Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 591

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 591 กฎเต๋าแห่งความแข็งแกร่ง! (ปลาย)

C

หมู่จ้าวหลิงเป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งเข้ามายังแผ่นดินชิงในเวลานี้ ครั้งหนึ่งนางและเยี่ยฉวนเคยพบกัน

และคนที่ส่งสัญญาณข้อความไปบอกเยี่ยฉวนก็เป็นหมู่จ้าวหลิงคนนี้นั่นเอง

ณ สถานที่ที่เป็นน้ำตกแห่งหนึ่ง เยี่ยฉวนเหินกระบี่ทะยานมาถึงยังบริเวณและร่อนลงอย่างรวดเร็ว ด้านข้างน้ำตกแห่งนั้นสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งรออะไรสักอย่าง นางคือหมู่จ้าวหลิง

ทันทีที่เห็นคนเพิ่งเข้ามา หมู่จ้าวหลิงลุกขึ้นจากที่และเดินตรงมาหาเยี่ยฉวน นางหยุดชะงักขณะจับตาสำรวจคนผู้มาใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สายตาฉายความประหลาดใจ “ดูเหมือนเจ้าจะกล้าแกร่งขึ้นอีกขั้นแล้วสิ!”

เยี่ยฉวนไม่ตอบได้แต่ยิ้มขณะถามกลับว่า “แม่นางหมู่ น้องสาวข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ตอนนี้คนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเยี่ยหลิงน้องสาวเพียงคนเดียว!

หมู่จ้าวหลิงพยักหน้าเบาๆ “ไม่ต้องกังวลน้องของเจ้าสบายดี ตอนนี้นางบรรลุขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพแล้ว! แต่ว่าพวกเราปิดบังเรื่องของเจ้ากับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไว้ก่อน ไม่อยากให้นางต้องกังวลใจ ยังไงเสียข้าต้องขออภัยด้วย!”

เยี่ยฉวนยิ้มรับ “ดีแล้ว”

อันที่จริงเขาเองก็ไม่อยากให้เยี่ยหลิงมารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตนเองกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน มิเช่นนั้นนางจะต้องคอยเป็นกังวลเพราะเขา!

สตรีจับตาหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าสายตานิ่งแน่ว จากนั้นจึงเอ่ยถามว่า “เจ้าคิดจะยับยั้งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนไม่ให้ฉกเอาหัวใจแห่งวัตถุพื้นฐานไปจริงหรือ?”

คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบ

หมู่จ้าวหลิงเห็นดังนั้น สตรีส่ายหน้าน้อยๆ “ไม่ฉลาดเอาเสียเลยที่คิดบ้าระห่ำสู้กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน สำนักชางเจี้ยนของเจ้าและสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเป็นปฏิปักษ์ต่อกันมาช้านานจนเป็นปัญหาค้างคาที่ยากต่อการแก้ไข”

ชายหนุ่มบิดมุมปากยกยิ้ม “ท่านอุตส่าห์มาถึงนี่คงไม่ใช่เพราะอยากมาเทศนาให้ข้าฟัง ใช่ไหม?”

อีกฝ่ายจึงเปลี่ยนเรื่องทันควัน “ไม่ใช่ ข้ามานี่เพื่อขอร้องให้เจ้าไปเสียจากโลกชิงฉาง!”

“ไปจากโลกชิงฉาง!”

เยี่ยฉวนมองคนพูด สีหน้างงงัน “หมายความว่ายังไง?”

หมู่จ้าวหลิงนิ่งอย่างไตร่ตรองครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยกล่าวออกไปว่า “ที่แห่งนี้กว้างใหญ่กว่าที่เจ้าคิดมากนัก ภายนอกยังมีโลกอีกหลายระดับ ถ้าต้องการไปจากโลกชิงฉาง ชุมนุมพลังเร้นลับเรายินดีจะให้ความช่วยเหลือ”

ออกไป!

โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ชายหนุ่มสั่นศีรษะทำนองปฏิเสธทันที

การจะให้เยี่ยฉวนออกจากโลกขณะที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้นั้นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด สำนักชางเจี้ยนมีบุญคุณกับเขา ถ้าขืนเขาหนีไปเท่ากับเนรคุณต่อผู้มีพระคุณ

นอกจากนั้น ยังมีทั้งญาติสนิทมิตรสหายอยู่ในแผ่นดินชิงตั้งมากมาย ถ้าเขาไปเสียแล้ว คนพวกนั้นถูกสำนักผู้ตรวจการเขตแดนคุกคามทำอันตรายเอาได้!

“เจ้าไม่อยากไปยังโลกภายนอก ไปให้เห็นกับตาตัวเองบ้างหรือ?” เสียงหมู่จ้าวหลิงถาม

เยี่ยฉวนตอบยิ้มๆ “อยากสิ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“ขอโทษนะที่ข้าจะพูดตรงไปตรงมา ถ้าเจ้าไม่ไปเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ต่อไปอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยแม้เจ้าอยากจะไปแค่ไหนก็ตาม”

ชายหนุ่มย่นหัวคิ้ว “ท่านจะบอกอะไร?”

สตรีทำท่าลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกไปว่า “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนที่เจ้าเห็นไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ เจ้าก็รู้ว่าก่อนหน้าเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางที่ว่ายอดเยี่ยมและเก่งกาจเพียงใด ยังไม่สามารถลบชื่อสำนักนี้ได้ นับประสาอะไรกับตอนนี้? แม้ว่ากองกำลังทั้งหลายในแผ่นดินชิงจะได้รับความเสียหายเพราะการกระทำของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน พวกมันก็ยังคงเป็นกองกำลังชั้นหนึ่งในโลกชิงฉางอยู่วันยังค่ำ”

คนพูดหยุดชะงักนิดหนึ่ง ขณะชำเลืองมองเยี่ยฉวนก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ชุมนุมพลังเร้นลับเคยได้ยินเรื่องสตรีลึกลับอาจารย์ของเจ้ามาเหมือนกัน ยอมรับว่านางมีฝีมือโดดเด่นกว่าใคร ทว่าข้าบอกได้คำเดียวว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนมีความพิเศษยิ่งกว่า ถ้าทำได้ทางที่ดีเจ้ารีบออกจากโลกชิงฉางไปกับพวกเราโดยเร็ว”

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะพร้อมกับตอบว่า “ข้าต้องขอบคุณในความหวังดีของชุมนุมพลังเร้นลับ แต่ข้ารับความหวังดีนี้ไว้ไม่ได้จริงๆ”

หมู่จ้าวหลิงแย้งเสียงขรึม “เจ้าไม่เป็นห่วงน้องสาวบ้างหรือ? ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป นางจะอยู่อย่างไร?”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ จากนั้นจึงพูดออกมาว่า “น้องของข้าเป็นญาติสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่ ข้ายอมทำทุกอย่างได้เพื่อนาง ถึงกระนั้นถ้าข้าไปตอนนี้ ก็เหมือนข้าหลบหนีและเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ซึ่งคนที่อยู่ข้างหลังมีทั้งสหาย พี่น้องและคนที่ข้ารัก ท่านเข้าใจไหม?”

สตรีตรงหน้าทอดสายตามองเยี่ยฉวนเป็นเนิ่นนาน “ถ้างั้นก็ขอให้โชคดี!”

หลังจากนั้นไม่นานคนก็หายวับไป

ณ บริเวณด้านข้างน้ำตก เยี่ยฉวนยังอยู่ที่เดิม เสียงรำพึงแผ่วเบากับตนเองว่า “ความจริงข้าก็อยากไปอยู่หรอก… แต่เผอิญข้ามีเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต ต่อให้ต้องตายข้าก็จะต้องทำให้ได้!”

ตอนนั้นเองเขาล้วงศิลาถ่ายทอดสัญญาณขึ้นมาพิจารณาซึ่งต่อมาเกิดเสียงดังออกมาจากศิลานั้น ครู่ต่อมาชายหนุ่มหมุนตัวกลับ ก่อนขึ้นกระบี่เหินออกไปพร้อมกับเสียงคำรามลั่นสะท้านฟ้า ไม่นานร่างของเขาก็ลับหายไปในท้องฟ้ากว้างเพียงชั่วพริบตา

เยี่ยฉวนย้อนกลับไปที่หุบเขากันดาร เพื่อไปพบกับเฉินเป่ยฮั่นและฉางเสวี้ยนที่บริเวณเชิงเขา

จากนั้นจึงแสดงคารวะต่อบุคคลทั้งสอง “เจ้าสำนัก ท่านลุง ยินดีที่ได้พบขอรับ!”

หลังจากพยักหน้ารับการคารวะ ฝ่ายเฉินเป่ยฮั่นจึงเอ่ยขึ้นทันที “เวลานี้สถานการณ์ในแผ่นดินชิงกำลังยุ่งเหยิงวุ่นวาย แจ้งบรรดาสหายของเจ้าที่อยู่ที่นั่นคอยระวังไว้ให้ดี!”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ข้าจะแจ้งพวกเขาเองขอรับ!”

เสียงของเจ้าสำนักกล่าวทำนองสำทับมาว่า “ถ้าเกิดเรื่องวุ่นวายมากเข้า ทางที่ดีเจ้าไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามกับเรื่องพวกนี้”

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ขณะพูดว่า “เวลานี้ขั้นพลังของข้าสามารถรับมือคนควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงได้แล้วขอรับ!”

อีกฝ่ายเหลือบตามองคนพูด “ข้ารู้ แต่เจ้ามีเรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นจงอยู่เฉยๆ”

อยู่เฉยๆ?

เยี่ยฉวนมองหน้าคนพูด สีหน้างุนงงหนัก เฉินเป่ยฮั่นบอกต่อว่า “ไปทางขวามือราวสิบลี้ อาจารย์ของเจ้ากำลังรออยู่ รีบไปได้แล้ว!”

ชายหนุ่มทีท่าลังเล ครู่เดียวจึงพยักหน้าและผละไปทันที

คนที่อยู่ข้างหลังมองตามเยี่ยฉวนที่เพิ่งออกไป เฉินเป่ยฮั่นพึมพำแผ่วเบา “ซางเยว่ หนานข่ง เยี่ยฉวน ต่อไปสำนักชางเจี้ยนขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสามคนแล้ว”

ฉางเสวี้ยนพยักหน้าเบาๆ “เคราะห์ดีที่คนทั้งสามเข้ากันได้ดี ฉะนั้นต่อไปคงจะไม่ถึงกับต่อสู้กันเอง!”

คนเจ้าสำนักเหยียดมุมปากยกยิ้ม “แม้ว่าเขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อนฉุนเฉียวง่าย หากรู้สึกผูกพันเป็นพวกพ้องกับใครแล้ว เขาจะภักดีอย่างแรงกล้า โชคร้ายเรื่องอารมณ์นี่ละ……อย่างว่า ขี้โมโหฉุนเฉียว! เหมือนศิษย์พี่ใหญ่อย่างไรอย่างนั้น!”

จากนั้นทั้งสองหันไปมองหน้ากัน ก่อนต่างคนต่างส่งเสียงหัวเราะด้วยความถูกใจ

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!