Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 630

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 630 เจ้ากล้าดียังไง!

C

อ่อนหัดยิ่งนัก!

เกิดความเงียบงันในสมรภูมิ!

แม้แต่ชายผมขาวก็ตื่นตระหนกและรู้ถึงความหวาดกลัวอย่างแท้จริง

เหตุเพราะเขาไม่คาดคิดว่าสตรีลึกลับจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!

ชายผมขาวไม่คาดคิดถึงสิ่งนี้ รวมถึงผู้อยู่ในสมรภูมิด้วยเช่นกัน แม้แต่เยี่ยฉวนก็ไม่คิดว่าสตรีลึกลับจะน่ากลัวเช่นนี้!

เหตุเพราะเขาไม่กระจ่างเกี่ยวกับพลังอำนาจของนางตลอดมา!

เขาไม่เคยมีความคิดมาก่อนว่าสตรีลึกลับนั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

ตอนนั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงมาจากท้องฟ้า “เจ้าคือใคร? เหตุใดเจ้าถึงอยู่ในจักรวาลดวงดาวเว่ยหยางกัน?”

สตรีลึกลับมองไปที่จักรวาล “เจ้ากำลังจะตาย เหตุใดเจ้าจึงถามมากนัก?”

จากนั้นนางก็วาดฝ่ามือออกมา ในฉับพลันกระแสลมรอบๆ นางก็รวมตัวที่ฝ่ามือ ไม่ช้ากระบี่ที่คล้ายน้ำก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของนาง

ต่อมากระบี่นั่นก็พุ่งขึ้นฟ้าและทะยานไปที่จักรวาล……

ครู่หนึ่งต่อมาในส่วนลึกของผืนฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป เสียงกรีดร้องหนึ่งพลันดังขึ้น จากนั้นศีรษะอาบเลือดก็ค่อยๆ ตกลงมาจากท้องฟ้าช้าๆ

ที่ใดที่หนึ่งในจักรวาล เสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวพลันดังขึ้น “นางคือสตรีลึกลับ ผู้ที่เดินทางไปไกลถึงดินแดนจักรวาลดวงดาว……นางสังหารผู้คุ้มกฎจักรวาลดวงดาวและผู้ตรวจการจักรวาลดวงดาวไม่น้อยกว่ายี่สิบคน……”

“นั่นคือนาง……เหตุใดนางจึงมายังจักรวาลดวงดาวเว่ยหยางกันของพวกเรา……”

“นางไปที่โลกชิงฉางซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน สำนักผู้ตรวจการเขตแดนทำให้เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวง……”

“ยังอยู่ในการดูแลอีกหรือ? สำนักผู้ตรวจการเขตแดนคงต้องจ่ายด้วยเพชรน้ำค้างสีม่วงจำนวนมากทุกปี……”

“อย่างไรกัน เพื่อจะตายน่ะหรือ?”

“คนผู้นั้นดูหมิ่นจักรวาลดวงดาวเว่ยหยาง สมควรหรือที่เราจะไม่ทำสิ่งใดและจะปล่อยนางไปเช่นนี้……”

ระหว่างที่ชายผู้นั้นพูด กระบี่แห่งแสงก็ตัดผ่าพื้นที่ด้านหน้าตน และเวลาต่อมาศีรษะของเขาก็หลุดกระเด็นไป

บุคคลที่อยู่ข้างเขาชะงักงันและเร่งรีบโค้งคำนับ “ท่านผู้อาวุโส ตามแต่ที่ท่านต้องการ ข้าจะไม่มีวันก้าวก่ายในเรื่องเกี่ยวกับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน!”

จากนั้นเขาก็โค้งคำนับต่ำลงไปอีก!

เกิดช่วงเวลาอันเงียบงันครู่หนึ่ง ต่อมาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเบื้องหน้าเขา “จงไปเสีย!”

ชายผู้นั้นรีบเร่งหันกลับและหายไปทันที

โลกชิงฉาง

สตรีลึกลับละสายตานางไปและมองไปที่ชายผมขาวที่อยู่ไม่ไกลออกไป ชายผมขาวผู้มีเพียงร่างวิญญาณกำลังจับจ้องนาง และก่อนที่เขาจะได้เอ่ย กระบี่แห่งแสงก็แทรกผ่านหว่างกลางคิ้วของเขา

ขายผมขาวถูกตรึงไว้ด้วยกระบี่จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ดูราวกับว่ากระบี่นั้นมีอำนาจแปลกประหลาด มันค่อยๆ กลืนกินชายผมขาวเข้าไป

ชายผมขาวเอ่ยด้วยความหวาดกลัว “เจ้า เจ้ากำลังจะทำสิ่งใด……”

ยามที่สตรีลึกลับเคลื่อนมือขวา ร่างของชายผมขาวก็กลายเป็นกลุ่มควันแสงสีขาวในฝ่ามือของนาง ต่อมาจึงหันไปกดมือของนางไปที่เยี่ยฉวน และแสงสีขาวนั้นก็เข้าไปในศีรษะของเยี่ยฉวน

“นี่มัน?” เยี่ยฉวนฉงนใจ

สตรีลึกลับกล่าวอย่างราบเรียบ “ดวงจิตของเจ้านั้นอ่อนแอเกินไป นี่จะเป็นการดีสำหรับดวงจิตเจ้า!”

เยี่ยฉวน “……”

ยามที่แสงสีขาวเข้าไปในร่างของเขา เขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ และทั่วทั้งร่างก็เริ่มสั่นเทิ้ม

กลืนกินดวงจิต!

ขณะนั้นเองสตรีลึกลับอยู่ๆ ก็หันมองไปโดยรอบทันใด ยามที่ผู้คนเหล่านั้นเห็นนาง ใบหน้าของแต่ละคนก็เปลี่ยนสีไปอย่างมาก พร้อมกับพากันล่าถอยไป

ไม่ไกลออกไปผู้ทรงเกียรติลู่พลันออกมาด้านหน้าและโค้งคำนับ “ท่านผู้อาวุโส ข้ายินยอมที่จะ……”

ก่อนที่คนจะได้จบคำพูดของตนเอง ลำคอของคนเฒ่าก็ถูกกระบี่ฟันขาด

ฟึบ!

โลหิตพุ่งเป็นน้ำพุออกมาจากลำคอของผู้ทรงเกียรติลู่ขณะที่เขาจ้องเขม็งไปที่สตรีลึกลับ

นางนั้นดูเฉยเมย “วันนี้ไม่ว่าผู้ใดที่ต้องการจะสังหารเขา มันจะต้องตาย!”

หลังจากนั้นนางชี้ออกไป พลันลำแสงของกระบี่แห่งแสงก็ปรากฏออกมา ในทันใดนั้นเองเสียกรีดร้องอื้ออึงดังขึ้นตามๆ กัน ศีรษะอาบเลือดกระเด็นกระดอนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นทัศนียภาพที่น่าขยะแขยงยิ่ง

สักพักยอดฝีมือนับสิบในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงล้วนถูกตัดหัวไปทั้งสิ้น!

ระหว่างที่เยี่ยฉวนอยู่ในกระบวนการของการกลืนกิน เขาเบี่ยงนิ้วชี้ออกไป แหวนตราสำนักพลังสันโดษที่เขาสวมใส่อยู่พลันปรากฏออกมา ในฉับพลันยอดฝีมือในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงเหล่านั้นกลายเป็นกระแสพลังไหลเข้าสู่แหวนตราสำนักพลังสันโดษ

สตรีลึกลับจ้องมองเยี่ยฉวนทว่าไม่กล่าวสิ่งใด

และในตอนนี้ก็เหลือเพียงเหล่าผู้คนของสำนักชางเจี้ยน

ราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง สตรีลึกลับพลันปรากฏกายในหอคอยแห่งเรือนจำภายในตัวเยี่ยฉวน ยามที่นางไปที่ยอดของหอคอยและจ้องมองไปที่กระบี่ทั้งสาม นางก็นิ่งเงียบไป

ทว่าไม่นานอาหลิงก็บินมาหาสตรีลึกลับ คนสตรีมองไปที่เด็กหญิงแล้วเด็กหญิงก็แย้มยิ้มออกมา ชี้ไปที่กระบี่ทั้งสามเบื้องหน้าตน

สตรีลึกลับชี้ไปที่กระบี่ที่อยู่ด้านขวาสุดแล้วกล่าว “ของข้า!”

อาหลิงกะพริบตา และชี้ไปที่อีกสองเล่ม

สตรีลึกลับเอ่ยเสียงเบา “พวกมันเป็นของสหายเก่าแก่ของข้า”

หลังจากนั้นนางก็พาอาหลิงไปที่ชั้นสอง ที่ที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกำลังนำส่งพลังอันแข็งแกร่งออกไป

สตรีลึกลับกดมือขวาอย่างนุ่มนวลและบังคับให้พลังที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองส่งออกไปหวนกลับมาที่ร่างของนาง

เวลาต่อมาผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองลืมตา จ้องมองไปที่สตรีลึกลับแล้วกล่าวเบาๆ “ขอบคุณ”

สตรีลึกลับเอ่ยตอบอย่างนุ่มนวล “ข้าให้คำสัญญากับเจ้าไว้”

ผู้เยี่ยมยุทธชั้นสองพยักหน้าและไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

สตรีลึกลับมองไปที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง “ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองพยักหน้ารับ ทำท่ากำลังจะออกไป ทว่าสตรีลึกลับพลันเอ่ยคำขึ้นเสียก่อน “เจ้าคงรู้เกี่ยวกับหอคอยนี้ดี!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองลังเลใจก่อนตอบกลับอย่างแผ่วเบา “ข้ารู้เพียงน้อยนิด”

สตรีลึกลับเอ่ย “หอคอยนี้ไม่ธรรมดา แม้มันจะแสดงให้เห็นถึงความยุ่งเหยิงอันนับไม่ถ้วน แต่มันอาจสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองยังคงนิ่งเงียบ

สตรีลึกลับเสริม “กล่าวถึงความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าคงเพิ่มระดับได้อีกหนึ่งขั้นและนั่นคือขีดจำกัดของเจ้า หากเจ้าดำรงอยู่ในหอคอยนี่ ในภายภาคหน้าความแข็งแกร่งของเจ้าจะไร้เทียมทานด้วยความช่วยเหลือจากหอคอย เป็นแน่ว่ามันเป็นทางเลือกของเจ้า”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองจ้องมองสตรีลึกลับ “เขาจะไม่พบภยันตรายใดๆ หากมีเจ้าอยู่ใกล้ๆ!”

สตรีลึกลับส่ายศีรษะ “นี่หาใช่ร่างแท้จริงของข้า……และผนึกของหอคอยนั้น……”

ใบหน้าของผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองหมองหม่นไป “เหตุเพราะเยี่ยฉวนกระตุ้นหอคอยอย่างมิเห็นชอบมาก่อนหน้า อีกทั้งผนึกในหอคอยจวนเจียนจะสลาย……”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเอ่ย “เจ้าจัดการมันได้โดยตรง ไม่ใช่หรือ?”

นางนั้นมองขึ้นไปและส่ายศีรษะ “หอคอยนี้เชื่อมโยงกับดวงวิญญาณของเขา ทั้งสองจะดำรงอยู่และสูญสิ้นไปพร้อมกัน หากข้าสังหารผู้ที่อยู่ภายในหอคอย ผนึกจะสลาย และหากผนึกสลายไปด้วยกำลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บ!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเข้าใจสิ่งนี้!

สตรีลึกลับไม่ได้เกรงกลัวเหล่าผู้ที่อยู่ภายในหอคอยแต่เกรงกลัวหอคอยนี่

สตรีลึกลับจ้องมองผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง “ข้าจะให้เวลาแก่เจ้าไปตรึกตรองเรื่องนี้!”

ด้วยการนี้นางก็ออกจากหอคอยแห่งเรือนจำไปทันที

ภายนอกหอคอย

เยี่ยฉวนยังคงกลืนกินดวงจิต ลมปราณของเขากล้าแกร่งขึ้น ซึ่งทำให้ชายหนุ่มคงตัวเองไว้ได้อย่างยากลำบาก

เห็นเช่นนั้นสตรีลึกลับพลันกดมือขวาของนางลงที่ศีรษะของเยี่ยฉวน ปณิธานกระบี่พลันแทรกซึมเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย ไม่ช้าลมปราณโดยรอบร่างของเยี่ยฉวนก็เริ่มสงบลง

คนสตรีผละออกมาและกล่าวเสียงเบา “จิตวิญญาณของเจ้าได้ถูกทำให้แข็งแกร่งขึ้น ทว่าพลังวิญญาณและพลังงานที่เจ้าดูดซับไปนั้นมากมายนัก ร่างของเจ้ายังไม่สามารถดูซับมันได้หมดสิ้นในตอนนี้ แต่เจ้าก็ได้กักเก็บมันไว้ในร่างของเจ้า แล้วค่อยๆ ดูซับในภายหลังได้”

เยี่ยฉวนพลักหน้า “เช่นนั้นเอง”

หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็กำหมัดแน่น ตอนนี้เขารับรู้ได้ว่าร่างของตัวเองกำลังอัดแน่นไปด้วยพลัง โดยเฉพาะจิตวิญญาณ เหตุเพราะเขาสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของเขา ทว่าเขาหาได้รู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณนี่นัก!

สตรีลึกลับจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวน ท่าทางของนางดูเข้าใจยาก

เยี่ยฉวนเอ่ยเสียงเบา “ท่านผู้อาวุโส สำหรับข้า ท่าน……”

สตรีลึกลับหันไปมองโดยรอบ จากนั้นจึงมองกลับไปที่ชายหนุ่มเช่นเดิมและกล่าวเสียงเบา “หอคอยภายในตัวเจ้า……ข้าเป็นกังวลนัก!”

“มันเกี่ยวอะไรกับหอคอยหรือ ท่านผู้อาวุโส?”

สตรีลึกลับส่ายศีรษะของนาง “หอคอยนั้นไม่ธรรมดา ข้าไม่สามารถบอกได้อย่างเจาะจง ครั้งที่ข้าพบมันในจักรวาล ข้ารู้เพียงว่ามันจองจำเหล่ายอดฝีมือแห่งสวรรค์และโลกเอาไว้ ข้าคาดว่ามันคงมาจากโลกอื่น……”

จากนั้นนางก็หยุดพูดไป

เยี่ยฉวนถาม “จากที่อื่น อย่างไรกัน?”

สตรีลึกลับพูดเสียงแผ่วเบา “เจ้ายังอ่อนหัดนัก มันไม่มีประโยชน์อันใดที่จะรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้!”

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม “ท่านเห็นหรือไม่ ข้าได้กลายเป็นเซียนกระบี่แล้ว ข้าไม่ได้อ่อนแอ!”

สตรีลึกลับชี้ไปที่ท้องฟ้า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทั้งโลกนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเพียงไร?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ

สตรีลึกลับครั้นชี้ไปที่ช่วงท้องของเยี่ยฉวน “เจ้าตระหนักหรือไม่ว่าเหล่าผู้ที่ถูกจองจำอยู่ในหอคอยนั้นแข็งแกร่งเพียงไร?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ

สตรีลึกลับตอบเสียงเบา “เจ้าเห็นอย่างชายผมขาวหรือไม่?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “แข็งแกร่งยิ่งนัก!”

สตรีลึกลับพูดเบาๆ “เหล่าผู้ที่ถูกจองจำอยู่ในหอคอยนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าชายผมขาวเสียอีก”

เยี่ยฉวนชะงักงันไปครู่หนึ่งและกล่าวขึ้นทันควัน “ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองก็แข็งแกร่งเพียงนั้นหรือไม่?”

หญิงสาวพยักหน้า “นางยังไม่สามารถฟื้นฟูพลังทั้งหมดของนางได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้ในโลกใบนี้”

เมื่อพูดถึงสิ่งนี้นางก็จ้องเยี่ยฉวน “นอกจากนางแล้ว เหล่าผู้ที่อยู่ชั้นที่สูงขึ้นไปแข็งแกร่งเกินกว่าที่เจ้าจะกะเกณฑ์ได้”

เยี่ยฉวนสองจิตสองใจแล้วกล่าวไป “พวกเขาจะถูกสังหารลงได้หรือไม่?”

หญิงสาวผงกศีรษะน้อยๆ “ย่อมได้!”

เยี่ยฉวนใจชื้นที่ได้ยินเช่นนั้นและกล่าวตอบ “สังหารพวกเขาให้หมดสิ้น! โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในชั้นสี่ เขาคือคนเลวทรามยิ่ง!”

สตรีลึกลับเอ่ย “ข้าสามารถสังหารพวกเขาได้ ทว่าเจ้าก็จะสูญสิ้นชีวิต!”

เยี่ยฉวนนิ่งงั้นไปแล้วเอ่ยถาม “เพราะอะไรกัน?”

“พวกเขายังคงอยู่ในผนึกและยังถูกกักเอาไว้ หากข้าต้องการสังหารพวกเขา ข้าต้องบังคับทำลายผนึก ผนึกนั้นผสานกับหอคอยรวมถึงเจ้าเองก็ผสานกับหอคอย หากข้าทำลายหอคอย นอกจากหอคอยจะสูญสลายไป เจ้าก็ต้องหายไปเช่นเดียวกัน”

พูดถึงสิ่งนี้นางก็กล่าวเสียงเบา “ฉะนั้นข้าจึงต้องผนึกพวกมัน!”

“เจ้ากล้าดียังไง!”

บัดนั้นเสียงคำรามพลันดังมาจากด้านในของหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนพลันร่วงตกลงมาประหนึ่งถูกฟาดที่ศีรษะอย่างแรง

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!