Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 654

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 654 เล่นลูกไม้! (ต้น)

C

เมื่อได้ยินเยี่ยฉวนพูดออกมาอย่างนั้น หวังเชี่ยนหยาถึงกับสีหน้ากระอักกระอ่วน สายตาที่จ้องมองมายังเยี่ยฉวนนั้นคมปลาบราวใบมีดอันอาจเชือดเฉือนใครก็ตามที่ได้พบเห็นให้แดดิ้นลงไปตรงนั้น

ข้างเยี่ยฉวนเอง ถึงกระนั้นยังกระถดถอยไปอย่างเผลอไผลด้วยความหวาดกลัว!

ทันใดนั้นมีเสียงของเฟิงจิ้งตัดบททันทีว่า “แจ้งหัวหน้าผู้อาวุโสที”

พลันคนติดตามมากับเฟิงจิ้ง ชายวัยกลางคนจัดการบดศิลาถ่ายทอดสัญญาณอย่างรวดเร็ว จากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจชายชราคนหนึ่งปรากฏกายพร้อมด้วยไม้เท้าทองคำที่เบื้องหน้าทุกคน

เมื่อเห็นคนที่ปรากฏตัวเข้ามา เยี่ยฉวนเองยังต้องอึ้งไป

ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!

ชายชราตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังมองไปในจักรวาลดาราที่แสนกว้างใหญ่

ไร้ขอบเขต!

ทางด้านหวังเชี่ยนหยางและคนอื่น ทันทีที่เห็นชายชราพวกเขารีบแสดงคารวะทักทาย

ฝ่ายที่เพิ่งมากวาดตาไปยังทุกคน “เกิดอะไรขึ้น? เห็นทีคนในจะขัดแย้งกันเองสินะ?”

เฟิงจิ้งก้าวออกไปหาชายชราหลังจากแสดงคารวะแล้ว “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับเรื่องมีอยู่ว่า…”

ต่อจากนั้นเขาจึงบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่รับฟังอีกฝ่ายหัวหน้าผู้อาวุโสเหลือบตามองไปยังหวังเชี่ยนหยาอีกด้าน ฝ่ายนั้นจึงกล่าวเสียงเครียด “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับนี่มันกล่าวหากันชัดๆ เยี่ยฉวนกำลังใส่ร้ายพวกข้า”

“กล่าวหางั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนโพล่งขึ้นทันที “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ เขาหลอกข้าและพามาที่นี่จากนั้นยังข่มขู่ว่า ถ้าไม่ส่งของล้ำค่าให้ เขาจะฆ่าข้าแต่พอข้านำของล้ำค่าให้เขาไปแล้ว เขาก็ยังจะฆ่าข้าอยู่ดี เขามัน…”

หวังเชี่ยนหยาพูดขัดจังหวะอย่างเหลืออด น้ำเสียงโกรธจัดว่า “เจ้าให้ของล้ำค่าข้ามาเมื่อไร? ข้า…”

เมื่อโพล่งออกไปและเหมือนเจ้าตัวจะนึกขึ้นได้ สีหน้านั้นเผือดซีดไปทันที

หมดข้อสงสัยอีกต่อไป เขายอมรับว่าตัวเองได้กระทำจริง!

หัวหน้าผู้อาวุโสสีหน้าเครียดจ้องเขม็งไปที่หวังเชี่ยนหยา “น่าละอายนัก ข้าจะลงโทษให้งดเว้นเบี้ยรายปี จากนั้นจงไปเผชิญหน้าเข้ากำแพงและบำเพ็ญฌาน……”

ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนซึ่งยืนฟังอยู่ได้ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมคารวะต่อหัวหน้าผู้อาวุโส “ข้าน้อยผิดเองขอรับ ท่านหัวหน้าผู้อาวุโส!”

ทุกสายตาหันไปทางต้นเสียงด้วยความแปลกใจและมองไปยังคนพูด

หัวหน้าผู้อาวุโสเองก็มองเยี่ยฉวนและทำท่ารอฟังคำพูดของฝ่ายนั้น

เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกก่อนออกวาจาดุจเยาะเย้ยกับตนเอง “ความรู้สึกของข้าตอนนี้สถานศึกษาเต๋าอี้เป็นที่ที่น่ากลัวเหลือเกิน ตัวข้ามาจากที่ไกลแสนไกลเพื่อเป็นศิษย์ของเต๋าอี้ ถึงกระนั้นไม่คิดเลยว่าเมื่อเข้ามาได้แล้วกลับถูกอาจารย์มู่ฉางปองร้ายและเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดตอนที่ตกลงไปก้นเหว และตอนนี้กลับถูกรองอาจารย์ใหญ่สาขานอกชิงเอาของล้ำค่าไม่พอ เขายังคิดจะฆ่าข้า……”

พูดพลางชายหนุ่มก็สั่นศีรษะ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเศร้า “ข้าผิดเอง! ข้าไม่น่ามาที่สถานศึกษาเต๋าอี้เลย หัวหน้าผู้อาวุโสข้าไม่อยากได้ของล้ำค่านั่นแล้ว แต่หวังว่าท่านจะอนุญาตให้ข้าออกไปจากสถานศึกษาเต๋าอี้ ท่านไม่ต้องกังวล เมื่อออกไปแล้วข้าจะปิดปากให้สนิทไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลยขอรับ!”

พลันหวังเชี่ยนหยาประท้วงขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธจัด “เยี่ยฉวน เสียสติไปแล้วหรือไง? เจ้าเอาของล้ำค่ามาให้ข้าตั้งแต่เมื่อไร? เจ้ามัน……”

“หุบปาก!”

หัวหน้าผู้อาวุโสเบนสายตาเย็นชาไปยังหวังเชี่ยนหยา ซึ่งต่อมาฝ่ายนั้นก็ไม่กล้าโต้แย้งและหุบปากเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก

ชายชราหัวหน้าผู้อาวุโสหันไปถามเยี่ยฉวนว่า “เจ้าจะขู่ข้างั้นหรือ?”

ชายหนุ่มรีบสั่นศีรษะปฏิเสธทันควัน “มิได้ขอรับ ข้าไม่มีปัญญาทำเช่นนั้นหรอกขอรับ แค่ไม่กล้าอยู่ในสถานศึกษาอีกแล้ว! ท่านหัวหน้าผู้อาวุโสโปรดเมตตาให้ข้าออกไปจากที่นี่เถอะ!”

คนตรงข้ามหรี่นัยน์ตาลงสีหน้าครุ่นคิด ทันใดนั้นก็มีเสียงของเฟิงจิ้งพูดผ่านพลังฉีลึกลับดังขึ้นว่า “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ เด็กหนุ่มคนนี้เป็นเซียนกระบี่! อายุไม่ถึง 20 เขาสำเร็จเป็นเซียนกระบี่แล้ว!”

เซียนกระบี่!

ชายชราอีกฝ่ายได้ฟังก็นิ่วหน้าน้อยๆ พลางเบนสายตามองไปที่เยี่ยฉวนขณะต่อมาก็เอ่ยถามว่า “เจ้าเป็นเซียนกระบี่งั้นหรือ?”

คนถูกถามพยักหน้า “ข้าสำเร็จขั้นเซียนกระบี่ได้สามปีมาแล้วขอรับ!”

สามปีแล้ว!

ทันทีที่ฟังคนพูดจบประโยค ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง!

สามปีมาแล้ว ถ้างั้นเขาสำเร็จเซียนกระบี่เมื่ออายุสิบหกขวบงั้นหรือ?

เสียงหวังเชี่ยนหยาคำรามลั่นด้วยความโกรธเคือง “เป็นไปไม่ได้ สำเร็จขั้นเซียนกระบี่ตอนอายุสิบหกจะเป็นไปได้อย่างไร เจ้า… รู้ไหมว่ากำลังเล่นลูกไม้อยู่กับใคร?”

ชายหนุ่มทำหูทวนลมไม่ใส่ใจกับคำพูดของหวังเชี่ยนหยาแม้แต่น้อย!

หัวหน้าผู้อาวุโสถามมาทันควันว่า “จริงหรือที่สำเร็จเป็นเซียนกระบี่ตั้งแต่อายุเพียงสิบหก?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะและตอบกลับสุ้มเสียงจริงจัง “จริงขอรับ!”

เมื่อได้รับคำตอบยืนยันเช่นนั้น สีหน้าและแววตาของคนชราแสดงออกว่ารู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย

ถึงบรรลุเพียงเซียนกระบี่เท่ากัน ทว่าระหว่างความสำเร็จของคนอายุยี่สิบกับคนอายุสิบหกนั้นแตกต่างกันอย่างมากมาย!

ขณะนั้นหวังเชี่ยนหยาพูดด้วยเสียงร้อนรนขึ้นว่า “หัวหน้าผู้อาวุโสอย่าไปเชื่อมัน คนผู้นี้ในตัวมันมีสิ่งล้ำค่าชั้นยอดและเป็นของล้ำค่าอันดับสูงสุดแห่งทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา ถ้าท่านยอมรับมันเข้ามาในสถานศึกษาเต๋าอี้ อีกหน่อยมันจะนำความเดือดร้อนมาให้ที่นี่! หัวหน้าผู้อาวุโส โปรดไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้งเถิดขอรับ!”

อันดับสูงสุดในทำเนียบขุมทรัพย์จักรดารา!

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวคิ้วของหัวหน้าผู้อาวุโสขมวดเข้าหากัน จากนั้นจึงหันไปมองเยี่ยฉวน ทว่าชายหนุ่มกลับแย้งออกมาพร้อมกับตีหน้าหมองเศร้าและไม่พอใจอยู่ในที “ไอ้คนสารเลวของล้ำค่าก็อยู่กับเจ้าแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก? ปล่อยข้าไม่ได้หรือไง?”

หวังเชี่ยนหยาโต้กลับสีหน้าดุดัน “เยี่ยฉวนอย่ามาพูดเพ้อเจ้อ ใครเขาจะเชื่อคนอย่างเจ้า? เจ้า……”

“พอที!”

ทันใดนั้นหัวหน้าผู้อาวุโสแผดเสียงตวาดดังสนั่น

หวังเชี่ยนหยาหุบปากแต่ไม่วายจ้องหน้าเยี่ยฉวนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนมากมายอย่างนี้ เขาจะจู่โจมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียแต่แรกแล้ว

หัวหน้าผู้อาวุโสเขม้นมองมายังหวังเชี่ยนหยาแววตาบ่งบอกว่าเขาสิ้นสุดความอดทนแล้ว “แค่นี้ยังไม่รู้สึกละอายแก่ใจอีกหรือ? ตัวเองเป็นถึงอาจารย์กลับไปแย่งชิงของล้ำค่าของศิษย์ เจ้าประพฤติตัวทำให้สถานศึกษาเต๋าอี้ต้องอับอาย! นับแต่นี้เป็นต้นไป ให้เฟิงจิ้งทำหน้าที่รองอาจารย์ใหญ่สาขานอกแทน! ส่วนพวกเจ้าทั้งสองคน ระหว่างนี้ต้องถูกนำตัวไปไว้ในขังคุกมืดรอให้อาจารย์ใหญ่กลับมาค่อยชำระความอีกครั้ง!”

ขณะนั้นหวังเชี่ยนหยาทำท่าอ้าปากจะประท้วง ทว่าหัวหน้าผู้อาวุโสโบกมือขึ้นพร้อมสั่งว่า “พาพวกเขาไป!”

ต่อมาปรากฏชายสวมชุดดำสองคนเข้ามาควบคุมตัวหวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนจากทางด้านหลัง ฝ่ายแรกออกอาการขัดขืนอยู่ภายในใจ ทว่าในตอนหลังเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง!

ถ้าเขาขัดขืนคำสั่งจะไม่เพียงข้อหาขบถ ทว่าอาจเปิดเป็นประเด็นปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสถานศึกษาเต๋าอี้ได้!

ด้วยเหตุนี้ทั้งหวังเชี่ยนหยาและมู่เหลี่ยนจึงถูกควบคุมตัวไป

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!