บทที่ 678 ปล้น! (ปลาย)
หัวหน้าผู้อาวุโสสั่นศีรษะพลางยิ้มเป็นเชิงไม่เห็นด้วย “พี่ซ่งเหลียน เรื่องนี้เกิดจากการที่หอวาณิชไท่เฮ่อผิดคำพูดก่อน! ศิษย์ของข้ามาหาซื้อของที่หอวาณิชไท่เฮ่อ ทว่าหัวหน้าของหอวาณิชไท่เฮ่อทั้งกรรโชกทรัพย์ทั้งข่มขู่เขา คนที่ไม่ซื่อสัตย์เป็นทางหอวาณิชไท่เฮ่อต่างหาก!”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นซ่งเหลียนขมวดคิ้วอย่างขัดใจ พลันหันไปหาชายชราสวมผ้าคลุมดำที่ยืนอยู่ข้างล่าง และฝ่ายนั้นรีบชี้แจงทันที “ข้าไม่รู้เลยว่ามีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นขอรับ!”
จากนั้นจึงมองไปทางสตรีผู้มีใบหน้าหน้างามซึ่งไม่ไกลกันนัก “เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่?”
ฝ่ายหญิงสาวทำท่าอึกอักลังเล
เมื่อเห็นเช่นนั้นชายชราสวมผ้าคลุมดำจึงเข้าใจได้ทันที พลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
จากนั้นมีเสียงของหัวหน้าผู้อาวุโสหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนกล่าวว่า “พี่ซ่งเหลียนครานี้ท่านคงจะกระจ่างแจ้งแล้วจริงไหม?”
ฟังคนพูดดังนั้นพลันสตรีใบหน้างดงามด้านล่างเอ่ยท้วงเสียงเร็ว “มิได้เจ้าค่ะ แม้ว่าหัวหน้าซวี่จะรับเพชรน้ำค้างสีม่วง 2 แสนมาจริง แต่เขาไม่เคยกรรโชกเอาเพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านของคนผู้นั้นมาแต่อย่างใด!”
คำพูดที่ถูกเปิดเผยนั้นทำให้สีหน้าของซ่งเหลียนกลับกลายเป็นดุดันน่ากลัว อีกทั้งมีเสียงฟึดฟัดแสดงความไม่พอใจจากคนที่อยู่รอบข้าง
ขู่กรรโชก!
เรื่องการขู่กรรโชกของหอวาณิชไท่เฮ่อนั้นเป็นความจริง!
พลันซ่งเหลียนสะบัดหลังมือเหวี่ยงออกไป และสตรีใบหน้างดงามได้แปรสภาพเป็นเหมือนก้อนเนื้อที่ถูกสับจนแหลกละเอียดไปในพริบตา
จากนั้นเจ้าตัวเหลือบมองมาทางเยี่ยฉวนที่อยู่ด้านล่าง สุดท้ายจึงเบนสายตาไปยังหัวหน้าผู้อาวุโส “ยินดีด้วยที่สถานศึกษาเต๋าอี้มีศิษย์เฉลียวฉลาดเป็นเลิศอย่างนี้!”
พูดจบเขาหันหลังและทำท่าจะผละไป
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนรับทักท้วงเสียงเร็ว “เพชรน้ำค้างสีม่วง 10 ล้านชิ้นของข้าล่ะ!”
หัวหน้าผู้อาวุโสทะยานลงมาปรากฏกายที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน “เจ้าก็เลิกต่อความยาวสาวความยืดได้แล้ว!”
ชายหนุ่มได้แต่บ่นอุบอิบ “พวกเขากรรโชกทรัพย์ข้าจริง จะไม่ให้ข้าต่อความยาวได้ยังไง?
คนฟังบิดมุมปากยกน้อยๆ “เจ้าปล้นของไปจากหอวาณิชตั้งมากมาย แค่นั้นก็มากเกินพอแล้ว!”
ได้มามากเกินพอ!
เยี่ยฉวนฟังแล้วจึงคิดได้ ว่าเห็นจะเป็นเช่นนั้น
ขณะต่อมาหัวหน้าผู้อาวุโสพูดขึ้นว่า “เยี่ยฉวนเจ้าทำอย่างนี้ได้สร้างความขุ่นเคืองให้หอวาณิชไท่เฮ่อ รู้ตัวหรือไม่?”
ชายหนุ่มเหยียดมุมปากยิ้ม “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ ข้าไม่ใช่คนก่อปัญหา ทว่าหอวาณิชไท่เฮ่อต่างหากที่มากลั่นแกล้งรังแกข้า ใครจะทนไหว”
ชายชรามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาก่อนจะส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “ต่อไปถ้าไม่จำเป็นเจ้าอย่าออกไปเพ่นพ่านนอกเขตสถานศึกษา เวลานี้หอวาณิชไท่เฮ่อประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ และพวกมันไม่มีทางวางมือจากเจ้าง่ายๆ”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับคำ “เข้าใจแล้วขอรับ”
หัวหน้าผู้อาวุโสพยักหน้าและกลับไป
ส่วนฝ่ายชายหนุ่มและเสี่ยวเก้อรวมทั้งคนอื่นกลับไปยังสถานศึกษาเต๋าอี้!
ภายในกระท่อมไม้ไผ่ของเยี่ยฉวน ขณะนั้นทุกคนมานั่งรวมกันอยู่ล้อมรอบโต๊ะ
กำลังแบ่งปันสิ่งของเงินทอง!
เสียงเสี่ยวเก้อหัวเราะร่า “ตอนนี้เรามีเพชรน้ำค้างสีม่วงทั้งหมด 6 ล้านชิ้น รวมกับของล้ำค่าขั้นสวรรค์ 49 ชิ้นและยังวัตถุขั้นสวรรค์กับสิ่งล้ำค่าขั้นปฐพีอีกกองพะเนิน ข้าเดาว่ามูลค่าน่าจะพอๆ กับอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงราว 2 ล้านเห็นจะได้”
รวมเป็น 8 ล้านชิ้น!
เยี่ยฉวนเปล่งหัวเราะ “เสี่ยวเก้อเจ้าช่วยแบ่งให้ที แบ่งให้เท่าๆ กันทุกคน!”
อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ และเริ่มการแบ่งสันปันส่วน ส่วนแรกเขาส่งให้กับเยี่ยฉวนก่อนใคร ทว่าชายหนุ่มมองพลางขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร?”
เมื่อเห็นว่าเป็นเพชรน้ำค้างสีม่วง 3 ล้านชิ้น!
เสี่ยวเก้อมองพลางหัวเราะ “พี่เยี่ย พวกเราได้มามากขนาดนี้เป็นเพราะท่าน ท่านมีส่วนช่วยมากกว่าใครจึงสมควรจะได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด พวกเราทุกคนลงความเห็นแล้ว”
คนในกลุ่มพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าไม่มีใครโต้แย้ง
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะ “ไม่ได้ พวกเจ้านับเป็นพี่น้อง และข้าก็คงไม่อาจเอาชนะหอวาณิชไท่เฮ่อได้อย่างแน่นอนหากมีคนเดียว ทุกคนจึงสมควรได้รับและควรแบ่งให้เท่าๆ กันด้วย”
คนตรงกันข้ามทำท่าว่าต้องการพูดบางอย่างทว่าเยี่ยฉวนทำหน้าเคร่งเครียด “เมื่อข้าแนะนำว่าควรแบ่งให้เท่ากัน ข้าพูดจริง เอาเลย!”
เมื่อเห็นว่าเยี่ยฉวนยืนยันหนักแน่น เสี่ยวเก้อลังเลครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
ต่อมาไม่นานทุกคนก็ได้รับส่วนแบ่งแห่งความมั่งคั่ง และบรรยากาศภายในกระท่อมไม้ไผ่ทุกคนในนั้นต่างสีหน้าชื่นมื่นแจ่มใส
ด้วยความมั่งคั่งที่เกิดขึ้น อาจกล่าวได้เลยว่าพวกเขาจะไม่ขาดแคลนมอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงไปสักระยะหนึ่งทีเดียว
และตอนนี้สถานะของเยี่ยฉวนในจิตใจของพวกเขาเหล่านี้กำลังประสบกับความเปลี่ยนแปลง…
หลังจากที่คนอื่นกลับกันไปทั้งหมดแล้ว เยี่ยฉวนจึงไปยังสำนักวิชาเสินปิงแห่งสถานศึกษาเต๋าอี้
ภายในสถาบันเป็นสถานที่จัดเก็บสิ่งล้ำค่าแปลกๆ มากมาย
จุดประสงค์ของเขาในการมาเพื่อค้นหาฝักกระบี่ที่เหมาะกับกระบี่สักชิ้น
เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตูสำนักวิชาเสินปิง พลันเขาหยุดชะงักด้วยมีชายชราผู้หนึ่งออกมาขวางทางทันที ชายชรามองชายหนุ่มตรงหน้า “เจ้ามีแผ่นป้ายผ่านทางหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มนิ่งงัน “แผ่นป้ายผ่านทาง? มันคืออะไรขอรับ?”
คนตรงข้ามมองดูอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้ามาที่นี่โดยไม่มีแผ่นป้ายผ่านทางมาด้วยงั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดก่อนถามออกไปว่า “ข้าจะไปขอแผ่นป้ายผ่านทางกับใครได้ขอรับ?”
ชายชราตอบเสียงเรียบ “ไปถามหัวหน้าผู้อาวุโสโน่น!”
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “ตกลงขอรับ ข้าจะไปขอจากหัวหน้าผู้อาวุโส!”
ว่าแล้วเขาหมุนตัวกลับวิ่งออกจากสถานที่ไปทันที
ชายชรา “…”
ภายในหอโถงเต๋าอี้
เยี่ยฉวนตามมาพบกับหัวหน้าผู้อาวุโส
ชายชราหัวหน้าผู้อาวุโสมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพลางเอ่ยถาม “ว่าไงนะเจ้าจะไปที่สำนักวิชาเสินปิงงั้นหรือ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ
คนถามจึงถามต่อทันที “เจ้าจะไปทำอะไรที่นั่น?”
เยี่ยฉวนตอบว่า “ข้าตามหาของบางอย่างขอรับ!”
หัวหน้าผู้อาวุโสเขม้นมองพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าสำนักวิชาเสินปิงเป็นที่แบบไหนกัน? คิดว่าเจ้าสามารถเดินเข้าเดินออกยังไงก็ได้งั้นหรือ?”
ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ “ข้าทราบดีว่าสถานที่เช่นนั้นย่อมมีการวางเงื่อนไขให้คนเข้าออก หัวหน้าผู้อาวุโสกรุณาบอกมาเถิดว่าข้าจะต้องทำอย่างไร”
อีกฝ่ายบอกเสียงแหบต่ำ “เงื่อนไขไม่ได้หนักหนาอะไร เจ้าต้องเป็นคนที่ได้ชื่อว่าสร้างเกียรติคุณแก่สถานศึกษา จึงจะเข้าไปในนั้นได้”
รางวัลทรงเกียรติ!
เยี่ยฉวนนิ่งคิดชั่วขณะจากนั้นจึงบอกับคนตรงหน้าว่า “ข้าก็เคยสร้างเกียรติคุณแก่สถานศึกษามาแล้วขอรับ!”
คนฟังมองอย่างงงงัน พลันถามทันทีว่า “หืม? เจ้าสร้างเกียรติคุณให้แก่สถานศึกษาตั้งแต่เมื่อไร?”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มถึงกับทำหน้าตาขึงขัง “หัวหน้าผู้อาวุโส ท่านเห็นว่าข้าเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?
ชายชราเหลือบตามองเยี่ยฉวนครู่หนึ่งจึงว่า “ทั้งความเป็นยอดฝีมือและพลังกล้าแกร่งล้วนยอดเยี่ยม อีกทั้งสมรรถนะในการต่อสู้ก็โดดเด่น คนเช่นนี้หายาก”
เยี่ยฉวนหน้าเคร่ง “หัวหน้าผู้อาวุโส ข้าไม่ใช่คนหลงตัวเอง แต่อัจฉริยะอย่างข้าเข้าร่วมกับสถานศึกษาเต๋าอี้ ก็ถือว่าเป็นการสร้างเกียรติคุณแก่สถานศึกษาแล้ว! มิหนำซ้ำยังนับเป็นเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่อีกด้วย!”
เมื่อได้ยินคนพูดเช่นนั้นหัวหน้าผู้อาวุโสนิ่งขึงไปทันที
…



