บทที่ 608 จงไปเสียเมื่อข้าสั่งเจ้า!
บนแท่นทรงกลม คนทั้งหกถือกระบี่และนำพวกมันมาแนบกับช่วงคิ้ว พลันปณิธานกระบี่นั้นก็เอ่อล้นออกมาจากร่างของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง บนแท่นทรงกลมกระบี่แห่งแสงจำนวนหนึ่งพลันรวมตัวกัน!
ค่ายกลกระบี่สังหารเทพ!
นี่คือกระบวนวิชาอันน่าอัศจรรย์ที่เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางทิ้งไว้เพื่อช่วยให้สำนักชางเจี้ยนป้องกันตนเอง!
มันยังเป็นไพ่ตายที่ดีที่สุดของสำนักชางเจี้ยนในตอนนี้!
ในช่วงแรกพวกเขาไม่ปรารถนาจะใช้มัน แต่ความแข็งแกร่งของชายผมขาวนั้นเหนือชั้นยิ่งนัก หากพวกเขาไม่ใช้มันในตอนนี้ พวกเขาอาจไม่มีโอกาสได้ใช้อีกตลอดกาล!
กลางอากาศชายผมขาวเอามือขวาไพล่ไปด้านหลังและใบหน้าดูเฉยเมย……พลังกำลังอัดแน่นในฝ่ามือของเขา!
อีกด้านหนึ่งผู้ทรงเกียรติลู่และคนอื่นๆ ล่าถอยไปด้านข้าง!
แท้จริงแล้วพวกเขาไม่ต้องการขอให้ชายผมขาวมาช่วยเช่นกัน
เหตุเพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาเตรียมไว้จัดการกับสตรีลึกลับ
เคราะห์ร้ายหลินฉงอวิ่นและชินเจิ้นไม่ย่อท้อที่จะปกป้องเยี่ยฉวน ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ไม้ตายที่ซ่อนไว้!
ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายได้ใช้ไม้ตายของพวกเขาแล้ว!
บัดนี้แม้ชายผมขาวดูจะสามารถจัดการสำนักชางเจี้ยนได้อย่างแน่นอน แต่ผู้ทรงเกียรติลู่ยังคงไม่วางใจนัก
เหตุเพราะสตรีลึกลับยังไม่ปรากฏกาย!
ความรู้สึกที่สตรีนางนั้นมอบให้เขานั้น… ช่างน่าเขย่าขวัญ!
แต่จนบัดนี้สตรีผู้นั้นก็ยังไม่สำแดงกายออกมา!
นี่คือสิ่งที่รบกวนใจเขาอย่างมากที่สุด!
ไม่ไกลออกไปหลินฉงอวิ่นและชินเจิ้นดูไม่น่ามองเท่าไรนัก ทั้งสองไม่คาดว่าความแข็งแกร่งของชายผมขาวจะน่าหวาดเกรงถึงเพียงนี้อย่างเห็นได้ชัด!
หลังจากความเงียบสงบครู่หนึ่ง หลินฉงอวิ่นกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั้นมุ่งมั่นที่จะสังหารเขา พวกเราต้องรายงานผู้อาวุโส มิเช่นนั้นเด็กหนุ่มผู้นี้คงได้ตายในโลกนี้!”
ชินเจิ้นเอ่ย “เจ้ากลับไป!”
หลินฉงอวิ่นส่ายศีรษะ “เจ้ากลับไป ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเขา!”
ชินเจิ้นยังคงต้องการจะกล่าวบางอย่างแต่หลินฉงอวิ่นส่ายศีรษะของเขา “ไม่มีเวลาจะเสียเปล่า! เร็วเข้า!”
ชินเจิ้นมองไปที่หลินฉงอวิ่น “ระวังตัวด้วย! ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!”
หลังจากนั้นเขาหันหลังและหายลับไปในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
หนึ่งเดือน!
หลินฉงอวิ่นมองไปที่ฟากฟ้าโดยมีความกังวลซ่อนอยู่ในแววตา มันใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนที่จะไปถึงอารามสุญญดารา!
นั่นคือชินเจิ้นจะใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนในการกลับมาและพาผู้อื่นมาที่นี่ด้วย!
สองเดือน!
หลินฉงอวิ่นจ้องมองไปที่ชายผมขาวบนฟ้า ชายผมขาวนั่นเป็นเพียงร่างอวตาร หากผู้เป็นเจ้าของปรากฏกายด้วยตนเองที่นี่ พวกเขาคงไม่สามารถต่อกรกับเขาได้เลยแม้แต่น้อย!
หลินฉงอวิ่นส่ายศีรษะและถอยหายใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาคงทำได้เพียงทำให้สุดความสามารถของคนในตอนนี้!
ด้านล่างแท่นทรงกลม ไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่าเมื่อไรที่กระบี่แห่งแสงมายาทั้งหกควบแน่นอยู่ด้านบนของทั้งหกคน และเบื้องบนแท่นทรงกลมนั้น ปณิธานของทั้งหกคนก็อัดแน่นกลายเป็นหนึ่ง!
หกกระบี่ผสานรวมเข้าด้วยกัน!
หลังจากช่วงเวลาของความเงียบงัน เฉินเป่ยฮั่นอยู่ๆ ก็กล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล “กระบี่จงออกมา!”
จากนั้นคนทั้งหกรวบนิ้วแล้วชี้ไปที่ท้องฟ้า
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
กระบี่มายาทั้งหกด้านบนศีรษะของพวกเขาอยู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่แห่งแสงทะยานไปสู่ท้องฟ้าและเชือดเฉือนลงที่ชายผมขาว!
ช่องว่างในอากาศที่ลำแสงทั้งหกของกระบี่แห่งแสงเคลื่อนผ่านต่างฉีกขาดแยกออกจากกันในทันที!
ชายผมขาวนั้นไร้ซึ่งการแสดงความรู้สึกใดๆ กลางอากาศ ทันใดนั้นเขาผ่อนมือขวาลงจากนั้นก็กระแทกลงมา!
ตู้ม!
ทั่วทั้งท้องฟ้าสั่นเทิ่มอย่างดุดัน และผู้คนมากมายเกินจะรับพลันรู้สึกวิงเวียน
กำลังอำนาจอันแข็งแกร่งกดลงบนลำแสงทั้งหกของกระบี่แห่งแสง ไม่ช้าบรรยากาศอันน่าพรั่นพรึงก็แผ่ขยายเป็นคลื่นอย่างต่อเนื่องจนทำให้รอบด้านสั่นไหว และเบื้องล่างนั้น สิ่งก่อสร้างของสำนักชางเจี้ยนนับไม่ถ้วนก็เริ่มทลายลง ในตอนนี้แม้แต่ผืนดินก็เริ่มแตกร้าว!
บัดนั้นกระบี่แห่งแสงทั้งหกที่อยู่กลางอากาศแตกเป็นชิ้นๆ และกลายเป็นกระบี่ลมปราณที่เติมเต็มท้องฟ้าและกระจัดกระจายไปทั่ว
ความปราชัย!
ห่างออกไปเยี่ยฉวนกำมือขวาของเขาช้าๆ ตอนนั้นเองที่เสียงหนึ่งอยู่ๆ ก็ดังขึ้นภายในจิตใจของเขา “ออกไปเดี๋ยวนี้! ให้ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้!”
เสียงของเยว่ฉี!
เยี่ยฉวนมองไปด้านบนที่แท่นทรงกลมที่อยู่ไม่ไกลนัก ตอนนี้ใบหน้าของเยว่ฉีซีดเซียวและเลือดทะลักออกมาจากมุมปากของนางอย่างไม่หยุดหย่อน
ไปจากที่นี่?
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ เขาจะไปจากที่นี่ในตอนนี้ได้อย่างไร?
และเขาไม่สามารถไปหนใดได้เช่นกัน!
เหตุเพราะชายผมขาวคงไม่ยอมปล่อยให้เขาไปแน่! ชายผู้นั้นต้องการทำลายล้างสำนักชางเจี้ยนและสังหารเขาด้วยเช่นกัน!
ชายผมขาวชำเลืองมองเฉินเป่ยฮั่นและผู้อื่นเบื้องล่างจากกลางอากาศ “ค่ายกลกระบี่สังหารเทพ… ไม่เลว! หากข้าไม่ผิดพลาด มันยังคงมีปณิธานกระบี่ที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้ก่อตั้งของสำนักชางเจี้ยน น่าเสียดายพวกเจ้าไม่มีหนทางจะเรียกมันออกมาได้ ใช่หรือไม่?”
บนแท่นทรงกลม เฉินเป่ยฮั่นจ้องมองตรงไปที่ชายผมขาว “หากข้ามีกระบี่ของท่านผู้ก่อตั้งและสามารถเรียกปณิธานกระบี่ออกมาได้ ร่างอวตารของเจ้าคงถูกทำลายไปในบัดดล!”
ชายผมขาวหัวเราะ “เคราะห์ร้ายที่เจ้าไม่มี!”
จากตำแหน่งที่ห่างออกไป เยี่ยฉวนรู้สึกประหลาดใจ จากนั้นเขาก็บินไปที่แท่นทรงกลม “ข้ามีมัน ข้ามีมัน!”
เยว่ฉีปรากฏกายเบื้องหน้าเขาและกล่าวด้วยความเดือดดาล “จงไปเสียเมื่อข้าสั่งเจ้า!”
เฉินเป่ยฮั่นก็พยักหน้าเบาๆ เช่นกัน “พวกข้าจะยังพยายามยับยั้งบุคคลผู้นี้ไว้ต่อจากนี้ และเมื่อเวลานั้นมาถึง เจ้าจำต้องมองหาโอกาสที่จะหลบหนีไปเสีย! หากเจ้าไม่แข็งแกร่งเพียงพอในภายภาคหน้า ก็จงอย่าได้กลับมาให้เห็น! ข้า……”
บัดนั้นเยี่ยฉวนพลับเอากระบี่ออกมา!
กระบี่หลิงซิ่ว!
กล่าวให้ถูกมันคือกระบี่หลิงเซี่ยว เป็นกระบี่ที่ท่านผู้ก่อตั้งของสำนักชางเจี้ยนเคยถือ!
เมื่อเห็นกระบี่เล่มนี้ ทุกคนที่อยู่บนแท่นทรงกลมต่างตะลึงงัน
พวกเขาจดจำกระบี่เล่มนี่ได้อย่างชัดเจน!
“เหตุใดเจ้า……”
อีกด้านจ้านเถี่ยจ้องมองเยี่ยฉวนด้วยความไม่น่าเชื่ออยู่บ้าง “เหตุใดเจ้าถึงมีกระบี่ของท่านผู้ก่อตั้งกันเล่า?”
เฉินเป่ยฮั่นและคนอื่นๆ ประหลาดใจยิ่ง พวกเขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะมีกระบี่ของเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง!
เยี่ยฉวนยิ้ม “เรื่องนั้นยาวนัก!”
เฉินเป่ยฮั่นผงกหัวน้อยๆ “ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลัง!”
ระหว่างที่พูดเขาก็มองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าใช้กระบี่นี้ชักนำปณิธานกระบี่มาที่ค่ายกลกระบี่นี่!”
หลังจากนั้นเขาชายตามองไปที่เยว่ฉีและคนอื่นๆ “เริ่ม!”
ทั้งหกกลับไปที่ตำแหน่งของพวกเขา ส่วนเยี่ยฉวนยืนอยู่ตรงกลาง
เฉินเป่ยฮั่นพลันส่งเสียงดังออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว “เริ่มได้!”
ตู้ม!
กระบี่มายาเล่มมโหฬารพลันควบแน่นอยู่ด้านบนของแต่ละคน!
ขณะเดียวกันปณิธานกระบี่ของคนทั้งหกก็ปรากฏขึ้นบนแท่นทรงกลม และในมือของเยี่ยฉวน กระบี่หลิงซิ่วเริ่มสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ไม่เพียงแค่กระบี่ในมือของเขา แต่ทั่วทั้งแท่นทรงกลมก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ราวกับว่าบางสิ่งกำลังจะออกมา!
ชายผมขาวคนอยู่กลางอากาศขมวดคิ้วน้อยๆ มือขวาค่อยๆ กำแน่นอีกครั้ง พลังอัดแน่นอยู่ในฝ่ามือของเขาเงียบๆ!
บัดนั้นเฉินเป่ยฮั่นที่อยู่บนแท่นทรงกลมอยู่ๆ ก็ตะโกนออกมา “รวมตัว!”
หลังจากนั้นกระบี่ทั้งหกควบแน่นอย่างสงบอยู่ด้านบนคนหกคน เวลานั้นเองปณิธานกระบี่อันทรงพลังได้ไหลรวมบรรจบที่เยี่ยฉวนจากรอบด้านประหนึ่งน้ำที่ไหลบ่า ปณิธานกระบี่นั้นไม่ได้เข้าสู่ร่างของเขา หากแต่รวมตัวกันอยู่ที่กระบี่หลิงซิ่วในมือของเขา!
ครืน!
เสียงของกระบี่พลันก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า!
เยี่ยฉวนตัวสั่นเทิ้ม ณ เวลานี้ เขารู้สึกได้ว่ากระบี่ในมือของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังอันหาที่จะเปรียบ!
ตอนนี้เขาค่อนข้างมีความมั่นใจว่าเขาสามารถทำลายผืนฟ้าได้ด้วยเพราะกระบี่เล่มนี้!
ข้างๆ เฉินเป่ยฮั่นมองไปที่เขาทันใดและตะโกนด้วยความเดือดดาล “กระบี่จงมา!”
เยี่ยฉวนแทงขึ้นไปบนฟ้า และกระบี่ในมือของเขาก็กลายเป็นลำแสงของกระบี่แห่งแสง บัดนั้นกระบี่หลิงซิ่วรวมกับปณิธานกระบี่ของเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางได้ก้าวข้ามขั้นสวรรค์ไปแล้ว กระบี่นั้นแทบจะทะลวงผืนฟ้า!
เมื่อเห็นความน่าหวาดเกรงของกระบี่นั่น ผู้ทรงเกียรติลู่และผู้อื่นที่อยู่ไม่ไกลออกไปรู้สึกถึงความน่าเกรงขามนั่นทันใด
ชายผมขาวที่อยู่บนอากาศหรี่ตาลง อยู่ๆ เขาก็หายตัวไป ในเวลาต่อมาเงาดำก็ปกคลุมทั้งน่านฟ้า เมื่อเขามาถึงเบื้องหน้าของกระบี่ เขาก็ฟาดลงที่มัน
ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกระบี่ สวรรค์และโลกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ตู้ม!
เบื้องล่าง แท่งทรงกลมแตกละเอียด พลันกระบี่แห่งแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปทั่ว ในเวลาเดียวกันทั่วทั้งยอดเขาชางเจี้ยนเริ่มทะลายลงเช่นกัน และสภาพรอบด้านนั้นยุ่งเหยิงอลหม่าน!
ทุกคนมองไปที่ชายผมขาวในอากาศ!
บัดนั้นชายผมขาวยืนนิ่งกลางอากาศและเขาไม่แสดงออกใดๆ ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
หากแต่ผู้ทรงเกียรติลู่และผู้อื่นรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาน้อยๆ ในจิตใจ!
ชายผมขาวที่อยู่กลางอากาศมองลงไปที่เยี่ยฉวนที่อยู่ด้านล่าง “เหตุใดเจ้าถึงมีกระบี่ของเขา!”
บนแท่นทรงกลมเยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “ท่านลองทายสิ!”
ชายผมขาวจับจ้องที่เยี่ยฉวนไม่วางตา “ช่างปะไร เจ้าจะต้องตายอยู่ดี!”
หลังจากนั้นร่างของเขาเริ่มกลายเป็นภาพมายา!
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ทุกคนของสำนักชางเจี้ยนรู้สึกคลายกังวล!
แต่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนกลับรู้สึกเป็นกังวล!
กระบี่นั่นทำลายร่างอวตารนี้ได้!
ในขณะที่ร่างอวตารของชายผมขาวกำลังจะสลายหายไปหมดสิ้น อยู่ๆ เขาก็กล่าวออกมา “เยี่ยฉวน……เจ้ารอก่อนเถิด!”
หลังจากนั้นเขาก็สลายหายไปกับอากาศจนหมดสิ้น!
ในอีกด้านหนึ่งผู้ทรงเกียรติลู่และคนอื่นๆ ล่าถอยไปอย่างเงียบๆ
เฉินเป่ยฮั่นและคนอื่นๆ ไม่ได้หยุดยั้งคนเหล่านั้น เหตุเพราะพวกเขาไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ เว้นแต่พวกเขาต้องการการต่อสู้อันโหดเหี้ยม!
หลังจากเหล่าสำนักผู้ตรวจการดินแดนถอนกำลัง ชายผู้แข็งแกร่งที่อยู่รอบด้านเพื่อรับชมก็จากไปเช่นกัน
สำนักชางเจี้ยนได้รับชัยชนะ!
ไม่ช้าไม่เร็วข่าวสารนั้นกระจายไปทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตอนกลางราวโรคระบาด
ทุกกองกำลังล้วนตื่นตระหนก!
เป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีผู้ใดคาดการณ์ว่าสำนักชางเจี้ยนจะคว้าชัยชนะ!
สำนักผู้ตรวจการดินแดนยังคงเป็นกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกชิงฉาง! และครั้งนี้มีผู้แข็งแกร่งมากมายยกพลมา!
กระนั้น สำนักชางเจี้ยนกลับชนะ!
มันช่างเกินจริงยิ่งนัก!
ด้านในสำนักชางเจี้ยน ทุกคนยังคงไว้ท่า เหตุเพราะพวกเขาตระหนักว่าชัยชนะนี้นั้นเป็นเพียงชัยชนะชั่วคราว!
เพราะสำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะต้องกลับมาอีกเป็นแน่!
และจากนั้นคงไม่ใช่เพียงร่างอวตารแต่เป็นชายผมขาวที่มาด้วยตนเอง!
ร่างอวตารนั้นก็เลวร้ายเพียงพอแล้ว หากตัวชายผู้นั้นมาด้วยตัวของตัวเองจริงๆ สำนักชางเจี้ยนจะต้านทานเขาได้หรือไม่?
ด้านในหออวิ๋นเจี้ยน
ในหอนั้น บุคคลสำคัญแห่งสำนักชางเจี้ยนทั้งหมดอยู่ที่นี่ และเจี้ยนซ่วนก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
ทุกคนจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน!
พวกเขากำลังเฝ้ารอให้เยี่ยฉวนตอบคำถาม!
เหตุเพราะเยี่ยฉวนครอบครองกระบี่ของเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉาง ทำให้พวกเขาฉงนใจยิ่งนัก!
ภายในหอ เยี่ยฉวนอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน จากนั้นถึงกล่าวออกมา “ข้าเพียงได้กระบี่ของท่านผู้ก่อตั้งมาโดยบังเอิญ……”
จากนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรมากไปกว่านั้นอีก
เฉินเป่ยฮั่นชำเลืองมองเยี่ยฉวนและเอ่ยเสียงเบา “ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการพูดมากไปกว่านี้ พวกข้าก็จะไม่บังคับขู่เข็ญเจ้า! กระนั้นมันอาจเป็นความปรารถนาของสวรรค์ที่เจ้าได้ครอบครองกระบี่ของท่านผู้ก่อตั้ง ต่อแต่นี้ไปเจ้าจงเป็นผู้ปกครองแห่งสำนักชางเจี้ยนของพวกเราคนต่อไป ข้า……”
เยี่ยฉวนพลันส่ายศีรษะของเขา “ท่านเจ้าสำนัก ข้าไม่ใคร่สนใจตำแหน่งที่ว่า!”
เฉินเป่ยฮั่นหัวเราะ “หากเจ้าขึ้นเป็นเจ้าสำนัก เจ้าสามารถมาเอาสิ่งใดไปก็ได้จากที่นี่ตลอด!”
เยี่ยฉวนเอ่ยอย่างว่องไว “เช่นนั้นข้าจะเก็บไปคิดดู!”
ทุกคน “……”



