บทที่ 706 น้องข้าอยู่ที่ไหน? (ต้น)
บนกำแพงเมือง ชายชรามู่ชิงหมิงจับตามองขณะนิ่งงัน
เขารู้สึกพอใจที่ได้ฝึกฝนให้เยี่ยหลิงในฐานะว่าที่อาจารย์ใหญ่คนต่อไปของสถานศึกษาเต๋าอี้
ส่วนตัวเขาเองมีความเอ็นดูต่อเด็กหญิงผู้นี้เป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน
ถึงกระนั้นตนก็ไม่มีทางเลือก!
สถานศึกษาเต๋าอี้อยู่ในสถานะที่เป็นรองตระกูลตู๋กูอย่างแท้จริง
นอกจากนั้นสถานศึกษาเต๋าอี้มิได้มีเยี่ยหลิงเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ในฐานะอาจารย์ใหญ่เขาควรคำนึงถึงศิษย์อื่นด้วย
เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่สามารถออกปะทะเพื่อช่วยเหลือเยี่ยหลิงได้!
ด้วยทันทีที่เขาจู่โจม จะทำให้สถานศึกษาเต๋าอี้ต้องประสบหายนะตราบชั่วนิจนิรันดร์!
ดังนั้นเยี่ยหลิงจึงถูกยอดฝีมือของตระกูลตู๋กูนำตัวไปเช่นนั้น
ด้านล่าง หัวหน้าผู้อาวุโสขยับทำท่าเอ่ยปากจากนั้นจึงลังเลครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเขาไม่ได้กล่าวว่าอะไร
เมื่อคิดอย่างคนที่อยู่ในตำแหน่งของมู่ชิงหมิง หากเป็นตนเองก็ไม่อาจจู่โจม
แม้ว่าการตัดสินใจจะส่งผลให้สถานศึกษาเต๋าอี้ต้องได้รับความอับอายก็ตาม
พวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะหนทางอื่นที่ว่ามีคนที่แข็งแกร่งกว่ารออยู่!
ความแข็งแกร่งของตนเป็นรองตระกูลตู๋กู เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงช่วยไม่ได้!
ด้านนอกเมือง ตู๋กูอวี้จ้องแน่วไปที่มู่ชิงหมิงและคนอื่นด้วยแววตาเย็นชาสีหน้าเฉยเมย “อาจารย์ใหญ่มู่ เรื่องเยี่ยฉวนนั่น……”
ในเวลานั้นเสียงแห่งกระบี่ดังสะท้อนไปทั่วแผ่นฟ้า
ทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นพากันหันไปทางที่มาของเสียงและพากันมองไปที่ขอบฟ้า แสงแห่งกระบี่พุ่งตรงมาทางนี้ ทันใดนั้นแสงที่ว่าพลันทะยานลงสู่พื้นบริเวณหน้าประตูเมืองเต๋าอี้
แสงกระบี่เลือนหาย เยี่ยฉวนปรากฏกายขึ้นต่อหน้า
ชายหนุ่มแหงนมองขึ้นไปเห็นมู่ชิงหมิงซึ่งยืนถัดจากหัวหน้าผู้อาวุโส “ท่านคืออาจารย์ใหญ่งั้นหรือขอรับ?”
มู่ชิงหมิงหันมามองคนพูดเต็มตา พลางกวาดตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ
เยี่ยฉวนได้รับคำตอบเช่นนั้นเขามีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นฉับพลัน “อาจารย์ใหญ่ น้องข้าอยู่ที่ไหนขอรับ?”
น้องสาว!
นับตั้งแต่แยกจากกันที่โลกชิงฉาง นานมากทีเดียวที่เขาและเยี่ยหลิงไม่ได้พบหน้าค่าตากันอีกเลย ตอนนี้เขาคิดถึงน้องเหลือเกิน!
เมื่อได้ยินว่าเยี่ยฉวนถามดังนั้น มู่ชิงหมิงได้แต่นิ่งอึ้ง
ปฏิกิริยาที่เห็นทำให้ชายหนุ่มถึงกับนิ่วหน้าและกระวนกระวายใจด้วยมีลางสังหรณ์บางอย่าง “อาจารย์ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกับนางงั้นหรือขอรับ?”
คนที่ยืนถัดจากมู่ชิงหมิง หัวหน้าผู้อาวุโสถอนใจเฮือกก่อนตอบเสียงแห้ง “เยี่ยหลิงถูกพวกตระกูลตู๋กูจับไปเสียแล้ว!”
ถูกจับไป!
ที่ด้านล่างเยี่ยฉวนยืนตะลึงงัน จนครู่ใหญ่มีเสียงคำรามอย่างโกรธจัด “พวกท่านปล่อยให้นางถูกจับไปได้อย่างไร!”
ใครบางคนตอบมาจากบนกำแพง ชายชราคนของสถานศึกษาเต๋าอี้กล่าวเยือกเย็น “ถ้าเราไม่ยอม เจ้าอยากให้เราต้องตายไปพร้อมกับนางหรือไง? ข้า…”
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนทะยานขึ้นจากพื้นดิน พลันต่อมาร่างของชายชราผู้พูดกระเด็นออกจากที่เดิมไปจนไกลลิบ
ตอนนั้นชายชรายังถอยกรูดออกไปหลายร้อยจั้ง!
และเมื่อชายชราชะงักหยุดอยู่กับที่ ร่างกายของเขาพลันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไปในทันที!
จากนั้นยอดฝีมือทางด้านสถานศึกษาเต๋าอี้คนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหน้าซีดเผือดลง
มู่ชิงหมิงเขม้นมองเยี่ยฉวนลงมาจากบนกำแพงสีหน้าบ่งบอกว่าตกตะลึงเช่นกัน เขาแทบจะไม่รู้จักชายหนุ่มคนนี้ เท่าที่รู้เยี่ยฉวนคนนี้เป็นอัจฉริยะยอดฝีมือ ทว่าไม่คิดว่าสมรรถนะการต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งเพียงนี้!
ชายหนุ่มใบหน้าถมึงทึงดุดันและเกือบกรรโชกใส่คนตรงหน้า “สถานศึกษาเต๋าอี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยสาเหตุจากนางข้าพอจะเข้าใจได้ ทว่าเหตุใดจึงส่งนางให้ตระกูลตู๋กู? เพราะอะไร? ถ้าพวกท่านไม่สามารถปกป้องนางได้ ท่านน่าจะบอกข้าก่อน! ข้าจะดูแลปกป้องนางเอง!”
มู่ชิงหมิงตอบไม่เต็มเสียงนัก “นี่เป็นเรื่องใหญ่และข้าก็…”
คนที่ยืนตัวตรงห่างออกไป เยี่ยฉวนแค่นหัวเราะกับตนเอง “ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรวางใจให้คนอื่นช่วยดูแลน้องของตัวเอง ข้าน่าจะพานางไปด้วยกัน…”
พลันคนหยุดพูดขณะเบนหน้าไปมองตู๋กูอวี้ ซึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่เยี่ยฉวน “เจ้าจะยอมไปกับข้าแต่โดยดีหรือจะให้ข้าตัดหัวของเจ้ากลับไป?”
ชายหนุ่มสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ข้าสาบานต่อเทพด้วยดวงวิญญาณของตัวเอง ชั่วชีวิตของข้าจะทำลายตระกูลตู๋กูให้พินาศให้จงได้!”
หลังจากนั้นคนได้วับหายไปจากตำแหน่งเดิม!
ฉัวะ!
สิ่งที่เกิดเป็นเสียงวัตถุฉีกขาดดังแหวกอากาศ!
เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นอีกครา ชายหนุ่มแสดงตนยืนประจันอยู่ต่อหน้าตู๋กูอวี้แล้ว ขณะนั้นแสงกระบี่พุ่งวาบเข้าใส่ร่างชายชราอย่างรวดเร็ว
ออกกระบี่ชี้ชะตา!
ภายหลังจากชโลมด้วยโลหิตมังกร กายของเขาก็ร้อนระอุไปทั้งตัว ส่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อพลังออกกระบี่ชี้ชะตาด้วย
ฉะนั้นเมื่อกระบี่ของเยี่ยฉวนตวัดฟาดตรงลงไปนั้น พลันชั้นอากาศรอบตัวของตู๋กูอวี้พลันปริแตกร้าวรานเป็นตาข่ายโดยฉับพลัน
ฝ่ายคนที่รองรับการจู่โจม สีหน้าของชายชรานามตู๋กูอวี้แปรเปลี่ยนสิ้นเชิง ที่แน่ชัดยิ่งกว่านั้นแววตาบ่งบอกความตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่น เขาไม่คาดฝันว่าพลังจู่โจมของเยี่ยฉวนจะน่าประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้!
ไม่เพียงตู๋กูอวี้คนเดียวที่คิดเห็นเช่นนั้น ทว่าทุกคนที่ประสบพบเจอต่างก็คิดเหมือนกัน!
พลังฟาดสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน
คนที่อยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน ตู๋กูอวี้พลันประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน จึงบังเกิดพลังแสงสีทองพุ่งวาบออกจากฝ่ามือสองข้าง ขณะเดียวกันพลังผลักของชายหนุ่มถูกกดให้จมดิ่งลงทันที
ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบ
ตูม!
ท่ามกลางสายตาที่เฝ้ามอง พลังงานสีทองแตกกระจัดกระจายไปทันทีชั่วพริบตาและปรากฏเงาหนึ่งทะยานออกไป!
เงาทะมึนที่แท้เป็นตู๋กูอวี้!
ในขณะที่ตู๋กูอวี้กระเด็นออกไปนั้นพร้อมกันกับกายเนื้อเริ่มปริแยกออกทีละน้อย เมื่อร่างชะงักหยุดนิ่งกับที่จึงพบว่าบัดนี้เขาเหลือเพียงร่างวิญญาณเท่านั้น!
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคู่ หลายคนต่างอึ้งพูดอะไรไม่ออก!
ด้วยในขั้นพลังจุดกำเนิดตู๋กูอวี้จัดว่าเป็นยอดฝีมืออันดับต้น
ถึงกระนั้นพลังฟาดหนึ่งกระบี่ของเยี่ยฉวนได้ทำลายกายเนื้อของเขาเสียแล้วงั้นหรือ?
ตู๋กูอวี้เองถึงกับตกตะลึงไปเช่นกัน!
พลังฟาดหนึ่งกระบี่!
ชายชราไม่คิดเลยว่าตนจะไม่สามารถต้านทานแม้พลังฟาดหนึ่งกระบี่ของชายหนุ่มตรงหน้า!
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนหายวับไปจากตำแหน่งเดิมอย่างฉับพลัน คนซึ่งเหลือเพียงร่างวิญญาณพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง ก่อนขยับถอยหลังอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า
ด้วยความที่เยี่ยฉวนว่องไวกว่าจึงออกปรากฏกายที่เบื้องหน้าตู๋กูอวี้อีกครา ในขณะเดียวกันนั้นเองบังเกิดเงาวูบเข้ามา ชายหนุ่มทะยานวาบย้อนกลับคืนที่เดิมทันที
ชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขวางด้านหน้าตู๋กูอวี้!
ขั้นพลังสูงสุด!
คนซึ่งโผล่เข้ามาอย่างกระทันหันเอ่ยกับเยี่ยฉวน “พลังเทพเซียนกระบี่ อีกทั้งสมรรถนะการต่อสู่ยอดเยี่ยมกว่าเทพเซียนกระบี่ทั่วไปที่เคยพบเจอ……”
ไม่ไกลนักตู๋กูอวี้ออกคำสั่งอย่างแค้นเคือง “ฆ่ามัน! ฆ่ามันเลย!”
ในตอนนั้นความคิดของเขาที่เคยมีกับเยี่ยฉวนได้เทน้ำหนักไปในทางหวาดกลัวเสียแล้ว
ความกลัวลึกล้ำ!
เยี่ยฉวนเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งยวด แม้แต่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลตู๋กูก็ไม่อาจปล่อยให้คนเช่นนี้พัฒนาต่อไปในภายหน้า!



