Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 518

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 518 ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย พี่ก็จะต้านเอาไว้! (ต้น)

C

หัวใจสลาย……

ความรู้สึกนี้ประดังประเดเข้ามา……

ตั้งแต่วัยเด็กเขามีเยี่ยหลิงคอยติดตามเป็นเงาตามตัว แม้ว่าสองพี่น้องจะเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก เยี่ยฉวนก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเยี่ยหลิงไม่ให้ถูกคนรังแก

แม้ว่าสองพี่น้องจะเคยผ่านความโศกหัวใจสลายมาหลายครั้ง หากแต่ทั้งคู่ก็ยังมีความสุขบนความทุกข์ที่ว่า

เวลานี้พี่ชายเห็นน้องน้อยร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ในหัวใจของคนเป็นพี่นั้นไม่ต่างอะไรกับถูกคมมีดกรีดแทง

ไม่ว่าสภาพทางกายภาพของเด็กหญิงจะมีความพิเศษอย่างไร หรือเป็นยอดฝีมืออย่างน่าฉงนสักเท่าใด หากแต่ในสายตาของเยี่ยฉวน น้องก็เป็นเพียงเด็กน้อยอยู่นั่นเอง

เมื่อได้เห็นกับตาว่าชายคนนั้นคือเยี่ยฉวน ทุกคนในที่แห่งนี้ถึงกับมองด้วยความสนเท่ห์ ด้วยไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะมาปรากฏกายที่นี่

เซินเว่ยหยางรวมทั้งคนอื่นต่างหันไปสบตากัน ในที่สุดคนเจ้าสำนักหันก็มามองเยี่ยฉวน “เจ้าเข้ามาในนี้ได้อย่างไร!”

ในขณะนั้นเซินเว่ยหยางและคนอื่นต่างรู้สึกตกตะลึงเช่นเดียวกัน ด้วยสำนักมันตอุดรมีการจัดยามประตูซึ่งมีความแกร่งกล้าด้านพลังยุทธ์ นอกจากยามที่มีพลังยุทธ์แกร่งกล้าที่ว่าแล้ว สำนักได้มีการวางค่ายกลที่แข็งแกร่งไว้หลายแห่งอีกด้วย

เว้นเสียแต่คนที่มีพลังยุทธ์ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง มิเช่นนั้นคนอื่นไม่มีวันลักลอบเข้ามาจนถึงหอโถงสำนักเหมันตอุดรได้อย่างนี้

และเยี่ยฉวนยังไม่บรรลุถึงขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มไม่ตอบคำเจ้าสำนักเซินเว่ยหยางในทันที หากแต่เดินไปหยุดลงเบื้องหน้าเยี่ยหลิง พลันชายหนุ่มก็ตวัดกระบี่ในมือฟันออกไป

ตูม!

พลังกระบี่ของเยี่ยฉวนทำลายพลังกดดันซึ่งกำลังโถมทับลงไปบนเยี่ยหลิงจนมลายหายสิ้นทันตา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เซินเว่ยหยางรวมทั้งคนอื่นๆ จับตามองด้วยความรู้สึกตะลึงงัน

สำหรับเจ้าสำนักเซินเว่ยหยางนั้นได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือที่มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระกับแท้จริง ถึงแม้ในการจู่โจมครั้งแรกนางจะไม่ได้ผลักพลังกดดันทั้งหมดออกมาก็ตาม ทว่าพลังกดดันนั้นยังเป็นพลังของคนในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงอยู่ดี

และเยี่ยฉวนใช้เพลงกระบี่เพียงหนึ่งกระบวนท่าทลายพลังจนแตกกระจาย

ขณะนั้นทุกคนมองหน้ากันไปมา แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสนใจต่อผู้คนของสำนักเหมันตอุดรเหล่านั้น เขาตรงเข้าช่วยพยุงเยี่ยหลิงให้ลุกขึ้น พลันพลังเย็นยะเยือกจับจิตพุ่งวาบเข้าปะทะกาย เยี่ยฉวนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะผลักพลังปณิธานกระบี่คุณธรรมออกต้านทานความหนาวเยือกนั้น ถึงกระนั้นเขาออกจะประหลาดใจอยู่ในที ด้วยพบว่าไม่ใช่การง่ายเลยที่พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมจะต้านพลังเย็นนั่น

พลังไอเย็นที่แผ่ออกจากกายของเยี่ยหลิงดูจะทวีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

“ท่านพี่!”

ทันใดนั้นเยี่ยหลิงก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของเยี่ยฉวน จากนั้นจึงเกาะเกี่ยวแขนของอีกฝ่ายไว้แน่นขณะร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กเล็กๆ

ไม่มีใครล่วงรู้ว่านางต้องคิดถึงพี่ชายของตนอยู่กี่วันกี่คืน

การใช้ชีวิตอยู่ภายในสำนักเหมันตอุดร เด็กหญิงรู้แน่ว่ามีอยู่เพียงสองวัน วันแรกคือการฝึกฝนส่วนวันที่สองคือวันที่คิดถึงท่านพี่!

ไม่ใครเข้าใจว่าท่านพี่มีความมากแค่ไหน

สำหรับเยี่ยฉวนน้องสาวตัวน้อยเปรียบเสมือนส่วนเปราะบางที่สำคัญที่สุดในชีวิต และเยี่ยหลิงจะต่างกันอย่างนั้นหรือ

ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองกอดเยี่ยหลิง ขณะที่ในใจรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุข

ขณะเดียวกันก็รู้สึกประทับใจอยู่เป็นอันมาก

ตอนนั้นสายตาทุกคู่ของคนสำนักเหมันตอุดรจ้องมองไปที่คู่พี่น้องเป็นจุดเดียว รวมถึงสายตาของเซินเว่ยหยางซึ่งบัดนี้สีหน้าติดจะหมองหม่น

สำหรับเยี่ยฉวนแล้ว นางต้องระแวดระวังตัวอีกสักนิด ด้วยคนที่ถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนออกหมายจับทั้งที หากยังเอาชีวิตรอดมาจนเดี๋ยวนี้ คนเช่นนี้ธรรมดาอยู่หรือ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสถานศึกษาฉางมู่ ด้วยฉางมู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มิได้อ่อนด้อยกว่าสำนักเหมันตอุดรแม้แต่น้อย ทว่าเดี๋ยวนี้มีสถานะไม่ดีไปกว่ากองกำลังชั้นสามเลย

น่าพิศวงนัก!

ในสายตาของเซินเว่ยหยาง เยี่ยฉวนเป็นบุคคลที่น่าพิศวงอย่างไม่ต้องสงสัย

ฟากสองพี่น้อง ขณะนั้นเยี่ยฉวนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าของเยี่ยหลิง บอกพลางยิ้มน้อยๆ “พี่จะมารับน้องกลับบ้าน”

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกอดกระชับวงแขนของอีกฝ่ายแน่น

“กลับบ้านรึ?”

เสียงพูดเยาะหยันของลู่อวิ๋นดังมาจากอีกด้าน “เยี่ยฉวน ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปว่าตอนนี้พวกเจ้าอยู่ที่สำนักเหมันตอุดร ไม่ใช่แผ่นดินชิง!”

เยี่ยฉวนเงยหน้าขึ้นและหันขวับไปทางคนพูด “สำนักเหมันตอุดรไม่ได้มีความหมายสำหรับข้า ขนาดสำนักผู้ตรวจการเขตแดนข้ายังไม่กลัว แล้วจะกลัวสำนักเหมันตอุดรของพวกเจ้างั้นหรือ?”

“เจ้า!”

ลู่อวิ๋นโมโหจนคล้ายว่าจะคลั่งพร้อมกับตั้งท่าเข้าจู่โจมเยี่ยฉวน อีกฝ่ายจึงยกกระบี่ที่ถืออยู่ขึ้นชี้ใส่หน้าลู่อวิ๋น “ยายเฒ่าตัวแสบ ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายข้าละก็ ข้าจะแสดงให้เห็นว่าสำนักเหมันตอุดรจะรอดไปถึงพรุ่งนี้หรือไม่ คอยดู!”

“บังอาจ!”

สีหน้าของลู่อวิ๋นดุดัน นางเกือบจะจู่โจมแล้วทีเดียว บังเอิญเซินเว่ยหยางขยับออกมาขวางและสั่งห้าม “หยุด!”

อีกฝ่ายหันขวับไปมองคนที่ออกมาปราม พลางพูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด “ท่านก็เห็นว่ามันสบประมาทข้า เหตุใดจึงยังห้ามไว้อีก?”

พูดจบไม่วายถลันออกไป ขณะนั้นเองพลังกดดันระเบิดวาบพุ่งเข้าใส่ตัวคนทันที

คนที่ผลักพลังออกไปเป็นเซินเว่ยหยางนั่นเอง

ลู่อวิ๋นหันไปมองเซินเว่ยหยาง ขณะนั้นเซินเว่ยหยางเปลี่ยนการสนทนาระหว่างสองคนด้วยพลังชี่ลึกลับ “เหตุใดไม่ถามก่อนว่าเขาเข้ามาในสำนักเหมันตอุดรได้อย่างไร? ถ้าไม่มีคนช่วย เขาจะลอบเข้ามาในสำนักเหมันตอุดรของเราได้งั้นหรือ? ถ้าไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง สำนักผู้ตรวจการเขตแดนต้องวางอุบายให้ยุ่งยากอย่างนี้หรือ?”

เมื่อได้ยินอีกฝ่าย ลู่อวิ๋นจึงค่อยสงบลง

สำนักผู้ตรวจการเขตแดน!

ฉับพลันนั้นนางดูเหมือนจะคิดได้ว่าแม้แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังทำอะไรคนที่อยู่ต่อหน้าผู้นี้ไม่ได้

เยี่ยฉวนละความสนใจกับลู่อวิ๋นรวมทั้งคนอื่นในสำนักหันตอุดร หันไปคว้าตัวเยี่ยหลิงก่อนจะพาเดินออกไป ทันใดนั้นเซินเว่ยหยางทะยานออกมาขวางทางข้างหน้าพี่น้องทั้งคู่

สายตาของเซินเว่ยหยางจ้องแน่วไปที่เยี่ยฉวนและพูดว่า “นางเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหมันตอุดร เจ้าจะพานางไปไหน?”

ชายหนุ่มตอบอย่างใจเย็น “ข้าเป็นพี่ชายของนาง มีสิทธิ์จะพาไปไหนก็ได้!”

เซินเว่ยหยางสีหน้าเคร่ง น้ำเสียงเย็นเยียบ “เยี่ยฉวน อย่าทำเป็นคนไม่มีเหตุผล!”

“ไม่มีเหตุผลงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนชักสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ถ้าข้าไม่เห็นว่าสำนักเหมันตอุดรเคยช่วยนางไว้ ข้าจะทำลายสำนักเสียให้สิ้นซาก โทษฐานที่เจ้าบังคับให้น้องข้าคุกเข่าเมื่อครู่ รู้ไว้ด้วย!”

เซินเว่ยหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาทั้งสองฉายประกายเคล็ดวิชาเพชฌฆาตวาววับอย่างชัดเจน “เยี่ยฉวน ข้ารู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคอยช่วยเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่คิดหรือว่าสำนักเหมันตอุดรของเราจะกลัวเจ้า?”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำ และใช้กระบี่ยาวชี้ไปเบื้องหน้าขณะพูดกับเซินเว่ยหยาง “สู้กันตัวต่อตัวสิ!”

พอได้ยินเท่านั้น สีหน้าของเจ้าสำนักแปรเปลี่ยนเย็นชาและดำทะมึน มีหรือถูกยั่วยุขนาดนี้จะทนไหว? ทันใดนั้นนางก็กระแทกฝ่ามือลงเบื้องล่าง เยี่ยฉวนพลันรู้สึกเหมือนถูกพลังเย็นระเบิดใส่อย่างรุนแรง

ชายหนุ่มจึงกระทืบฝ่าเท้าลงบนพื้นครั้งหนึ่ง ปลดปล่อยพลังปณิธานกระบี่พุ่งวาบออกจากกาย

พลังปณิธานกระบี่มาร!

ในเวลาเดียวกัน จึงตวัดกระบี่ฟาดออกไป

หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

เมื่อสังเกตเห็นเพลงกระบี่ของเยี่ยฉวน เซินเว่ยหยางบิดยกมุมปากเย้ยหยันขณะเดียวกันค่อยๆ เคลื่อนไหวนิ้วมือ จากนั้นพลังกระบี่ของเยี่ยฉวนก็เริ่มสูญสลาย

สมรรถนะสลายสุญญากาศ!

ขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ในส่วนนี้เป็นส่วนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!