บทที่ 503 ไปตายซะ!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!……
ด้วยความที่กระบี่ยาวมาก หลังเยี่ยฉวนชี้ปลายกระบี่ลงจึงทำมุมเฉียงไปกับพื้นดิน กระบี่ในมือแผ่พลังแรงผลักดันกระจายออกข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม เปรียบดั่งภูเขาไฟปะทะใกล้ถึงจุดระเบิดก็ปาน เป็นภาพที่สร้างความหวาดผวาต่อผู้พบเห็น……
แรงผลักดันแห่งกระบี่!
ทักษะกระบี่ชนิดนี้ หากพูดกันให้ชัดหาใช่ทักษะกระบี่ไม่ ทว่านี่คือความเชื่อมั่นศัรทธาที่มีต่อกระบี่เต๋า!
บุรุษลึกลับซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดว่าเป็นคนเฉลียวฉลาดรอบรู้ เพียงแวบแรกที่ทักษะกระบี่กระทบเข้ากับคลองจักษุ คนมีท่าทีตะลึงงัน “ทักษะกระบี่ของเจ้า……แน่ใจนะว่าเจ้าคิดค้นทักษะนี้ขึ้นมาเอง?”
ชายหนุ่มท่าทางสงบเยือกเย็น “แน่นอน!”
ความเงียบเข้ามาแทนที่ชั่วอึดใจ บุรุษลึกลับจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “ทักษะกระบี่นี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ถ้าเจ้าเป็นคนรังสรรค์เองจริง เห็นทีเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางตกเป็นรองเจ้าอย่างแน่นอน”
เยี่ยฉวนเก็บกระบี่กลับคืนขณะเหยียดมุมปากยกยิ้ม “ขอบคุณที่ให้เกียรติ แต่ถ้าเทียบกับเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง ข้ายังมีข้อบกพร่องอีกมาก การที่พูดเช่นนี้ไม่ได้เป็นการถ่อมตัว ข้าเองเพิ่งจะเข้าสู่ทางสายกระบี่เต๋า สำหรับข้าหนทางนั้นยังยาวไกล”
บุรุษลึกลับจึงว่า “อย่าได้ชะล่าใจ อย่าถ่อมตัว ตราบใดที่เจ้ามีสติ หนทางแห่งกระบี่เต๋าของเจ้าจะไปได้อีกไกล”
คนหยุดไปนิดหนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้จักที่นี่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ที่นี่ไม่ใช่ที่ปลอดภัยพอที่เจ้าจะมาฝึกปรือวิชา เจ้าไปหาที่อื่นดีกว่าตัวเองจะได้ไม่เดือดร้อน”
ความรู้สึกในใจทำให้เยี่ยฉวนได้แต่ยิ้มขื่นออกมา ตัวของเขาเองไม่ได้อยากรั้งรอแม้แต่เสี้ยววินาที เป็นเพราะบุรุษลึกลับคนที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งเห็นได้ชัดว่ามิใช่ธรรมดา ถ้าเขายังขืนอยู่ที่นี่ต่อไปใครจะรู้ว่าปัญหายุ่งยากอะไรจะตามมาอีก ทว่าที่เขากลับไปไม่ได้เพราะตนต้องหากฎแห่งเต๋าให้พบเสียก่อน!
เยี่ยฉวนเลิกคิดฟุ้งซ่านและกลับสู่ปัจจุบัน พลางพูดยิ้มๆ กับคนตรงหน้า “ผู้อาวุโส ท่านอยู่ที่นี่มานานหลายพันปีแล้วสินะ ขอรับ?”
“นานกว่านั้นมาก!” คนตอบเสียงเรียบ
ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทำท่าครุ่นคิดและถามออกไปว่า “เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่นานเช่นนี้?”
พูดออกไปแล้วเขาจึงรีบเสริมว่า “จริงสิท่านอาจพอใจที่จะอยู่ที่นี่ ถ้างั้นก็ไม่ต้องตอบข้าก็ได้ แต่หากท่านไม่อยากอยู่ที่นี่ มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้บ้างเชิญบอกมา”
คนที่อยู่ต่อหน้า บุรุษลึกลับเงียบงันไป
เยี่ยฉวนรู้สึกใจชื้นมาเป็นกอง สังเกตเห็นได้ทันทีว่าชายคนนี้มิได้เต็มใจที่จะอยู่ ใครเล่าจะอยากอยู่ในสถานที่ทั้งมืดทั้งน่ารังเกียจเป็นเวลาแรมปีเช่นนี้?”
พลันต่อมามีเสียงดังมาจากบุรุษลึกลับพูดขึ้นว่า “นี่เป็นเรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมายุ่ง รีบออกไปเสียแล้วเจ้าจะปลอดภัย”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดก่อนจะกล่าวออกไป “บอกมาเถอะบางทีข้าอาจจะช่วยท่านได้ก็ได้ แต่ถ้าช่วยไม่ได้แน่ๆ ข้าก็จะไปและจะไม่มารบกวนอีกเลย”
ความเงียบงันเข้าครอบงำ ต่อมาเสียงบุรุษลึกลับตวาดไล่ “ไสหัวไป!”
อีกฝ่ายจึงพยักหน้าและเดินออกไป ถึงจะดูเหมือนค่อยไปอย่างใจเย็น หากในใจแอบระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา
ถ้าไม่เป็นเพราะยอดยุทธ์ชั้นสองและหอคอยแห่งเรือนจำสั่งมาละก็ เขาไม่ยอมเสี่ยงชีวิตแน่ไม่ว่ากฎแห่งเต๋าจะประเสริฐเลิศล้ำเพียงใด
ด้วยเยี่ยฉวนรู้แน่แก่ใจดีว่าบุรุษลึกลับคนนี้มีความกล้าแกร่งเหนือกว่าตนมากมายนัก
ถ้ามิได้มีพลังแข็งแกร่งเพียงพอ ต่อให้แผนการเฉียบคมแค่ไหนก็ไร้ซึ่งประโยชน์
หลังจากเดินแยกออกมาได้ราวครึ่งก้านธูป พลันเยี่ยฉวนหยุดชะงัก ที่เบื้องหน้าไม่ไกลกันปรากฏน้ำตกแห่งหนึ่ง ชายคนหนึ่งนั่งอยู่นิ่งเฉยที่ใต้น้ำตก ผ้าคลุมที่สวมใส่มีสภาพเก่าซอมซ่อ ผมเผ้ารุงรังยาวจนลากไปกับพื้นดิน
ด้วยความที่ผมรุงรังจนปิดบังใบหน้า ทำให้อีกฝ่ายมองเห็นใบหน้าไม่ได้ถนัดนัก
ชายผู้นั้นยังนั่งเฉยทั้งที่มิได้มีสิ่งใดผูกติดที่มือและเท้า แต่กลับสังเกตเห็นว่ามีอะไรบางสิ่งที่ติดตรึงเอาไว้
เยี่ยฉวนเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าทิ้งระยะห่างไม่ถึงสองลี้ สีหน้าเรียบเฉยก็จริงทว่าภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นตัว
ขณะนั้นเสียงของบุรุษลึกลับกล่าวขึ้นทันที “ยากนักที่จะได้พบผู้ฝึกกระบี่เต๋าคนหนุ่มที่อายุน้อย แต่โชคร้ายที่เจ้ามีพลังกล้าแกร่งแค่นี้ ไม่สามารถแก้ปัญหาของข้าได้”
เยี่ยฉวนเอ่ยถามเสียงห้าว “ท่านไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าแต่เคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะอะไรกันแน่?
บุรุษลึกลับเงยหน้ามอง ที่บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วนั่นเอง ตัวอักษรขนาดเล็กขยับเคลื่อนเข้ารวมกันจนอ่านเป็นคำว่า ‘สุญญากาศ’
สุญญากาศ!
ขณะที่ตัวหนังสือเคลื่อนมารวมเป็นคำนั้น เยี่ยฉวนเริ่มสังเกตเห็นว่าอากาศว่างเปล่ารอบตัวเกิดแรงสั่น ราวกับสนองตอบต่ออะไรบางอย่าง
กฎแห่งเต๋า!
ชายหนุ่มตกตะลึงไปชั่วครู่ ที่แท้กฎแห่งเต๋าอยู่กับบุรุษลึกลับคนนั้นเอง
เป็นไปได้ว่ากฎแห่งเต๋าสัมพันธ์กับพื้นอากาศที่ว่างเปล่า!
“รู้ไหมว่านี่อะไร?” เสียงบุรุษลึกลับเอ่ยถาม
เยี่ยฉวนตอบพลางส่ายหน้า “ข้าไม่รู้”
อีกฝ่ายจึงว่า “สิ่งนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเจ้ามีไว้ในครอบครองจะเพิ่มพูนพลังให้สูงยิ่งกว่าปกติ เคราะห์ร้ายจริงๆ ในคราวที่ข้าได้มันมาครอบครอง พลังของข้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะกำราบมันลงได้ จนทำให้ข้าต้องถูกจองจำอยู่ที่นี่นานกว่าพันปีมาแล้ว หลายปีที่ผ่านมาข้าไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้เลยแม้สักกระเบียดนิ้ว!”
เยี่ยฉวนเอ่ยถามเสียงแห้ง “อำนาจมหาศาลเหลือเกิน……ท่านรู้วิธีจัดการไหมขอรับ?”
บุรุษลึกลับตอบว่า “มี ต้องตามหาคนที่ร่างกายมีคุณลักษณะพิเศษ โดยของศักดิ์สิทธิ์จะทำการเลือกด้วยตัวมันเอง”
ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปเสียงแผ่ว “โลหิตที่ไหลนองบนพื้นก็คือคนที่ท่านพามาสินะ ใช่ไหม?”
อีกฝ่ายตอบให้ทันทีว่า “ใช่ กว่าพันปีมาแล้วที่ข้าพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะหลอกล่อให้จอมยุทธ์หน้าโง่ลงมาที่นี่ พวกมันต่างคิดว่าในนี้มีขุมสมบัติ ซ้ำยังชักชวนคนอื่นๆ มาด้วยคนแล้วคนเล่า……น่าเสียดายที่ของศักดิ์สิทธิ์ยังยื้อข้าไว้ไม่อยากให้กลับออกไป ข้าจึงได้แต่ยังคงตามหาคนต่อไป”
พลันคนพูดหยุดปากชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “กระทั่งเจ้าโผล่มา!”
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปากของอีกฝ่าย สีหน้าของเยี่ยฉวนแปรเปลี่ยนกระทันหันพลันทำท่าขยับจะถอยหลัง ถึงกระนั้นพลังลึกลับบางอย่างพุ่งเข้ามาปกคลุมเขาไว้ทั้งตัวเสียแล้ว
บุรุษลึกลับกล่าวยิ้มๆ อย่างสะใจ “ทันทีที่เจ้าปรากฏตัวในหุบเหวลึก รู้ไหมว่าข้าดีใจแค่ไหน? เพราะการมาของเจ้าทำให้ของศักดิ์สิทธิ์เกิดการตอบสนองยังไงล่ะ! นับเป็นครั้งแรกในรอบพันปีที่เจอคนที่ทำให้มันตอบสนอง” เสียงที่พูดไม่ปกปิดร่องรอยแฝงความตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มถามเสียงแห้ง “แต่ท่านก็ไล่ให้ข้ากลับออกไป ทำไม?”
อีกฝ่ายทำเสียงหัวเราะหึ “ถ้าข้าบอกให้เจ้าอยู่ เจ้าก็จะสงสัยและอาจหนีไป แต่ถ้าข้าไล่ให้เจ้าไปดูเหมือนเจ้าจะอยากอยู่”
สงครามจิตวิทยา!
เยี่ยฉวนฉวยกระบี่จับกระชับไว้แน่น ขณะนั้นกระบี่ในมือเกิดการสั่นเบาๆ พร้อมกับที่บุรุษลึกลับกล่าวทันที “คนวัยหนุ่มอย่างเจ้าไม่ง่ายเลยที่จะพบความสำเร็จบนเส้นทางกระบี่เต๋า โชคร้ายหากจะจู่โจมพลังของเจ้าก็ยังอ่อนด้อยเกินไปสำหรับข้า เพราะฉะนั้นอย่าเปลืองแรงจะดีกว่า”
ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ “เจ้าไม่กลัวตระกูลเยี่ยของข้างั้นหรือ?”
อีกฝ่ายตอบยิ้มๆ “บางทีเบื้องหลังของเจ้าอาจมีกลุ่มอำนาจอยู่ก็จริง แล้วยังไง? สู้ออกไปเผชิญกับปัญหานานัปการข้างนอกยังดีกว่าตายอยู่ในนี้ เจ้าก็เห็นด้วยมิใช่หรือ?”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “ถ้างั้นก็แย่หน่อย!”
คนตรงข้ามกล่าวต่อไปว่า “อันที่จริงก่อนหน้าข้าก็ไม่ใช่คนชั่วร้าย ทว่าโชคไม่ดีหลังจากถูกจองจำอยู่ที่นี่มานานเป็นพันปี คนดีและคนชั่วหาใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่มีความหมายสำหรับข้าอีกต่อไป อิสระเสรีต่างหาก ข้าต้องการเป็นอิสระ!”
เมื่อคนพูดจบ ฉับพลันเยี่ยฉวนรู้สึกได้ทันทีว่าร่างทั้งร่างกำลังถูกแรงดึงให้พุ่งเข้าหาบุรุษลึกลับอย่างน่าประหลาด
จนเขาไม่อาจต้านทาน!
เยี่ยฉวนจัดการผลักสองพลังปณิธานกระบี่ ทว่าไร้ผล!
ขั้นพลังยังห่างชั้นกันยิ่งนัก!
คนผู้นี้กล้าแกร่งกระทั่งแม้แต่ยอดยุทธ์ชั้นสองยังไม่อาจต่อกรกับมัน มิเช่นนั้นยอดยุทธ์คงไม่ทิ้งกฎแห่งเต๋าไว้ที่นี่ ทว่าสั่งให้เขามาแทน
คำถามคือ ยอดยุทธ์ชั้นสองไม่อาจต่อกรด้วย จึงชักนำเขามาถึงนี่และเขาจะสู้ได้หรือ?
เขามาที่นี่ได้ก็ถูกสังหารได้ด้วยเช่นเดียวกัน!
เยี่ยฉวนไม่รู้ว่ายอดยุทธ์ชั้นสองคิดอะไรอยู่!
ขณะนั้นเขาขยับเข้าไปใกล้บุรุษลึกลับ ซึ่งมีกฎแห่งเต๋าบริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วเปล่งแสงสุกสว่าง เมื่อคนทั้งสองเข้ามาใกล้ห่างกันราวครึ่งจั้ง กฎแห่งเต๋าที่จุดระหว่างหัวคิ้วยิ่งเจิดจ้าประดุจแสงแห่งดวงอาทิตย์ ทันใดนั้นเองร่างของบุรุษลึกลับเกิดอาการเขย่าสั่น
ในขณะนั้นบุรุษลึกลับไม่อาจระงับความตื่นเต้น ด้วยตัวเขารู้สึกแล้วว่าของศักดิ์สิทธิ์ที่ผนึกระหว่างหัวคิ้วของตน ส่งสัญญาว่ากำลังจะออกจากตนเอง
ทว่าเยี่ยฉวนมีสีหน้าเหี้ยมเกรียมดุดัน แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นข้องและโกรธเกรี้ยว.ทว่าความจริงภายในใจกลับสงบนิ่ง!
หากเป็นในเวลาอื่น เขาคงต้องหวาดหวั่น ทว่านี่คือกฎแห่งเต๋าเขาจึงไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
ด้วยเขามีหอคอย!
เพียงครู่เดียวเขาค่อยเคลื่อนไปใกล้บุรุษลึกลับเข้าทุกทีๆ เมื่อคนทั้งสองเข้าใกล้กันมากแล้วนั้นเอง พลันบุรุษลึกลับคำรามลั่น ชั่วพริบตาเดียวตัวอักษรคำว่า ‘สุญญากาศ’ ที่กึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาพลันพุ่งทะยานตรงไปยังบริเวณแสกหน้าของเยี่ยฉวนทันที
ร่างของเยี่ยฉวนสั่นสะท้านรุนแรง ราวกับถูกกระหน่ำฟาดอย่างหนักหน่วง
ด้านบุรุษลึกลับเหมือนกับลูกโป่งที่เหี่ยวแฟบลง ตัวนิ่งแข็งเป็นอัมพาต ขณะเยี่ยฉวนก็แข็งค้างที่เดิม ราวกับถูกตรึงอยู่ตรงนั้นเอง
สักพักใหญ่ต่อมาบุรุษลึกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เสียงหัวเราะยิ่งดังขึ้นทุกที จนกระทั่งสะท้อนก้องไปทั่วหุบเหวลึก
เสียงหัวเราะยืดยาวดังต่อเนื่องไปเช่นนั้นราวครึ่งก้านธูปเห็นจะได้ บุรุษลึกลับจึงเงียบเสียงลงและหันไปมองเยี่ยฉวนซึ่งประจันอยู่เบื้องหน้า “ข้าไล่ตามของศักดิ์สิทธิ์นี้มาเป็นสิบสิบปี ทว่าโชคร้ายไม่คิดว่าจะมาถูกจองจำเสียเอง หากไม่ได้ของสิ่งนี้ ข้าจะไม่อาจบรรลุขั้นพลังถึงระดับสุดยอดได้”
เยี่ยฉวนบีบฝ่ามือทั้งสองข้างจนแน่น “เจ้าจะฆ่าข้างั้นหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าจะได้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเสียที!”
บุรุษลึกลับส่ายหน้าพลางว่า “ข้าจะฆ่าเจ้าไปทำไม? ถ้าเจ้าตายสิ่งนั้นก็จะย้อนกลับมาหาข้าอีกและข้าก็ต้องถูกจองจำอีก ยิ่งกว่านั้นข้าต้องอยู่แต่ในสถานที่มีแต่ความมืดมิดมานานเป็นพันปี รู้ไหมว่าข้าผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร?”
เมื่อพูดเช่นนั้นพลันสีหน้าค่อนข้างน่ากลัว “กว่าพันปีมาแล้ว กว่าพันปีถ้าข้าคิดจะฆ่าตัวตาย คงจะทำไปนานแล้ว ตลอดเวลาข้าหวังว่าจะมีใครสักคนมารับช่วงความรู้สึกโดดเดี่ยวและทุกข์ทรมานอย่างที่ข้าเคยเป็นมาตลอดพันปี”
จากนั้นเขายกมือขึ้นตบลงบ่าของเยี่ยฉวน พลางพูดยิ้มๆ “เจ้าก็อยู่ฝึกพลังที่นี่ไปอีกร้อยปี ถึงตอนนั้นข้าจะกลับมาเยี่ยมก็แล้วกัน ฮ่าฮ่า.”
ว่าแล้วคนพูดจึงหันกลับออกไป
ดูเหมือนบุรุษลึกลับจะนึกอะไรได้ เขาจึงหยุดชะงัก “วันนี้ข้ามีความสุขจริงๆ อยากพูดอะไรสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย? ถ้ามี ข้าจะรับเป็นสื่อกลางนำไปแทนเจ้าสักคำสองคำ”
เยี่ยฉวนเงียบฟังครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ถ้างั้นข้าฝากไปบอกผู้ทรงเกียรติลู่ที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็แล้วกัน บอกมันว่าให้ไปตายซะ”
บุรุษลึกลับชะงักงันไปครู่หนึ่ง “คนผู้นั้น เจ้าแน่ใจนะ?”
ชายหนุ่มตอบเสียงขรึม “แน่ใจ ผู้ทรงเกียรติลู่แห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นคนที่มีขั้นพลังแกร่งกล้าเหนือกว่าควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ถึงแม้พลังของท่านจะไม่อ่อนด้อย หากความแข็งแกร่งอาจไม่เทียมเท่าคนผู้นั้น เพราะฉะนั้นอย่าไปดีกว่า!”
คนตรงข้ามส่ายหน้าพร้อมทั้งเสียงหัวเราะหึ “ช่างเป็นคำพูดเชิงจิตวิทยาที่ไม่เอาไหนเสียเลย! ไม่ต้องห่วงยังไงข้าก็จะไป อย่างที่เจ้าบอกว่าพลังของฝ่ายตรงข้ามหาได้อ่อนด้อยไม่……ทว่าเจ้าไม่รู้ว่าพลังของข้าแข็งแกร่งแค่ไหน!! ส่วนเจ้าขอให้สนุกกับการฝึกฝนไปชั่วชีวิต! อีกร้อยปีข้างหน้า ข้าจะกลับมาเยี่ยม!”
เมื่อพูดจบคนก็ทะยานขึ้นสู่อากาศเบื้องบนทันที ขณะต่อมามีเสียงหัวเราะดังแว่วมาจากภายนอกหุบเหวลึกแห่งนั้น
ณ สถานที่ก้นเหวลึก เยี่ยฉวนสั่นศีรษะ “ดูเอาเถอะ สวรรค์มักเข้าข้างคนรูปหล่ออยู่เรื่อย……”
ว่าแล้วเขาขยับเดินออกไปจากที่ จากนั้นก็เริ่มเปล่งเสียงหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งราวกับเห็นเป็นเรื่องตลกขบขันเสียเต็มประดา……



