บทที่ 536 ข้าเป็นคนโอหังแบบนี้! (ปลาย)
คนตอบเสียงเคร่ง “เยี่ยฉวนทั้งหล่อ ทั้งเก่งและสง่า……คนชนิดนั้นในรอบพันปียังยากจะพบเจอ แต่ดูเจ้าสิทั้งขี้เหร่ทั้งโง่ แล้วจะเป็นเยี่ยฉวนได้อย่างไร?” ……
ชายผมแดงเพลิงตะลึงงัน ก่อนตอบให้ว่า “ข้าเคยเห็นภาพวาดของเยี่ยฉวนมาแล้วด้วย ทว่าเจ้าดูจะสรรเสริญเขาเกินเหตุ ไม่รู้สึกกระดากปากบ้างหรือยังไง?” ……
เยี่ยฉวนจับด้ามกระบี่จากนั้นจึงชี้ปลายกระบี่ลงไปยังพื้นดิน ก่อนพูดว่า “ข้าไม่อยากพูดไร้สาระกับเจ้าแล้ว จะถามเป็นครั้งสุดท้าย เหตุใดจึงต้องแสร้งทำเป็นคนที่ยอดเยี่ยมปานนั้นและมาทำเรื่องเลวร้ายปานนี้?”
คนตรงข้ามเล่นลิ้น มิหนำซ้ำยังยิ้มเย้ย “ไม่บอกโว้ย!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ถ้างั้นข้าคงต้องฆ่าเจ้าเสีย!”
ในขณะที่พูดพลันเขายกฝ่าเท้าข้างขวากระแทกลงไปบนพื้นทันที
เพลงกระบี่สามพันพิฆาต!
ทันใดนั้นเขาผลักพลังออกปะทะ ชายผมแดงเมื่อเห็นเท่านั้นหน้าก็เปลี่ยนสีฉับพลัน ขณะต่อมาละอองควันสีแดงฉานดุจโลหิตพุ่งวูบไปรวมตัวอยู่ที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน และสกัดมิให้แรงปะทะที่ถูกผลักออกกลายเป็นพลังสังหารได้
ถึงกระนั้นด้วยพลังปะทะอันหนักหน่วงส่งให้ร่างของคนผมแดงทะยานถอยไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหมอกควันแดงฉานปานโลหิตก็กลับบางลงเบาลงในเวลาอันรวดเร็ว
ฉับพลันนั้นเยี่ยฉวนเผยฝ่ามือออก และกระบี่สวรรค์เล่มหนึ่งปรากฏออกบนฝ่ามือที่รองรับ พลันกระบี่หายวับไปในบัดดล
เพลงกระบี่อสนีบาต!
ขณะเดียวกันกับที่กระบี่หายวับไป ละอองควันสีแดงฉานซึ่งเกาะกลุ่มอยู่เบื้องหน้าชายผมแดงได้แตกกระจัดกระจายทันที และจู่ๆ กระบี่เล่มหนึ่งทะยานมาจ่อเข้าที่บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วของคนอย่างรวดเร็ว!
อย่างไรก็ตาม กระบี่กลับชะงักนิ่งด้วยเพราะถูกขัดขวางไว้ด้วยเกราะโลหิตบางเบา!
เกราะขั้นสวรรค์!
ถึงแม้จะถูกขัดขวาง หากความแข็งแกร่งได้ส่งผลให้เกราะโลหิตเกิดช่องโหว่ภายใน เช่นเดียวกันกับพื้นที่ตรงกลางหว่างคิ้วซึ่งเกิดร่องกดจมลึก!
ชายผมแดงเพลิงล่าถอยไม่หยุดยั้งขณะพยายามลดทอนพลังจากกระบี่เยี่ยฉวนซึ่งถูกปลดปล่อยมาอย่างต่อเนื่อง! ถึงกระนั้นพลังกระบี่นั้นแข็งแกร่งสุดที่มันจะต้านทานไหว!
ในตอนนั้นเสียงของชายผมแดงเพลิงคำรามสนั่นดังน่ากลัว เขายกฝ่าเท้ากระแทกลงไปบนพื้นยังผลให้ทั่วบริเวณแถบนั้นไหววูบด้วยแรงสะเทือน เมื่อรับพลังซึ่งถ่ายจากพื้นดิน ร่างที่กำลังถอยร่นจึงชะงักกึกหยุดนิ่งทันควัน อย่างไรก็ตามบริเวณกลางหว่างคิ้ว รวมทั้งเกราะโลหิตเกิดเป็นรอยร้าวต่อเนื่องราบกับตาข่ายใยแมงมุม
ในตอนที่คนหยุดชะงักนิ่ง เป็นเวลาพอดีกับเยี่ยฉวนออกมาปรากฏอยู่ต่อหน้า ทันทีที่เห็นคนซึ่งยืนจังก้าเผชิญหน้าเช่นนั้น ชายผมสีแดงเพลิงรีบละล่ำละลักวิงวอนเสียงระรัว “พี่ชาย ข้าเป็นน้องชายคนเล็กของเจ้าสำนักมารภูตผี สำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้มอบหมายให้ข้ามา พวกเขาขอให้ข้าจัดฉากสร้างเรื่องเพื่อให้ร้ายเยี่ยฉวน!”
ขณะที่มันพร่ำพูดนั้นเป็นเวลาพร้อมกันกับที่กระบี่เยี่ยฉวนตวัดขวับตัดจากบนลงล่าง
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
คมกระบี่ทะลวงเข้าสู่เกราะโลหิตของเจ้าคนผมสีแดงเพลิงและฟาดลงกลางศีรษะของมัน!
เจ้าตัวสะดุ้งเฮือกตัวแข็งทื่อนัยน์ตาเบิกโพลง มองเยี่ยฉวนด้วยแววตาที่ใกล้จะมืดมนลงทุกขณะ เสียงถามเล็ดลอดจากปากที่ขยับขมุบขมิบ “เจ้า……ข้าบอกเจ้าทุกอย่างแล้ว แต่ยังไม่วายลงมือฆ่าข้า!”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “โตจนป่านนี้แล้ว! อย่าทำเป็นซื่อจนเซ่อไปหน่อยเลย! ถ้าข้าไม่ฆ่าเจ้า เจ้าก็ฆ่าข้าอยู่ดี!”
จากนั้นเขาพลิกข้อมือเหวี่ยงกระบี่ไปอีกด้าน พลันศีรษะของชายผมสีแดงเพลิงจึงหลุดกระเด็น
ขณะนั้นหยดโลหิตแดงฉานหยดหนึ่งกระเด็นไปติดยังบริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วของเยี่ยฉวน!
เจ้าตัวนิ่วหน้า “อะไร?”
ครู่ต่อมาเขาจึงเริ่มกระจ่าง
น่าจะเป็นเครื่องหมายอะไรสักอย่าง ซึ่งหมายความว่าหลังจากที่เยี่ยฉวนสังหารคนแล้ว กองกำลังที่อยู่เบื้องหลังเจ้าหมอนี่จะสามารถค้นหาคนผ่านทางเครื่องหมายที่ว่านี้นั่นเอง!
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้พลังน้อยนิดกระตุ้นเปิดใช้งานหอคอยแห่งเรือนจำ ทันใดนั้นเครื่องหมายหยดโลหิตจึงถูกบีบให้หลุดออกจากพื้นที่กึ่งกลางหน้าผากของเขาเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ!
เยี่ยฉวนสะบัดฝ่ามือข้างขวาและลำแสงแห่งกระบี่ได้ทะยานเข้าปิดผนึกเครื่องหมายหยดโลหิตเสียสนิท!
ชายหนุ่มยึดเครื่องหมายนั่นไว้ได้ จากนั้นดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างไว้ในใจด้วยเผยมุมปากยกยิ้ม เขาหันไปมองรอบๆ จึงพบกับซากศพเน่าเฟะราวยี่สิบกว่าตัว ซึ่งบัดนี้นิ่งสนิทไม่กระดิกกระเดี้ยแม้แต่น้อย
แสดงว่าหลังจากเจ้าคนผมแดงเพลิงตายแล้ว ซากศพพวกนี้จึงเสมือนไร้เจ้าภาพคอยสั่งการ
เยี่ยฉวนหยิบวงแหวนสัมภาระของชายผมแดงขึ้นมาสำรวจดูข้างใน เมื่อเห็นเข้าให้รู้สึกลิงโลดขึ้นมาทันทีด้วยสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นมีตำราวิธีบ่มเพาะพลังชี่ ชื่อว่าตำราสะกดภูตผี ในตำราอธิบายวิธีควบคุมซากศพเหล่านี้!
กำไรงามเลยเฟ้ย!
เยี่ยฉวนหัวเราะออกมาอย่างกระหยิ่มยินดี ซากศพเหล่านี้มีอยู่ด้วยกันยี่สิบตัวแต่ละตัวอย่างต่ำก็ต้องมีขั้นผนึกยุทธ์ อีกอย่างลำพังอาวุธจิตวิญญาณทั่วไปไม่สามารถทำอันตรายพวกมันได้ด้วยสภาพร่างกายที่มีความพิเศษ ถ้าเขาควบคุมมันได้และฝึกให้มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพ เชื่อแน่ว่าต้องเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล!
บางครั้งการต่อสู้ก็ต้องอาศัยกำลังคน!
อีกอย่างการมาของพวกมันได้ช่วยเตือนความจำให้แก่เยี่ยฉวนด้วย
สำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่เคยลืม พวกมันยังคงตามล่าชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา และแม้กระทั่งให้คนแสร้งทำเป็นเขา เพื่อสร้างเหตุลดความน่าเชื่อถือทำให้เขามีศัตรูไปทั่วทุกหนแห่ง
สำนักผู้ตรวจการเขตแดน……
ชายหนุ่มเหยียดมุมปากบิดยิ้ม ระหว่างตนและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเกิดความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันเสียแล้ว!
ทว่า ณ ตอนนี้ความแข็งแกร่งระหว่างเยี่ยฉวนและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนยังห่างไกลมากนัก ดังนั้นในขณะนี้เขาจึงไม่อาจต่อสู้กับกองกำลังนั่นได้อย่างซึ่งหน้า
เยี่ยฉวนสลัดความคิดอื่นจากนั้นจึงหันกลับไปจัดการกับพวกซากศพ ด้วยอีกไม่ช้ายอดฝีมือแกร่งกล้าของสำนักชางเจี้ยนก็จะมาถึง
ชายหนุ่มตวัดกระบี่ด้วยมือขวาไปมาหลายหน และแยกร่างของเจ้าคนผมแดงเป็นชิ้นส่วนย่อยนับสิบชิ้น จากนั้นจึงนำมาเรียงเป็นคำว่าเยี่ยฉวน!
หลังจากเสร็จสิ้นงานฝีมือ จึงจัดการเก็บซากศพรอบๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมานั่งสงบสติอารมณ์รอคนของสำนักชางเจี้ยนต่อไป
ราวหนึ่งถ้วยชาเกือบจะหายร้อน ลำแสงกระบี่สองลำแสงปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า เมื่อเห็นเข้าวูบหนึ่งเยี่ยฉวนให้รู้สึกอัศจรรย์ใจนัก โน่นมากันแล้ว!
ครู่หนึ่งต่อมาชายชราพร้อมด้วยชายวัยกลางคนปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่ม เยี่ยฉวนรีบเข้าไปคารวะทั้งสองทันที “คารวะผู้อาวุโส!”
ชายวัยกลางมองเยี่ยฉวนและถามขึ้นว่า “พวกมันตายหมดเลยงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า
ชายชราอีกด้านถามเสียงเร็ว “เจ้าเป็นคนสังหารพวกมันงั้นหรือ?”
ชายหนุ่มสั่นหน้าปฏิเสธขณะตอบว่า “มิได้ขอรับ เยี่ยฉวนเป็นคนสังหารพวกมัน!”
จากนั้นก็ชี้ไปที่ตัวหนังสือสีโลหิตแดงฉานบริเวณพื้นที่อยู่ถัดไป
เยี่ยฉวน!
อีกฝ่ายมองสิ่งที่อยู่บนพื้นอย่างพิจารณา ครู่ต่อมาเขาหันมามองเยี่ยฉวนอีกครั้งพลางเลิกคิ้ว “เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพวกมัน?”
เยี่ยฉวนหน้าขรึม สุ้มเสียงจริงจังมาก “ข้าสาบานก็ได้ขอรับว่าเยี่ยฉวนทำจริง ถ้าข้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าร่างออกเป็นครึ่งเสี้ยวด้วยเอ้า!”



