บทที่ 537 ข้าเห็นหน้านางแล้ว รู้สึกไม่สบอารมณ์! (ต้น)
หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของเยี่ยฉวนแล้ว ชายชราและชายวัยกลางคนหันไปสบตากันแวบหนึ่ง ในที่สุดชายวัยกลางคนจึงตั้งคำถามมาอีก “เหตุใดคนเยี่ยฉวนจึงมาปรากฏตัวที่นี่?” ……
ชายหนุ่มสั่นศีรษะ “ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดถ้าจะให้เดา เขามานี่คงเป็นเพราะรู้ว่าเจ้าคนที่มีผมสีแดงสวมรอยเป็นตัวเองน่ะขอรับ” ……
อีกฝ่ายทำท่าขยับจะพูดอะไรอีก พลันชายชราพูดขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อนว่า “ชายหนุ่มที่มีผมสีแดงสังหารคนในขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ย่อมหมายความว่ามันมีวิชายุทธ์สูงไม่ใช่เล่น แต่เจ้ากลับบอกให้ไป๋หลี่อวิ๋นและคนอื่นๆ หนีไปและเป็นคนถ่วงเวลาคนผมสีแดงไว้ได้สำเร็จ เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “ผู้อาวุโส ข้าก็แค่ยับยั้งคนผมแดงไว้ได้เพียงครั้งเดียว ข้าไม่คิดว่าจะเป็นใหญ่โตได้เลยนะขอรับ?”
ชายชราเพ่งสายตามองอีกฝ่าย ขณะสีหน้ามึนตึงก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตอนที่หลานอวี้หลบออกมา เหตุใดเจ้าจึงไม่พยายามยับยั้งคนผมสีแดงในขณะที่มันจะทำลายกายเนื้อของนาง?”
เมื่อได้ฟังคนพูดเช่นนั้นเยี่ยฉวนถึงกับนิ่งอึ้งไปทันทีด้วยความตกตะลึง เพราะในที่สุดก็รู้เจตนาที่แท้จริงของผู้พูดจนได้!
เยี่ยฉวนตอบยิ้มๆ “ผู้อาวุโสท่านโปรดมีใจที่เป็นธรรมสักนิด! ถ้าจะว่ากันตามจิตสำนึกแล้ว หลานอวี้เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเราซึ่งถูกวางตัวให้เป็นมาปกป้องพวกเราที่มาที่นี่ ทว่าในขณะที่ทุกคนตกอยู่ในอันตราย นางกลับไม่อยู่ที่นี่และยังหนีไปเสีย!”
คนพูดหันไปทางชายวัยกลางคนก่อนจะตั้งคำถามกับอีกฝ่ายว่า “ผู้อาวุโส หลานอวี้ทำเช่นนี้สมเหตุสมผลแล้วงั้นหรือขอรับ?”
ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะอ้าปากตอบ ชายชราชิงตัดบทก่อนทันที “ข้าไม่ได้ถามเจ้าเรื่องอื่น ข้าถามว่าตอนที่คนผมสีแดงจะทำลายกายเนื้อของหลานอวี้เหตุใดจึงไม่เข้าไปยับยั้ง เจ้าต้องตอบคำถามนี้ เข้าใจไหม?”
หางเสียงเจือความเย็นชาอย่างชัดเจน
คนถูกตั้งคำถามหันหน้าไปเผชิญหน้ากับคนชรา ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้ม “ผู้อาวุโสข้าเองก็เสียใจเรื่องที่กายเนื้อของหลานอวี้ถูกทำลายจนแหลกละเอียด! แต่ข้าไม่ได้เป็นคนทำ เหตุใดท่านจึงเอาแต่ตั้งข้อสงสัยในเจตนาของข้าเช่นนี้?”
เยี่ยฉวนชี้กราดไปยังเศษเสี้ยวชิ้นส่วนที่เคยเป็นร่างของชายที่มีผมสีแดงบนพื้นดินและพูดว่า “ท่านควรแค้นเคืองตัวต้นเหตุโน่นจะดีกว่า! อาฆาตพยาบาทมันสิขอรับ!”
ชายชรามองเยี่ยฉวนแน่วแน่ แววตาเย็นเยียบขณะกล่าวว่า “เจ้าจะยับยั้งมันก็ได้! แต่ไม่ทำ! เจ้าแสดงพฤติกรรมเช่นนี้เท่ากับเป็นคนลงมือสังหารคนในสำนักเดียวกัน สมควรรับโทษด้วยการลงทัณฑ์หนึ่งหมื่นกระบี่สับร่างออกเป็นชิ้นๆ!”
เยี่ยฉวนได้ยินพลันสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเยือกเย็น ขณะกล่าวตอบโต้คนตรงหน้า “ประการแรกนางเป็นคนงี่เง่า ก่อนหน้าที่พวกเรามาถึงเกาะแห่งนี้ ข้าเคยทักท้วงนางแล้วว่าที่นี่มีอันตรายและควรระมัดระวัง! โชคร้ายที่นางไม่ใส่ใจคำเตือน ประการที่สองพอพวกเราตกอยู่ในอันตราย ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่นางไม่ได้ทำหน้าที่รับผิดชอบด้วยการให้ความคุ้มครองพวกเรา กลับเลือกที่จะหนีเอาตัวรอดก่อน นางเป็นคนขาดความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ประการที่สามฝีมือของนางยังอ่อนหัดเพราะไม่สามารถต้านทานเจ้าคนผมสีแดง ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่าใครเป็นอาจารย์ที่สอนให้นางกลายเป็นคนงี่เง่าเช่นนี้!”
จากนั้นจึงเสแสร้งทำเป็นสีหน้าประหลาดใจและถามคนตรงหน้าว่า “ท่านเป็นอาจารย์ของนางงั้นหรือ?”
“บังอาจ!”
ชายชราสีหน้าเย็นชาขึ้นทันที พร้อมกันนั้นเองก็โบกมือข้างขวาขึ้นมา พลังแห่งแรงผลักดันกระบี่ของคนอาวุโสกว่าพุ่งตรงเข้าปะทะเยี่ยฉวน
พลังแรงผลักดันแห่งกระบี่จากเซียนกระบี่!
พลังแรงผลักพุ่งกวาดลงมาประหนึ่งพายุถาโถมซัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ด้วยแรงผลักอันรุนแรงส่งให้พื้นดินที่เยี่ยฉวนเหยียบยืนแตกแยกออกจากกันทันที
ชายหนุ่มก้มตัวลง พลันสลับเท้าพลิกหลบอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่ช้าเขากลับมายืนทรงตัวได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งชายวัยกลางคนและชายชราดวงตาฉายแววแห่งความประหลาดใจ
ส่วนชายชรามองดูด้วยแววตาตื่นตระหนกเช่นกัน ฉับพลันนั้นเขายกฝ่ามือข้างขวาผลักและพลิกกลับพร้อมกับกดลงอย่างรวดเร็ว พลังแรงผลักแห่งกระบี่พุ่งขึ้นทันทีทั้งหนักหน่วงและเฉียบคม
ในตอนนี้เยี่ยฉวนเรียกกระบี่และตวัดฟันออกไปในบัดดล
ตูม!
สิ้นเสียงระเบิดสนั่น พลังแรงผลักแห่งกระบี่พลันแตกสลายไปทันที ทว่าเยี่ยฉวนถูกปะทะจนกระเด็นไปไกลกว่าสามสิบชุ่น!
ทันทีที่หยุดนิ่ง ก็มองเห็นโลหิตทะลักพรวดออกจากมุมปากของชายหนุ่ม
ชายชราลอยตัวอยู่บนอากาศเหนือเยี่ยฉวน ขณะทอดสายตามองลงมาพร้อมพูดว่า “ข้าประมาทฝีมือของเจ้าเกินไป! เจ้ากล้าดูหมิ่นผู้อาวุโสและใช้วาจาก้าวล่วง วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าเสียเพื่อมิให้ศิษย์อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง!”
ทันใดนั้นเขากดนิ้วมือลงและชี้ตรงมาที่คนด้านล่าง พลันกระบี่บินทะยานวูบพร้อมตวัดฟาดลงมาทันที ความเร็วประดุจสายฟ้าแลบ!
เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าของคนที่อยู่ด้านล่างเคร่งเครียดดุดันขึ้นมาเล็กน้อย ภายในกายพลังชี่เริ่มทำงาน
ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเซียนกระบี่ในขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง เขาไม่อาจหลบซ่อนพลังความกล้าแกร่งของตนต่อไปได้อีก มิเช่นนั้นคงมีแต่ตายกับตาย!
ขณะที่เยี่ยฉวนเตรียมพร้อมที่จะออกต้านทาน พลันปรากฏว่ามีร่างของใครคนหนึ่งออกมาขวางที่เบื้องหน้า
อาจารย์เยว่ฉี!
สีหน้าของเยว่ฉีนิ่งเฉยไร้อารมณ์ สตรีมาใหม่ประกบนิ้วมือก่อนสะบัดออกไปเบาๆ พลันลำแสงสีขาวแห่งพลังกระบี่ชี่พุ่งวาบออกจากปลายนิ้ว
ตูม!
สตรีปัดกระบี่ของชายชรากระเด็นหวือไปในอากาศ
ทันทีที่เห็นว่าเป็นเยว่ฉี ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจนัก “อาจารย์เยว่ เจ้า……”
ในขณะนั้นสตรีขยับก้าวออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่งและขยับยกฝ่ามือขึ้นควบคุมกระบี่ด้วยนิ้วมือ ฉับพลันต่อมาก้อนเมฆบนท้องฟ้าจู่ๆ บังเกิดการสั่นสะเทือน ชั่วพริบตาเดียวกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากก้อนเมฆพลันตวัดฟาดลงมารวดเร็วดุจสายฟ้า
เมื่อประจักษ์แก่สายตาเช่นนั้นแล้ว ชายชราอีกฝ่ายสีหน้าวูบเล็กน้อย เสียงร้องออกไปว่า “กระบี่อวิ๋นจง!”
ยามนี้แม้ตัวเขาก็ไม่กล้าปรามาสได้อีก ว่าแล้วคนเผยฝ่ามือข้างขวาฉับพลันต่อมาปรากฏกระบี่ขึ้นบนฝ่ามือเล่มหนึ่ง ในจังหวะนั้นเองกระบี่เล่มนั้นทะยานวาบเป็นแสงกระบี่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
กระบี่สองเล่มปะทะกันในอากาศ
ตูม!
เสียงเสียดแทงดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า
สตรีคนที่อยู่บนพื้นดินเมื่อแรก เยว่ฉีดีดตัวขึ้นบนอากาศ ขณะที่ลำแสงแห่งกระบี่รอบตัวค่อยๆ ไหลเข้าสู่กายคน
ภาพที่ปรากฏต่อหน้า พลันชายชราหรี่นัยน์ตาลง แววตาเต็มไปด้วยความเกรงกลัว ก่อนจะร้องตะโกนสุดเสียง “เพลงกระบี่อำพราง! เยว่ฉี เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? เจ้า……” ทว่าเขาไม่กล้าพูดอีก ด้วยในเวลานั้นเยว่ฉีทะยานมาถึงต่อหน้าแล้ว!!



