บทที่ 679 คนหน้าหนาหน้าทน! (ต้น)
หัวหน้าผู้อาวุโสถึงกับอึ้งจึงได้แต่มองหน้าเยี่ยฉวนหากพูดอะไรไม่ออก ชายชราไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีคนที่หน้าหนาหน้าทนอย่างนี้อยู่ในโลก
หน้าหนาจนเขาเองยังบอกไม่ถูก
หลังจากอึ้งไปอึดใจใหญ่ หัวหน้าผู้อาวุโสสั่นศีรษะพลางถามยิ้มๆ “เจ้าต้องการอะไร?”
ชายหนุ่มรีบบอกออกไปอย่างรวดเร็ว “ข้าต้องการฝักกระบี่ขอรับ!”
“ฝักกระบี่งั้นหรือ?”
หัวหน้าผู้อาวุโสหยุดคิดชั่วขณะจากนั้นจึงพูดกับคนตรงหน้าว่า “เรื่องนี้ไม่ยาก เจ้าไม่ต้องเข้าไปถึงสำนักวิชาเสินปิงด้วยซ้ำ ข้าจะให้ฝักกระบี่แก่เจ้าเอง”
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะปฏิเสธ “หัวหน้าผู้อาวุโส ฝักกระบี่ที่ข้าตามหามิใช่ฝักกระบี่ธรรมดา แต่ฝักกระบี่ที่ข้าต้องการเป็นฝักกระบี่ชั้นยอดน่ะขอรับ”
“ต้องถึงระดับไหน?” คนชราถาม
คนถูกถามคิดนิดหนึ่งและตอบว่า “ระดับศักดิ์สิทธิ์ขอรับ!”
จากที่ตนเองเคยทดสอบเพลงกระบี่ก่อนหน้าดูแล้ว สัญชาตญาณบอกกับตัวเองว่าถ้าไม่ใช่ฝักกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีทางทนทานต่อพลังของเพลงกระบี่ทั้งสองได้อย่างแน่นอน!
จึงต้องใช้ฝักกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น!
เมื่อได้ยินเข้าเท่านั้นทำเอาหัวหน้าผู้อาวุโสผงะไปเล็กน้อย เขานิ่งงันก่อนจะส่ายหน้า “ข้าไม่มีของเช่นนั้นหรอก ข้ายังบอกได้ด้วยว่าในสถานศึกษาไม่มีฝักกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้ากำลังตามหาแม้แต่อันเดียว”
พูดออกไปแล้วก่อนคนพูดทำท่านิ่งคิด ชั่วอึดใจจึงค่อยกล่าวอีกว่า “ที่สำนักเซียนเจี้ยนอาจจะมี แต่ว่าเขาคงไม่มอบของสิ่งนั้นให้กับเจ้าอย่างแน่นอน!”
สำนักเซียนเจี้ยน!
เยี่ยฉวนเงียบงันไป
ครู่ต่อมาหัวหน้าผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นทันทีว่า “นอกจากที่สำนักเซียนเจี้ยนแล้ว ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เจ้าอาจไปหาได้”
ชายหนุ่มรีบถามกลับทันที “ที่ไหนขอรับ?”
หัวหน้าผู้อาวุโสตอบให้ว่า “หอตีเหล็ก!”
“หอตีเหล็กงั้นหรือ?”
คนถามสีหน้างงงัน พลันถามอีกว่า “ที่ไหนขอรับ?”
ชายชราหัวเราะออกมาเบาๆ “เมืองเต๋าอี้ มีช่างตีเหล็กอยู่คนหนึ่งฝีมือดีทีเดียว บางทีเขาอาจหล่อฝักกระบี่ให้เจ้าก็ได้ ถึงกระนั้นเขาจะหล่อให้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวของเจ้าเอง”
ชายหนุ่มรับฟังแล้วนิ่งคิด “ข้าจะลองดู”
เสียงหัวหน้าผู้อาวุโสหัวเราะหึหึ “ขอให้โชคดี!”
ก่อนไปเยี่ยฉวนถามอีกว่า “หัวหน้าผู้อาวุโสขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากท่านสักอย่าง”
อีกฝ่ายตอบว่า “เอ้าว่ามา!”
ชายหนุ่มจึงบอกออกไป “ข้าต้องการของสามสิ่ง!”
หัวหน้าผู้อาวุโสถามมาว่า “ของสามสิ่งที่ก่อนหน้าเจ้าจะไปซื้อที่หอวาณิชไท่เฮ่อสินะ”
เยี่ยฉวนจำต้องพยักหน้ายอมรับ
ชายชราผงกศีรษะน้อยๆ “ข้าจะจัดการให้ทว่าเจ้าต้องเป็นคนจ่ายค่าสิ่งของเหล่านี้เอง”
คนตรงข้ามจึงยิ้ม “แน่นอน! ถ้างั้นพรุ่งนี้ข้าจะมาพบท่านอีกครั้งนะขอรับ หัวหน้าผู้อาวุโส!”
จากนั้นสักพักเขาจึงคารวะขอบคุณและกลับออกจากสถานที่
ขณะทอดสายตามองตามคนที่เพิ่งคล้อยหลังไปแล้ว ชายชราหัวหน้าผู้อาวุโสส่ายหน้าพลางยิ้มกับตนเอง “อันที่จริงก็ไม่ใช่คนนิสัยเลวร้าย…”
เมื่อพบกันครั้งแรกๆ เขาเองเคยเกิดโลภอยากได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าของเยี่ยฉวน
ทว่าตอนหลังความคิดของตนค่อยๆ เปลี่ยนไป
เช่นเดียวกับที่ชายลึกลับสวมชุดดำว่าไว้ในตอนแรก ใครก็ตามที่คิดช่วงชิงสมบัติล้ำค่าจากเยี่ยฉวนคนผู้นั้นถือว่าเคราะห์ร้ายแล้ว แทนที่จะมุ่งหวังครอบครองเผือกร้อนซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง สู้สานไมตรีเพื่อความสัมพันธ์อันดีในวันข้างหน้ากับชายหนุ่มเสียจะดีกว่า
และเขาได้ค้นพบว่าโดยปกติเยี่ยฉวนเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย
แน่นอนบางครั้งเขามีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว ทว่าความหงุดหงิดในความเห็นของเขากลับคิดว่าสิ่งนี้เป็นบุคลิกพิเศษ…
หลังออกจากหอโถงเต๋าอี้เยี่ยฉวนได้มุ่งหน้าไปยังเมืองเต๋าอี้โดยไม่รอช้า เพียงไม่นานเขาก็หาพบหอตีเหล็กที่หัวหน้าผู้อาวุโสบอกไว้
หอตีเหล็กแห่งนั้นไม่ใหญ่โต อาจต้องบอกว่าค่อนข้างเล็กด้วยซ้ำและมีสภาพเก่าทรุดโทรม ด้านหน้ามีกองเศษเหล็กยุ่งเหยิง มองผ่านๆ ดูรกร้างว่างเปล่าอย่างไรพิกล
เยี่ยฉวนเดินตรงเข้าไปและยกมือเคาะประตู พลันนั้นเองมีเสียงตวาดไล่ดังออกมาจากด้านในทันที “ไปให้พ้น!”
ชายหนุ่ม “…”
แน่ละเขาไม่อาจเลิกล้มความตั้งใจจึงทำตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง ฉับพลันนั้นเองพลังประหลาดวูบไหวพุ่งออกมาจากด้านใน!
เยี่ยฉวนชะงักสีหน้าแปรเปลี่ยน ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวจึงยกแขนข้างขวาขึ้นปัดป้อง
เปรี้ยง!
แรงระเบิดผลักร่างของชายหนุ่มผงะถอยห่างไปอย่างน่ากลัว และแม้แต่เขายังต้องถอยไปไกลนับสิบจั้ง!
หลังจากที่หยุดลง ชายหนุ่มจึงยกแขนข้างขวาขึ้นพิจารณา จึงพบร่องรอยแตกร้าวปรากฏเป็นแนวยาวตลอดทั่วทั้งแขน
พลันสีหน้าของเยี่ยฉวนกลายเป็นเคร่งขรึม!
ทันใดนั้นเขาทะยานกลับมาหยุดที่หน้าประตูอีกครั้ง และยกมือเคาะประตูอีกรอบ…
ตูม!
เยี่ยฉวนกระเด้งกระดอนไปอีกหน……
เหตุการณ์เกิดขึ้นวนเวียนไปเช่นนี้กระทั่งครึ่งชั่วยามผ่านไป บานประตูจึงเปิดผัวะ!
ชายชราสวมเสื้อผ้าเก่าโทรมเดินออกมา ทันทีที่เขาโผล่หน้ามาเห็น พลันยกนิ้วชี้หน้าชายหนุ่มพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เป็นบ้าไปแล้วหรือไง? บ้าหรือไงวะ? อยากตายใช่ไหมหา? ไอ้…”
เสียงตวาดอย่างเดือดดาลหยุดกึกในทันที
ด้วยพบว่าไม่ห่างมากนัก เยี่ยฉวนหันหลังขวับและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
เรียกว่าคนที่เพิ่งโผล่ออกมา มองดูไม่ทันเลยทีเดียว!
ชายชรานิ่งงันอย่างตกตะลึง
หลังจากอึ้งไปราวอึดใจ ชายชราส่งเสียงสวดเอ็ดอึง “อะไรของมันวะ…”
ก่อนจะหันหลังกลับและหายเข้าไปในตัวบ้าน
วันที่สองเยี่ยฉวนมายืนอยู่ที่หน้าประตูหอตีเหล็กและเคาะประตูอีก…
ครึ่งชั่วยามให้หลังบานประตูหอตีเหล็กเปิดออกทันที และร่างของคนกระเด็นหวือออกไป ในที่ห่างไกลมีชายหนุ่มหันหลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ชายชราคนที่พุ่งออกมาจากช่องประตูด้วยสีหน้าท่าทางโกรธจัด
ในวันที่สามเมื่อชายหนุ่มเพิ่งเคาะประตูเท่านั้น พลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่พลันประตูระเบิดออกฉับพลัน ส่วนคนนั้นไม่ต้องสงสัยหันหลังเผ่นแผล็วหายไปอย่างรวดเร็ว
หากครั้งนี้ชายชราเลือกที่จะไล่ตามเขาไป
เมื่อชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าชายชราไล่ตามมาเยี่ยฉวนจึงเพิ่มความเร็วให้มากขึ้น นอกจากนั้นเขาอำพรางกายาด้วยพลังชี่โกลาหล จึงทำให้ชายชราที่ไล่หลังมาต้องคลาดกัน!
ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งนอกเมือง ชายชราหันไปมองรอบบริเวณสายตาเย็นเยียบ ด้วยในขณะนั้นไม่ปรากฏลมหายใจของเยี่ยฉวนเลยแม้แต่น้อย
หลังจากยืนอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงหันกลับ
ในวันที่สี่เยี่ยฉวนกลับมาที่หอตีเหล็กอีกครั้ง..
เขาวนเวียนไปกลับเช่นนี้จวบจนล่วงเข้าวันที่เจ็ด



