บทที่ 664 จิตวิญญาณพิเศษ
ในพื้นที่ตรงนี้ช่างเงียบสงัด
ทุกคนล้วนต้องมองไปที่กระบี่นั่นด้วยดวงตาที่ฉายแววเคร่งเครียดและความกลัวเกรงอย่างล้ำลึก
แม้แต่โม่หยานเสี่ยวที่เคยนิ่งสงบมาตลอดก็ดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมากในตอนนี้
คนทั้งหลายต่างรับรู้ได้ว่ากระบี่เล่มนี้อาจสามารถผ่าจักรวาลได้
แข็งแกร่ง!
แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ!
และจากนั้นเสียงของชายในชุดดำก็ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่มีผู้ใดจะสู้หรือ?”
โม่หยานเสี่ยวจ้องมองไปที่ชายในชุดดำและเอ่ยเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส พวกข้าสามารถเรียกท่านว่าอันใดได้หรือ?”
ผู้อาวุโส!
ผู้เยี่ยมยุทธ์สามารถรับรู้ได้ว่าคนคนหนึ่งมีความแข็งแกร่งหรือไม่เมื่อคนผู้นั้นเริ่มเคลื่อนไหว
ชายในชุดดำผู้นี้ได้สำแดงกระบี่ของเขาและสิ่งนี้ก็น่าหวั่นเกรงมากเพียงพอแล้ว หากเขาเริ่มต่อสู้ ไม่ใช่ว่ามันจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้หรือ?
ฉะนั้นในสายตาของทุกคน ชายในชุดคือผู้ไร้เทียมทานอย่างไม่ต้องสงสัย!
ชายในชุดดำกล่าวเสียงแผ่ว “ข้าได้ลืมเลือนนามของข้าไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นแม้ข้าจะจดจำมันได้ เหล่าเด็กน้อยอย่างพวกเจ้าก็คงไม่รู้จักข้า”
เมื่อพูดถึงจุดนี้เขาก็หยุดไปเล็กน้อยและเก็บกระบี่ไป
บัดนั้นทุกคนล้วนรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
ชายในชุดดำพลันเอ่ยถามขึ้น “มีสิ่งใดของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางอยู่ในทำเนียบสิ่งที่ปรารถนาแห่งดวงดาวบ้างหรือ?”
โม่หยานเสี่ยวครุ่นคิดก่อนจะส่ายศีรษะ “นอกจากของเยี่ยฉวน ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก”
ชายในชุดดำยิ้มเยาะ “เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดสมบัตินั่นถึงอยู่ในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดองค์เหนือหัวของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนในโลกชิงฉางถึงวายชนม์?”
โม่หยานเสี่ยวจ้องมองไปที่ชายในชุดดำ “อาจเป็นเพราะท่านเป็นผู้กระทำหรือ?”
ชายในชุดดำส่ายศีรษะ “หาใช่ข้า หากให้พูดอย่างไม่อ้อมค้อม การที่สมบัติขั้นสุดยอดนี้ตกมาอยู่ในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางนั้นนับเป็นหายนะสำหรับดินแดนจักรวาลดวงดาว พวกเขาต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงมัน ซึ่งมันช่างเป็นเรื่องที่บุ่มบ่ามยิ่งนัก”
โม่หยานเสี่ยวขมวดคิ้วน้อยๆ “เหตุใดเล่า?”
ขณะนั้นเอง หัวหน้าผู้อาวุโสที่อยู่อีกด้านพลันกล่าวขึ้นมา “เหตุเพราะทั่วทั้งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางไม่สมควรที่จะมีสมบัติพรรค์นั้น!”
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนล้วนเงียบงันไป
เพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นที่พวกเขารับรู้ได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เยี่ยฉวนไม่สามารถมีความสงบสุขกับสมบัติชิ้นนี้ได้ แต่ใครกันเล่าที่จะมีความสุขในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางนี้?”
เขางั้นหรือ?
หากเขาได้ครอบครองมัน ผลจะเป็นเช่นไร?
เพื่อคิดถึงสิ่งนี้ สีหน้าของทุกคนล้วนค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละน้อย
หากพวกเขาครอบครองมัน พวกเขาคงวอดวาย
บัดนั้นชายในชุดดำกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง “พวกเจ้ารู้แค่ว่าเยี่ยฉวนมีสมบัติขั้นสุดยอดอยู่ ทว่าหาได้รู้ถึงตัวตนของเขาหรือ?”
ทุกคนจ้องมองไปที่ชายในชุดดำและชายในชุดดำก็ส่งเสียงขึ้นจมูก “ข้าไม่ใคร่พูดจาไร้แก่นสาร”
กล่าวถึงสิ่งนี้ เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าผู้อาวุโสที่อยู่ไม่ไกลในทันที “ท่านหัวหน้าผู้อาวุโส ข้ารู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ในใจลึกๆ นอกเหนือจากท่าน แม้แต่ตัวข้าเองก็ถูกล่อใจด้วยสมบัติขั้นสุดยอดนี้ ทว่าท่านต้องตระหนักไว้ว่าแม้ท่านจะได้ครอบครองสมบัตินี้ ท่านสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง? ไม่เพียงท่านนำพาความหายนะเข้าตัว ทว่ายังนำหายนะมาสู่สถานศึกษาเต๋าอี้ของพวกเรา!”
หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองไปที่ชายในชุดดำและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าคือหนึ่งในคนของสถานศึกษาเต๋าอี้เช่นนั้นจริงๆ หรือ?”
ชายในชุดดำกล่าวอย่างเฉยเมย “สถานศึกษาเต๋าอี้นั้นสูงส่งยิ่งนักจนแม้แต่ข้าก็ไม่อาจข้องเกี่ยวหรือ?”
หัวหน้าผู้อาวุโสเร่งรีบตอบไป “นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อ!”
จากนั้นเขาก็นิ่งเงียบไปก่อนจะกล่าวออกมา “พวกข้าสามารถเรียกท่านได้อย่างไร?”
ชายในชุดดำตอบเสียงแผ่ว “ท่านไม่จำเป็นต้องถามจากข้า! จงรำลึกไว้เสียว่าการที่มีเยี่ยฉวนอยู่ในสถานศึกษาเต๋าอี้ของพวกเรา สำหรับพวกเรานั้นเป็นสิ่งที่มีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ หากเขาสิ้นชีพในสถานศึกษาเต๋าอี้ ท่านจะกลายเป็นผู้ทรยศไปหลายชั่วอายุในสถานศึกษาของพวกเรา และพวกเจ้า ข้าไม่สนใจที่จะพัวพันกับพวกเจ้า หากเจ้ากล้าดีที่จะสังหารเขา ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้สิ้นเป็นแน่!”
หลังจากนั้นเขาก็หายวับไปจากตรงนั้นในบัดดล
เป็นเช่นนั้นโดยที่ไร้ซึ้งความผันแปรของลมปราณ
หลังจากที่ชายในชุดดำจากไป โม่หยานเสี่ยวเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้ม “มองแล้วคงจะมีความโกลาหลอยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวน!”
ระหว่างที่พูดไปก็ชำเลืองมองไปที่กลุ่มคน “สิ่งที่ท่านผู้อาวุโสกล่าวมานั้นสมเหตุสมผล เยี่ยฉวนไม่ได้มีโชคลาภ พวกเราก็เช่นกัน เช่นนั้นทุกคน ข้าขอลา”
หลังจากนั้นเขาก็หันกลับและจากไปจากพื้นที่นั้น
หลังโม่หยานเสี่ยวจากไป คนอื่นๆ ก็จากไปทีละคน เหลือเพียงคนสองคนเท่านั้น นั่นคือหัวหน้าผู้อาวุโสแห่งสถานศึกษาเต๋าอี้และฟางฉาน ผู้ปกครองแห่งชุมนุมหวั่งเฉิง
ฟางฉานจ้องมองไปตรงที่ชายในชุดดำหายตัวไปและกล่าวเบาๆ “วิชานี้มันช่างทำให้คาดเดายากนัก!”
ขณะที่พูดไปเขาก็ยิ้มน้อยๆ “น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้ลองประมือกับเขาก่อนหน้านี้ หากข้าได้สู้กับยอดฝีมือเช่นนั้น ข้าคงได้ประโยชน์อย่างมากเป็นแน่!”
หัวหน้าผู้อาวุโสมองไปตรงที่ชายในชุดดำเคยอยู่เงียบๆ
ผู้อาวุโสแห่งสถานศึกษาเต๋าอี้!
ในความคิดของเขานั้น ดูแล้วจะไม่มียอดฝีมือคนใดที่สามารถใช้กระบี่ได้เก่งกาจเช่นนี้ในสถานศึกษาเต๋าอี้ ไม่มีมาแล้วกว่าพันปี!
กว่าพันปีหรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สีหน้าของหัวหน้าผู้อาวุโสก็ค่อยๆ เคร่งเครียดขึ้นมา
ครู่หนึ่งผ่านไป หัวหน้าผู้อาวุโสก็หันกลับและจากไป และเวลานั้นเองฟางฉานพลันกล่าวขึ้นมา “ท่านหัวหน้าผู้อาวุโส เท่าที่ข้ารู้มา เยี่ยฉวนดูจะถูกหมายหัวอยู่บ่อยครั้งในสถานศึกษาเต๋าอี้ของท่าน”
หัวหน้าผู้อาวุโสหยุดมองไปที่ฟางฉานที่กำลังหัวเราะอยู่ “ท่านผู้อาวุโสกล่าวว่า เยี่ยฉวนเป็นทั้งคุณและโทษสำหรับสถานศึกษาเต๋าอี้ ทำไมท่านไม่ส่งเขาให้แก่ชุมนุมหวั่งเฉิงของพวกข้าเล่า?”
หัวหน้าผู้อาวุโสยิ้มเย้ย “จงไปเสีย!”
สิ้นคำเขาก็หายวับไปจากตรงนั้น
เห้นเช่นนั้น ฟางฉานก็ลอบยิ้มน้อยๆ จากนั้นเขาก็หายไป
—
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยฉวนนั่งลงอยู่กับผืนดินและท่าทางตื่นกลัวเป็นอย่างมาก
ชายในชุดดำเมื่อครู่นั่นก็คือเขาเอง!
เขานั้นหวาดหวั่นอย่างไม่ต้องสงสัย! การปรากฏกายของยอดฝีมือมากมายเช่นนี้เมื่อครู่ หากเขาถูกจับได้ว่าหลอกลวงคนพวกนั้น เขาคงจินตนาการไม่ถูกว่าเขาจะสิ้นชีพอย่างไร!
มันช่างเขย่าขวัญยิ่งนัก!
ทว่าเยี่ยฉวนต้องทำ หากไม่ทำ คนเหล่านี้จะติดตามเขาอย่างลับๆ เช่นนี้ไปทุกเมื่อเชื่อวัน และเขาคงทนไม่ได้!
สิ่งสำคัญคือเขาคงไม่สามารถต่อกรกับคนเหล่านี้ได้!
กระบี่!
เยี่ยฉวนระลึกถึงกระบี่เล่มนั้นขึ้นมา หากเขาสามารถใช้กระบี่ได้อย่างชำนาญ เขาคงสังหารยอดฝีมือเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย!
ปัญหาคือเขาไม่สามารถควบคุมกระบี่นั่นได้เลย!
เขาไม่สามารถถือมันไว้ด้วยซ้ำ!
“ปัดโธ่!”
เยี่ยฉวนทอดถอนใจด้วยเสียงต่ำ เขายังคงต้องมุมานะในการฝึกฝนและบรรลุขั้นทลายสุญตาให้เร็วที่สุด!
หลังจากนั้นพักหนึ่งเยี่ยฉวนก็ออกจากนี่นั่นไปเงียบๆ และมุ่งไปยังยอดเขาหยา
ยอดเขาหยาไม่ใหญ่โตนัก แม้มันไม่ใหญ่โตแต่ก็เป็นยอดเขาแห่งสมบัติ เหตุเพราะมันให้กำเนิดเพชรน้ำค้างสีม่วงเกือบล้านก้อนต่อปี!
แน่นอนว่าผู้คนมากมายต่างต้องการยอดเขาแห่งสมบัตินี่ ทว่าไม่มีกองกำลังใดอาจหาญพอที่จะทำได้ เหตุเพราะมันเป็นของสถานศึกษาเต๋าอี้!
นามของสถานศึกษาเต๋าอี้นั้นเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อผู้อื่นในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางนี้!
ชายชรานามว่าลิ่วเวิ่นที่ออกมาต้อนรับเยี่ยฉวน คือผู้ที่รับผิดชอบการงานต่างๆ ของยอดเขาหยา
ในหอนั้นลิ่วเวิ่นจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “คุณชายเยี่ย มิใช่ว่าสถานศึกษาส่งผู้อื่นมาที่นี่หรือ?”
เยี่ยฉวนยิ้ม “แค่ข้าเพียงคนเดียวที่มานั้นไม่พอหรือ?”
ลิ่วเวิ่นส่ายศีรษะ “ไม่ใช่เช่นนั้น”
เยี่ยฉวนกล่าว “ช่วยชี้แจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย!”
ลิ่วเวิ่นกล่าวเสียงต่ำ “ผู้คนหายไปจากยอดเขาหยาในช่วงนี้ นอกจากนี้จำนวนของเพชรน้ำค้างสีม่วงที่อยู่ใต้ดินก็ลดจำนวนลง ข้าได้สืบสวนมาเป็นเวลานาน ทว่ากลับไร้ซึ่งร่องรอย”
เยี่ยฉวนเอ่ยถาม “กองกำลังจากภายนอกเป็นคนทำหรือ?”
ลิ่วเวิ่นส่ายศีรษะ “ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น!”
“เหตุใดหรือ?” เยี่ยฉวนเอ่ยถาม
ลิ่วเวิ่นตอบเสียงต่ำ “หากมันเป็นสิ่งที่กระทำโดยกองกำลังจากภายนอก เหตุใดพวกเขาถึงสังหารคนทีละคนเล่า? และยังเอาเพชรน้ำค้างม่วงไปเพียงน้อยนิดด้วย?”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว! หากไม่ใช่คนจากภายนอก ทว่าเป็นคนของพวกเราเองเล่า?”
ลิ่วเวิ่นฝืนยิ้ม “หาใช่ที่นี่เป็นแน่ ข้าเป็นผู้เดียวที่หลงเหลืออยู่! ส่วนที่เหลือนั้นสิ้นชีพไปหมดสิ้นหรือออกไปจากที่นี่……”
เยี่ยฉวน “……”
เวลาผ่านไปเยี่ยฉวนก็กล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้ม “คนเหล่านั้นตายกันที่ใดหรือ?”
ลิ่วเวิ่นตอบเสียงต่ำ “ใต้ดิน”
เยี่ยฉวนกล่าว “จงพาข้าไปดู!”
เยี่ยฉวนติดตามลิ่วเวิ่นและไปถึงส่วนหลังเขาของยอดเขาหยา บางส่วนของผนังของภูเขาที่อยู่ใต้ดิน เยี่ยฉวนเห็นเพชรน้ำค้างสีม่วงกระจัดกระจายอยู่
ลิ่วเวิ่นกล่าว “เพชรน้ำค้างสีม่วงนี่ยังเล็กนัก และภายในนั้นพลังชี่ลึกล้ำยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นมันจึงยังไม่ถึงเวลาที่จะขุดแร่”
เยี่ยฉวนพยักหน้าน้อยๆ “ยอดเขาหยานี้ใช่แหล่งรายได้หลักที่ใหญ่ที่สุดของสถานศึกษาเต๋าอี้หรือ?”
ลิ่วเวิ่นส่ายศีรษะน้อยๆ “ไม่ใช่ แหล่งสร้างรายได้ที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองเต๋าอี้ มีกองกำลังมากมายในเมืองนั้น พวกเขาจ่ายค่าเช่าให้สถานเต๋าอี้ของพวกเราในทุกๆ ปี เพียงค่าเช่าต่อเดือนของพื้นที่ที่อยู่ด้านหน้าประตูเมืองก็มีค่าสูงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกันรายได้ต่อปีจากยอดเขาหยาของพวกเรา!”
ได้ยินเช่นนี้เยี่ยฉวนก็เข้าใจ
ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดสถานศึกษาเต๋าอี้จึงส่งเขามายังที่นี่ เหตุเพราะมันหาใช่ที่ที่มีความสลักสำคัญแต่อย่างใด
ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็พบด้วยว่าความมั่งคั่งของกองกำลังที่ยิ่งใหญ่นี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!
เขายังมีเพชรน้ำค้างม่วงอยู่กว่า 800,000 ก้อน ซึ่งก็เป็นจำนวนที่มากโข ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเหล่ากองกำลังชั้นแนวหน้าแล้ว… ไม่สิ มันไม่สามารถเปรียบกันได้เลยแม้แต่น้อย
ลิ่วเวิ่นพลันกล่าว “ท่านต้องการลงไปข้างล่างและตรวจดูหรือไม่?”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดและกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง ทันใดนั้นเองเสียงของผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นสองพลันดังขึ้นในศีรษะ “มีจิตวิญญาณพิเศษอยู่เบื้องล่าง ระวังด้วย!”
จิตวิญญาณพิเศษ?
เยี่ยฉวนชะงักงันไปแล้วถามออกมา “จิตวิญญาณพิเศษ คือสิ่งใดหรือ?”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเอ่ยเสียงเบา “จิตวิญญาณบางดวงจะกำเนิดอยู่ระหว่างฟ้าดินดังเช่นอาหลิง นางอยู่ในฝั่งที่ดี ทว่าก็มีตนที่ชั่วช้าเช่นกัน ที่มีมากจะเป็นจิตวิญญาณหยิน จิตวิญญาณมาร และจิตวิญญาณร้าย……ซึ่งเรียกว่า จิตวิญญาณพิเศษ”
เยี่ยฉวนถาม “พวกมันแข็งแกร่งหรือไม่?”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองตอบ “แล้วเจ้าคิดว่าอาหลิงแข็งแกร่งหรือไม่เล่า?”
เยี่ยฉวนยิ้มเจื่อน อาหลิงแข็งแกร่งยิ่งนัก ทว่าเขายังหยั่งไม่ถึงว่านางแข็งแกร่งถึงเพียงไร
และจิตวิญญาณพิเศษเบื้องล่างนั่น……
เยี่ยฉวนลังเลใจเล็กน้อย สำหรับจิตวิญญาณที่อยู่ระหว่างฟ้าดินนี้ พวกเขายังต้องได้รับการจัดการอย่างระแวดระวัง มิเช่นนั้นพวกมันอาจจะจู่โจมเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ณ เวลานี้ ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองพลันกล่าว “จงไปเบื้องล่างนั่นและตรวจดู”
เยี่ยฉวนสองจิตสองใจแล้วกล่าว “มันอันตรายหรือไม่?”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเอ่ยเสียงเบา “ใช่ ทว่ามันก็เป็นโอกาสด้วยเช่นกัน หากกระบี่ของเจ้ามีจิตวิญญาณพิเศษเป็นภูตกระบี่ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอีกมาก!”
จิตวิญญาณพิเศษเป็นภูตกระบี่!
เยี่ยฉวนชะงักงัน “มันจะไม่เป็นไรหรือ?”
“ไม่เป็นไร!”
เยี่ยฉวนไตร่ตรองอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้ารับ และดูเหมือนเขาจะคิดถึงบางสิ่งได้จึงมองไปที่ลิ่วเวิ่น “เจ้ากลับไปก่อน ข้าจะตรวจตราด้วยตัวเอง!”
ลิ่วเวิ่นลังเลใจและจากนั้นจึงผงกศีรษะ “โปรดระวังตัวด้วย!”
หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไป
หลังจากที่ลิ่วเวิ่นจากไป เยี่ยฉวนก็ลงไปข้างล่างต่อ ยิ่งเขาลงไปลึกเพียงไร ก็ยิ่งมีเพชรน้ำค้างสีม่วงรอบๆ ตัวเขามากยิ่งขึ้น ทว่าพวกมันยังล้วนเติบโตไม่เต็มที่นัก หากพวกมันถูกนำไปตอนนี้ คุณค่าของพวกมันคงด้อยลงไปอย่างมาก ยิ่งไปกว่านี้มันก็ไม่ได้มีมากนัก เยี่ยฉวนจึงไม่รู้สึกว่ามันล่อตาล่อใจ
ผ่านไปได้ครึ่งชั่วยาม เยี่ยฉวนก็มาถึงส่วนล่างสุด……เขาไม่เห็นจิตวิญญาณพิเศษเลย
เยี่ยฉวนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง ท่านสัมผัสการมีตัวตนของมันได้หรือไม่?”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองตอบ “มันกำลังติดตามเจ้าอยู่!”
เยี่ยฉวนไร้คำพูด



