Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 649

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 649 ขอคิดดูใหม่! (ปลาย)

C

มู่ฉางเบิกตาโพลงด้วยตกตะลึงพรึงเพริด เขาไม่ทันตัดสินใจออกปะทะต้านทาน ขาเร่งก้าวถอยหลังดีดตัวห่างออกไปกว่าร้อยจั้งทันที ทว่าการถอยหลังของเขาครั้งนี้กลับปรากฏกระบี่จำนวนมากมายหลายเล่มพุ่งเข้าใส่ทางเบื้องหน้า และเมื่อเล่มหนึ่งพุ่งเข้ามา เล่มอื่นก็ทยอยพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม!

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!…

ท่ามกลางสีหน้าและแววตาเคร่งขรึมของคนในที่นั้น ภาพที่ปรากฏเป็นมู่ฉางถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง…

พ่ายแพ้แล้ว!

ช่วงเวลานั้นชายชรามู่ฉางเป็นฝ่ายถูกเยี่ยฉวนบดขยี้เสียแล้ว เรียกได้ว่าเกือบไร้เรี่ยวแรงโต้ตอบกลับเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นเช่นนั้นคนที่มุงดูต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดไปตามๆ กัน พลังการต่อสู้ของชายหนุ่มเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนในที่นั้นอย่างยิ่ง

ตูม!!!

ทันใดนั้นเองเสียงระเบิดดังกัมปนาทมาจากที่ใดสักแห่ง พลันทุกคนหันขวับไปตามเสียงจึงได้ทันเห็นว่าเป็นมู่ฉางร่างกระเด็นออกไป กระทั่งลอยไปกระแทกกับผนังหน้าผาอย่างหนักหน่วงก่อนตกลงบนพื้นดิน

เมื่อมู่ฉางหยุดนิ่ง เป็นเวลาเดียวกันกับเยี่ยฉวนทะยานออกไปอยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย เฟิงจิ้งและคนอื่นเห็นเช่นนั้นพลันทุกคนสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง และเป็นเฟิงจิ้งส่งเสียงไปห้ามทัพไว้ทันที “หยุดก่อน…”

ยังมิทันจบประโยค ชายหนุ่มตรงหน้าได้เสือกแทงกระบี่เข้าที่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของมู่ฉางแล้ว พลันโลหิตแดงฉานทะลักพรวดออกมาทันที

ภาพเหตุการณ์ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจนัก

สังหาร?

กล้าลงมือสังหารจริงหรือ?

ศิษย์สังหารอาจารย์งั้นหรือ?

ณ เสี้ยวพริบตานั้น ทั้งเฟิงจิ้งและผู้อื่นต่างนิ่งงันด้วยความตกตะลึงไปตามกัน ไม่มีใครคิดว่าเยี่ยฉวนกล้าลงมือสังหารคนและยังลงมือต่อหน้าสายตาของพยานผู้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้

แม้แต่มู่ฉางเองซึ่งถูกกระบี่เสียบคาที่กึ่งกลางหว่างคิ้ว เขายังมิทันได้สูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายด้วยซ้ำ สายตาจ้องเขม็งไปยังคนตรงข้าม ไม่คิดเลยว่าเยี่ยฉวนจะกล้าลงมือสังหารตนต่อหน้าต่อตาทุกคนเช่นนี้จริงๆ

เขาผู้เป็นอาจารย์ของสถานศึกษาเต๋าอี้สาขานอก!

ขณะนั้นเขาเหลือบตามองไปที่เฟิงจิ้งซึ่งอยู่ไปไกลนักด้วยสายตาวิงวอน ถึงแม้จะมีกระบี่ของเยี่ยฉวนปักอยู่ที่หน้าผาก วิญญาณของเขายังรอดอยู่ ทว่าทันใดนั้นชายหนุ่มบิดข้อมือตวัดกระบี่ฟันลงไป

กายเนื้อของมู่ฉางแหลกสลายไปอย่างทันที ในเวลาเดียวกันนั้นเองพลังประหลาดพุ่งเข้าบดขยี้วิญญาณของมู่ฉางจนแหลกละเอียด

หนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!

เขาไม่เคยลืมที่จะหาโอกาสออกทักษะนี้!

และเป็นชั่วขณะที่ชายหนุ่มรับรู้ถึงพลังอำนาจแห่งทักษะที่ว่านี้ ด้วยผู้ฝึกฝนจนถึงขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง วิญญาณของอีกฝ่ายจะกลับกลายเป็นพลังพิเศษโดยเฉพาะคนในขั้นพลังทลายสุญตาซึ่งถูกสังหารได้ยากยิ่ง แม้ว่ากายเนื้อจะถูกทำลายหากจิตวิญญาณยังคงอยู่

ถึงกระนั้นด้วยทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ เมื่อฟาดออกไปแล้วทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณต้องแหลกสลายไปอย่างสิ้นเชิง!

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มลงมือทำลายกระทั่งวิญญาณของมู่ฉาง พลันทั้งเฟิงจิ้งและชายชราสวมผ้าคลุมดำกลายเป็นโกรธเคืองทันที

เฟิงจิ้งเขม้นมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วแน่ “เจ้าคิดจะทำอะไรตามอำเภอใจในสถานศึกษาเต๋าอี้เพียงเพราะถือว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือเหนือกว่าผู้ใดงั้นหรือ?”

ชายหนุ่มจึงตวัดกระบี่เก็บลงเสียก่อนจะแสดงคารวะต่อผู้อาวุโสทั้งสอง “ข้าบอกท่านแต่แรกแล้วว่าการต่อสู้ของเราทั้งสองคนครั้งนี้เป็นการประลองเป็นตาย!”

ชายชรามองคนพูดตาไม่กะพริบ จากนั้นจึงมีเสียงสั่งการว่า “ใครก็ได้มาจับไปขังไว้ก่อน!”

จากนั้นที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏร่างของชายสวมชุดดำขึ้นสามคน ฝ่ายชายหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงนิ่วหน้าเล็กน้อย ฉับพลันนั้นมีเสียงของเหอเหลียนเสี้ยนดังขึ้นในจิตของเขา “เจ้าไม่ควรขัดขืน ถ้าเจ้าต่อต้านถึงจะเป็นยอดฝีมือแค่ไหนสถานศึกษาเต๋าอี้ก็ไม่ปล่อยเจ้าแน่ ไปกับพวกเขาแต่โดยดี เจ้าเป็นยอดฝีมืออย่างมากก็ถูกลงโทษนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับฆ่าแกงหรอก!”

เยี่ยฉวนได้ฟังดังนั้นทีแรกก็ทำท่าลังเล หากในที่สุดจึงล้มเลิกความคิดที่จะขัดขืนคำสั่ง ควรต้องบอกว่าในขณะนี้ที่เขาเลิกคิดต่อต้านด้วยเหตุว่าตอนนี้ไม่ได้ต้องรู้สึกว่าน่าอับอายแต่อย่างใด!

เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงถูกชายสามคนพาไปไว้ที่ห้องลับดำมืด ไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อยและมีแต่ความมืดเท่านั้น

รอคอย!

ในนั้นเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ!

ขณะต่อมาเยี่ยฉวนพลันฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้จึงทำการหมุนเวียนพลังชี่โกลาหลภายในร่างกาย และต่อมาพลังชี่โกลาหลเริ่มไหลเวียนเข้าสู่เส้นลมปราณในกาย

พลันนั้นเองเขารู้สึกเบาสบายเสมือนหนึ่งการนวดเคล้นไปทั้งร่าง

ในส่วนของหน้าที่นั้นมีไว้เพื่ออะไรเยี่ยฉวนเองไม่รู้แน่ชัด ถึงกระนั้นเท่าที่รู้เวลานี้รู้สึกสบายจริงๆ!

ภายในกระท่อมไม้ไผ่ เฟิงจิ้งนั่งตรงกันข้ามกับชายสวมผ้าคลุมดำด้านข้างมีชายชราสวมผ้าคลุมสีฟ้าหม่นอีกคน

ที่จริงแล้วคนผู้นี้คือหวังเชี่ยนหยาอาจารย์ใหญ่แห่งสถานศึกษาเต๋าอี้

หลังจากที่ทุกคนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ชายชราสวมผ้าคลุมสีดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมืออย่างมากคนหนึ่ง เขาก็ได้กระทำการสังหารอาจารย์ของสาขานอกต่อหน้าศิษย์อื่น ถ้าไม่ลงโทษศิษย์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ต่อไปสาขานอกของเราจะไม่ยุ่งเหยิงไปกันใหญ่หรือ?”

หวังเชี่ยนหยาพยักหน้าช้าๆ พลางสนับสนุนว่า “ศิษย์น้องมู่เหลี่ยนพูดถูก เจ้าคิดว่าจะลงโทษเขาอย่างไรจึงเหมาะสม?”

ชายชรานามว่ามู่เหลี่ยนตอบว่า “ลบล้างพลังปราณและไล่ออกจากสถานศึกษาเต๋าอี้!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฟิงจิ้งหันขวับไปมองผู้พูดทันทีพลางสั่นศีรษะ “ไม่ได้!”

“ทำไมจึงไม่ได้?” มู่เหลี่ยนถามเสียงขรึม

เฟิงจิ้งจึงตอบให้ว่า “เขาสังหารมู่ฉางใช่ว่าจะไม่มีเหตุอันควร เพราะมู่ฉางมุ่งเป้าที่เขามาแล้วหลายครั้ง ถ้าเจ้าจะโต้แย้งว่าชายคนนั้นละเมิดกฎข้อห้ามของสถานศึกษา นั้นเป็นเพราะมู่ฉางเองที่มีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางก่อน”

มู่เหลี่ยนโต้กลับเสียงเย็นเยียบ “มู่ฉางละเมิดกฎของสถานศึกษาทว่าก็ใช่ว่าเขาสมควรตาย ถ้าไม่ลบล้างพลังปราณ ต่อไปเหล่าคณาจารย์ของสาขานอกจะเชิดหน้าอย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้าศิษย์ได้อีกหรือ?”

อีกด้านหวังเชี่ยนหยาผงกศีรษะยอมรับคำกล่าวนั้นอีกคน “มู่เหลี่ยนพูดถูก บรรยากาศเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานศึกษา มิเช่นนั้นต่อไปถ้าศิษย์อื่นเอาเยี่ยงขึ้นมาจะทำอย่างไร? ถึงตอนนั้นอาจารย์จะควบคุมสถานการณ์ได้หรือ?”

ว่าแล้วคนพูดผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง “ลบล้างพลังปราณและขับออกจากสถานศึกษา……”

“เขาเป็นเซียนกระบี่!”

ทันใดนั้นเฟิงจิ้งสวนคำขึ้นมาทันควัน “ผู้ฝึกกระบี่ที่มีอายุไม่ครบ 20 ขวบ หากก็มีพลังพิเศษแห่งปณิธานกระบี่และยังสำเร็จขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังเชี่ยนหยาถึงกับนิ่งอึ้ง เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาว่า “เช่นนั้นขอข้าคิดดูใหม่อีกหน!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!