Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 541

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 541 มาเลยข้าจะขยี้ให้เละ! (ต้น)

C

เยี่ยฉวน!……

ทั่วทั้งสำนักชางเจี้ยนต่างอยู่ในอาการตกตะลึง คนที่เพิ่งมาถึงสำนักชางเจี้ยนหยกๆ ก็ท้าประลองแล้วงั้นหรือ?……

ไม่นานนักได้มีผู้อาวุโสของสำนักชางเจี้ยนคนหนึ่งออกมาพบชายสวมเสื้อผ้ากระสอบ

คนอาวุโสเหลือบมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “เจ้าบอกว่าชื่อเยี่ยฉวนงั้นหรือ?”

ชายสวมเสื้อผ้ากระสอบพยักหน้า “ข้านี่ละเยี่ยฉวนแห่งแผ่นดินชิง”

อาวุโสผู้นั้นนิ่งมองเยี่ยฉวนอย่างพิจารณา ครู่หนึ่งเขาส่ายหน้าขณะพูดว่า “เจ้าดูไม่เหมือนเยี่ยฉวนสักนิด นี่ไม่ใช่เยี่ยฉวน”

คนสวมชุดผ้ากระสอบสีหน้าไม่สะทกสะท้าน “ข้านี่ล่ะ!”

คนอาวุโสกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เยี่ยฉวนเป็นศัตรูกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ตามปกติเขาย่อมไม่อยากให้เกิดปัญหากับสำนักชางเจี้ยนเรา เยี่ยฉวนไม่ใช่คนโง่!”

ชายสวมชุดผ้ากระสอบพูดพลางคลี่ยิ้มช้าๆ “เอาล่ะ พูดอย่างนี้แสดงว่าสำนักชางเจี้ยนไม่กล้ารับคำท้าของข้าหรือไง? หรือว่าศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักนี้มีแต่พวกไร้ความสามารถเสียแล้ว?”

คนตรงข้ามไม่ตอบแต่สายตาจ้องเขม็งไปยังชายสวมชุดผ้ากระสอบ แววตาค่อยๆ ฉายประกายเย็นเยือก

ใครบางคนพยายามชักใยสร้างปัญหาให้กับสำนักชางเจี้ยน!

ขณะนั้นพลันมีเสียงของใครคนหนึ่งพูดเสียงดังลงมาจากยอดเขา “ถ้าเขาอยากท้า เราก็ควรสนองความต้องการเสียหน่อย สำนักชางเจี้ยนจากอดีตถึงปัจจุบันเราไม่เคยกลัวใคร ศิษย์จากยอดเขาทั้งเจ็ดใครขันอาสา จงก้าวออกไปและต่อสู้กับมันให้รู้ดีรู้ชั่วไปเลย!”

“ข้าเอง!”

ทันใดนั้นบังเกิดเสียงเสียงหนึ่งดังมาจากบริเวณยอดเขาลูกหลัก จากนั้นจึงปรากฏแสงแห่งกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน พลันต่อมาแสงกระบี่ที่ว่าวกกลับลงมาอย่างฉับพลัน ในที่สุดก็ลงมาลอยตัวนิ่งอยู่เยื้องหน้าคนสวมชุดผ้ากระสอบ

พลันแสงกระบี่หายวับ คงไว้แต่เพียงร่างของชายหนุ่มอายุราวยี่สิบเศษ ผิวเข้ม นัยน์ตาเรียวทว่าคมปลาบ และถือฝักกระบี่ไว้ในมือข้างหนึ่ง

“ศิษย์พี่เซินอวิ่นแห่งยอดเขาเจิ้นต่าว!”

พลันมีเสียงของใครสักคนพูดออกมาดังๆ

เซินอวิ่นหันไปคารวะผู้อาวุโสแล้ว จากนั้นจึงหันไปทางชายสวมชุดผ้ากระสอบ “เข้ามา แสดงฝีมือให้ข้าเห็นหน่อยเป็นไร”

“ถ้าข้าลงมือ อย่าหวังว่าเจ้าจะทันได้ตอบโต้” อีกฝ่ายตอบโต้

เซินอวิ่นไม่แสดงความขุ่นเคือง “ดูท่าเจ้าจะมั่นใจในตัวเองมาก เอาละข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะทำได้จริง ไม่ใช่เก่งแต่ปาก!”

ว่าแล้วคนขยับนิ้วหัวแม่โป้งข้างซ้ายดันขึ้น.

ฟึ่บบบ!

กระบี่เล่มหนึ่งทะยานออกจากฝักกระบี่อย่างฉับพลันทันใด!

คนที่อยู่ตรงข้ามเห็นเข้าหากแต่สีหน้าเรียบเฉย กระบี่ทะยานเข้ามาจนเกือบถึงตัวเขาหาได้หลบหลีก จนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วเขาจึงได้เบี่ยงตัวออกไปด้านข้างและขยับหลบเพียงนิดเดียว ในเวลาเดียวกันมือข้างขวาฉวยเอาด้ามกระบี่ของเซินอวิ่นไว้มั่น!

ข้างฝ่ายอาวุโสแห่งสำนักชางเจี้ยน เมื่อเห็นเช่นนั้นพลันใบหน้าเผือดวูบ

รวมถึงเซินอวิ่นซึ่งทำท่าจะออกเคลื่อนไหว พลันชะงักงันไปชั่วครู่!

ชายสวมชุดผ้ากระสอบชำเลืองสายตามองเซินอวิ่นแวบหนึ่ง ฉับพลันนั้นเองคนกดเท้าขวาลงบนพื้นดิน.

ฟึ่บบ!

ชายสวมชุดผ้ากระสอบโผล่ผลุงประหนึ่งภูตผีปรากฏตัวต่อหน้าเซินอวิ่น ฝ่ายหลังสีหน้าเปลี่ยนไปสิ้นเชิง ในที่กำลังจะขยับเคลื่อนไหวอยู่นั้น คนสวมชุดผ้ากระสอบซึ่งว่องไวกว่า พลันใช้มือขยุ้มคอหอยของอีกฝ่ายไว้ทันที พร้อมกับตวัดเท้าขวาเตะเข้าที่บริเวณหัวเข่าทั้งสองข้างของเซินอวิ่น!

เสียงกระดูกแตกลั่นกร๊อบ พลันเซินอวิ่นทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นดิน

คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างนิ่งมองอย่างตกตะลึง

พ่ายอย่างยับเยิน!

คนต้นเหตุมิได้ลงมือสังหารเซินอวิ่นแต่อย่างใดทว่าถอยห่างไปราวสิบกว่าชุ่น ขณะสายตามองคนลงคุกเข่าอยู่บนพื้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ศิษย์รุ่นใหม่แห่งชางเจี้ยนฝีมือไร้น้ำยาแค่นี้หรือ?”

คนพูดเหลือบมองขึ้นไปทางยอดเขาและว่า “ถ้างั้นพวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลา!”

เข้าพร้อมกัน!

คำพูดประโยคนี้ทำให้ศิษย์ทุกคนของสำนักชางเจี้ยนเกิดความฉุนเฉียว ทันใดนั้นปรากฏลำแสงกระบี่หลายลำแสงจากทุกยอดเขาส่องสว่างเจิดจ้ามาจากทุกทิศทาง ขณะต่อมากลุ่มผู้ฝึกฝนกระบี่นับสิบออกมาเผชิญหน้ากับคนพูดทันที!

อีกฝ่ายยังคงนิ่งท่าทางไม่ยี่หระ “ดาหน้าเข้ามา!”

ในตอนนั้น ใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกกระบี่ “ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!”

เสียงนั้นเรียกสายตาของคนทั้งกลุ่มหันไปมอง ชายหนุ่มสวมเสื้อตัวสั้นและที่เอวทั้งสองข้างเหน็บกระบี่ข้างละเล่ม

ศิษย์พี่กู้หลิ่นแห่งยอดเขาซวนเจี้ยน!

“ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะมา!”

“แหงล่ะเขาต้องมาอยู่แล้ว สำนักชางเจี้ยนเราถูกเจ้าเยี่ยฉวนฉีกหน้าถึงขนาดนี้ มีหรือศิษย์พี่กู้หลิ่นจะอยู่เฉยโดยไม่ทำอะไร?”

“ข้าข้องใจนัก ถ้าศิษย์พี่หนานข่งเยี่ยนแห่งยอดเขาชางเจี้ยนอยู่ละก็.”

“เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือศิษย์พี่หนานข่งเยี่ยนหรอก แค่พี่กู้ก็เอาชนะหมอนั่นได้สบาย!”

“.”

กู้หลินเดินเข้าไปช่วยพยุงเซินอวิ่นให้ลุกขี้น พลันศิษย์ชางเจี้ยนหลายคนกุลีกุจอเข้าช่วยเหลือเซินอวิ่นคนละไม้ละมือ

ฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บ เซินอวิ่นยกมือปาดคราบโลหิตที่ไหลออกมาตามมุมปาก “ระวังตัวด้วย พลังของมันแข็งแกร่งมาก!”

กู้หลินพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางคนสวมชุดผ้ากระสอบ “ข้าได้ยินว่าเยี่ยฉวนเป็นผู้ฝึกกระบี่อีกทั้งสำเร็จเป็นจ้าวกระบี่ที่อายุน้อยที่สุดแห่งโลกชิงฉาง ทว่าตอนนี้เจ้าไม่ได้ใช้กระบี่!”

คนสวมผ้ากระสอบพูดเสียงแหบลึก “พวกเจ้าไม่คู่ควรแก่กระบี่ของข้าน่ะสิ!”

ทันทีที่ได้ยินวาจาที่คนตรงข้ามพ่นออกมา ศิษย์ชางเจี้ยนทุกคนหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียม

กู้หลินกัดฟันกรอด มองคนสวมผ้ากระสอบด้วยสายตาแน่วนิ่ง “โปรดชี้แนะ!”

เมื่อพูดจบก็พุ่งไปข้างหน้าทันที รวดเร็วดุจกระแสไฟฟ้า จากนั้นลำแสงกระบี่ก็พุ่งวาบเข้าหาชายคนตรงหน้า

ชายสวมชุดผ้ากระสอบมองดูด้วยสีหน้าสงบเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกระบี่ทะยานตรงเข้าหาอีกราวหนึ่งนิ้วก็จะถึงจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของตน ขณะนั้นเขาเพียงเอี้ยวตัวก็สามารถหลบเลี่ยงคมกระบี่ได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันได้เตะขาข้างขวาออกไปกระแทกใส่บริเวณเอวของกู้หลินพอดี

เปรี้ยง!

พลันท่อนแขนข้างหนึ่งของกู้หลินขาดกระเด็นไป ทว่าขณะเดียวกันเขาก็ตวัดแขนซ้ายซึ่งถือกระบี่อย่างชำนาญและสวนแทงออกไปอย่างรวดเร็ว

คนสวมชุดผ้ากระสอบประกบนิ้วมือก่อนผลักออกเบื้องหน้าเพื่อขัดขวางไว้ และปรากฏว่าคมกระบี่ของกู้หลินถูกนิ้วมือคนตรงหน้าสกัดไว้ได้จริง! ในเวลาเดียวกันเขาพุ่งตัวไปข้างหน้า พร้อมยกหัวเข่าซัดเข้าบริเวณลำตัวของกู้หลินอย่างถนัดถนี่

เปรี้ยง!

ชั่วพริบตาเดียวร่างของกู้หลินถูกพลังปะทะจนลอยละลิ่วห่างไปกว่าสิบชุ่น หลังจากที่ตกลงสู่พื้นดิน คนถึงกับบิดตัวเร่าด้วยความเจ็บปวด ขณะที่โลหิตแดงฉานทะลักพรวดออกจากปาก

พ่ายยับเยินอีกราย!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!