บทที่ 677 ปล้น! (ต้น)
หลังจากที่เยี่ยฉวนลงมือเป็นเหตุให้หลายคนตกอยู่ในอาการตื่นตะลึง
แสดงว่าคนที่อยู่ในที่นั้นต่างไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มจู่โจม
ทางด้านหัวหน้าซวี่ซึ่งขณะนั้นลมหายใจยังไม่ขาดห้วงดี สายตายังจ้องค้างที่ชายหนุ่มเบื้องหน้า แววตาเบิกกว้างฉายความประหลาดใจด้วยไม่คาดฝันค้างคาอยู่เช่นนั้น
เขาไม่เคยคิดว่าเยี่ยฉวนจะลงมือกับตนเอง และตัวเขาเองไม่ทันแม้แต่จะคิดตอบโต้ด้วยซ้ำไป
ในตอนนั้นเองปรากฏว่ามีกลุ่มยอดฝีมือเข้าล้อมกรอบกลุ่มของผู้มาเยือน ทั้งหมดล้วนเป็นคนของหอวาณิชไท่เฮ่อ
ขณะต่อมาเบื้องหน้าเยี่ยฉวนและทุกคน ปรากฏร่างชายชราสวมผ้าคลุมสีดำคนหนึ่ง
ชายชราสวมผ้าคลุมดำมองตรงมายังชายหนุ่มก่อนจะเบนสายตาไปยังคนอื่น หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยขณะเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้ามาจากสถานศึกษาเต๋าอี้งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้าและตอบแทนทุกคนว่า “ใช่ พวกเรามาจากเต๋าอี้!”
สายตาของชายชราสวมผ้าคลุมดำเบนกลับมายังคนพูด “เหตุใดจึงสังหารคนของหอวาณิชไท่เฮ่อ?”
ชายหนุ่มแสยะมุมปากตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างชัดเจน “ผู้อาวุโส ท่านก็ถามมันสิ!”
พลันสีหน้าของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนเครียดขรึมทันที “เจ้าจะให้ข้าถามคนที่ตายไปแล้ว งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนพลันรู้สึกตัวจึงยิ้มกลบเกลื่อนทำท่าเขิน “อ๋อขอโทษทีข้าลืมไป เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อสองวันก่อนข้ามาที่หอวาณิชเพื่อซื้อหาของสองสามอย่าง หัวหน้าหลี่บอกว่าข้าจะต้องวางมัดจำก่อนล่วงหน้าด้วยอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วง 2 แสนชิ้น ข้าก็ยอมทำตามที่เขาบอก ถึงกระนั้นเมื่อข้ากลับมาที่นี่อีกครั้งไม่เพียงเขาไม่ส่งมอบของที่ข้าต้องการมาให้ ทว่ายังหลอกเอาอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงจากข้าไปอีก 10 ล้านชิ้น!”
อัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านชิ้น!
อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นชายชราสวมผ้าคลุมดำขยับเปลือกตาพลางย้อนถามว่า “อัญมณีเพชรน้ำค้าง 10 ล้านชิ้น? แน่หรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะขณะวางสีหน้าเคร่ง “แน่สิขอรับ! ผู้อาวุโสข้าไม่ได้ต้องการอะไร ขอแค่หอวาณิชคืนเพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านชิ้นมา ข้าจะยอมกลับไปแต่โดยดี”
ชดใช้ให้เขาด้วยอัญมณีเพชรน้ำค้าง 10 ล้าน!
ชายชราสวมผ้าดำแสยะยิ้มสีหน้าบอกว่ากำลังโกรธเคือง “เข้าท่าดีนี่ วันนี้มีคนกล้าบุกเข้ามาตลบหลังหอวาณิชไท่เฮ่อจนถึงที่ เข้าท่านัก!”
เยี่ยฉวนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หอวาณิชไท่เฮ่อจะไม่ยอมคืนให้ข้าสินะ?”
ชายชราตอบเสียงเย้ย “เจ้าคิดว่าหอวาณิชไท่เฮ่อจะยอมให้เจ้าหลอกได้ง่ายๆ งั้นหรือ? เจ้ามัน……”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “เก็บทุกอย่างที่อยู่ในหอวาณิชไท่เฮ่อ อย่าเหลือไว้แม้แต่อย่างเดียว!”
จากนั้นคนพูดได้ชักกระบี่ออกมาด้วยท่าท่างดุดันและพุ่งทะยานเข้าใส่ชายชราสวมผ้าคลุมดำ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้เสี่ยวเก้อและคนอื่นถึงกับตะลึงไปเป็นครู่ ปล้นหอวาณิชไท่เฮ่องั้นหรือ?
เมื่อคนอื่นๆ ดึงสติกลับสู่ปัจจุบันนั้นเยี่ยฉวนกำลังต่อสู้กับชายชราสวมผ้าคลุมดำแล้ว
เสี่ยวเก้อและทุกคนต่างหันมองหน้ากัน จากนั้นเป็นเสี่ยวเก้อสีหน้าท่าทีแปรเปลี่ยนดุดันบอกกับทุกคนว่า “หอวาณิชไท่เฮ่อกลั่นแกล้งสถานศึกษาเต๋าอี้ของเรา จัดการพวกเวรนี่เลย!”
หลังจากนั้นทุกคนจึงทะยานมุ่งไปข้างหน้า
…
ภายในหอโถงเต๋าอี้
หัวหน้าผู้อาวุโสผุดลุกพรวดขึ้นยืนและมองชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหน้า สายตาบ่งชัดว่าไม่อยากเชื่อต่อสิ่งที่ได้ฟัง “เจ้าว่าอะไรนะ? เขานำศิษย์สาขาในไปปล้นหอวาณิชไท่เฮ่องั้นหรือ?”
ชายชราพยักหน้า “ขอรับ เวลานี้พวกเขาเริ่มต่อสู้กับหอวาณิชไท่เฮ่อแล้ว เรื่องอาจบานปลายใหญ่โตและบรรดาชาวเมืองชักจะให้ความสนใจกันมากแล้วด้วย!”
หัวหน้าผู้อาวุโสหน้าเครียดขณะถามออกไปว่า “เหตุใดเขาจึงไปที่หอวาณิชไท่เฮ่อ?”
คนถูกถามจึงบอกว่า “เห็นว่าเขาไปหอวาณิชไท่เฮ่อเพื่อสั่งสินค้าสองสามอย่าง และหัวหน้าของหอวาณิชไท่เฮ่อขู่กรรโชกหลอกเอาทรัพย์ของเขาไป… เรื่องนี้อาจจะจริงทว่าจำนวนคงจะไม่ถึงอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านชิ้น เจ้าหนุ่มนั่นคงจงใจที่จะดัดหลังทางหอวาณิชไท่เฮ่อกลับคืนน่ะขอรับ…”
คนพูดถึงตอนนี้ พลันส่ายหน้าน้อยๆ พลางยิ้ม “คนผู้นี้มันช่างกล้าหาญชาญชัยเสียจริง!”
เสียงคนหัวหน้าผู้อาวุโสพึมพำแผ่วเบา “ไม่เพียงกล้าหาญชาญชัยเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นคนเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดอีกด้วย!”
ชายชราคนตรงข้ามหันขวับ พลันย้อนถามทันที “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ผู้ถูกถามเปล่งเสียงหัวเราะหึ “เดิมทีเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ทว่าบัดนี้เขาทำให้กลายเป็นเรื่องระหว่างหอวาณิชไท่เฮ่อและสถานศึกษาเต๋าอี้แล้วน่ะสิ”
จากนั้นคนพูดลุกขึ้นยืน “ไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อย!”
…
ภายในหอวาณิชไท่เฮ่อเริ่มมีการปะทะระหว่างเยี่ยฉวนและพวกกับฝ่ายหอวาณิชไท่เฮ่อแล้ว ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ฝ่ายของหอวาณิชก็มีอันพ่ายแพ้อย่างราบคาบ จึงทำให้เสี่ยวเก้อและคนอื่นเข้าไปเก็บกวาดเอาทรัพย์สินมีค่าในหอวาณิชไท่เฮ่อ ตามคำบงการของเยี่ยฉวนนั่นเอง!
แรกเริ่มทั้งเสี่ยวเก้อและคนอื่นมีท่าทีลังเล ทว่าไม่นานต่อมาพวกเขากลับบ้าคลั่งเสียยิ่งกว่าคนออกคำสั่ง…
หอวาณิชไท่เฮ่อเป็นหอวาณิชที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเต๋าอี้ ฉะนั้นจะมีแต่ของพื้นๆ ธรรมดาๆ ได้อย่างไร?
ชายชราสวมผ้าดำซึ่งเป็นผู้ที่ประมือกับเยี่ยฉวนทั้งประหลาดใจระคนฉุนเฉียว ด้วยไม่คาดคิดว่าคนที่มีขั้นพลังเพียงควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงอย่างเยี่ยฉวนจะมีสมรรถนะในการต่อสู้น่าเกรงขามถึงเพียงนี้ เขายิ่งเกิดความขุ่นเคืองหนักยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าทรัพย์สิ่งของภายในหอวาณิชไท่เฮ่อถูกพวกเสี่ยวเก้อเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง!
ทันใดนั้นเองมีเสียงของใครคนหนึ่งตวาดดังสนั่น “หยุดเดี๋ยวนี้!”
จากนั้นบังเกิดพลังประหลาดพุ่งเข้าครอบงำทางฝ่ายเยี่ยฉวนและคนอื่นทันที
ทำให้คนทั้งหมดชะงักหยุดนิ่ง!
เยี่ยฉวนเบนหน้าไปมองจึงพบว่ามีชายวัยกลางคนลอยตัวนิ่งที่กลางอากาศกำลังจ้องเขม็งมองมาทางเขา
ชายวัยกลางคนมองลงมาก่อนกล่าวกับเขาโดยเฉพาะ “สถานศึกษาเต๋าอี้ใช้มาสินะ พวกเจ้าจึงกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้?”
พลันพลังบีบบังคับซึ่งมองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้พุ่งวาบจากท้องฟ้าตรงมายังเยี่ยฉวน
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะออกต้านทานนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งปรากฏออกขวางเบื้องหน้าที่แท้คนผู้นั้นคือหัวหน้าผู้อาวุโส!
ชายชราผลักออกฝ่ามือข้างขวาไปข้างหน้า พลังกดดันที่มองไม่เห็นพลันอันตรธานไปจนหมดสิ้น
หัวหน้าผู้อาวุโสเมื่อเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคน ขณะหัวเราะเบาๆ “พี่ซ่งเหลียน วันนี้ท่านดูดีทีเดียว!”
ชายวัยกลางคนผู้มีนามว่าซ่งเหลียนตรงมองมายังอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “หัวหน้าผู้อาวุโส ศิษย์เต๋าอี้ของท่านกระทำการชิงปล้นหอวาณิชไท่เฮ่ออย่างโจ๋งครึ่มขนาดนี้ ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?”



