บทที่ 626 สู้ต่อ!
แพ้?
ทุกคนไม่มีใครอยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมทั้งเฉินเป่ยฮั่น และคนอื่นๆ ก็รู้สึกประหลาดใจด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฉินเป่ยฮั่นผู้ซึ่งคุ้นเคยกับพลังอำนาจอันแกร่งกล้าของผู้ทรงเกียรติลู่ เรียกได้ว่าในโลกชิงฉางนี้มีน้อยคนนักที่จะได้เป็นคู่ประมือกับคนผู้นี้
และผู้ทรงเกียรติลู่คนนี้ก็มากด้วยประสบการณ์และพลังอำนาจ!
ส่วนเจ้าหนุ่มเยี่ยฉวนเพิ่งอายุไม่ครบยี่สิบเต็ม!
เรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไร!
บนท้องฟ้า สีหน้าของผู้ทรงเกียรติบ่งบอกชัดว่าเจ้าตัวเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อลิ้มรสความพ่ายแพ้หลังจากการจู่โจมนั้น!
ร่างของคนถูกพลังปะทะแห่งกระบี่ของเยี่ยฉวนเข้า กระทั่งร่นถอยห่างออกไปไกลกว่า 300 ชุ่น!
ครั้งนี้มิใช่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ทว่าสำหรับตนมันคือความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
เจ้าหนุ่มนั่นยัดเยียดความแพ้พ่ายให้แก่ตน……ถ้าตนไม่ล้มเหลว เรื่องจะไม่ลงเอยอย่างนี้งั้นหรือ?
ขณะนั้นเขาหาได้รู้สึกฉุนเฉียวหรือเกรี้ยวกราดแต่อย่างใดไม่ ในทางกลับกันเขาออกจะเยือกเย็นเสียด้วยซ้ำ เมื่อเขม้นมองไปยังเยี่ยฉวนจึงได้เห็นสีหน้าซีดเซียวและร่างที่สั่นน้อยๆ
ผู้ทรงเกียรติลู่จับจ้องมองคนหนุ่มกว่าด้วยสายตาแน่วนิ่ง “ถ้าข้าคิดไม่ผิด พลังกระบี่นั่นคงทำให้เจ้าสูญเสียพลังไปมากพอดูใช่หรือไม่?”
เยี่ยฉวนเม้มปาก
อย่างที่คนตรงข้ามพูดก็ไม่ผิดนัก การผลักออกพลังกระบี่ต้องอาศัยความแกร่งกล้าภายในก็จริง! ทว่าพลังปะทะที่ว่าเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของตนเองยิ่งนัก!
ก่อนหน้านี้เยี่ยฉวนไม่เคยใช้งานกระบี่สุญญากาศ ดังนั้นจึงไม่เคยรู้ว่าพลังอำนาจแห่งกระบี่มีมากน้อยเพียงใด และตอนนี้หลังจากใช้มันในการจู่โจม เขาจึงได้รู้ว่ากระบี่สามารถทำร้ายยอดยุทธ์ขั้นทลายสุญตาได้ดีทีเดียว!
พลันมีเสียงจากผู้ทรงเกียรติลู่พูดขึ้นว่า “เยี่ยฉวน ข้าเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกว่าประมาทฝีมือเจ้าเกินไป! เจ้าแข็งแกร่งมากกว่าที่คิดไว้มาก!”
พูดพลางเหลือบตามองไปทางเฉินเป่ยฮั่น จากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า “ถ้าข้าปล่อยให้เขามีโอกาสพัฒนาขั้นพลัง ต่อไปจะมีเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางจากสำนักชางเจี้ยนขึ้นมาอีกคน”
บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิท
พลันที่ด้านล่างมียอดฝีมือนับร้อยตรงรี่เข้ากระจายกำลังล้อมกรอบสำนักชางเจี้ยน และคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
คนจากกองกำลังต่างๆ!
ณ เวลานั้นทุกคนจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน ก่อนหน้าชายหนุ่มคนนี้นับว่ามีชื่อเฉพาะในหมู่คนรุ่นหนุ่มสาววัยเดียวกันเท่านั้น อย่างไรก็ตามบัดนี้แม้แต่คนรุ่นอาวุโสก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีกต่อไป
เยี่ยฉวนอายุยังไม่เต็มยี่สิบ ถ้าเขามีเวลาฝึกฝนต่อไปจะมีเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางคนที่สอง
คิดดังนี้แล้วแววตาของคนหลายคนส่อเจตนามุ่งร้ายอย่างชัดเจน
ตั้งแต่ย่างกรายมาที่นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยู่ข้างสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ถ้าเยี่ยฉวนรอดจากวันนี้ไปได้ คนผู้นี้จะตามจองล้างจองผลาญไม่วันใดก็วันหนึ่ง……
“มันต้องตาย!”
พลันมีเสียงตะโกนขึ้นในบริเวณลาน
ยกเว้นคนสำนักชางเจี้ยน นอกนั้นทุกคนมองไปที่เยี่ยฉวนด้วยแววตาเย็นชาฉายเจตนามุ่งร้ายชัดเจน
ฆ่าเยี่ยฉวน!
ฉับพลันนั้นไม่ได้มีเพียงสำนักผู้ตรวจการเขตแดนที่ต้องการเอาชีวิตเยี่ยฉวนเสียแล้ว
ที่ด้านล่างเฉินเป่ยฮั่นและพวกเข้าไปคุ้มกันอยู่ทางเบื้องหน้าชายหนุ่ม ขณะเดียวกันยังสัมผัสได้ถึงเจตนามุ่งร้ายหมายแก่ชีวิตในแววตาของยอดฝีมือที่รายล้อมอยู่รอบด้าน
คนเจ้าสำนักชำเลืองมองพร้อมพูดขึ้นว่า “เยี่ยฉวนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้ารีบไปจากสำนักชางเจี้ยนให้ได้เข้าใจไหม?”
ชายหนุ่มทำท่าจะปฏิเสธพลันเยว่ฉีขัดขึ้นว่า “ถ้าเจ้าออกไปได้ แม้ต้องตายพวกเราก็ยินดี เข้าใจหรือยัง?”
เยี่ยฉวนสั่นหน้า “แต่ข้าไม่ยินดี!”
สตรีคนเป็นอาจารย์เสียงขุ่นเขียว “ทำไมจึงไม่เชื่อฟังข้าบ้าง!”
คนศิษย์ยิ้มแหย “อาจารย์ ข้าไปไหนไม่ได้ ท่านมองดูรอบๆ สิขอรับ คนพวกนี้มีหรือมันจะยอมปล่อยข้าไป?
เยว่ฉีหันไปมองก่อนจะเงียบไป
พลันเจี้ยนซ่วนพูดทันทีว่า “ถ้างั้นก็สู้ต่อ! เจ้าอยู่และสู้ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ก็สุดแล้วแต่โชคชะตา!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า เขาเองก็คิดเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน
แม้ตนเองจะไม่เต็มใจและคนที่นี่เป็นคนที่มีความสำคัญต่อเขา เขาต้องตัดสินใจเลือกและมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ!
ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายที่อยู่ถัดจากผู้ทรงเกียรติลู่พลันเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าเราลงมือพร้อมกันตอนนี้ เชื่อแน่ว่าพวกสำนักชางเจี้ยนไม่มีทางหนีรอด ทว่าถ้าขืนคอยอย่างนี้ต่อไปพวกที่ล้อมกรอบไว้อาจเปลี่ยนใจก็ได้นะขอรับ อย่างนั้น……”
ผู้ทรงเกียรติลู่มองไปที่ขอบฟ้าซึ่งที่นั่นเขารับรู้ถึงความหนาแน่นของพลังงานบีบบดเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ เห็นอยู่ว่าองค์เหนือหัวใกล้จะมาถึงเต็มที!
คนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยกมือข้างขวาขึ้นโบกให้สัญญาณ “บุก!”
จากนั้นกลุ่มยอดฝีมือคนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนทะยานนำหน้าจากบนท้องฟ้าลงไปยังสำนักชางเจี้ยน ขณะที่ยอดฝีมือจากกองกำลังอื่นที่ทำท่าลังเลเมื่อแรกได้ทะยานตามลงไป
รวมแล้วเท่ากับยอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงกว่าร้อย ช่างเป็นภาพที่น่าขนลุกยิ่งนัก!
ทันใดนั้นที่ด้านล่าง เจี้ยนซ่วนก็เปล่งเสียงหัวเราะร่า “เข้ามา! มาเจอกับข้าหน่อย!”
จากนั้นคนร้องตะโกนก็ทะยานขึ้นไปทันที ไม่นานนักที่บนท้องฟ้าพลันปรากฏมีศีรษะของคนควบยุทธ์สะท้านภพเคราะห์ร้ายปลิวหวือไปในอากาศ
คนที่ประกบผู้ทรงเกียรติลู่ ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายและผู้พิทักษ์ฝ่ายขวาพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนโดยเร็ว
ที่ด้านล่าง เฉินเป่ยฮั่นกัดกรามแน่นพลางเค้นเสียงบอกกับทุกคนว่า “ศิษย์พี่และศิษย์น้อง แล้วพบกันใหม่ชาติหน้า!”
ทันใดนั้นเขาโบกมือขวาและพุ่งออกไปข้างหน้าพร้อมกระบี่ในอุ้งมือ
ไม่ห่างจากที่เยี่ยฉวนนัก กู่เสี่ยวเซียนเอ่ยเรียบๆ “พบกันใหม่ชาติหน้า!”
ขาดคำเสียงพูดจากหายพร้อมกับร่างคนสั่นน้อยๆ พลันลำแสงเจิดจ้ามหาศาลแผ่วาบออกจากกาย ในชั่วพริบตาทั่วทั้งแผ่นฟ้าก็ปกคลุมด้วยลำแสงแห่งกระบี่
ค่ายกลกระบี่!
นางใช้ร่างกายเสมือนเป็นค่ายกลกระบี่!
จะว่าไปแล้ว ค่ายกลกระบี่นั้นทรงพลังมหาศาล ทว่าโชคร้ายด้วยเวลานี้เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับพระกาฬ
ทันทีที่ค่ายกลปรากฏ ได้ถูกยอดฝีมือนับสิบออกต้านทานในเวลาเดียวกัน!
ส่วนอีกทางหนึ่ง จ้านเถี่ยและคนที่เหลือก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากนั้นก็ตรงเข้าฟาดกลุ่มคนยอดฝีมือ!
กระหน่ำฟาด!
นับตั้งแต่เริ่มออกปะทะ ดูเหมือนสำนักชางเจี้ยนจะเป็นฝ่ายที่ถูกกระหน่ำฟาด ด้วยในแง่ของจำนวนคนซึ่งสำนักชางเจี้ยนมีน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ตูม!!!
ฉับพลันนั้นเสียงระเบิดดังมาจากบนท้องฟ้าจนเป็นที่น่าตื่นตระหนก ทันใดก็ปรากฏร่างของใครคนหนึ่งลอยละลิ่วลงมา!
เมื่อเห็นคนที่ตกลงมา เยี่ยฉวนถึงกับหน้าถอดสีชะงักนิ่งไปทันที
คนผู้นั้นคืออาจารย์จ้านเถี่ย!
ในอากาศ หลังจากพลิกตัว จ้านเถี่ยก็หันหน้าไปทางเยี่ยฉวนที่เบื้องล่าง มุมปากบิดยกยิ้ม “อาเยี่ย เจ้าคนหน้าหนา ถ้าเจ้ารอดชีวิตจากวันนี้ได้ จงจำไว้ ให้ขึ้นไปที่ยอดเขาจูชีข้ามีของจะมอบให้……”
จากนั้นเขาไม่รอฟังคนตอบหันควับไปมองฝ่ายตรงข้ามก่อนจะถลันออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเปล่งหัวเราะร่าราวคนบ้า “มา! เข้ามา!”
จบคำพูดพลันร่างของคนขยายพองออก
และ……
ตูม!
ร่างของจ้านเถี่ยระเบิดออกจนส่งผลให้ลำแสงกระบี่อันทรงพลังพุ่งกวาดไปทั่วผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล คนทางเบื้องหน้าสองคนทันทีที่ต้องลำแสงพลันร่างถูกตัดจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และคนอื่นที่เหลือถูกบังคับให้ถอยร่นเป็นระนาว!
ระเบิดตัวเอง!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เยี่ยฉวนงงงัน
ตาย?
ตายแล้ว?
และอีกด้านใครคนหนึ่งกำลังตกลงมาจากท้องฟ้า เขาคือเหลียนปี่เซียน!
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นรู้สึกแปลกใจอย่างมาก ขณะจะขยับออกไปช่วยนั้นเอง พลันมีคนผู้หนึ่งออกมาขวางทางเบื้องหน้า
คนที่เยี่ยฉวนเคยพบมาก่อน เขาก็คือ ชิวหย่วน อาจารย์ใหญ่แห่งสถานศึกษาฉางหลาน!
ชิวหย่วนจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา “เยี่ยฉวน เจ้าคงจำได้เมื่อครั้งไปแสดงอิทธิฤทธิ์ไว้ที่สถานศึกษาฉางหลานสินะ? เจ้า……”
ขณะต่อมาชายหนุ่มหายวับไปต่อหน้าต่อตา ทำให้ชิวหย่วนถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง พลันเหวี่ยงไม้บรรทัดสีดำในมือ ปรากฏเป็นลำแสงดำน่าพิศวงพุ่งออกมา ถึงกระนั้นลำแสงดำได้ถูกพลังปะทะแห่งกระบี่ฟาดฟันจนขาดสะบั้น
เมื่อเห็นดังนั้น ชิวหย่วนนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยตกใจแทบสิ้นสติพร้อมถอยหลังหนีห่างอย่างรวดเร็ว และจังหวะนั้นกลุ่มยอดฝีมือควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงราวสิบกว่าคนทะยานเข้ามา……
ตูม!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องกันครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับร่างของเยี่ยฉวนถูกพลังปะทะจนผงะถอยห่างไปกว่า 300 ชุ่น
ยังมิทันขยับออกจากที่ ฉับพลันนั้นเสียงระเบิดหัวเราะดังลั่นมาจากอีกทาง เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจนเยี่ยฉวนต้องหันไปทางที่มาของเสียงนั้น ณ เส้นขอบฟ้าไม่ห่างนัก ลำแสงกระบี่ปรากฏและผู้ที่อยู่ท่ามกลางลำแสงนั้นก็คือเหลียนปี่เซียน!
ณ ขณะนั้นเขากำลังมองลงไปยังด้านล่างอันเป็นสำนักชางเจี้ยน ดวงตาฉายแววแห่งความโศกเศร้าและผิดหวัง… ก่อนจะเลือนหายไปในอากาศอย่างสิ้นเชิง
เยี่ยฉวนชะงักงันไปชั่วขณะ พลันเหมือนจะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงรีบหันหน้า และพบว่าอีกด้านซึ่งไม่ไกลจากที่ที่ตนยืนอยู่ กู่เสี่ยวเซียนและเยว่ฉีกำลังถูกกลุ่มคนยอดยุทธ์ขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงกว่า 20 รุมล้อมและมีทีท่าว่าพวกนางไม่อาจยื้อไว้ได้อีกต่อไป
พลันเยว่ฉีเหลือบมองมาเห็นเยี่ยฉวน สตรีบิดมุมปากยกยิ้มก่อนร้องบอกว่า “ดูแลตัวเองล่ะ!”
ทันใดนั้นนางชี้ไปที่บริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วตนเอง พลันพลังอากาศพุ่งผ่านร่างกายคน
ระเบิดตัวเอง!



