Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 688

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 688 ข้าจะนำพาคนผู้นั้นไปสู่จุดจบ!

C

สัมผัสทั่วทั้งร่างของนาง……

เยี่ยฉวนตะลึงงันอยู่อย่างนั้นไปเป็นเวลานาน ท้ายที่สุดเขาก็มองอย่างวาดหวังไปที่เยี่ยนเจี๋ยและเอ่ยออกมา “ท่านผู้อาวุโส ท่านสามารถทำสิ่งนี้แทนข้าได้ใช่หรือไม่?”

เยี่ยนเจี๋ยชำเลืองมองคนถามก่อนจะเอ่ย “ย่อมได้ ทว่าพลังชี่โกลาหลของเจ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะไม่หนักใจหากต้องมอบมันมาให้ข้าหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มน้อยๆ ก่อนจะโบกมือขวาของตน พลังชี่โกลาหลปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเยี่ยนเจี๋ย จากนั้นเขาก็หันหลังและหลบไปด้านข้าง

คนสตรีจับจ้องไปที่เยี่ยฉวนและไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก นางเริ่มควบคุมพลังชี่โกลาหลเพื่อหล่อเลี้ยงกายเนื้อของเยว่ฉี

เยี่ยฉวนเฝ้ารออย่างเงียบๆ ด้านข้าง……

เมื่อได้มองเยว่ฉีอยู่ๆ ห่างๆ เขาก็คิดถึงถึงโลกชิงฉางและสำนักชางเจี้ยน……

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวสองวันต่อมาเย่วฉีก็ลืมตาขึ้น เยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลจากนางนักพลันรีบรุดเดินเข้าไปหานาง

แววตาของเยว่ฉีดูว่างเปล่า เขารีบเอ่ยทักทันที “อาจารย์เยว่?”

เยว่ฉีจ้องมองไปที่อีกฝ่าย “เจ้าเป็นใคร?”

ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเยี่ยฉวนเกิดเศร้าหมอง เขาหันไปทางเยี่ยนเจี๋ย คนถูกมองจึงกล่าว “ร่างกายและวิญญาณของนางเพิ่งประสานกัน และความทรงจำของนางยังไม่ฟื้นฟู ให้เวลานางสักหน่อย”

เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ มองไปที่เยว่ฉีและกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ท่านจำข้าไม่ได้หรือ?”

ยามที่จ้องมองไปที่เยี่ยฉวน เยว่ฉีก็ขมวดคิ้วน้อยๆ “เหมือนข้าจะจำเจ้าได้……”

เยี่ยฉวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร ตามที่ท่านสบายใจเถิด”

ขณะเดียวกันนั้น เยว่ฉีก็มองไปตามร่างของนาง เมื่อนางพบว่าตัวเองกำลังเปลือยกาย คิ้วก็พลันขมวดแน่นขึ้น จากนั้นก็จ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มหนึ่งเดียวตรงนี้ “เจ้าเป็นคนถอดเสื้อผ้าข้าหรือ?”

เยี่ยฉวนรีบโบกมือพัลวัน “ไม่ใช่นะขอรับ เป็นผู้อาวุโสข้างๆ ข้าที่ถอด แล้วนางยังเป็นคนช่วยชีวิตท่านด้วย!”

เยว่ฉีจ้องมองไปที่เยี่ยนเจี๋ยที่อยู่ไม่ไกลนักก่อนจะยืนขึ้น เมื่อเห็นนางลุกขึ้น เยี่ยฉวนก็หันหลังไปอย่างว่องไว ก่อนจะกล่าว “อาจารย์เยว่ขอรับ ท่านควรหาเสื้อผ้าใส่เสียก่อน!”

เยว่ฉีจ้องมองไปที่ชายคนพูด “เจ้าเห็นทุกสิ่งแล้วไม่ใช่หรือไง?”

เยี่ยฉวน “……”

จากนั้นเยว่ฉีก็คำนับเยี่ยนเจี๋ย “ข้าขอขอบคุณท่าน”

เยี่ยนเจี๋ยเอ่ย “เจ้าพอจะจำบางสิ่งได้บ้างใช่หรือไม่?”

เยว่ฉีพยักหน้า

เยี่ยนเจี๋ยผงกศีรษะ “ตอนนี้กายเนื้อและวิญญาณของเจ้าเพิ่งจะผสานกัน ซึ่งพละกำลังของเจ้าจะยังไม่ฟื้นฟูในเวลานี้ หลังจากที่มันประสานกันเรียบร้อยดีแล้ว เจ้าถึงลองฟื้นฟูพลังของเจ้าได้ เข้าใจหรือไม่?”

เยว่ฉีพยักหน้าก่อนจะหันไปมองเยี่ยฉวน “ไปหาอะไรมาให้ข้าใส่!”

เยี่ยฉวนเร่งรีบถอดเสื้อคลุมและเอาไปคลุมไหล่ของเยว่ฉีไว้ เขาลังเลใจก่อนจะกล่าวออกมา “ท่านลืมข้าจริงๆ หรือ?”

เยว่ฉีเพียงแต่จ้องคนถามและไม่เอ่ยสิ่งใด

รอยยิ้มของเยี่ยฉวนดูจะบิดเบี้ยว “อย่างไรมันก็ไม่สำคัญหรอกขอรับ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร”

จากนั้นเขาก็มองไปที่เยี่ยนเจี๋ยที่อยู่ไม่ไกล “ท่านผู้อาวุโส ข้าต้องการให้นางอยู่ที่นี่ไปก่อน”

ตอนนี้เยว่ฉีไม่มีพลังใดๆ เลย ซึ่งนั่นอาจเกิดอันตรายกับนางได้หากติดตามเขากลับไป

เยี่ยนเจี๋ยเอ่ยตอบ “มันขึ้นอยู่กับนาง”

เยี่ยฉวนจึงหันไปมองเยว่ฉี “ข้างนอกนั้นอันตราย ท่านควรอยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วก็ใช้เวลาฟื้นฟูพลังของท่านได้หรือไม่ขอรับ?”

หลังจากที่เงียบงันไปพักหนึ่ง เยว่ฉีเอ่ยขึ้น “สำนักชางเจี้ยนเป็นอย่างไรบ้าง?”

เยี่ยวฉวนตอบเสียงแผ่ว “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนถูกทำลาย……ท่านอาจารย์เจี้ยนซ่วน ท่านเจ้าสำนัก และอาจารย์จ้านเถี่ย……ล้วนล่วงลับไปทั้งสิ้น”

เยว่ฉีนิ่งเงียบไป

ชายหนุ่มกล่าวอย่างนุ่มนวล “แต่อาจารย์ฉางเสวี้ยนและอาจารย์กู่ยังมีชีวิตอยู่ ในภายภาคหน้าสำนักชางเจี้ยนจะกล้าแกร่งยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้น”

เยว่ฉีส่ายศีรษะน้อยๆ จากนั้นก็เอ่ยออกมาเบาๆ “กลับไป!”

เยี่ยฉวนเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันหลังและจากไป ยามที่เขาไปถึงประตูของหอ เขาพลันหยุดก้าวเดิน “ท่านจะกล่าวโทษข้าหรือไม่?”

ทว่าเยว่ฉีไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

เยี่ยฉวนเฝ้ารออยู่ชั่วขณะทว่าไม่ได้รับการตอบรับจากนาง เขาจึงออกไปจากหอ

ภายในหอนั้นเอง

เยี่ยนเจี๋ยพลันเอ่ยขึ้นมา “เขาใส่ใจเจ้าเป็นอย่างมาก”

เยว่ฉีตอบรับอย่างแผ่วเบา “ข้าไม่ได้จะกล่าวโทษเขา”

เยี่ยนเจี๋ยถาม “แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่บอกเขาตรงๆ เล่า?”

เยว่ฉี่กล่าว “เมื่อครู่ข้ากำลังตกอยู่ในภวังค์คำนึงถึงบางสิ่ง”

เยี่ยนเจี๋ย “……”

เมื่อเยี่ยฉวนออกมาจากใต้ดิน หัวหน้าผู้อาวุโสก็มาหาเขา “มีเรื่องเกิดขึ้นกับตาเฒ่าในโรงหล่อ”

อวิ๋นเซิงน่ะหรือ?

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสเอ่ยเสียงต่ำ “มีการต่อสู้ในเมืองเต๋าอี้ก่อนหน้านี้ โรงหล่อถูกทำลาย……”

ระหว่างที่เขาพูดไปเขาก็จ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “นี่คงจะเป็นเรื่องภายในของตระกูลอวิ๋น เจ้าจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามใช่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนชะงักงันไป “แน่นอนว่าไม่!”

หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าวเบาๆ “ทรัพย์สมบัติที่เจ้ามีเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายปรารถนา อย่าได้นำตนไปสู่เรื่องวุ่นวายอีกเลย”

เยี่ยฉวยพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!”

หัวหน้าผู้อาวุโสพยักหน้า “เจ้ารู้จักตระกูลตู๋กูหรือไม่?”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “ไม่เคยได้ยินเลยขอรับ”

หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนและไม่กล่าวอันใด

เยี่ยฉวนฝืนยิ้ม “ข้าไม่เคยได้ยินจริงๆ”

หัวหน้าผู้อาวุโสลังเลใจ จากนั้นจึงกล่าวออกมา “เป็นตระกูลใหญ่โตที่มาจากดินแดนสวรรค์..อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ท่านอาจารย์ใหญ่จะกลับมา อย่าได้ออกไปจากสถานศึกษาเท่าที่จะเป็นไปได้”

เยี่ยฉวนกดเสียงต่ำ “มีใครมาตามหาหรือ?”

หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องเขาเขม็งและกล่าว “จะเป็นการดีหากเจ้าทำตัวสงบเสงี่ยมเท่าที่เจ้าจะสามารถทำได้!”

พร้อมกันนั้นเขาก็หันกลับและจากไป

เยี่ยฉวนที่อยู่ตรงนั้นนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นจึงหันหลังจากไป

ไม่นานต่อมา เยี่ยฉวนก็มายังเมืองเต๋าอี้ เมื่อเขามาเยือนโรงหล่ออีกครั้ง มันก็หายไปเสียแล้ว

เกิดอะไรขึ้น!

ใบหน้าของเยี่ยฉวนทะมึนทึม เขาทอดมองไปรอบๆ ในตอนนั้นเองร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา นั่นคืออวิ๋นเซิง!

เมื่อเยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง อวิ๋นเซิงก็คว้าเขาและหายไปจากตรงนั้น

ด้านนอกเมืองเต๋าอี้ อวิ๋นเซิงพาเยี่ยฉวนมายังส่วนลึกของภูเขา ใต้น้ำตกนั้น อวิ๋นเซิงนั่งลงบนพื้นดินไปทันทีหลังจากมาถึงที่หมาย

สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป เหตุเพราะเขาพบว่าฝ่ายอวิ๋นเซิงบาดเจ็บสาหัส

เยี่ยฉวนเอ่ยเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส?”

อวิ๋นเซิงจ้องมองเยี่ยฉวน “เจ้าอยากเรียนการหล่อหรือ?”

เยี่ยฉวนลังเลใจและกล่าว “ไม่มากก็น้อย”

อวิ๋นเซิงพลันกล่าวด้วยความเดือดดาล “นั่นหมายความว่ายังไง?”

เยี่ยฉวนเร่งรีบตอบกลับ “ข้าหมายความว่า ข้าจะสร้างทรัพย์ได้มากจากการหล่อหรือไม่?”

อวิ๋นเซิงเอ่ยด้วยความโมโห “นี่มันไร้สาระยิ่งนัก ในดินแดนสวรรค์ ช่างหล่อนั้นเป็นวิชาชีพอันทรงเกียรติและเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุด เจ้าจะบอกข้าเช่นนั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนรีบกล่าว “ใช่แล้วขอรับ ข้าต้องการจะเป็นช่างหล่อ!”

อวิ๋นเซิงถอนหายใจเสียงต่ำ แววตาที่จ้องมองไปยังเยี่ยฉวนนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา

เยี่ยฉวนพลันเอ่ย “โปรดรักษาแผลของท่านก่อนเถิดขอรับ ท่านผู้อาวุโส!”

อวิ๋นเซิงส่ายศีรษะ “ข้าไม่เหลือเวลามากนัก!”

ยามที่เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง อวิ๋นเซิงพลันจ้องเขม็งมาที่เขา จากนั้นก็เอาตราประทับอันเท่ากำปั้นออกมาและยื่นมันมาที่ด้านหน้าของเขา “วิชาการหล่อของตระกูลอวิ๋นของพวกข้าและสมบัติขั้นสุดยอดของตระกูลอวิ๋นอยู่ในตราประทับนี่ ตอนนี้ข้าขอมอบให้เจ้า”

เยี่ยฉวนถามเสียงเครียด “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

อวิ๋นเซิงส่ายศีรษะ “หลายปีที่ผ่านมา ข้าเสาะหาผู้สืบทอดมาโดยตลอด ข้าหวังเพียงว่าสิ่งที่ข้าร่ำเรียนมาชั่วชีวิตนี้จะได้รับการสืบทอดโดยใครสักคน เคราะห์ร้ายข้าไม่อาจค้นพบคนผู้นั้น”

เมื่อพูดถึงสิ่งนี้เขาก็จ้องมองไปที่เยี่ยฉวนและกล่าว “ข้าไม่เคยคาดคิดว่าสิ่งที่ข้าร่ำเรียนมาทั้งหมดในชีวิตของข้าจะสืบทอดไปให้เจ้าได้!”

เยี่ยฉวนยิ้มแหย “ท่านผู้อาวุโส ท่านคงจะไม่พอใจในตัวข้าสินะขอรับ”

อวิ๋นเซิงกล่าวเสียงทุ้ม “เจ้าไม่คู่ควรกับการหล่อถึงเช่นนั้น ทว่าหากเจ้าชอบการหล่ออย่างแท้จริงและหมั่นเรียนรู้ เจ้าจะประสบความสำเร็จในการหล่อพอสมควรในภายภาคหน้า”

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ล้ำลึก “ท่านผู้อาวุโส โปรดวางเรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถิด ท่านควรจะรักษาบาดแผลของท่านเสียก่อน ข้า……”

ในตอนนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งพลันปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าพวกเขาไม่ไกลนัก เยี่ยฉวนรู้จักชายชราผู้นี้ เขาคืออวิ๋นเสี่ยวที่เคยจากไปก่อนหน้านี้และยังมีชายชราอีกสองคนด้านหลังของฝ่ายนั้น

อวิ๋นเสี่ยวมองไปที่อวิ๋นเซิงอย่างเฉยเมยแล้วเย้ยหยัน “ข้ารู้ว่าเจ้าจะปรากฏกายที่โรงหล่อ……”

จากนั้นก็หันมามองเยี่ยฉวนอย่างเย็นชา “พวกเราได้พบกันอีกหนแล้ว!”

เยี่ยฉวนจ้องมองไปที่อวิ๋นเซิง ซึ่งอวิ๋นเซิงนั้นกล่าวเสียงต่ำ “ข้าจะสกัดพวกเขาเอาไว้ เจ้ากลับไปที่สถานศึกษาเต๋าอี้เสีย!”

“สกัดพวกเขาหรือ?”

ห่างออกไปนั้นอวิ๋นเสี่ยวยิ้มเยาะ “อวิ๋นเซิง เจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้หรือ?”

อวิ๋นเซิงไม่สนใจอวิ๋นเสี่ยว จ้องมองไปที่เยี่ยฉวนและกล่าวด้วยความกราดเกรี้ยว “ไยเจ้าจึงยังไม่ไป?”

เยี่ยฉวนลังเลใจแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโส แท้จริงแล้วข้านั้นต่อสู้เก่งกาจยิ่งนัก!”

“หยุดไร้สาระเสียที!”

อวิ๋นเซิงกล่าวด้วยความเดือดดาล “เจ้าสามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นพลังจุดกำเนิดถึงสามคนได้หรือ?”

เยี่ยฉวนครุ่นคิด “ข้าอาจลองก่อนได้!”

อวิ๋นเซิง “……”

เยี่ยฉวนหันไปหาอวิ๋นเสี่ยวและคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกล “ทุกท่านช่วยมอบโอกาสให้ข้าได้เอาชนะพวกท่านได้หรือไม่?”

อวิ๋นเสี่ยวยิ้มเยาะ “มอบโอกาสให้เจ้าหรือ? เจ้า……”

ในตอนนั้นเอง เยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลจากอวิ๋นเสี่ยวพลันหายตัวไปจากที่นั่น เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏกายอีกครั้ง เขาก็อยู่เบื้องหน้าอวิ๋นเสี่ยวแล้ว

ใบหน้าของอวิ๋นเสี่ยวเปลี่ยนสีไป ทว่าเขาไหวตัวอย่างฉับไว ลมปราณอันกล้าแกร่งพุ่งออกมาจากร่างของเขา

บัดนั้นเยี่ยฉวนพลันฟาดฟันกระบี่ลงไป

หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

เปรี้ยง!

เมื่อกระบี่ฟันลงไป อวิ๋นเสี่ยวกระเด็นไปเกือบร้อยจั้ง

เมื่อเห็นภาพนี้อวิ๋นเซิงที่กำลังจะเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลก็ถึงกับตะลึงงันไป

ไกลออกไปนั้น อวิ๋นเสี่ยวก็อึ้งทึ่งอยู่เช่นกัน เยี่ยฉวนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ระหว่างที่เขาจับกระบี่อยู่ เยี่ยฉวนก็เดินเข้าไปหาคนทั้งสาม “จงเข้ามาพร้อมกัน! ตัวต่อตัวเช่นนี้ข้าคงเอาชนะพวกท่านได้ง่ายเกินไป!”

ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นเสี่ยวก็ฉุนเฉียว “เจ้ากล้าดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน!”

หลังจากนั้นคนพูดพลันหายตัวไป ชั่วอึดใจต่อมาพลังอำนาจอันแข็งแกร่งก็พุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวน

เยี่ยฉวนหยุดเคลื่อนไหวโดยพลัน ทันใดนั้นกระบี่บินก็เคลื่อนผ่านเขาไปอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา

ฟึบ!

ราวกับบางสิ่งฉีกขาด!

ในชั่วอึดใจ ทุกสรรพสิ่งพลันเงียบสงัด

เมื่ออวิ๋นเสี่ยวที่อยู่ห่างจากเยี่ยฉวนราวสามจั้งเขาก็หยุดลง ทว่ากระบี่สีแดงฉานนั้นก็ได้ฟาดฟันลงที่แสกหน้าของเขาเป็นที่เรียบร้อย!

กระบี่อันชาง!

เยี่ยฉวนตื่นตระหนกไม่น้อย เหตุเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้กระบี่อันชาง ทว่าเขาไม่คาดคิดว่าความเร็วของมันจะว่องไวเสียจนยอดฝีมือในขั้นจุดกำเนิดจะตอบโต้ไม่ทัน!

นี่มันเร็วเกินไปแล้ว!

ไม่ไกลออกไปอวิ๋นเซิงดูหวาดหวั่น พลังของเยี่ยฉวนนั้นเหนือกว่าที่เขาคาดไว้ และราวกับนึกถึงบางสิ่งได้ เขาจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน แล้วความรู้สึกที่ฉายอยู่ในแววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนไป

เบื้องหน้าเยี่ยฉวน อวิ๋นเสี่ยวจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ตอนนี้อวิ๋นเสี่ยวตื่นตระหนก เหตุเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเขาในการได้เห็นความแข็งแกร่งของเยี่ยฉวนเช่นนี้ และแม้แต่เขาเองก็รู้สึกไร้ทางสู้เมื่ออยู่ต่อหน้าเยี่ยฉวน!

อัจฉริยะผู้มากด้วยพรสวรรค์!

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “หากข้าปล่อยท่านไป ท่านจะมายุ่งวุ่นวายกับข้าอีกหรือไม่?”

อวิ๋นเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย “เยี่ยฉวน นี่เป็นเรื่องของตระกูลอวิ๋น หากเจ้าเข้ามาแทรกแซง ตระกูลอวิ๋นของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปเป็นแน่!”

เยี่ยฉวนฉีกยิ้ม “ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างศัตรู ทว่า… หากมีผู้ใดริอ่านจะเป็นศัตรูกับข้า ข้าจะนำพาคนผู้นั้นไปสู่จุดจบ!!”

พูดเสร็จคนก็ลงกระบี่

ฟึบ!

ศีรษะของอวิ๋นเสี่ยวหลุดกระเด็นไปทันที!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!