

อันที่จริงนั่นเป็นเงินก้อนโตเอามากทีเดียว……

……

แต่ในความรู้สึกของเยี่ยฉวน ยังห่างไกลคำว่าเพียงพอมาก……

..

สุดยอดศิลาจิตวิญญาณสองร้อยล้านชิ้นที่ว่านี้แทนที่เยี่ยฉวนจะมอบให้ลู่จิ้วเก๋อ เขากลับตั้งใจที่จะเติมเต็มเพื่อฟื้นฟูพลังให้กับหอคอยแห่งเรือนจำอีกครั้ง

เวลานี้เขานับว่าเป็นคนที่มีฝีมือกล้าแกร่งและมีศักยภาพที่สุดในสถานศึกษาฉางหลาน เขาจะล้มไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งหอแห่งเรือนจำเป็นไม้ตายที่ดีที่สุด ฉะนั้นหอคอยจะต้องฟื้นพลังให้ได้

ครู่ใหญ่ กองทัพม้าแห่งฉางหลานจึงย้อนกลับมา ในกลุ่มทหารมีราวยี่สิบนายขยุ้มศีรษะชุ่มโลหิตของศัตรูติดมือมา

ทหารม้านายหนึ่งกระตุกบังเหียนม้าพร้อมกระโจนลงจากหลังม้าทันที จากนั้นจึงหยุดตรงเบื้องหน้าเยี่ยฉวน ก่อนแบมือชูออกไปข้างหน้าส่งมอบวงแหวนสัมภาระด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อม

ชายหนุ่มเห็นเข้าจึงส่ายหน้าพลางพูดว่า “เจ้านำไปแจกจ่ายให้กับบรรดาทหารพี่น้องเหล่านั้นเถอะ”

พูดจบคนหันหลังและเดินตรงไปทางประตูเมืองพร้อมด้วยกระบี่ที่ถืออยู่ในมือ หากเมื่อเดินไปถึงปากประตูเมืองชายหนุ่มพลันชะงักเท้าและหันมาพูดว่า “พวกเจ้าช่วยกันเก็บซากศพเหล่านี้ออกไปจากเมือง! แจ้งคำสั่งของข้า สถานศึกษาฉางหลานกำลังประสบกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้โลกภายนอกเข้าใจว่าข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ที่ประสบขั้นร้ายแรง!”

ก่อนจะเดินลับกายเข้าไปภายในเมือง

กองทหารม้าฉางหลานนับร้อยนายที่ฟังคำสั่งอยู่ด้านนอก แสดงคารวะต่อเยี่ยฉวนแล้วจึงหันกลับไป

เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องพักตามลำพัง เยี่ยฉวนทรุดลงนั่งขัดสมาธิจากนั้นจึงเริ่มทำการสูบกลืนให้กับหอคอยอีกครั้ง

เวลาผ่านไปอีกเนิ่นนาน กระทั่งในวงแหวนสัมภาระโล่งโจ้งไม่หลงเหลืออะไรอีก

ชายหนุ่มนั่งเงียบจนเวลาผ่านไปอีกนาน

สุดยอดศิลาจิตวิญญาณเก้าร้อยล้านชิ้น

จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณถึงเก้าร้อยล้านชิ้นแล้วที่หอคอยสูบกลืนลงไป ถึงกระนั้นก็ยังไร้วี่แววความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น!

มันเป็นหลุมลึกสุดหยั่งถึง!

บางทีนี่อาจจะเป็นหลุ่มลึกสุดที่จะหยั่งถึงจริงๆ ก็ได้ เมื่อคิดแล้วจู่ๆ เยี่ยฉวนเกิดความลังเล! ลังเลในการที่จะส่งของล้ำค่าลงไปในหอคอย……

เพราะถ้าหอคอยต้องใช้สุดยอดศิลาจิตวิญญาณจำนวนหมื่นล้านชิ้นเพื่อฟื้นฟูพลังจริงล่ะก็ เขาจะไปหาของล้ำค่ามากมายอย่างนั้นได้ที่ไหน?

ต่อให้ออกล่าปล้นสมบัติ ก็ไม่สามารถรวบรวมได้อยู่ดี!

หรือว่าเขาควรล้มเลิกความคิดนี้เสีย?

ชายหนุ่มถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ยิ่งสูบกลืน บางทีเขาเองอาจต้องสูญเสียพลังจนหมด!

ทันใดนั้นเอง หอคอยแห่งเรือนจำพลันบังเกิดอาการสะท้านขึ้นทันที

เยี่ยฉวนสะดุ้งเฮือก และรีบเข้าสู่กรรมฐานเพื่อเข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำในกายตน อย่างไรก็ตามหอคอยกลับนิ่งเงียบไร้ความเคลื่อนไหวเหมือนเดิม

ทว่าชายหนุ่มมั่นใจว่าหอคอยเพิ่งแสดงอาการกระเตื้องแน่ๆ!

จะเห็นได้ว่าหอคอยต้องการสื่อบางอย่าง!

ภายในห้องพักเยี่ยฉวนนิ่งรอคอยด้วยความอดทน จนในที่สุดจึงตัดสินใจลองพยายามใหม่อีกสักครั้งด้วยไม่อยากเลิกล้มไปเสียโดยง่าย

เป็นเพราะต้องสูญเสียสุดยอดศิลาจิตวิญญาณไปแล้วถึงเก้าร้อยล้านชิ้น อีกอย่างหอคอยแห่งเรือนจำเปรียบเสมือนอุปกรณ์เสริมมีไว้เพื่อป้องกันตัวเอง

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเยี่ยฉวนไม่มีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณเหลืออยู่อีกแล้วนี่สิ!

ยากจน!

ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับความจนยากที่กำลังเผชิญพลางถอนหายใจ เขาเพิ่งได้รับสุดยอดศิลาจิตวิญญาณสองร้อยล้านชิ้น หากแล้วมันกลับหายวับไปเพียงชั่วพริบตาเดียว เท่ากับความว่องไวในการผลาญเงินทองของตัวเอง……คิดไปคิดมาให้รู้สึกกลัวตัวเองขึ้นมาเสียอย่างนั้น นอกจากนั้นภายหลังจากที่สุดยอดศิลาจิตวิญญาณสองร้อยล้านชิ้นละลายหายไป มันก็เปรียบประดุจโยนก้อนหินลงไปในทะเล เมื่อกระทบผิวน้ำเกิดแรงกระเพื่อมเล็กๆ เพียงเท่านั้นก่อนเลือนหายไป……

แม้ว่าหอคอยแห่งเรือนจำจะมีปฏิกิริยาออกมาบ้างเล็กน้อยพอให้เยี่ยฉวนเกิดความสับสนอยู่บ้าง……แต่ชายหนุ่มก็ไม่อาจรู้ว่าแท้จริงแล้วหอคอยต้องการสุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกเท่าไร!

พลันบานประตูเปิดผลัวะออกพร้อมกับชายชราผู้หนึ่งถลันพรวดเข้ามา

ซือถูหมิง!

เยี่ยฉวนรีบเรียกสติของตนกลับคืนมา ก่อนจะหันไปพูดทำนองต่อว่ากลายๆ “เคาะประตูสักทีมันคงไม่เสียหายใช่ไหม?”

ซือถูหมิงเหยียดมุมปาก พูดเสียงเยาะหยัน “ข้าแค่อยากมาเตือนให้เจ้ารู้ตัวไว้ว่าตอนนี้มีกองกำลังทหารรับจ้างชั้นหนึ่ง จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามกองกำลังเข้ามายังแผ่นดินชิงแล้ว พวกมันร่วมมือกันและมีเป้าหมายคือตัวเจ้านั่นเอง”

เยี่ยฉวนย้อนถาม “แล้วในบรรดาคนที่มา……มียอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงบ้างไหม?”

สำหรับเยี่ยฉวน ยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงย่อมหมายถึงมหันตภัยร้ายแรงถึงชีวิตเลยก็ว่าได้ แน่นอนถ้าควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงเสมอกับเหลียนว่านลี่ พวกมันจะกลายเป็นมหันตภัยร้ายแรงที่ยิ่งใหญ่ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!

ชายชราเอ่ยเสียงแหบห้าว “แล้วหากมีเล่า?”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้ารับมือพวกมันไม่ไหวแน่ แต่อาจวิ่งหนีทัน!”

ซือถูหมิงหน้าง้ำ น้ำเสียงแสดงว่าชักโกรธขึ้นมาแล้ว “เจ้าเป็นถึงผู้ฝึกกระบี่..นี่มันไม่ได้ขี้ขลาดตาขาวไปหน่อยหรือ?”

เยี่ยฉวนแบมือยักไหล่ท่าทางยียวน “ยอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงเช่นนั้น……ข้ารับมือไม่ไหวหรอก!”

อีกฝ่ายจ้องหน้าเยี่ยฉวนเขม็ง “วางใจได้ถ้ายอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพออกปะทะเมื่อไร พวกข้าจะจัดการเอง อย่างไรก็ตามคนอื่นที่เหลือเจ้าต้องจัดการเอง”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา”

ซือถูหมิงย้อนถามเสียงเรียบ “ไม่มีปัญหางั้นหรือ? อย่าได้ประมาทคู่ต่อสู้จะดีกว่า! สามกองกำลังนั้นฝีมือไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังสะท้านโลกันต์ซึ่งเป็นกองกำลังชั้นหนึ่ง คนกลุ่มนี้มีความลึกลับ ไม่มีใครเคยพบเห็นตัวตนแท้จริงของสมาชิกพวกนั้นรวมทั้งพวกข้าด้วย! ในขณะที่เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่ง หัวหน้ากลุ่มของพวกเขารั้งอันดับที่สามแห่งทำเนียบยอดคน”

ชายชราหยุดพูดขณะนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “อีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าบางคนไม่ได้มีชื่อรั้งอันดับทำเนียบยอดคนก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไร้ฝีมือ เพียงแต่เขาอาจไม่ได้ต่อสู้แย่งชิงเพื่อให้ได้มาซึ่งอันดับเท่านั้น เช่นเดียวกับเจ้าที่แม้จะไม่ได้มีชื่อติดอันดับที่ว่า ทว่ามันก็ไม่มีใครกล้าพูดว่าเจ้าไร้ฝีมือเช่นกัน

เข้าใจหรือยัง?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “เข้าใจแล้ว อย่าห่วงเลย ข้าไม่เคยปรามาสพวกมันแม้แต่น้อย”

ชายหนุ่มมีท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ ทีนี้ยังมีอีกหนึ่งปัญหา……ข้าอยากได้อาวุธ ยาบำรุงตันเถียน คัมภีร์ทักษะยุทธ์และของอื่นๆ……”

ชายชราหันขวับมาจ้องหน้า พลันได้ยินเสียงเยี่ยฉวนถอนหายใจหนัก “อนิจจา เจ้าคงคิดว่าข้ามักมากเอาแต่ได้ แต่ก็น่าคิดอยู่หรอก ลำพังข้าคนเดียวจะสู้คนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร? ถ้าข้าไม่ฝึกคนขึ้นมาคอยช่วยเหลือ เจ้าว่าข้าจะสู้เขาได้หรือ? มีแต่จะถูกศัตรูฆ่าตายเสียไม่วันนี้พรุ่งนี้! หรือว่าเจ้าจะส่งคนมาช่วยก็ได้นะ จะว่าไปข้ายอมไปเป็นตัวประกันก็ได้ ข้าจะ……”

คนพูดวางสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเจ้ารู้สึกว่าตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าจะขนศิษย์ฉางหลานออกจากแผ่นดินชิง หรืออาจยอมแพ้ให้มันจับตัวไป ถึงยังไงเวลานี้ข้าไม่มีปัญญาจะไปสู้รบปรบมือกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไปจนตลอดรอดฝั่งอยู่แล้ว”

ซือถูหมิงชำเลืองมองเยี่ยฉวนอยู่เป็นนานสองนาน ก่อนจะหันหลังเดินไปทางประตู ชายชราชะงักฝีเท้าอยู่ที่ปากประตูเสียงพูดข้ามไหล่มายังเยี่ยฉวน “ข้าจะกลับมาให้คำตอบพรุ่งนี้!”

จากนั้นคนพูดได้หายวาบไปจากที่

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!