Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 631

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 631 ล้างแค้น!

C

ยามที่เยี่ยฉวนตกลงมา มือหนึ่งก็โอบกอดไหล่ของเขาเข้าไว้ในฉับพลัน

มันคือมือของสตรีลึกลับ!

สตรีลึกลับมองไปที่ช่วงท้องของชายหนุ่ม ในเวลาต่อมานางก็เข้าไปในร่างของอีกฝ่ายทันที

บัดนั้นหอคอยแห่งเรือนจำกำลังสั่นเทิ้มน้อยๆ ภายในร่างของคนหนุ่ม

หลังจากที่สตรีลึกลับเข้าไป หอคอยแห่งเรือนจำก็กลับมาเป็นปกติในทันทีทันใด

สตรีลึกลับยืนอยู่บนหอคอยแห่งเรือนจำ นางหลุบมองต่ำแล้วแสยะยิ้ม “ข้าไม่อาจหาญพออย่างนั้นหรือ? หากไม่ใช่เพื่อเขาแล้ว ข้าคงสังหารพวกเจ้าทั้งหมดเสีย”

นางกล่าวพร้อมกระทืบเท้าเบาๆ

ตู้ม!

ทั่วทั้งหอคอยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนพลันรู้สึกงุนงงและวิงเวียนศีรษะ

ด้านในหอคอยแห่งเรือนจำ สตรีลึกลับมองต่ำลงไปที่หอคอยแห่งเรือนจำด้วยใบหน้าเรียบเฉย “พวกขี้แพ้”

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง “แม่นาง ทำไมเจ้าถึงได้ทะนงตนนัก? หากข้าไม่ได้ถูกกักกันไว้ในหอคอยนี้ถึงกว่าพันปี ข้าคงสามารถจัดการเจ้าได้ด้วยหนึ่งมือ!”

สตรีลึกลับกดเสียงต่ำ “หากเจ้าไม่ใช่พวกขี้แพ้ เหตุใดเจ้าจึงถูกกักกันอยู่ที่นี่กัน? หากข้าไม่ได้กลัวที่จะทำร้ายเขา ข้าคงฆ่าเจ้าทั้งหมดในวันนี้เสีย!”

ด้วยเหตุนี้นางจึงออกไปจากหอคอยแห่งเรือนจำในทันที

และภายในหอคอยแห่งเรือนจำนั้น เสียงขู่คำรามดังขึ้นตามๆ กัน “นางผู้หญิงนั่น ยามที่ข้าได้ออกจากหอคอยนี่จะเป็นวันที่เจ้าและความไร้ตัวตนนั่นจะสิ้นสลายไป!”

ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนไร้คำพูด ความไร้ตัวตน? เขาเอ่ยถึงสิ่งใดกัน?

สตรีลึกลับจ้องมองเยี่ยฉวน “เจ้ารับรู้ถึงมันหรือไม่?”

เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ

นางกล่าวด้วยเสียงต่ำ “เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

เยี่ยฉวนฝืนยิ้มออกมา “ข้าไม่มีความคิดอะไรเลยขอรับ!”

สตรีลึกลับกล่าว “ไปเดินเล่นกับข้า”

พร้อมกันนั้นนางก็หันและเดินออกไป

เยี่ยฉวนตามทัน

ระหว่างทางนั้นสตรีลึกลับเดินอย่างเชื่องช้าเงียบๆ นางเดินอย่างสงบเช่นนี้ไป เยี่ยฉวนไม่ได้กล่าวอะไรเช่นกัน

พวกเขาแลเห็นแม่น้ำและเดินตามน้ำไป

หลังจากเวลานานผ่านไป สตรีลึกลับนั่งลงบนก้อนหินใกล้ๆ ในขณะที่เยี่ยฉวนยืนอยู่เงียบๆ เคียงข้างนาง

สตรีลึกลับทอดมองไปยังผืนฟ้าอันกว้างไกลพร้อมกล่าวอย่างแผ่วเบา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าตามหาเจ้ามานานเพียงไร?”

เยี่ยฉวนชะงักงันไปเล็กน้อย “ตามหาข้าหรือ?”

สตรีลึกลับหันไปมองเยี่ยฉวน บนแววตาของนางมีความกังวลสะท้อนอยู่ “เจ้ามีสมบัติอยู่ในร่างของเจ้า แต่กำลังของเจ้านั้นอ่อนแอนัก ร่างที่แท้จริงของข้าอยู่ห่างไกลจากโลกนี้ มันอาจไม่ได้ดำรงอยู่ในจักรวาลนี้แล้วก็เป็นได้……”

เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ นางส่ายศีรษะเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “และหอคอยของเจ้าไม่ใช่สมบัติทั่วไป หากบุคคลเหล่านั้นออกมา พวกเขาคงไม่ปล่อยเจ้าไปเป็นแน่”

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม “ข้ายังอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ!”

สตรีลึกลับลุกยืนขึ้นและกางฝ่ามือออก ลำแสงกระบี่แห่งแสงพลันล่องลอยไป จนกระทั่งมันขึ้นไปสู่จักรวาลและหายไปในส่วนลึกของผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนั่น

“อะไรหรือ?”

เยี่ยฉวนฉงนใจ

สตรีลึกลับกล่าวเบาๆ “เป็นการติดต่อสหายเก่าทั้งสอง ร่างแท้จริงของข้าและร่างอวตาร หากพวกเขาเห็นกระบี่แห่งแสงนี่ พวกเขาจะมาช่วยเหลือเจ้าสยบความวุ่นวายของหอคอยในร่างของเจ้า ทว่าข้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่างแท้จริงและร่างอวตารสุดท้ายของข้าได้แล้ว……”

หลังจากนั้นนางกล่าวอย่างจริงจัง “จำไว้จงดี หอคอยนั้นเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับเจ้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น ทว่าข้ารับรู้ได้เช่นกันว่ามันมีความเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน หากเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ เจ้าจะไม่สามารถยึดครองมันไว้ได้ เข้าใจหรือไม่?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ขอรับ”

พูดถึงสิ่งนี้เขาก็เกิดลังเลใจและกล่าวออกมาแผ่วเบา “ท่านจะไปแล้วหรือขอรับ?”

สตรีลึกลับกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าคิดเช่นนั้น!”

ด้วยเหตุนี้นางพลันชี้ไปที่แสกกลางของเยี่ยฉวน จากนั้นกระบี่ที่อยู่ทางขวาสุดบนยอดของหอคอยแห่งเรือนจำก็สั่นอย่างรุนแรง ในเวลาต่อมา กระบี่แห่งแสงพลันตกเทลงมาจากยอดหอคอย

ภายในหอคอยเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นในฉับพลัน “นางผู้หญิงนี่! เจ้าคิดว่าเจ้าจะปกป้องมันไปได้ชั่วชีวิตของมันเลยงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าเจ้าทำได้หรือ? เจ้า……”

เสียงนั้นค่อยๆ เบาไปจนเปลี่ยนเป็นไม่ได้ยิน

ภายนอกหอคอยแห่งเรือนจำ ร่างของสตรีลึกลับค่อยๆ กลายเป็นภาพเสมือน

เห็นภาพนี้เยี่ยฉวนก็แข็งทื่อไปแล้วเร่งรีบตอบไป “ท่าน ท่านจะกลายเป็นกระบี่ลมปราณเพื่อจะกำราบหอคอยอย่างก่อนหน้าหรือ?”

สตรีลึกลับพยักหน้า

เยี่ยฉวนกล่าวเสียงเบา “เหตุใดท่านจึงดีต่อข้าถึงเพียงนี้?”

สตรีลึกลับแย้มยิ้มและไม่ได้กล่าวสิ่งใด ร่างของนางค่อยๆ กลายเป็นภาพมายาไปทั้งอย่างนั้น

ในจังหวะที่นางกำลังจะเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์ มือก็ลูบแก้มของเยี่ยฉวนอย่างอ่อนโยน “เจ้าจงอยู่อย่างเป็นสุข มีความสุข เข้าใจหรือไม่?”

พร้อมกันนี้นางก็เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเยี่ยฉวน

ชายหนุ่มยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน……

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ ด้วยมีกระบี่แห่งแสงแทรกซึมเข้าไปในตัวหอคอย ทั่วทั้งหอคอยแห่งเรือนจำจึงสงบลง

หอคอยแห่งเรือนจำเงียบสงบอีกครั้ง!

หลังจากผ่านไปนาน เยี่ยฉวนก็หันกลับและจากไป

เยี่ยฉวนกลับไปที่สำนักชางเจี้ยน บัดนี้สำนักชางเจี้ยนนั้นยุ่งเหยิง มากไปกว่านั้นเก้าในสิบของยอดฝีมือในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงในโลกชิงฉางล้วนถูกสังหารในวันนี้ สำหรับสำนักผู้ตรวจการเขตแดน มันเป็นการสังหารหมู่อย่างสิ้นเชิง ไม่มีผู้ใดได้รับชัยชนะ!

ห่างออกไปอันหลานซิ่วและอันไจ่เทียนเข้ามาหา อันไจ่เทียนไล่มองเยี่ยฉวนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มออกมาเงียบๆ

อันหลานซิ่วเข้าหาเยี่ยฉวนและกล่าวอย่างนุ่มนวล “ข้าขอลา!”

“กลับไปที่ตระกูลอันหรือ?” เยี่ยฉวนเอ่ยถาม

อันหลานซิ่วส่ายศีรษะ “ไปจากโลกชิงฉาง!”

เยี่ยฉวนตะลึงงัน “ไปจากโลกชิงฉางหรือ!”

เคียงข้างอันหลานซิ่วนั้น อันไจ่เทียนยิ้มและกล่าว “เบื้องบนโลกชิงฉางนั้นในดินแดนจักรวาลดวงดาวยังมีสถานศึกษานาม สถานศึกษาเต๋าอี้

สถานศึกษาเต๋าอี้!

เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวออกมา “ข้าไปร่ำเรียนที่นั่นด้วยได้หรือไม่?”

อันไจ่เทียนตอบพร้อมรอยยิ้ม “ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ข้ามั่นใจว่าเจ้าเข้าไปเรียนได้”

เยี่ยฉวนยิ้มแย้มพลางกล่าวไป “ดียิ่ง หากข้ามีโอกาส ข้าจะไปเยือนที่นั่น”

อันไจ่เทียนยิ้มและไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

ส่วนเรื่องระหว่างเยี่ยฉวนและอันหลานซิ่วเป็นธรรมดาที่เขาไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายมากนัก เหตุเพราะเยี่ยฉวนนั้นยอดเยี่ยมพอควร

และเบื้องหลังของเยี่ยฉวนก็มากด้วยอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด

เบื้องหน้าเขา อันหลานซิ่วกล่าวอย่างแผ่วเบา “หวังว่าจะได้พบเจ้าอีก!”

พร้อมกันนั้นนางก็หันหลังเพื่อจะจากไป

ทว่าเยี่ยฉวนพลันกล่าว “ช้าก่อน”

อันหลานซิ่วหันกลับไป เยี่ยฉวนรีบเอาทวนยาวออกมาและส่งให้นาง ทวนยาวนี้คืออาวุธทวนอเวจีมอดไหม้อย่างจริงแท้!

ขั้นสวรรค์ชั้นสูง!

เยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “ข้าได้มันมาโดยบังเอิญ มันเป็นของเจ้า!”

อันหลานซิ่วพินิจมองทวน นางไม่ได้บอกปัดแต่อย่างใด นางรับมาและกวัดแกว่งมันอย่างอ่อนช้อย จากนั้นก็กลับไปพูดกับเยี่ยฉวน “เป็นทวนที่อัศจรรย์ยิ่ง”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ยินดียิ่งนักที่เจ้าชอบมัน!”

อันหลานซิ่วพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณ!”

จากนั้นนางมองไปที่เยี่ยฉวน “ชุมนุมพลังเร้นลับได้รับรองเยี่ยหลิงให้เข้าศึกษาในสถานศึกษาเต๋าอี้แล้ว!”

หลังจากนั้นนางก็หันกลับและจากไป

อันไจ่เทียนยิ้ม “ไว้พบกัน!”

ต่อมาเขาก็หันกลับและหายไปกับขอบฟ้า

จากไปแล้ว!

สถานศึกษาเต๋าอี้!

เยี่ยฉวนเก็บสถานศึกษานี้ไว้ในใจเงียบๆ

เขาหันกลับและเดินไปสถานที่ที่ไม่ไกลนัก กู่เสี่ยวเซียนนั่งอยู่ที่นั่นเงียบๆ ด้วยตาไร้แวว ไม่ผู้ใดรู้ได้ว่านางคิดอะไรอยู่

เยี่ยฉวนเข้าไปหากู่เสี่ยวเซียนและกล่าวอย่างนุ่มนวล “ท่านอาจารย์กู่!”

กู่เสี่ยวเซียนจ้องมองเยี่ยฉวน “จากนี้ไปเจ้าคือเจ้าสำนักชางเจี้ยน”

หลังจากนั้นนางก็หันไปอีกทางก่อนจะจากไป

เยี่ยฉวนพลันกล่าว “ท่านอาจารย์กู่ ท่านจะไปจากสำนักชางเจี้ยนหรือ?”

กู่เสี่ยวเซียนหยุดเท้าและตอบอย่างแผ่วเบา “ที่แห่งนี้คือบ้านของพวกข้า……ข้าจะอยู่กับพวกเขา!”

พร้อมกันนั้นนางก็เดินหน้าต่อไปไกล

เยี่ยฉวนตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็เดินไปหาฉางเสวี้ยนที่อยู่ไม่ห่าง ฉางเสวี้ยนส่ายศีรษะน้อยๆ และกล่าวเบาๆ “พวกเขาลาลับไปแล้ว ลาลับไปสิ้น!”

เยี่ยฉวนนิ่งเงียบไป

แม้ว่าสำนักชางเจี้ยนจะคว้าชัยชนะ ทว่าหลายคนในสำนักชางเจี้ยนได้ลาลับไป

เฉินเป่ยฮั่น เจี้ยนซ่วน และเหลียนปี่เซียน จ้านเถี่ย……

เยี่ยฉวนยืนอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน ทันใดนั้นเขามองไปรอบๆ “จงฟังคำสั่งข้า จงรวมตัวศิษย์สำนักชางเจี้ยน”

หลังจากนั้นศิษย์สำนักชางเจี้ยนรวมตัวจากรอบด้านอย่างว่องไว บัดนั้นมีเพียงน้อยกว่าร้อยคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในสำนักชางเจี้ยน!

น้อยกว่าร้อย!

พวกเขาเป็นผู้ยืนหยัดสุดท้ายแห่งสำนักชางเจี้ยน!

เยี่ยฉวนหันไปทางหมู่ชนและกล่าวเบาๆ “มันจบลงแล้วหรือ?”

พวกเขามองไปที่เยี่ยฉวนที่กำลังมองขึ้นฟ้าไป “มันยังไม่จบ! เจ้าพวกที่มาทำลายสำนักชางเจี้ยนของพวกเราในวันนี้จะต้องตาย! ไป!”

หลังจากนั้นเยี่ยฉวนก็นำพวกเขาไปที่สำนักเหมันตอุดร

เมื่อเยี่ยฉวนมาถึงสำนักเหมันตอุดรพร้อมศิษย์สำนักชางเจี้ยนกว่าร้อยคน สีหน้าของทุกคนในสำนักเหมันตอุดรล้วนเปลี่ยนสีไปอย่างมาก!

เป็นแน่ชัดว่าพวกเขาได้รับรู้แล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นที่สำนักชางเจี้ยน

ด้านนอกสำนักเหมันตอุดร หญิงชราออกมาพบเยี่ยฉวน นางมองไปที่เยี่ยฉวนและกล่าวอย่างนุ่มนวล “เยี่ยฉวน สำนักเหมันตอุดรของพวกเรา……”

ฉับพลันเยี่ยฉวนก็หายไปจากที่นั่น จากนั้นศีรษะของหญิงชราก็หลุดกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว

เยี่ยฉวนท่าทางเฉยเมย “สังหารพวกมันให้เรียบ!”

จากนั้นเขาก็เร่งรุดออกไปในทันที ด้านหลังยังมีศิษย์สำนักชางเจี้ยนมากกว่าร้อยคน ติดตามเขาไป

ล้างแค้น!

สำหรับเยี่ยฉวน เขาจะไม่ปล่อยกองกำลังใดที่ช่วยเหลือสำนักผู้ตรวจการเขตแดนในการทำลายล้างสำนักชางเจี้ยนไป!

ไม่ช้าไม่นานในสำนักเหมันตอุดรก็มีเสียงกรีดร้องเสียงแล้วเสียงเล่าดังขึ้น ฉับพลันนั้นเหล่ายอดฝีมือแห่งสำนักเหมันตอุดรนับไม่ถ้วนต่างลี้หนี้ กระนั้นไม่มีผู้ใดที่ลี้หนีไปได้เร็วเท่าความเร็วของกระบี่ของเยี่ยฉวน!

ในเวลานั้นน้อยคนในโลกชิงฉางที่จะสามารถหยุดยั้งเยี่ยฉวนได้!

ราวหนึ่งครึ่งชั่วยามต่อมา เยี่ยฉวนกับคนอื่นๆ ต่างหยุดลง ทั่วทั้งสำนักเหมันตอุดร เหล่ายอดฝีมือต่างถูกฆ่าล้างเรียบ!

ไม่ ยังมีอีกคนหนึ่งหลงเหลืออยู่

เบื้องหน้าโถงใหญ่ของสำนักเหมันตอุดร เยี่ยฉวนชี้กระบี่เล่มยาวไปที่พื้น ไม่ห่างจากเขานักมีเด็กผู้หญิงหลายสิบคนที่ยังเยาว์วัยนัก คล้ายกับเยี่ยหลิง

เหล่าคนตัวน้อยจ้องมองเยี่ยฉวนและผู้อื่นด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด ความกลัวฉายชัดในแววตาของพวกนาง และบางคนในนั้นกำลังสั่นเทิ้ม

เยี่ยฉวนเงียบไป ในตอนนั้นเองเด็กหญิงคนหนึ่งพลันถามขึ้นมาด้วยเสียงที่ติดขัด “ท่าน ท่านคือพี่ชายของเยี่ยหลิงใช่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนจ้องมองเด็กหญิงตัวน้อย นางถดถอยกลับไปและกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเทา “ท่าน ท่านจะสังหารพวกข้าหรือ?”

เยี่ยฉวนหันไปทางศิษย์แห่งสำนักชางเจี้ยนคนหนึ่งที่อยู่ข้างเขา “หากพวกเราพ่ายแพ้ พวกมันจะปล่อยเหล่าศิษย์ผู้เยาว์ในสำนักชางเจี้ยนของพวกเราไปหรือไม่?”

ศิษย์ผู้นั้นส่ายศีรษะ

เยี่ยฉวนกล่าวเบาๆ “แต่เราจะปล่อยพวกเขาไป!”

ทุกคนล้วนมองไปที่เยี่ยฉวน และเขาจึงเอ่ยเสียงต่ำ “จงจำไว้ว่า พวกเรานั้นเป็นมนุษย์ หาใช่สัตว์เดรัจฉาน”

จากนั้นเขายกกระบี่ขึ้นมาและชี้ไปที่เหล่าเด็กหญิงทีละคน “พวกเจ้าหลายคนมีความแค้นเคืองฉายชัดอยู่ในแววตา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ หากเจ้าปรารถนาจะชำระแค้นในภายภาคหน้า พวกเจ้าจะได้รับการต้อนรับที่จะชำระแค้นแม้แต่กับสำนักชางเจี้ยนของพวกข้า” หลังจากนั้นเขาหันกลับและจากไปพร้อมกับผู้คนของสำนักชางเจี้ยน

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!