บทที่ 546 ก่อนอื่นต้องฆ่าเยี่ยฉวน! (ปลาย)
เพียงแค่วูบเดียวเท่านั้น เยว่ฉีก็ทำท่าฉุกคิดและหันไปพูดกับเยี่ยฉวน “ทักษะนี้คือการตั้งมั่นปณิธานในกฎเต๋าแห่งกระบี่และบรรลุความสำเร็จจากปณิธานของนั้น……พูดให้เข้าใจง่ายๆ ถ้าคนคนหนึ่งต้องการเขียนตำราขึ้นมาสักเล่ม ก่อนที่จะทำให้ได้ดีนั้น เขาจะต้องอ่านตำราทุกเล่มที่มีในโลก เมื่อเพียบพร้อมไปด้วยองค์ความรู้และมากด้วยประสบการณ์แล้วนั่นล่ะ คนผู้นั้นจึงจะเขียนตำราที่ดีออกมาได้” ……
เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ คนพูดหยุดชะงักก่อนจะเอ่ยต่อไป “ในกรณีของกฎเต๋าแห่งกระบี่ ถ้าเจ้าอยากบรรลุในระดับขั้นสูงขึ้นไปของทักษะหนึ่งกระบี่ชี้ชะตาแล้วละก็ เจ้าจะต้องทำทีละขั้นตอน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในกฎเต๋าแห่งกระบี่ด้วยแนวทางและศรัทธาในตนเอง” ……
ขณะที่พูดไปนั้น แววตาคนพูดส่องประกายวิบวับสลับซับซ้อนขึ้นทุกขณะ “สิ่งที่นางสอนให้เจ้าไม่ใช่ทั้งเพลงกระบี่หรือการตั้งปณิธาน ทว่าเป็นเส้นทางกฎเต๋าแห่งกระบี่ในใจของเจ้าเอง ถ้าลงตัดสินใจเดินเส้นทางนี้แล้ว แม้ว่าจะช้าสักหน่อย.ทว่าเจ้าจะไม่หลงทางหรือปราศจากความก้าวหน้า!”
เมื่อได้ยินคำพูดของสตรีตรงหน้า ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด
สตรีลึกลับ……
เขาไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของสตรีลึกลับ หรือไม่รู้กระทั่งที่มาที่ไป ทว่ากลับชอบที่จะให้มีนางอยู่เคียงข้าง
พูดง่ายๆ ก็คือเขารู้สึกปลอดภัยเมื่อมีนางอยู่ด้วยนั่นเอง
พลันเยว่ฉีพูดขึ้นมาว่า “ถ้าคราวหน้าพบผู้อาวุโสที่เจ้าว่า ช่วยแนะนำให้ข้ารู้จักทีได้ไหม?”
เยี่ยฉวนหัวเราะออกมา “ได้แน่ขอรับ ไม่มีปัญหา”
สตรีตรงข้ามพยักหน้า จากนั้นจึงหยิบขวดหยกสีขาวขึ้นมาและยื่นมาเบื้องหน้าเยี่ยฉวน “ยาตันเถียนจื้อหยวน ทีแรกข้าก็เตรียมจะให้เจ้า แต่เห็นว่าเจ้านำออกมากินสองสามครั้ง……ข้าน่าสงสารไหม?”
เยี่ยฉวนนั้นนิ่งค้าง
เยว่ฉีเอื้อมมือมาตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ “ถ้าบาดแผลของเจ้าหายดีแล้ว ทีนี้ก็ไปทำกับข้าวเสียที อ้ออย่าลืมทำผัดกะหล่ำปลีกับเห็ดด้วย ลดเค็มนิดหนึ่ง”
จากนั้นก็เดินเลยลับหายเข้าด้านในหอโถง
อีกฝ่ายยังไม่ทันอ้าปาก ได้แต่มองตาปริบๆ “……”
หลังจากนั้นไม่นานเยี่ยฉวนก็เริ่มลงมือสำรวจวงแหวนสัมภาระ ภายในบรรจุด้วยสุดยอดศิลาจิตวิญญาณจำนวน 1.1 พันล้านชิ้น!
จำนวนเท่าที่เห็น เยี่ยฉวนยอมรับว่าคาดไม่ถึง
รวยขนาดนี้เชียว?
นอกจากสุดยอดศิลาจิตวิญญาณและอาวุธมีดใบจักรขั้นสวรรค์ที่ว่านี่แล้ว ยังมีของล้ำค่าขั้นแท้จริงอีกจำนวนหนึ่ง คะเนมูลค่าน่าจะได้ราว 200 ล้านเหรียญทอง!
เวลานี้เขาสะสมสุดยอดศิลาจิตวิญญาณได้เกือบๆ สองพันล้านชิ้น ผนวกกับกระบี่ขั้นสวรรค์สองเล่ม ชุดเกราะอ่อนขั้นสวรรค์หนึ่ง อาวุธทวนชั้นยอดขั้นสวรรค์หนึ่ง และล่าสุดอาวุธมีดใบจักร!
ส่วนที่ได้เพิ่มมาก็มีเจ้าผีดิบอีกยี่สิบตัว!
แน่ละเขายังมีบันทึกประวัติศาสตร์ของตระกูลซือถูและตราประมุข!
ถ้าสิ่งเหล่านี้ใช้ได้ผล จะสร้างความร่ำรวยให้อีกไม่รู้เท่าไร!
แน่นอนมีชื่ออยู่ชื่อหนึ่งที่เยี่ยฉวนจะไม่มีวันลืมเลือน……สำนักผู้ตรวจการเขตแดน
สำนักผู้ตรวจการเขตแดนส่งคนปลอมตัวมาเป็นเขาเข้ามาที่สำนักชางเจี้ยนหลายต่อหลายครั้ง ดูเหมือนว่าผู้ตรวจการเขตแดนพวกนั้นจะรู้แล้วว่าเขามาหลบอยู่ที่สำนักชางเจี้ยน หรือพวกมันอาจเชื่อและคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวนเป็นเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางจริงๆ……
ถ้าสิ่งที่คิดเป็นเรื่องจริง เยี่ยฉวนกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนูน ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่เขาต้องระมัดระวังให้มากขึ้น!
ฝึกฝนวิธีบ่มเพาะพลังควบคุมกระบี่ให้ชำนาญเสียก่อนเป็นอันดับแรก!
เมื่อใดที่เขาฝึกฝนจนสำเร็จได้ที่แล้ว การเดินทางไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใช้เวลาอย่างมากเพียงวันเดียวเท่านั้น
ชายหนุ่มหยุดความคิดฟุ้งซ่านทั้งมวล เดินออกไปนอกคฤหาสน์ตามหาเครื่องปรุงเพื่อทำกับข้าว ราวครึ่งชั่วยามให้หลังกลิ่นอาหารฝีมือเยี่ยฉวนโชยอบอวลเข้ามา……
ที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดน
ภายในตำหนักของสำนัก ผู้ทรงเกียรติลู่บนม้านั่งค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ลมหายใจรวยรินไหลซึมออกจากร่างกาย
เวลาผ่านไปน่านเท่าใดไม่ปรากฏ ชายชราหมั่วซิ่วเดินลิ่วตรงมา เมื่อมองเห็นผู้ทรงเกียรติลู่จึงเอ่ยเสียงเครียด “สายข่าวยืนยันมาแล้วว่าพบเยี่ยฉวนอยู่ที่สำนักชางเจี้ยน และตอนนี้มันเปลี่ยนชื่อเป็นอานเยี่ย!”
ผู้ฟังกระพือเปลือกตาลืมขึ้นอย่างรวดเร็ว “ตาเฒ่าเฉินมันรู้หรือเปล่า?”
หมั่วซิ่วตอบเสียงเครียดดุจเดิม “ข้าไม่ทราบแน่ชัด แต่เดาว่าเขาจะต้องรู้จนได้!”
จากนั้นคนพูดหยุดไปนิดหนึ่ง ท่าทางลังเลพลันเหลือบตามองผู้ทรงเกียรติลู่ “เหตุใดเราไม่ถามไปที่สำนักชางเจี้ยน ให้ส่งตัวมันมาตรงๆ เล่าขอรับ?”
คนตอบทำนองอธิบายให้อีกฝ่ายว่า “ถ้าเราถามตรงๆ พวกนั้นจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ! ยิ่งไปกว่านั้นกลายเป็นว่าเราไปกระตุ้นเตือนพวกมันและปล่อยให้เยี่ยฉวนหนีไปอีกน่ะสิ!”
หัวคิ้วของหมั่วซิ่วขมวดมุ่น “เหตุใดสำนักนั้นไม่ยอมร่วมมือกับเรา?”
เสียงเย้ยหยันของอีกฝ่ายพูดให้ได้ยินว่า “เจ้าก็รู้เรื่องราวความไม่ลงรอยกันระหว่างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและสำนักชางเจี้ยน แม้เวลาจะผ่านไปนานนับพันปี ทว่าการถูกหยามเกียรติในอดีตสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะลืมได้อย่างไร? และบรรพบุรุษของชางเจี้ยน เซียนกระบี่แห่งโลกฉางประกาศไว้ว่าต่อให้ไม่เหลือคนของสำนักชางเจี้ยน ก็ไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้สำนักผู้ตรวจการเขตแดน! ถ้าเราถามไปตามตรงให้สำนักชางเจี้ยนส่งตัวเยี่ยฉวน.นั่นเท่ากับเร่งให้เกิดการต่อสู้เร็วขึ้น!”
คำตอบที่ได้รับ ทำให้ชายชราหมั่วซิ่วถึงกับหน้าตาออกผิดหวัง
ความขุ่นข้องหมองใจระหว่างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและสำนักชางเจี้ยนมีมาช้านานจนเป็นที่รับรู้กันทุกคน
ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าประมุขสำนักผู้ตรวจการเขตแดนคนหนึ่ง ตายด้วยคมกระบี่ของเซียนกระบี่แห่งโลกฉาง
ในช่วงหลายพันปี ทั้งสองฝ่ายพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะรักษาสันติภาพระหว่างกันไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนลุกขึ้นตามหาใครสักคนในสำนักชางเจี้ยน แน่นอนว่าสำนักชางเจี้ยนจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ มิหนำซ้ำอาจปล่อยเยี่ยฉวนให้หนีไปอย่างลอยนวลอีกครั้ง!
หมั่วซิ่วหน้ามุ่ย สั่นศีรษะด้วยจนปัญญา “ยากจริง!”
แน่ชัดว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนและสำนักชางเจี้ยนต่างฝ่ายต่างไม่กลัวเกรงอำนาจซึ่งกันและกัน หากในยามสงบสุข พวกเขาจะทำสงครามสู้รบกันก็ไม่แปลก ทว่าตอนนี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีเป้าหมายในการครอบครองหัวใจแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานแห่งแผ่นดินชิง ถ้าต้องสู้รบกับสำนักชางเจี้ยนในเวลานี้ แผนการทั้งหมดคงต้องมีอันล้มเหลว!
สำนักชางเจี้ยนไม่เหมือนกับสำนักเป้ยหานซึ่งเป็นพวกที่ไม่ตอบโต้ต่อภัยคุกคาม
ความเงียบงันครอบคลุมภายในคฤหาสน์ ในที่สุดผู้ทรงเกียรติลู่พูดขึ้นว่า “หยุดการติดตามเยี่ยฉวนไว้ก่อน บอกสำนักมารอสูรและสำนักมารภูตผีให้เร่งมือเข้า……”
ราวกับเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาขุ่นมัวค่อยๆ ฉายความตื่นตะลึงทีละน้อย “ไม่ได้ เราจะวางมือจากเยี่ยฉวนไม่ได้! ถ้าขืนปล่อยให้สำนักชางเจี้ยนฝึกฝนมันต่อไป คนยอดฝีมืออย่างนั้น……”
คำพูดหยุดชะงัก พลันคนผุดลุกขึ้นยืนทันที “ก่อนอื่นเราต้องฆ่าเยี่ยฉวนเสีย!”



