บทที่ 473 รวยขึ้นทันตาเห็น! (ปลาย)
เยี่ยฉวนนิ่งงันไปครู่ใหญ่ จากนั้นจึงหมุนตัวหันกลับเดินออกจากสถานที่ ไม่นานนักเขาได้มาถึงหอโถงฉางหลาน ขณะนั้นลู่จิ้วเก๋อกำลังทำงานวุ่นอยู่ภายในหอโถง
เวลานี้หน้าที่การบริหารจัดการสถานศึกษาฉางหลานตกเป็นของลู่จิ้วเก๋อและคนอื่น
เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา นางเบนหน้ามาทางเยี่ยฉวนซึ่งขณะนั้นพูดขึ้นว่า “เวลานี้จอมยุทธ์ที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่ในแผ่นดินชิงมากน้อยเท่าไร?”
สตรีตอบทันที “กว่าแสนคนเห็นจะได้ แต่ว่าคนขั้นพลังกล้าแกร่งจริงมีอยู่ไม่กี่คน”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะสีหน้าครุ่นคิด “ส่งคนออกไปค้นหาคนเหล่านี้ว่ามีอยู่แถวไหนและสั่งให้กองกำลังขุนศึกฉางหลานเตรียมความพร้อมไว้ให้ดี”
ลู่จิ้วเก๋อหันหน้ามาทางคนพูด “อย่าบ อกนะว่าจะออกจู่โจม?”
ชายหนุ่มตอบทันที “เราจะออกจู่โจม ในเร็ววันนี้!”
อีกฝ่ายถามต่อไป “ถ้าพบคนควบยุทธ์สะท้านภพจะทำอย่างไร?”
เยี่ยฉวนหัวเราะ “เรื่องนั้นไว้เป็นหน้าที่ข้า!”
จบคำพูดก็หมุนตัวหันกลับและออกไปจากสถานที่นั้น
ลู่จิ้วเก๋อนิ่งเงียบอยู่เป็นครู่ใหญ่ ต่อมาจึงหันกลับไปทำงานที่ยังค้างอยู่ต่อไป
เมื่อออกจากหอโถงเยี่ยฉวนตรงกลับเข้าห้องพัก จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการสูบกลืนสุดยอดศิลาจิตวิญญาณอีกครั้ง
แน่นอนว่าคนอย่างเขาจะไม่มีวันฝากความหวังไว้กับตระกูลซือถูและคนอื่นทั้งหมด ความหวังเดียวของเขาคือความกล้าแกร่งของตัวเอง!
ขณะที่เขาตั้งท่าจะสูบกลืนต่อเนื่องต่อไปอีก ภายหลังจากสุดยอดศิลาจิตวิญญาณร้อยล้านชิ้นถูกกลืนหาย ทว่าทันใดนั้นเองหอคอยแห่งเรือนจำภายในกายบังเกิดอาการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
แรงระเบิดก่อให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะประดุจถูกกระหน่ำตีที่ศีรษะของเยี่ยฉวนอย่างแรง จนกระทั่งหมดสติ ผ่านไปนานนับชั่วยามกว่าที่เขาจะค่อยฟื้นคืนสติ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งตัวเองยังถึงกับตกตะลึง
ด้วยได้พบว่าหอคอยแห่งเรือนจำฟื้นคืนกลับมาแล้ว!
เขาจึงไม่รีรอรีบเข้าไปยังหอคอยทันที ที่พื้นภายในเต็มไปด้วยวงแหวนสัมภาระถูกทิ้งเกลื่อนกระจายเป็นจำนวนนับร้อยวงแหวน
อีกทั้งยังพบวงแหวนสัมภาระของสองคนยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงด้วย และทันทีที่มองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในวงแหวนสัมภาระ ภายในจิตใจรู้สึกเต็มตื้นด้วยความปลื้มปิติอย่างบอกไม่ถูก
เฉพาะวงแหวนสัมภาระเดียวได้สร้างความประหลาดใจด้วยของล้ำค่าขั้นสวรรค์ ชุดเกราะซึ่งมีสีดำสนิทดุจขนกาน้ำ ด้านหน้าเขียนลวดลายสัตว์อสูรดูละม้ายคล้ายนกเฟิ่งหวง มีสามขาและหุบปีก นัยน์คมกริบดุจใบมีดจ้องเขม็งมองตรง ส่วนด้านหลังของเสื้อเกราะประดับประดาด้วยเกล็ดสีดำลักษณะฝังซ้อนกันเป็นชั้น มีประกายสว่างแสงอ่อนจางลอดออกมาระหว่างชั้น
มิใช่ของธรรมดา!
นอกจากชุดเกราะที่ว่านี้ ในวงแหวนยังประกอบด้วยศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นแท้จริงยี่สิบชิ้น ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นระดับสุดยอด นอกนั้นยังมีคัมภีร์ทักษะยุทธขั้นปฐพีระดับต้นจำนวนหกคัมภีร์
และอื่นๆ จิปาถะ ทว่ามิใช่ของธรรมดาเลย
เมื่อลองประมาณมูลค่าตามที่เห็น ยกเว้นของล้ำค่าขั้นสวรรค์ส่วนที่เหลือน่าจะมีมูลค่าอย่างน้อยๆ เทียบเท่าสุดยอดศิลาจิตวิญญาณสองร้อยล้านถึงสามร้อยล้านชิ้นทีเดียว!
เยี่ยฉวนละจากวงแวนสัมภาระอันเดิมหันไปหาวงแหวนสัมภาระอีกวงแหวนหนึ่ง ซึ่งภายในบรรจุสิ่งของน้อยกว่าทว่าเป็นของล้ำค่าอย่างเหลือเชื่อ
คัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์
ปลาสนาการ!
มีแค่คำเดียว!
เยี่ยฉวนอ่านทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก ยิ่งอ่านมากเท่าไรยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ใจมากขึ้นเท่านั้น ขณะต่อมาจึงได้ประจักษ์แล้วว่าเหตุใดเหล่ามือสังหารแห่งดินแดนอันธการจึงน่ากลัวเช่นนั้น
ถ้าใครฝึกสำเร็จเคล็ดวิชาชนิดนี้ คนผู้นั้นจะมีความสามารถในการหลีกเร้นเข้าสู่จักรวาลและกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล อีกอย่างคนผู้นั้นยังได้เปรียบด้วยการใช้จักรวาลในการซ่อนลมหายใจของตนเอง แม้คนในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงยังยากจะค้นเจอ ด้วยอย่างไรก็ตามนี่คือคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์
ของดี!
ชายหนุ่มบิดยกมุมปากหัวเราะกับตัวเอง
นอกเหนือจากคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์ ยังมีสุดยอดศาสตราวุธจิตวิญญาระดับสูงอีกสิบแปดชิ้น รวมทั้งของจิปาถะจำนวนหนึ่ง
นอกจากนั้นก็มีวงแหวนสัมภาระอื่นนับร้อยวงแหวน……
ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เยี่ยฉวนไม่ได้รู้สึกว่ายากจนข้นแค้น!
ราวครึ่งชั่วยามที่เขาใช้เวลาในการตรวจนับ ผลงานครั้งนี้เรียกได้ว่า……มากมายไม่รู้จบทีเดียว!!!
หนึ่งชุดเกราะขั้นสวรรค์ หนึ่งคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์ ศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นแท้จริงระดับสูง 79 ชิ้น ขั้นแท้จริงระดับกลาง 97 ชิ้น ขั้นแท้จริงระดับต้น 127 ชิ้น และขั้นประกายแสง……
รวยขึ้นทันตาเห็น!
รวยทันตาเห็นจริงๆ!
จากนั้นในหอคอยแห่งเรือนจำกึกก้องไปด้วยเสียงหัวเราะราวกับคนบ้าของเยี่ยฉวน ผลจากการเก็บเกี่ยวคราวนี้มากมายเสียจนต้องเปล่งเสียงด้วยความสะใจ
เยี่ยฉวนตั้งใจจะติดอาวุธให้ขุนศึกเต๋าแห่งฉางหลานตั้งแต่หัวจรดเท้าไปเลย!
และหากนำของเหล่านี้ออกขาย มูลค่าที่ได้กลับมาย่อมเป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณไม่ต่ำกว่าพันล้านชิ้น
อย่างไรก็ตาม เยี่ยฉวนวางแผนที่จะเก็บชุดเกราะและคัมภีร์พลังปราณขั้นสวรรค์ไว้ ตัวชุดเกราะนั้นจะเอาไว้ใช้เอง ขณะเดียวกันก็จะฝึกฝนคัมภีร์พลังปราณด้วยตนเอง!
โดยเฉพาะคัมภีร์พลังปราณที่เรียกว่า ‘ปลาสนาการ’ ถ้าเขาฝึกได้สำเร็จ จะสามารถนำไปใช้ล่อหลอกศัตรูฝ่ายตรงข้าม……
เพียงแค่คิดเท่านี้ เยี่ยฉวนจึงแหกปากหัวเราะดังขึ้นไปอีกด้วยความชอบใจ
ฝึกพลัง!
จากนั้นจึงเริ่มฝึกฝนทันที
อันว่าคัมภีร์พลังปราณนี้การฝึกนั้นไม่ยาก แต่ความยากของมันอยู่ตรงที่ต้องใช้พลังชี่ขั้นจิตวิญญาณอย่างแรงกล้า หรือมิเช่นนั้นต้องเสริมด้วยศิลาจิตวิญญาณ ทว่าตอนนี้เยี่ยฉวนมีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณเหลือติดตัวเพียงแปดร้อยชิ้นเท่านั้น!
อย่างไรก็ตามพลังสติปัญญาที่จะทำความเข้าใจของเขามิได้ด้อยกว่าผู้อื่นเลย ค่อนข้างสูงเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นเขาสามารถบรรลุเป็นราชันย์กระบี่และสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับจักรวาลอีกด้วย ยิ่งช่วยเสริมให้การฝึกรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพียงใช้เวลาในการฝึกเพียงคืนเดียว เยี่ยฉวนก็สามารถใช้ทักษะหลีกลี้เข้าสู่จักรวาลได้ ทว่าทักษะการซ่อนลมหายใจยังทำได้ไม่ดีพอ……
นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น
ถึงกระนั้นเพียงเท่านี้ เยี่ยฉวนก็รู้สึกตื่นเต้นมากแล้ว
ชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นมาสักอย่างจึงรีบออกจากหอคอยแห่งเรือนจำทันที จากนั้นจึงตรงเข้าไปในห้องพักของโม่อวิ๋นฉี ขณะที่เจ้าของห้องก็กำลังฝึกฝนอยู่เช่นกัน
ทันใดนั้น–
เปรี้ยง!
โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งวางอยู่เบื้องหน้าโม่อวิ๋นฉีแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
คนสะดุ้งตาเหลือกสีหน้าท่าทางหวาดผวา พลันดีดตัวผลุงจากเตียงลงมายืนพลางหันไปมองรอบตัวด้วยความหวาดระแวง “ใครวะ!”
เงียบกริบ
โม่อวิ๋นฉีขมวดคิ้ว ทว่าประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่ ก่อนจะควานหารองเท้าเพื่อสวมเตรียมออกไป แต่พบว่ารองเท้าเหลืออยู่เพียงข้างเดียวส่วนอีกข้างหายไป
รองเท้าหายไปข้างหนึ่ง?
เจ้าตัวยืนกะพริบตาปริบ ความคิดสับสนงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ภายในห้องพักของไป่เจ๋อ ขณะเจ้าของห้องนอนหลับสนิทบนเตียง ทันใดนั้นก็ถูกตบหน้าด้วยรองเท้าข้างเดียวที่หายไปของโม่อวิ๋นฉี ไป่เจ๋อทะลึ่งพรวดด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าซีกหนึ่งเป็นรอยปื้นจากการถูกตบด้วยรองเท้า
คนร่างใหญ่นิ่งขึงไปชั่วขณะ ก่อนจะยกรองเท้าข้างเดียวในมือขึ้นดู ครู่ต่อมาเสียงตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวดังลั่นห้อง “ไอ้กะล่อนโม่ ข้าจะขยี้เจ้าให้เละคอยดู!”
ว่าแล้วก็กระโจนพรวดลงจากเตียง ก่อนพุ่งตัวออกจากห้องตรงไปทางห้องพักของโม่อวิ๋นฉีทันที……



