Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 622

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 622 เขามาแล้ว! (ต้น)

C

ที่ด้านนอกสำนักชางเจี้ยน กองกำลังจากที่ต่างๆ ตามมาสมทบเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ!

ในบรรดาพวกที่มา กองกำลังซึ่งเป็นที่รู้จักก็เห็นจะได้แก่ สำนักเหมันตอุดร หุบเขาแดนพิสดาร และเมืองอวิ๋นคง แม้แต่ตระกูลซือหม่าซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งโลกสวรรค์ยังส่งคนฝีมือกล้าแกร่งมาด้วยเช่นกัน

นอกนั้นเป็นพวกกองกำลังเล็กๆ อีกนับไม่ถ้วน

แน่นอนว่าคนที่มาล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง

เท่ากับว่าเวลานี้สำนักชางเจี้ยนตกเป็นเป้าหมายของทั้งโลกชิงฉาง

เป็นที่รู้กันว่าองค์เหนือหัวแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดนกำลังจะมายังโลกชิงฉางด้วยตัวเอง คิดเอาเถอะว่าสถานการณ์จะร้ายแรงเพียงใดถ้าคนระดับนี้มาถึงนี่?

และในตอนนี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนใช้วิธีบีบบังคับให้คนแสดงจุดยืนของตนออกมาอย่างชัดเจน!

ถ้าพวกเขาไม่ทำก็คงไม่แคล้วถูกจัดการเป็นรายต่อไปหลังจากที่สำนักชางเจี้ยนพินาศแล้ว ถ้าผู้ก่อตั้งสำนักชางเจี้ยน เซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางมีชีวิตอยู่ อาจทำให้พวกเขาลังเลใจบ้าง อย่างไรก็ตามเขาตายแล้ว ด้วยเหตุนี้แล้วสำนักชางเจี้ยนจะต้านสำนักผู้ตรวจการเขตแดนได้งั้นหรือ?

คนยอดฝีมือที่มุ่งหน้ามาที่สำนักชางเจี้ยนยังมาสมทบกันมากขึ้นทุกที และแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าตั้งใจมาร่วมกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนเพื่อต่อสู้กับสำนักชางเจี้ยน!

คนยอดฝีมือจำนวนมากตีวงล้อมสำนักชางเจี้ยนจนซ้อนกันเป็นหลายชั้น

ณ ที่แห่งหนึ่งบนอากาศเหนือกลุ่มเมฆ ผู้ทรงเกียรติลู่สีหน้าเรียบเฉย ขณะมือทั้งสองข้างไพล่ไว้ข้างหลัง

คนหนึ่งซึ่งเยื้องไปด้านหลังเป็นผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายเอ่ยขึ้นทันที “ส่วนตระกูลอัน ตระกูลหลี่แห่งโลกสวรรค์ และชุมนุมพลังเร้นลับไม่มีความเคลื่อนไหวขอรับ”

ชุมนุมพลังเร้นลับ!

ผู้ทรงเกียรติลู่นิ่งเงียบไปชั่วขณะและบอกกับอีกฝ่ายว่า “ช่างมัน ตราบใดที่มันไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยสำนักชางเจี้ยน!”

อีกฝ่ายขึงขังพยักหน้าทำนองรับทราบ ตระกูลที่กล่าวมารวมทั้งชุมนุมพลังเร้นลับใช่ว่าจะรับมือกับพวกมันได้ง่ายดายนัก แม้แต่อีกฝ่ายเป็นสำนักผู้ตรวจการเขตแดนก็ยังตะขิดตะขวงใจ!

หากพวกเขาเกิดหันไปร่วมมือกัน สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเองจะเป็นฝ่ายที่ต้องเดือดร้อน!

พลันเสียงคนผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายถามว่า “เราควรลงมือได้หรือยัง?”

ผู้ทรงเกียรติลู่ส่ายหน้า “รอจนกว่าองค์เหนือหัวมาถึงเสียก่อน!”

อีกฝ่ายพูดเสียงเครียด “เวลานี้ฝ่ายเรามีคนยอดฝีมือขั้นพลังทลายสุญตา 13 ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง 59 มียอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงตามมาสมทบที่นี่อีกเรื่อยๆ เข้าร่วมสมทบกันมาแบบนี้คงพอจะทำลายสำนักชางเจี้ยนจนพินาศได้แล้วขอรับ”

ผู้ทรงเกียรติลู่ตอบเสียงเรียบ “รอองค์เหนือหัว เมื่อใดที่เขามาถึงจึงสามารถยืนยันได้ว่างานนี้จะสำเร็จ!”

ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายหันมามองคนพูด “ท่านยังระแวงสตรีที่ช่วยเหลือเยี่ยฉวนงั้นหรือ?”

คนถูกถามพยักหน้าและตอบว่า “สตรีคนนั้นพลังอำนาจเหลือล้น ลำพังพวกเรารับมือกับนางไม่ได้แน่! มีเพียงรอให้องค์เหนือหัวปรากฏกายเราจึงค่อยลงมือจัดการนาง! พูดสั้นๆ เราจะรีบร้อนทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ทั้งนั้น อีกอย่างมีกองกำลังในโลกชิงฉางหลายแห่งที่ยังไม่แสดงจุดยืน”

ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายพึมพำอย่างครุ่นคิด “ขั้นพลังของสตรีที่ช่วยเยี่ยฉวนเป็นอย่างไรกันแน่?”

ผู้ทรงเกียรติลู่ได้แต่ส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้ แต่สัญชาตญาณบอกว่านางจะปรากฏตัวแน่! ถ้านางไม่ตายข้าก็ไม่อาจอยู่อย่างเป็นสุข!”

อีกฝ่ายจึงตอบว่า “ถ้างั้นพวกเราคอยก่อน!”

เบื้องล่าง ภายในสำนักชางเจี้ยน

เวลานั้นเหล่ายอดฝีมือของสำนักชางเจี้ยนได้มารวมตัวกันอยู่ภายในหอโถงใหญ่ รวมทั้งเยี่ยฉวนก็อยู่ที่นั่นด้วย

เจ้าสำนักเฉินเป่ยฮั่นกวาดตามองคนที่อยู่ในสถานที่ก่อนกล่าวขึ้นว่า “ทุกคนคงรู้แล้วว่าตอนนี้สำนักผู้ตรวจการเขตแดนเริ่มปฏิบัติการทำลายสำนักชางเจี้ยน”

เสียงเจี้ยนซ่วนอยู่อีกด้านพูดขึ้นว่า “ถ้างั้นก็ไปสู้กับมันเลย!”

ทุกคนในที่นั้นพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคนพูด

เวลานี้ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสู้เท่านั้น!

เฉินเป่ยฮั่นผงกศีรษะก่อนจะหันไปยังเยี่ยฉวนและซางเยว่ที่ด้านล่าง “ส่วนเจ้าสองคนหลบไปทีหลัง เข้าใจไหม?”

ขณะนั้นทั้งสองทำท่าจะคัดค้าน พลันเฉินเป่ยฮั่นพูดเสียงขรึม “แม้ว่าเจ้าสองคนจะมีฝีมือหาใช่คนอ่อนด้อยพลัง แต่ขาดประสบการณ์การต่อสู้……”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนถามแย้งว่า “เจ้าสำนักขอรับ ถ้าให้พวกเราหนีไป ศิษย์สำนักชางเจี้ยนคนอื่นๆ จะทำอย่างไรขอรับ?”

เฉินเป่ยฮั่นนิ่งเงียบ

ชายหนุ่มบิดมุมปากยกยิ้ม “เจ้าสำนักขอรับ ทำอย่างนี้ไม่ยุติธรรมต่อศิษย์คนอื่น พวกเราทุกคนเป็นศิษย์สำนักชางเจี้ยน ถ้าหนีต้องหนีด้วยกัน สู้ก็ต้องสู้ด้วยกัน และตายก็ตายด้วยกัน!”

คนที่ยืนถัดไปจากเยี่ยฉวน ซางเยว่ผงกศีรษะ “ข้าก็เหมือนกัน!”

เฉินเป่ยฮั่นเบนสายตามองตรงเยี่ยฉวน แววตาล้ำลึกปรากฏฉายชัดเจน “ถ้าเจ้าไม่หนี อีกหน่อยสำนักชางเจี้ยนเราคงถึงกาลอวสานไปจากโลกชิงฉางอย่างสิ้นเชิง!”

เยี่ยฉวนถามย้ำ “แล้วยังไงขอรับ?”

จากนั้นจึงส่ายหน้าช้าๆ “สำนักชางเจี้ยนกำลังเดือดร้อน พวกเราควรยืนหยัดสู้และช่วยกันแก้ปัญหา ถ้าให้ข้าหนีไป……อย่างไรก็ตามข้าทำไม่ได้”

ตอนนั้นเยว่ฉีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเยี่ยฉวนนักจ้องสายตามาที่เยี่ยฉวนและเอ่ยว่า “บางครั้งอย่างอื่นก็สำคัญกว่าการมีชีวิตอยู่ เข้าใจไหม?”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะ “ถึงยังไงข้าก็ไม่หนีไปไหนทั้งนั้น อีกอย่างข้าคิดว่าสำนักชางเจี้ยนเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับศัตรู ถ้าเราร่วมมือกันไยจึงต้องเกรงกลัวสำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั่นอีก? ต่อให้สำนักชางเจี้ยนพ่ายแพ้แล้วจะทำไมหรือขอรับ? อย่างน้อยเราจะไม่ต้องถูกตราหน้าว่าคนขี้ขลาด!”

ไม่ไกลนักเจี้ยนซ่วนพยักหน้าน้อยๆ พลางว่า “น่าชื่นชมจริง! พวกเราไม่กลัวตายแต่ไม่อยากกลายเป็นไอ้ขี้ขลาด!”

เฉินเป่ยฮั่นกล่าวอะไรไม่ออกได้แต่มองคนทั้งสองพลางส่ายหน้าและยิ้มบางๆ

สักพักใหญ่เมื่อเยี่ยฉวนและซางเยว่คล้อยหลังออกจากหอโถงไป ภายในสถานที่คงมีเพียงเฉินเป่ยฮั่นและเจี้ยนซ่วนสองคน

ฝ่ายคนเจ้าสำนักพึมพำขึ้นมาว่า “ถ้าพวกเจ้าไม่ยอมหนีไปก่อน สำนักชางเจี้ยนก็คง……”

คนได้ยินถึงกับเบนหน้าหันไปมองผู้พูด “รู้ไหมว่าทำไมเวลานี้เต๋าแห่งกระบี่ของเจ้าจึงพัฒนาได้ยาก? เพราะเจ้าเป็นคนคิดลึกคิดมากเกินไป”

ผู้พูดกล่าวจบก็หมุนตัวหันกลับออกไป

มีเพียงเฉินเป่ยฮั่นนิ่งงันอยู่ลำพังในหอโถงคนเดียวเป็นเนิ่นนาน จนในที่สุดเขาส่ายหน้าช้าๆ มุมปากเหยียดยิ้ม เมื่ออยู่ในฐานะเจ้าสำนักเป็นธรรมดาที่ต้องคิดให้มากตัดสินใจให้มาก

ด้วยทุกการตัดสินใจของตนนั้นเกี่ยวข้องกับความเป็นและความตายของคนนับไม่ถ้วนในสำนักชางเจี้ยน!

ตำแหน่งเจ้าสำนักมีอำนาจสิทธิ์ขาด ทว่าในขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนหนึ่งพันธนาการด้วย

ภายนอกสำนักชางเจี้ยนยอดฝีมือมารวมตัวมากขึ้นทุกที ตอนนั้นกองกำลังหลายแห่งในโลกชิงฉางได้แสดงจุดยืนแล้วอย่างชัดเจน!

แม้กระทั่งสถานศึกษาฉางหลานได้เลือกที่จะอยู่ข้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดนแล้วเช่นกัน ดังนั้นอาจารย์ใหญ่ชิวหย่วนแห่งสถานศึกษาฉางหลานจึงปรากฏตัวอยู่ในที่นั้นด้วย

อีกเรื่องที่กล่าวไว้ก็ไม่เสียหายคือตระกูลอันและตระกูลหลี่แห่งโลกสวรรค์ รวมทั้งชุมนุมพลังเร้นลับยังไม่เคลื่อนไหวเช่นเคย!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!