Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 569

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 569 ใต้เท้า! (ต้น)

C

ร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่ภายในโลงศพ ยังคงจ้องตาเขม็งมาที่เยี่ยฉวนชนิดไม่มีกะพริบ

แววตาแข็งทื่อไร้ความรู้สึก

นิ่งไปชั่วขณะ เยี่ยฉวนจึงฝืนยิ้มออกมาอย่างขัดเขินพลางพูดว่า “ขออภัย ข้าไม่ได้มีเจตนาจะรบกวน”

จากนั้นก็ค่อยขยับฝาโลงศพปิดกลับคืน

ทว่าทันใดนั้น สตรีในอาภรณ์สีแดงชาดยกแขนขวาใช้มือยันสกัดฝาโลงไว้มิให้ปิดกลับ ขณะเดียวกันแสงสว่างสีแดงดุจเปลวเพลิงกระจายวาบห่อหุ้มเยี่ยฉวนทั้งร่าง

พลันพอรู้ตัวสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จากนั้นร่างก็สั่นเบาๆ ก่อนล่าถอยกลับไปยังที่ที่เว่ยหยางเทียนรออยู่อีกด้าน เด็กน้อยเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาเกาะแขนของอีกฝ่ายไว้แน่น

เยี่ยฉวนหันไปมองในระยะไกลที่มีโลงศพประหลาดลอยอยู่กลางแอ่งน้ำ เกิดความเคลื่อนไหวภายในโลงด้วยร่างที่สวมชุดสีแดงชาดค่อยๆ ลอยขึ้นมา จึงสังเกตว่าอาภรณ์สีแดงนั้นมีความยาวมากกว่าปกติ มองดูคลับคล้ายว่าจะเป็นชุดแต่งงาน

สตรีสวมชุดสีแดงชาดหันมาทางคนที่อยู่เบื้องล่าง แววตาเลื่อนลอยดุจเดิม

เยี่ยฉวนกระชับกระบี่ซึ่งถือไว้ในมือข้างขวาแน่นเข้า ขณะที่เสียงภายในจิตเอ่ยรัวเร็ว “ยอดยุทธ์ชั้นสอง ท่านช่วยแสดงตัวออกมาตอนนี้ได้ไหมขอรับ?”

มีเสียงจึ๊กจั๊กอย่างเยาะเย้ยจากยอดยุทธ์ชั้นสอง จากนั้นก็เงียบกริบไม่มีการตอบสนองอีก

เป็นเสียงแห่งความสะใจ!

ชายหนุ่มหน้าเจื่อน ยอดยุทธ์ชั้นสองคนนี้วาจากลับกลอกสิ้นดี!

พลันต่อมาสตรีสวมชุดสีแดงชาดซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศขยับเคลื่อนมาประจันอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง สายตาจ้องมองตรงมายังเยี่ยฉวน ซึ่งทำเป็นเสยิ้มกลบเกลื่อน “ขอแสดงความยินดี! ในที่สุดท่านก็หลุดพ้นออกจากค่ายกลสำเร็จ ไม่ต้องบอกขอบใจข้าหรอกนะ เพราะปกติก็ชอบช่วยเหลือคนแบบนี้……เอ่อ ว่าแต่ถ้าท่านอยากจะตกรางวัลบ้าง ข้าขอแค่ของล้ำค่าขั้นสวรรค์สักชิ้นสองชิ้นก็ได้”

อีกฝ่ายไม่ตอบอีกทั้งยังยกฝ่ามือตบเปรี้ยงทันที ชายหนุ่มเห็นท่าสีหน้าก็เปลี่ยนไปฉับพลัน เขารีบดึงเว่ยหยางเทียนหลบมาข้างหลัง ขณะเดียวกันตนเองก็ตวัดกระบี่ที่ถืออยู่ฟาดออกไป

การเผชิญหน้ากับสตรีลึกลับที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าผู้นี้ เยี่ยฉวนไม่กล้ากระทำโดยชะล่าใจ ทันใดนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้หนึ่งกระบี่ชี้ชะตาออกต้านทาน!

ควบคู่ไปกับพลังปณิธานกระบี่มาร!

กระบี่ฟาดออกไป

ตูม!

ชายหนุ่มร่างสั่นสะท้านผงะหงายถอยห่างออกไป กระทั่งแผ่นหลังชนกับหน้าผาจึงได้หยุดยั้งอยู่ ณ ที่นั้น

เมื่อเยี่ยฉวนหยุดนิ่งลงกับที่ปรากฏหยาดโลหิตซึมออกมาบริเวณมุมปาก เขาเงยหน้ามองตรงไปยังสตรีสวมชุดสีแดงชาด พลังของนางช่างแข็งแกร่งนัก!

ข้างฝ่ายคนสวมชุดสีแดงชาดขณะลอยตัวดวงตาเขม้นมองเยี่ยฉวนแน่วแน่ พลันยกมือขวาทำท่าโบกไปข้างหน้าตรงมาทางชายหนุ่ม ฉับพลันนั้นเองมวลน้ำในสระทะยานขึ้นจากแอ่งน้ำที่อยู่เบื้องล่าง จากนั้นเปลี่ยนทิศทางประหนึ่งลูกศรที่พุ่งออกจากแหล่งยิงใส่เยี่ยฉวน

คนที่ตกเป็นเป้าหมายถอยหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือสองข้างจับด้ามกระบี่และฟาดออกไปอย่างดุดัน!

ตูม!!!

พลังกระบี่ทำลายลูกศรสายน้ำจนแหลกกระจาย

ขณะต่อมามีเงาสีแดงชาดลอยวูบมาอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน เขาไม่รีรออีกต่อไปจึงกระหน่ำกระบี่ออกไปไม่ยั้ง

เปรี้ยง!!!

เงาละลิ่วลอยไปอย่างรวดเร็ว

ที่แท้คนที่กระเด็นไปกลับเป็นเยี่ยฉวนเอง!

ทันทีที่ร่างของชายหนุ่มตกกระแทกลงบนพื้นดิน เว่ยหยางเทียนวิ่งถลันเข้ามาช่วยประคองที่ด้านข้าง ขณะฉวยแขนข้างหนึ่งของเขามาจับไว้ แววตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก

ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในระยะไกล ขณะที่สตรีสวมชุดสีแดงชาดเกือบจะจู่โจมอีกครั้งนั่นเอง เยี่ยฉวนรีบโบกมือขึ้นพลางร้องบอก “ช้าก่อน!”

สตรีชุดแดงชะงักหยุดและมองดูอีกฝ่ายราวกับกำลังดูท่าทีของชายหนุ่มว่ามีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างไร

เยี่ยฉวนพูดอุบอิบ “แม่นาง ข้าช่วยชีวิตเจ้าแต่เจ้ากลับจะฆ่าข้า ทำอย่างนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”

สตรีสวมชุดแดงสีหน้าเดาได้ยาก “ข้าขอให้เจ้ามาช่วยงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนถึงคราวจนคำพูด

อีกฝ่ายจึงส่ายหน้าพลางพูดว่า “ข้าไม่ได้ร้องขอให้ช่วย!”

คนหยุดพูดจากนั้นจึงเผยฝ่ามือผลักข้ามช่องอากาศใส่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน และฉับพลันนั้นเองพื้นที่สุญญากาศแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานปานโลหิต

นี่มันอะไรกัน?

สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนวูบ เขาไม่ยอมประมาทอีกต่อไปจึงกำหมัดข้างขวาเข้าหากัน “จองจำ!”

ทันใดนั้นพื้นที่ช่องอากาศตรงที่ตนและเว่ยหยางเทียนพลันเกิดการสั่นไหว ค่อยๆ ก่อเกิดรูปร่างของเรือนจำสุญญากาศขนาดย่อมคลุมครอบบริเวณนั้น

ทำให้พลังสีแดงฉานไม่อาจทะลุทะลวงเข้าถึงตัวเยี่ยฉวนและเด็กหญิงที่อยู่ภายใน!

สตรีสวมชุดสีแดงชาดนิ่วหน้าขณะมองเห็นเช่นนั้นจากระยะไกล “เจ้าทำได้ยังไง?”

ชายหนุ่มดึงเด็กหญิงให้หลบเข้ามาขณะใช้ตัวเองออกกำบัง เขานิ่งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดกับอีกฝ่ายว่า “ทักษะพลังสุญญากาศไงล่ะ!”

อีกฝ่ายมองเยี่ยฉวนก่อนจะบอกว่า “ไปเสีย!”

เยี่ยฉวนชะงักสีหน้าค่อนไปทางแปลกใจอยู่บ้าง จึงย้อนถาม “ท่านไม่ต่อสู้กับข้าแล้วหรือ?”

สตรีสวมชุดสีแดงชาดแสดงสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึก “ถ้าเจ้าจะสู้ ข้าก็จะสนอง!”

ชายหนุ่มรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มะ……ไม่……ข้าไม่ได้อยากต่อสู้!”

พูดแล้วก็หันไปคว้าข้อมือเว่ยหยางเทียนและทำท่าจะพาออกวิ่ง พลันมีเสียงของสตรีสวมชุดสีแดงชาดถามมาจากด้านหลัง “พวกเจ้าหาที่นี่พบได้อย่างไร?”

เยี่ยฉวนมีสีหน้าลังเลว่าจะตอบดีหรือไม่ ก่อนจะค่อยๆ หยิบแผนที่หนังสัตว์เก่าคร่ำคร่าออกมา สายตาของสตรีจับจ้องไปยังของที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย ครู่ต่อมาสังเกตเห็นได้ชัดว่านางหรี่ตาลงเล็กน้อย “เขานี่เอง……”

จากนั้นสายตาของสตรีเหลือบมองคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด “เจ้าเป็นลูกหลานของเจ้าของแผนที่ งั้นหรือ?”

ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่! ข้าได้แผนที่นี้มาโดยบังเอิญเท่านั้น!”

สตรีมองมาทางเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่งอยู่เป็นเนิ่นนาน “ช่วยอะไรข้าสักอย่าง”

ชายหนุ่มนิ่งคิด สีหน้าลังเลก่อนถามว่า “ช่วยอะไร?”

คนสวมชุดสีแดงชาดมองตรงขณะพูดว่า “ข้าอยากได้เด็ก!”

เด็ก?

เยี่ยฉวนรู้สึกแปลกใจเมื่อแรก ครู่ต่อมาชายหนุ่มพลันสะดุ้งโหยง “มะ……ไม่……ข้าทำไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ข้าไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาส!”

ดูท่าจะเข้าใจผิดไปใหญ่ สตรีสวมชุดสีแดงจึงรีบขัดว่า “คิดว่าจะให้ทำอะไร? ข้าบอกให้ส่งเด็กคนนั้นมาต่างหาก!”

นั่นล่ะเยี่ยฉวนถึงหุบปากได้ หากแต่มุมปากยังกระตุกยิกๆ ก็แหมน่าจะพูดให้มันชัดๆ!

สายตาของสตรีสวมชุดสีแดงชาดจ้องเขม็ง ปราศจากความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง

ชายหนุ่มฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย “ผู้อาวุโส ท่านอยากได้เด็กคนนี้ไปทำอะไร?”

ทว่าเสียงตอบห้วน น้ำเสียงเย็นชา “ไม่ใช่เรื่องอะไรของเจ้า!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!