Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 712

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 712 ไม่มีวันถอยหลังอย่างเด็ดขาด! (ต้น)

C

ในเวลาต่อมาคนที่ถูกมัดไว้กับเสาคงจะรู้สึกอะไรบางอย่าง นางจึงเผยอเปลือกตาหรี่ปรือและเหลือบมองมายังตำแหน่งที่เขากำลังยืนอยู่พอดี ทันทีที่เห็นเยี่ยฉวน นางก็มีท่าทีตกตะลึงไปทันที

จากนั้นสตรีแปลกหน้ามีน้ำตาเอ่อคลอและไหลรินรดลงสองข้างแก้ม

คนตรงข้ามสตรี เยี่ยฉวนยืนนิ่งไม่ไหวติง

ผ่านไปครู่หนึ่งราวหนึ่งถ้วยชาเห็นจะได้ฝ่ายคนที่ถูกตรึงกับเสาเอ่ยเสียงแผ่วผ่านริมฝีปาก “มาหาแม่สิ”

ชายหนุ่มยังคงเงียบไปชั่วขณะและต่อจากนั้นจึงค่อยก้าวเท้าเดินไปหาสตรี

นางทอดสายตามองคนตรงหน้า แววตาค่อยแปรเปลี่ยนมัวหม่นอย่างเห็นได้ชัด สักพักใหญ่จึงมีเสียงแหบแห้งถามเบาๆ “เจ้าเกลียดแม่สินะ?”

เยี่ยฉวนสั่นหน้า

เมื่อเห็นเช่นนั้น กลายเป็นว่าน้ำตาของสตรีจะรินไหลหนักขึ้นกว่าเดิม

ถ้าเขาเกลียดนาง อย่างน้อยก็แสดงว่าเขายังมีความรู้สึก

อย่างไรก็ตามถ้าเขาไม่เกลียดชังนาง……

เจ็บปวด!

ในหัวอกของนางตอนนี้เจ็บปวดสุดจะพรรณนาประดุจมีหนามแหลมทิ่มแทง ความเจ็บปวดรวดร้าวสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าการที่ต้องทนทุกข์ทรมานในแดนแห่งไฟชำระนี้มากนัก

ขณะนั้นเสียงเยี่ยฉวนพูดว่า “หยุดร้องไห้เถอะ”

สตรีเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามก่อนจะสั่นศีรษะช้าๆ “แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกและหลิงน้อยไป แม่ขอโทษ……”

เยี่ยฉวนตัดบททันที “ก่อนนั้นข้าเคยนึกโกรธท่าน!”

สตรีมองตรงมาราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป

เยี่ยฉวนพึมพำเสียงแผ่ว “ตอนที่ท่านทิ้งเราไป น้องข้าเพิ่งจะมีอายุไม่กี่ขวบและข้าก็เป็นเด็กอายุแค่ 12……ตอนนั้นน้องข้าอดอยากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรข้ารู้สึกเกลียดท่านเหลือเกิน ข้าเกลียดท่านที่ทอดทิ้งพวกเรา ถ้าท่านไม่ทิ้งพวกเราไปน้องข้าคงไม่ต้องตกระกำลำบากแบบนี้”

เมื่อพูดถึงตอนนี้ เขาหยุดนิดหนึ่งพลางส่ายหน้าน้อยๆ “ทว่าต่อมาข้าลองคิดดูใหม่ จึงเข้าใจว่าการที่ท่านทอดทิ้งเราไม่ใช่เพราะไม่มีสาเหตุ ถึงอย่างไรข้าทำใจให้อภัยท่านไม่ได้ที่ทำให้น้องข้าต้องทุกข์ทรมาน……”

ดวงตาหม่นเศร้าของสตรียังคงมีน้ำตาเอ่อล้นอยู่ไม่ขาดสาย “แม่ขอโทษลูก……”

พลันเยี่ยฉวนเอ่ยขึ้นว่า “ทว่าถึงตอนนี้พอได้มาพบท่านเข้าจริงๆ ความโกรธเกลียดได้หายไปหมด ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม!”

คนตรงข้ามดูเหมือนนางฉุกใจคิดขึ้นได้บางอย่าง จึงรีบถามทันที “เจ้ามาที่นี่ทำไม?”

ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หันไปมองทั่วบริเวณพลางบอกว่า “น้องข้าไม่ได้อยู่ที่นี่งั้นหรือ?”

“น้อง?”

สตรีนิ่งงันสีหน้าตื่นตระหนก ขณะต่อมาสีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยน “พวกมันจับหลิงน้อยมาอย่างนั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าแทนคำตอบ

เมื่อได้รับคำตอบ แววตาของสตรีฉาบประกายเย็นเยียบทันที

ชายหนุ่มบอกกันคนตรงหน้าว่า “ถ้านางไม่ได้อยู่ที่นี่อาจเป็นไปได้ว่านางจะอยู่ที่ตระกูลตู๋กู ข้าจะช่วยพาท่านออกไปก่อน”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนชักกระบี่เซียนหลิง และตั้งท่าจะตัดตรวนซึ่งพันธนาการร่างของสตรีไว้แน่น เวลาเดียวกับที่สตรีพูดออกมาว่า “ไม่มีประโยชน์”

ชายหนุ่มยกกระบี่ฟาดฉับลงมา

ฉัวะ!

โซ่ตรวนไม่สะดุ้งสะเทือน

คนที่อยู่ตรงข้ามมองเยี่ยฉวนและบอกอย่างอ่อนโยน “ตรวนเส้นนี้เป็นตรวนของแดนแห่งไฟชำระ ต่อให้เป็นอาวุธขั้นศักดิ์สิทธิ์ก็ยากที่เจ้าจะทำลายมันได้ รีบไปเสียจากที่นี่และไปช่วยหลิงน้อยออกมา ไปเร็ว!”

เยี่ยฉวนถามในใจเสียงเครียดเคร่ง “แม่นางเจียน ช่วยเหลืออะไรข้าสักอย่างได้ไหม?”

เจียนจื่อไจ้เงียบไม่ตอบเป็นครู่ จากนั้นจึงมีเสียงพูดมาว่า “ถ้าข้าจะทำอะไรสักอย่างรับรองได้ว่าเจ้าไม่รอดแน่ ไปบอกคนที่ชั้นสองให้มาช่วยสิ!”

ทันใดนั้นเสียงพูดของยอดยุทธ์ที่ชั้นสองดังขึ้นว่า “ข้าช่วยเจ้าทำลายโซ่ตรวนได้ทว่านี่จะเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ตอนนี้ลองคิดดูให้ดีๆ ว่าอยากให้ข้าช่วยหรือไม่กันแน่!”

เยี่ยฉวนนิ่งขณะไตร่ตรอง

ครานี้มีเสียงของเจียนจื่อไจ้บอกมาว่า “ถ้าเจ้าจะช่วยนาง รู้ไว้ด้วยว่าเจ้ากำลังทำให้ยอดฝีมือทุกคนในโลกตื่นตัวขึ้นมา เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าเองจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ถ้าเจ้าไม่ช่วยก็ไม่สามารถตัดใจทิ้งนางไว้ที่นี่……หลายครั้งที่เจ้าต้องตัดสินใจทางเลือกสองทางที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว”

เยี่ยฉวนตอบเสียงที่ดังในใจว่า “ข้ารู้ บางครั้งการถอยสักก้าวอาจทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ถึงอย่างไรถ้าคนในครอบครัวของเจ้าถูกรังแก ไม่ว่าจะเป็นลูกเมียหรือคนอื่นๆ เป็นเจ้าจะถอยไหม? ข้าดีรู้ว่าเมื่อไรควรไปต่อและเมื่อไรควรถอย ทว่าถ้าใครมารังแกครอบครัวของข้า ข้าจะไม่มีวันถอยอย่างเด็ดขาด”

หลังจากเงียบเสียงไปชั่วครู่ พลันที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏร่างของยอดยุทธ์ชั้นที่สอง ทันใดนั้นนางยกอุ้งเท้าขึ้นก่อนตวัดอย่างแรงไปยังตู๋กูเสวียน

ตูม!

โซ่ตรวนที่พันไว้รอบกายตู๋กูเสวียนพลันขาดสะบั้นในทันที!

ถึงกระนั้นด้วยเพราะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ยิ่งนี้เอง ส่งผลให้ทั่วทั้งบริเวณชั้นแปดเกิดการไหวสั่น

เมื่อเห็นว่าตรวนถูกทำลายลงแล้ว ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองหันกลับมามองเยี่ยฉวนนิดหนึ่งก่อนจะกลับคืนสู่หอคอยแห่งเรือนจำ

ขณะนั้นตู๋กูเสวียนซึ่งถูกปลดพันธนาการได้ทรุดลงไปกองกับพื้น และชายหนุ่มรีบถลันเข้าไปช่วยพยุงให้นางลุกขึ้นทันที ตู๋กูเสวียนคว้าแขนของเยี่ยฉวนจับไว้แน่นสีหน้าอ่อนระโหย “แม่ไม่เป็นไร แค่อ่อนเพลียเท่านั้น”

พลันหันหน้าขวับมองมายังเยี่ยฉวนและบอกเสียงเร็วว่า “รีบไปจากที่นี่ไม่ต้องห่วงแม่ มิเช่นนั้นเจ้าจะไม่สามารถออกจากเรือนจำนี่ได้อีกเลย”

ชายหนุ่มบอกอีกฝ่ายว่า “ข้าจะลองดู”

จากนั้นเข้าช่วยพยุงตู๋กูเสวียนพาออกไป

ตู๋กูเสวียนจับแขนเยี่ยฉวนแน่นเข้าขณะหันมามองอีกฝ่ายเต็มตาพลางยิ้มเนือย “ต่อให้แม่ตายไปตอนนี้ ได้พบเจ้าก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว”

อีกฝ่ายพูดกลับไปว่า “ไม่มีใครตายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือน้องหลิง”

ผู้เป็นแม่พยักหน้าขณะทำท่าจะพูดอีกนั้นเอง บริเวณทางออกปรากฏชายชราสองคนยืนขวางทางอยู่ไม่ไกลออกไปมากนัก

สองคนยอดฝีมือพลังชั้นเลิศขั้นพลังจุดกำเนิด

ทั้งคู่มองมายังตู๋กูเสวียนและเยี่ยฉวน หนึ่งในสองขมวดคิ้วนิ่วหน้าเอ่ยถามเสียงเหี้ยม “พวกเจ้าเป็นใคร……”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนหายวับไปจากที่ข้างๆ ตู๋กูเสวียนเมื่อครู่ทันที ขณะต่อมาบังเกิดลำแสงกระบี่พุ่งวาบตัดผ่านข้ามมาต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็ว

ฉัวะ!

จากนั้นร่างชายชราคนเมื่อครู่ก่อนถูกตัดขาดเป็นสองท่อนเสียก่อนที่มันจะทันโต้กลับด้วยซ้ำ!

ชายชราอีกคนเห็นดังนั้นก็เกิดอาการตื่นกลัว แทนที่จะคิดสู้กับเยี่ยฉวนพลันเขาหันหลังกลับและวิ่งหนีไปดื้อๆ

หลังจากที่ได้เห็นต่อหน้าต่อตาว่าชายหนุ่มแปลกหน้าสังหารคนขั้นพลังจุดกำเนิดด้วยหนึ่งกระบี่ เช่นนี้เขามีหรือจะกล้าสู้?

หนี!

ทันใดนั้นกระบี่เล่มหนึ่งทะยานออกจากหีบกระบี่ที่ด้านหลังเยี่ยฉวน กระบี่โฉบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพลันลำแสงแห่งกระบี่แทงเสียบทะลุเข้ากลางหลังของชายชราคนดังกล่าว

ฉึก!

คนล้มหน้าทิ่มลงกับพื้นแน่นิ่งไปทันที

เสียงพูดแสดงความแปลกใจจากคนข้างเยี่ยฉวน ตู๋กูเสวียนหันมามองบุตรชาย “อาฉวนเจ้าสำเร็จขั้นมหาเซียนกระบี่แล้วหรือนี่?”

ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!