Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 666

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 666 ท้าทายกระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอย!

C

หนานซาน!

เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “เขามาหาข้าหรือ?”

เสี่ยวเก้อส่ายศีรษะ “ไม่ใช่หรอก ทว่าในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ นั่นหมายความว่ามันจะเป็นสิ่งที่ไม่รู้จักจบสิ้นจนกว่าจะถึงแก่ความตายกันไปข้าง!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “เช่นนั้นหรือ เจ้าจงไปก่อน แต่จำเอาไว้ว่าต้องแจ้งให้ข้ารู้ยามที่มีข่าวสารอันใด!”

เสี่ยวเก้อพยักหน้ารับและจากนั้นก็หันกลับและจากไป

บัดนั้นเยี่ยฉวนพลันเอ่ยขึ้น “ช้าก่อน!”

เสี่ยวเก้อหยุดและหันไปมองคนเรียก ซึ่งฝ่ายนั้นก็หัวเราะ “อารักขาข้าสักช่วงหนึ่ง ข้าต้องบำเพ็ญเพียรอย่างสันโดษ อย่าให้ใครหน้าไหนเข้ามาได้!”

เสี่ยวเก้อมองคนพลางเอ่ยตอบ “ข้าจะไม่ให้ใครที่ข้าสามารถประมือด้วยได้เข้ามาได้ สำหรับคนที่ข้าจัดการไม่ได้ ข้าคงช่วยไม่ได้!”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ย่อมได้!”

เสี่ยวเก้อผงกศีรษะและหันไปทางทางออกของเรือนไม้

คล้อยหลังเสี่ยวเก้อออกไป เยี่ยฉวนก็เข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำ

ในหอคอยนั้นจิตวิญญาณพิเศษวนรอบอาหลิงไปมา ซึ่งเด็กหญิงกำลังปลูกผลจิตวิญญาณ นับจนถึงบัดนี้มีผลจิตวิญญาณมากขึ้นและมากขึ้นในหอคอยแห่งเรือนจำนี้ พวกมันเป็นผลจิตไม้วิเศษที่มีคุณค่ามากนัก หากเขาขายพวกมัน ก็คงได้รับเพชรน้ำค้างสีม่วงมากอย่างมากเป็นแน่!

เมื่อเห็นเยี่ยฉวน อาหลิงก็กล่าวเตือน “ของข้า!”

เยี่ยฉวนยิ้ม “ของเจ้า ของเจ้าทั้งหมด!”

อาหลิงพยักหน้า นางลังเลใจอยู่บ้างและเอ่ยขึ้นมา “ของเจ้าเช่นกัน!”

เยี่ยฉวนชะงักงันไปชั่วครู่ มันหายากยิ่งที่นางจะใจกว้างเช่นนี้!

ณ บัดนั้นจิตวิญญาณพิเศษที่อยู่ไม่ไกลออกไปกางกรงเล็บออกและฉวยผลจิตวิญญาณไป เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของอาหลิงก็แปรเปลี่ยนไปทันที ก่อนที่นางจะออกแรงตีอย่างรุนแรง

เปรี้ยง!

จิตวิญญาณพิเศษถูกหวดลอยออกไปทันที และท้ายที่สุดก็ชนเข้ากับกำแพงที่อยู่ไกลอย่างรุนแรง

เมื่อเห็นภาพนี้เยี่ยฉวนถึงกับนิ่งอึ้ง อาหลิงนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก! ตนได้ต่อสู้กับจิตวิญญาณพิเศษและรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของมัน ทว่ามันกลับถูกอาหลิงหวดกระเด็นออกไปได้เสียอย่างนั้น!

เคราะห์ดีที่อาหลิงไม่รับรู้ว่าตนเองต่อสู้ได้ดีเพียงไร!

ไม่ไกลออกไปนั้น จิตวิญญาณพิเศษชำเลืองมองอาหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

อาหลิงเมินเฉยต่อจิตวิญญาณพิเศษ และหันรดน้ำให้ผลจิตวิญญาณของนางต่อด้วยน้ำพุจิตวิญญาณ

บัดนั้นเยี่ยฉวนเอาผลจิตวิญญาณมาลูกหนึ่งและมอบมันให้จิตวิญญาณพิเศษ มันจ้องมองเยี่ยฉวนด้วยแววตาที่แฝงความกลัวเกรง

ตอนนี้คงกล่าวได้ว่ามันถูกเยี่ยฉวนควบคุมโดยสมบูรณ์ รวมถึงชีวิตของมันเช่นกัน

เยี่ยฉวนยิ้ม “ใจเย็นเถิด ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า หนึ่งปีต่อจากนี้เจ้าจะเป็นอิสระ ข้าให้คำมั่นสัญญา! ทว่าเจ้าจำต้องร่วมมือกับข้าก่อนจะถึงเวลานั้น”

จิตวิญญาณพิเศษจ้องมองชายหนุ่ม จากนั้นจึงรับผลจิตวิญญาณมา

เยี่ยฉวนยิ้มและเงยหน้ามองไปที่ชั้นสอง “ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองจะทำให้มันประสานรวมกันกับกระบี่ได้อย่างไรหรือ?”

ครู่หนึ่งผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองก็เอ่ยขึ้น “เจ้าไปเลือกกระบี่”

เลือกกระบี่!

ได้ยินเช่นนั้นเยี่ยฉวนก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก!

เขามีกระบี่อยู่มากมาย หลายๆ เล่มเป็นกระบี่ขั้นสวรรค์ แน่นอนว่ากระบี่เล่มโปรดของเขาคือกระบี่หลิงซิ่ว เคราะห์ร้ายที่กระบี่หลิงซิ่วนั้นมีระดับต่ำไปเสียหน่อย หากนำมันไปฟาดฟันกับผู้อื่น มันคงได้ถูกทำลายในทันที!

เยี่ยฉวนเงียบงันไปชั่วขณะและท้ายที่สุดเขาก็เลือกกระบี่อันชาง!

กระบี่บินที่จ้านเถี่ยสร้างให้เยี่ยฉวนอย่างพิเศษ ซึ่งใช้ในการสังหารศัตรูโดยเฉพาะ!

หากจิตวิญญาณพิเศษกลายเป็นภูตของกระบี่อันชาง กระบี่บินเล่มนี้คงน่าหวั่นเกรงยิ่งขึ้น!

จากนั้นด้วยความช่วยเหลือของผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง เยี่ยฉวนเริ่มนำจิตวิญญาณพิเศษเข้าไปในกระบี่ แม้มันจะดูต่อต้านอยู่บ้างทว่ามันก็ไม่ได้ปฏิเสธ เคราะห์ดีที่หนึ่งปีนั้นรวดเร็วสำหรับมันมาก

หอคอยเพลิงอินทนิล!

หอคอยเพลิงอินทนิลมีหกชั้น โดยปกติแล้วศิษย์ในสาขาภายในจะสามารถฝึกฝนอยู่ในสามชั้นบนเท่านั้น และจะไม่สามารถฝึกฝนที่สามชั้นล่างได้

หอคอยเพลิงอินทนิลนั้นใหญ่โตมาก พื้นที่ในแต่ละชั้นนั้นเทียบเท่ากับเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่ง!

ทางตอนใต้ของชั้นสาม ในถ้ำหินนั้นมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่บนแท่นหิน ชายผู้นี้อายุราวๆ 21 หรือ 22 ปี สวมใส่ชุดคลุมสีดำและมีผมยาว

ชายผู้นี้คือหนานซาน หนึ่งในสี่ผู้ปราดเปรื่องแห่งสาขาภายใน

เบื้องหน้าของหนานซานคือไป๋หลิง ชินเฟิง และคนอื่นๆ

ไป๋หลิงกดเสียงต่ำ “หนานซาน เยี่ยฉวนนั้นประมาทไม่ได้”

หนานซานลืมตาขึ้น “แน่นอน อ้างอิงจากตัวแทนของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนของพวกเราในโลกชิงฉาง เขาอยู่ในระดับเซียนกระบี่แล้วยามที่เขาอยู่ในโลกชิงฉาง บัดนี้พลังของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม”

เมื่อเอ่ยถึงสิ่งนี้เขาก็ชำเลืองมองไปที่ไป๋หลิง “ข้าเพียงขอให้เจ้าไปตรวจสอบความแข็งแกร่งของเขา ทว่าเจ้าไม่รู้ว่าความพอดีคือสิ่งใด โดยเฉพาะเสี่ยวเชียน……”

ไป๋หลิงยิ้มอย่างขมขื่น ในคราแรกนั้นพวกตนเพียงต้องการตรวจสอบพลังของเยี่ยฉวนจริงๆ ซึ่งก็ไม่คาดว่าเยี่ยฉวนจะไม่ใช่คนขลาดเขลา ทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งนัก

หนานซานพลันกล่าว “เขาสังหารเสี่ยวเชียน สถานศึกษาไม่ได้ลงโทษเขาจริงหรือ?”

ไป๋หลิงส่ายศีรษะ “ไม่เลย ข้าคิดว่าคงเป็นเพราะความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของเขา”

หนานซานหัวเราะน้อยๆ “แน่นอน ไม่มีผู้ใดที่จะไม่พอใจในอัจฉริยะที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อผู้วายชนม์ และไม่ว่าผู้ใดที่มีพรสวรรค์มากกว่า ก็จะเป็นที่โปรดปรานของเหล่าผู้เฒ่านั่นทั้งสิ้น ทว่าครั้งนี้ข้าจะคอยดูว่าพวกเขาจะเลือกเยี่ยฉวนหรือข้า!”

บัดนี้ชายวัยกลางคนพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของทุกคน

นั่นคืออาจารย์หยวน

อาจารย์หยวนปราดมองทุกคนและหยุดลงตรงหนานซาน “เจ้าต้องการตามหาเยี่ยฉวนเพื่อล้างแค้นหรือ?”

หนานซานหัวเราะ “อาจารย์หยวน ทุกคนในสาขาภายในรู้ว่าเสี่ยวเชียนเป็นคนของข้า บัดนี้เขาได้สิ้นชีพด้วยน้ำมือของเยี่ยฉวน หากข้าไม่ถามหาความเป็นธรรมเพื่อเขา ข้าจะดำรงอยู่ในสาขาภายในได้อย่างไร?”

อาจารย์หยวนส่ายศีรษะ “ท่านผู้นำคิดว่าเรื่องนี้ควรหยุดเสียตรงนี้!”

หนานซานหัวเราะ “เป็นไปไม่ได้!”

อาจารย์หยวนจ้องมองไปที่หนานซานและไม่ได้พูดสิ่งใด

บัดนั้นหนานซานพลันลุกขึ้น ยามที่เขายืนขึ้นมา ลมปราณอันกล้าแกร่งก็หลั่งไหลออกมาจากตัว ในเวลาเดียวกันสุญญากาศรอบด้านพลันสั่นสะท้านและปริแตกจนมีรูปลักษณ์คล้ายใยแมงมุม

ขณะเดียวกัน พลังลึกลับก็รวมตัวอยู่ในมือทั้งสองของหนานซานในทันที!

เมื่อเห็นเช่นนี้ทุกคนต่างก็อัศจรรย์ใจ

แม้แต่อาจารย์หยวนเองก็ตะลึงงันไปและกล่าวอย่างเชื่อถือได้ “ขั้นพลังจุดกำเนิดหรือ?”

เหนือกว่าขั้นทลายสุญตาก็คือขั้นพลังจุดกำเนิด!

เพื่อบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิด ย่อมหมายความว่าต้องชำนาญในพลังแห่งแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานฟ้าดิน มีพลังวิญญาณฟ้าดินอยู่หลายชนิด พลังชี่แห่งจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในนั้น ขุมพลังมืดก็เป็นอีกหนึ่งประเภท เช่นเดียวกับพลังของแหล่งวัตถุดิบ พลังแห่งแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานนั้นแข็งแกร่งเหนือพลังชี่แห่งจิตวิญญาณและขุมพลังมืด ฉะนั้นการมีความชำนาญพลังแห่งแหล่งวัตถุดิบพื้นฐานย่อมหมายความว่าได้บรรลุขั้นพลังจุดกำเนิด!

อาจารย์หยวนท่าทางเคร่งเครียด หนานซานอายุเพียง 22 ปีและบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิด พรสวรรค์นี้จัดได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าหวั่นเกรง

หนานซานหัวเราะ “ชินเฟิง เขียนสารท้าดวลให้ข้า ในสามวันหลังจากนี้หนานซานกับเยี่ยฉวนจะสู้บนแท่นชี้ชะตา ในสาขาภายในนี้จะมีเพียงข้าหรือเขาเท่านั้น!”

ชินเฟิงกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ย่อมได้ ข้าจะไปเขียนให้!”

สิ้นคำพูดเขาก็หันกลับและหายวับไปอย่างรวดเร็ว

อาจารย์หยวนชำเลืองมองหนานซาน เขาลอบถอนหายใจเสียงเบา ก่อนจะหันกลับเพื่อออกไป

ในพื้นที่นั้นดวงตาของหนานซานปิดลงช้าๆ

สำนักผู้ตรวจการเขตแดนถูกทำลายสิ้น เขาไม่ล่วงรู้ถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ เหตุเพราะทุกคนที่อยู่ในวันนั้นล้วนสิ้นชีพไปกันหมด! ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือเยี่ยฉวนและผู้อื่นๆ ในสำนักชางเจี้ยน ทว่าเป็นไปได้ยากว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะบอกเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในวันนั้น!

กระนั้นเขารู้ถึงสิ่งหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่เกี่ยวพันกับเยี่ยฉวน! มีการบอกเล่าว่าเซียนกระบี่แห่งโลกชิงฉางนั้นยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ……

อย่างไรก็ตาม เยี่ยฉวนนั้นมาจากสำนักชางเจี้ยน เช่นนั้นเขาต้องตาย!

ข่าวคราวของจดหมายท้าดวลนั้นไม่นานก็กระจายไปทั่วสาขาภายใน!

ในสาขาภายในนั้นไม่นานก็ดูวุ่นวาย!

ในหอเต๋าอี้

หัวหน้าผู้อาวุโสนั่งอยู่ด้านข้าง เบื้องหน้าของเขาคืออาจารย์หยวนและผู้ฝึกสอนของสถานศึกษาอีกสองคน

อาจารย์หยวนเอ่ยเสียงทุ้ม “ไม่ว่าผู้ใดในสองคนนี้ที่จะสิ้นชีพ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้สถานศึกษาเต๋าอี้ของเราสูญเสีย!”

หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองไปที่อาจารย์หยวน “เขาบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิดจริงหรือ?”

อาจารย์หยวนพยักหน้า “เป็นเรื่องจริง!”

หัวหน้าผู้อาวุโสนั้นเงียบงันไปชั่วขณะและจากนั้นก็เอ่ยขึ้นมา “พวกเราไม่สามารถยุติมันได้! พวกเขาทั้งคู่มีความภาคภูมิและทะนงตน ยิ่งเจ้าเข้าไปหยุดยั้ง มันก็รังแต่จะทำให้รุนแรงขึ้น”

อาจารย์หยวนขมวดคิ้วน้อยๆ “เช่นนั้นจะปล่อยให้พวกเขาห้ำหั่นกันหรือ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าวเสียงเบา “หากเจ้าไม่ปล่อยให้พวกเขาทำ พวกเขาจะหยุดหรือ?”

อาจารย์หยวนเงียบไป

บัดนั้นชายชราที่อยู่อีกด้านพลันพูดขึ้น “พวกเขามีความขัดแย้งกัน แม้พวกเราจะหยุดยั้งมันได้ในตอนนี้ ยามที่พวกเขาเติบโตอย่างเต็มที่ในภายภาคหน้า มันจะไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพวกเขาสองคน มันจะทำให้เกิดการก่อความไม่สงบภายในของสถานศึกษาเต๋าอี้! ฉะนั้นหากมันปรับไม่ได้ พวกเราทำได้เพียงให้หลงเหลือไว้แค่คนเดียว!”

ยามที่ได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างพยักหน้ารับ

เหตุการณ์นี้เสมือนอยู่ในราชวงศ์ หากมีองค์ชายสองคนที่เก่งกาจอย่างยิ่ง สำหรับองค์จักรพรรดิ สิ่งที่เขาทำได้คือการเลือกเก็บไว้เพียงหนึ่ง อีกหนึ่งคนจะต้องถูกสังหารเสีย เหตุเพราะหากไม่ทำเช่นนั้นก็จะเกิดการก่อความไม่สงบได้

เวลานี้เรื่องของหนานซานและเยี่ยฉวนยังคงเป็นเรื่องโต้เถียงกันในสาขาภายใน หากคนทั้งสองเติบโตอย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นคงจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยี่ยฉวน ชายผู้นี้ไม่ใช่ผู้มีความเมตตา หากเขาต้องการจะก่อความวุ่นวาย พวกเขาก็เป็นกังวลอยู่ไม่มากก็น้อย

ครั้งนี้หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าว “ให้พวกเขาได้ประชันกันตามที่ต้องการ ให้พวกเราได้เห็นว่าใครกันแน่ที่เก่งกาจยิ่งกว่า แน่นอนว่ามันคงไม่จำเป็นที่จะต้องตัดสินถึงความเป็นความตาย เพียงแค่แพ้ชนะก็เพียงพอ ผู้ที่พ่ายแพ้จำต้องยอมรับความพ่ายแพ้และตกลงรับใช้อีกฝ่าย!”

อาจารย์หยวนต้องการจะเอ่ยบางสิ่งแต่ก็หยุดไปเมื่อครุ่นคิดอีกครั้ง!

หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองไปที่เขา “เจ้าต้องการจะกล่าวสื่งใดหรือ?”

อาจารย์หยวนกล่าวเสียงต่ำ “ชายอายุ 22 ปี ผู้บรรลุขั้นพลังจุดกำเนิดนั้นหาได้ยากยิ่ง!”

หัวหน้าผู้อาวุโสพูดเสียงเบา “มิใช่ว่ามันเป็นการยากที่จะพบเซียนกระบี่ที่อายุน้อยกว่า 20 ปีหรือ? ข้ากล่าวว่าให้พวกเขาได้สู้กัน ผู้ใดที่พ่ายแพ้จำต้องยอมรับความพ่ายแพ้และตกลงรับใช้อีกฝ่าย!”

อาจารย์หยวนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งและจากนั้นก็ผงกศีรษะน้อยๆ “มันคงเป็นได้เพียงเช่นนั้น!”

หลังจากที่คนอื่นๆ ออกไปแล้วก็เหลือเพียงหัวหน้าผู้อาวุโสอยู่ในหอเต๋าอี้

ดวงตาของหัวหน้าผู้อาวุโสเคลื่อนปิดลงช้าๆ ภายในใจนั้นภาพเหตุการณ์ที่ตนได้เห็นนอกเมืองเต๋าอี้ในวันนั้นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง……

กระบี่เล่มนั้น!

เขายังคงหวั่นเกรงยามที่ระลึกถึงกระบี่เล่มนั้น!

ชินเฟิงมาพบเยี่ยฉวนที่เรือนไม้ เขาผายมือออก จากนั้นสารท้าดวลก็ลอยไปเบื้องหน้าของเสี่ยวเก้อ “จงบอกเยี่ยฉวนว่าหนานซานจะประมือกับเขาที่แท่นชี้ชะตาในสามวันต่อจากนี้”

พร้อมกันนั้นเขาก็หันหลังและจากไป

เสี่ยวเก้อเก็บสารไป เขาปรายตามองเรือนไม้แต่มิได้เข้าไป

เหตุเพราะเยี่ยฉวนกล่าวว่ามิให้ผู้ใดเข้าไปได้หากไม่ได้รับการอนุญาตจากเขา!

ช้าก่อน!

สองวันหลังจากนั้น ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนใช้ความพยายามอย่างมากที่จะใส่จิตวิญญาณพิเศษลงในกระบี่อันชาง

ในเวลาที่จิตวิญญาณพิเศษถูกใส่ลงไปในกระบี่อันชางไม่นานกระบี่ก็กลายเป็นสีแดงโลหิตในฉับพลัน ขณะเดียวกันเสียงของกระบี่ก็ดังสะท้านไปทั่วหอคอยแห่งเรือนจำ จากนั้นกระบี่อันชางพลันพุ่งขึ้นฟ้าไปราวกับจะทำลายหอคอย!

ไม่ใช่เพียงเหมือนจะแต่มันกำลังทำลายหอคอย!

ในกระบี่อันชางลำแสงกระบี่สีแดงเลือดนับไม่ถ้วนสั่นไหวอยู่โดยรอบ มันพยายามที่จะทำลายทุกสิ่งรอบด้าน

ไม่ไกลกันนักเยี่ยฉวนอยู่อย่างอับจนคำพูด “ข้าขอแนะนำให้เจ้าอยู่อย่างสงบเสงี่ยม……”

ทว่ากระบี่อันชางไม่แยแสต่อสิ่งใด หากแต่ปราณกระบี่นั้นไม่ทำให้หอคอยสั่นไหวได้

ฉะนั้นมันจึงล่องออกไปและจากนั้นก็ทะยานไปยังกระบี่ทั้งสามที่อยู่บนยอดหอคอย ระหว่างนั้นเสียงของกระบี่ทั้งหลายดังออกมาอย่างต่อเนื่องจากตัวกระบี่……

การท้าทาย!

มันกำลังท้าทายกระบี่ทั้งสามที่อยู่บนยอดหอคอย!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!