Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 713

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 713 ไม่มีวันถอยหลังอย่างเด็ดขาด! (ปลาย)

C

ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าซีดเซียวของสตรีปรากฏรอยยิ้ม “ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!”

ขณะนั้นเยี่ยฉวนหันไปเตรียมจะพูดตอบ ในที่ไม่ห่างออกไปนั้นเองจู่ๆ มีชายวัยกลางคนโผล่เข้ามา เยี่ยฉวนหันขวับและเตรียมพร้อมที่จะจู่โจม ทว่าตู๋กูเสวียนยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไว้เสียก่อน

ชายวัยกลางคนมองเยี่ยฉวนทีและหันไปมองทางตู๋กูเสวียน แววตาของเขาฉาบประกายลึกล้ำ

ตู๋กูเสวียนเอ่ยทักผู้ที่เพิ่งเข้ามาเสียงขรึม “พี่รอง ท่านจะมาฆ่าเราสองแม่ลูกเหมือนกันสินะ”

อีกฝ่ายส่ายหน้า “พวกเจ้าไม่มีทางหนีไปจากที่นี่พ้น ตอนนี้พวกคนแกร่งกล้าของตระกูลตู๋กู ตระกูลกู้ และตระกูลเหยี่ยนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้”

ตู๋กูเสวียนเหลือบมองเยี่ยฉวนและถามว่า “เจ้าสามารถเข้ามาที่นี่ได้โดยไร้ร่องรอยเพราะฉะนั้นเจ้าสามารถกลับออกไปโดยไร้ร่องรอยได้ใช่ไหม?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า

คนเป็นมารดาหันมามองคนบุตรชายเต็มตา “ไปจากที่นี่และช่วยอาหลิงออกไปให้ได้”

เมื่อพูดถึงตอนนี้นางหันหน้าไปพูดกับคนตรงข้ามว่า “ลูกสาวข้าถูกจับไปที่ตระกูลตู๋กูใช่หรือไม่?”

ชายวัยกลางคนผงกศีรษะตอบรับและบอกว่า “ใช่ พวกเขาต้องการใช้นางเป็นเหยื่อล่อ……”

ขณะนั้นเขาเบนสายตาไปมองเยี่ยฉวนก่อนจะพูดต่อว่า “ล่อเขาให้ไปที่ตระกูลตู๋กู”

ตู๋กูเสวียนหันขวับไปมองเยี่ยฉวนซึ่งบอกทันทีว่า “ไปกันเถอะ!”

สตรีคว้าข้อมือบุตรชายดึงไว้นิดหนึ่งพร้อมกับจ้องมองเขม็ง ขณะที่นางขยับจะพูดอะไรบางอย่างพลันเยี่ยฉวนตัดบทเสียงอ่อน “ไปเถอะ!”

จากนั้นเขาจึงพาตู๋กูเสวียนมุ่งหน้าออกไปภายนอก

เมื่อคนทั้งหมดออกสู่บริเวณด้านนอกของแดนแห่งไฟชำระ จึงพบว่าข้างนอกมียอดฝีมือรออยู่โดยมีสามคนขั้นพลังยอดอาณาจักรและคนขั้นพลังจุดกำเนิดชั้นเลิศอีกราวยี่สิบชีวิตยืนขวางเต็มประตูทางออก

เสียงตู๋กูเสวียนพึมพำให้ได้ยินจากข้างกายเยี่ยฉวนว่า “ผู้เฒ่าคนทางซ้ายเป็นคนตระกูลเหยี่ยนส่วนอีกคนทางขวานั่นเป็นคนตระกูลตู๋กูมีชื่อว่าตู๋กูเลี่ย เขาเป็นท่านลุงสามของแม่เอง คนที่อยู่ตรงกลางเป็นคนของตระกูลกู้ ตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งแห่งดินแดนสวรรค์”

ขณะนั้นตู๋กูเลี่ยเหลือบมองมายังเยี่ยฉวนและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าเองงั้นหรือไอ้เด็กเวร”

เยี่ยฉวนหันไปยังตู๋กูเลี่ยซึ่งขณะนั้นกำลังมองตรงมาด้วยสายตาเฉยชาและทำท่าขยับจะพูด พลันเยี่ยฉวนก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมทั้งชี้ปลายกระบี่ใส่หน้าชายชรากับบอกฝ่ายนั้นว่า “มาสู้กันตัวต่อตัว!”

สู้ตัวต่อตัว?

ทันทีที่ได้ยินวาจาท้าทายมาของชายหนุ่มเช่นนั้นทุกคนต่างพากันตกตะลึง เยี่ยฉวนเพิ่งสำเร็จขั้นพลังทลายสุญตา เขาท้าประลองกันตัวต่อตัวกับยอดฝีมือในขั้นพลังยอดอาณาจักรเชียวหรือ?

ในขณะเดียวกันตัวของตู๋กูเลี่ยเองก็มีท่าทีแปลกใจไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าคนคิดไม่ถึงว่าเยี่ยฉวนต้องการสู้กันตัวต่อตัวกับตนเอง!

หลังจากต่างคนต่างนิ่งงันไปชั่วขณะ ฝ่ายตู๋กูเลี่ยแสยะมุมปากถามกึ่งเย้ยหยันไปว่า “สู้ตัวต่อตัวงั้นหรือ? คิดว่าตัวเองคู่ควรแล้วสินะ”

เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยกยิ้ม ทันใดนั้นเขาประกบนิ้วชี้และนิ้วกลางก่อนชี้ออกไปตรงหน้า ฉับพลันนั้นเองศีรษะของคนขั้นพลังจุดกำเนิดสองคนที่เยื้องไปทางด้านหลังตู๋กูเลี่ยขาดกระเด็นไปอย่างรวดเร็ว!

ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏส่งผลให้ทุกคนต่างตกตะลึง โดยเฉพาะคนยอดยุทธ์ขั้นพลังจุดกำเนิดหลายคนเบือนหน้ามองมายังเยี่ยฉวน สายตาฉายร่องรอยความหวาดกลัววูบไหว

เยี่ยฉวนหันไปทางตู๋กูเลี่ยพร้อมกับถามฝ่ายนั้นว่า “ตอนนี้ข้าคู่ควรหรือยัง?”

ชายชราเขม้นมองชายหนุ่มพลางกล่าวว่า “เจ้าตายเมื่อไร นั่นล่ะข้าถึงจะพอใจ!”

ทันใดนั้นเขาทะยานตรงเข้ามาฉวยจับเยี่ยฉวนไว้ด้วยมือขวา ก่อนพาพุ่งทะยานตัดผ่านอากาศเบื้องบน จากนั้นชั้นบรรยากาศที่อยู่รอบตัวชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนบิดเบือนพร่าเลือน ด้วยปรากฏพลังสุญญากาศตรงเข้ามาหมายบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกเหลว

ฉับพลันนั้นบริเวณกึ่งกลางแสกหน้าระหว่างหัวคิ้วของชายหนุ่มบังเกิดตัวอักษร ‘สุญญากาศ’ เพียงชั่วกะพริบตาช่องอากาศโดยรอบกลับคืนสู่สภาวะปกติดังเดิม

เมื่อเห็นเช่นนั้น ตู๋กูเลี่ยรวมทั้งคนอื่นต่างนิ่วหน้าพลางหันมองหน้ากันไปมา แววตาของทุกคนฉายความประหลาดใจระคนตกตะลึงอยู่ในที

ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นนอนที่คนซึ่งอยู่ขั้นพลังทลายสุญตาจะสามารถคืนสภาพชั้นอากาศกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!

เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

ขณะที่ตู๋กูเลี่ยมองตรงมายังชายหนุ่มพลางทำท่าจะเอ่ยพูดอะไรสักอย่าง ทันใดนั้นเองเยี่ยฉวนกลับหายวับไป พลันต่อมาที่เหนือศีรษะของชายชราปรากฏกระบี่ตวัดฟาดลงมาทันที อีกทั้งพลังกระบี่ชี่ซึ่งถาโถมเข้าใส่นั้นเล่าทั้งคมกริบด้วยพลังเชือดเฉือน!

ออกกระบี่ชี้ชะตา!

เยี่ยฉวนผลักพลังออกปะทะอย่างเต็มกำลังโดยไม่ปิดบังความแกร่งกล้าของตนอีกต่อไป เขาไม่ซ่อนพลังความแข็งแกร่งด้วยเบื้องหน้าเป็นคนขั้นพลังยอดอาณาจักร!

ขั้นพลังเหนือกว่าถึงสองชั้น!

คนที่อยู่เบื้องหน้า ตู๋กูเลี่ยบิดยกมุมปากยิ้มเย็นเยียบพลางสะบัดชายแขนเสื้อออกไปครั้งหนึ่ง

ตูม!

พลังจู่โจมของชายหนุ่มถูกผลักดันปัดป้องออกไปทันที เสียงเยี่ยฉวนคำรามด้วยความโกรธจัดขณะสองมือกุมด้ามกระบี่และฟาดลงไปอย่างหนักหน่วง

เปรี้ยง!

พลันร่างของตู๋กูเลี่ยถอยกรูดไปกว่าสิบก้าว!

เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนหันไปมองเยี่ยฉวนด้วยไม่อยากเชื่อต่อสิ่งที่ตาเห็น แววตาของแต่ละคนไม่อาจซุกซ่อนความประหลาดใจไว้ได้เลย

คนขั้นพลังสูงสุดถูกพลังปะทะของคนขั้นทลายสุญตาจนถึงกับล่าถอยงั้นหรือ?

เจ้าตัวตู๋กูเลี่ยก็ถึงกับตกตะลึง เขาไม่คาดฝันว่าชายหนุ่มจะมีสมรรถนะเชิงพลังการต่อสู้เป็นที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้

ด้วยเยี่ยฉวนเพิ่งถึงขั้นพลังทลายสุญตา!

เมื่อคิดเช่นนั้นแววตาของตู๋กูเลี่ยเต็มไปด้วยความกระหายการเข่นฆ่าสาดประกายวาววับ

พวกเขาไม่มีทางยอมให้เยี่ยฉวนรอดชีวิตกลับไป!

คนยอดฝีมือเก่งกาจอย่างน่าตกใจเช่นนี้ ภายหน้าหากเขาพัฒนาขั้นฝีมืออย่างเต็มที่ ตอนนั้นตระกูลตู๋กูอาจต้องระทมทุกข์กับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ก็เป็นได้

ขณะที่ฝ่ายยอดฝีมือขั้นพลังสูงสุดซึ่งมาจากตระกูลกู้มองเยี่ยฉวนด้วยแววตาครุ่นคิด สายตาเยือกเย็นทว่าเพียงจ้องมองชายหนุ่มเฉยอยู่อย่างนั้น ประหนึ่งจะมองอีกฝ่ายให้ทะลุปรุโปร่งถึงภายในก็ไม่ปาน

อย่างไรก็ตามคนแข็งแกร่งที่มาจากตระกูลเหยี่ยนอีกคนมองดูพลางยิ้มในหน้า เป็นรอยยิ้มที่ยากจะอธิบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่ทอดสายตามองไปยังตู๋กูเลี่ยและคนกล้าแกร่งคนอื่นๆ รอยยิ้มของคนผู้นั้นกลับปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

ขณะนั้นชายชราตู๋กูเลี่ยก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทันที ฉับพลันนั้นชั้นอากาศที่รายล้อมรอบกายเยี่ยฉวนเกิดการฉีกแหวกออก ทว่าเพียงไม่นานอากาศที่ถูกฉีกรอบตัวชายหนุ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว!

สิ่งที่บังเกิดสร้างความโกรธเคืองให้แก่คนตรงข้ามหนักหนา ตู๋กูเลี่ยตวาดเสียงลั่น “เจ้าทำได้ยังไง! ขั้นพลังแค่นี้ เป็นไปไม่ได้……”

พลันต่อมาเยี่ยฉวนกลับปรากฏตัวอยู่เหนือศีรษะของฝ่ายตรงข้าม ในขณะนั้นชายหนุ่มฉวยแผ่นยันต์ไว้ในมือและกระแทกลงบนศีรษะของตู๋กูเลี่ย

ยันต์ผนึกพิภพ!

เมื่อเยี่ยฉวนตบแผ่นยันต์ผนึกพิภพลงบนศีรษะของตู๋กูเลี่ย พลันมีเสียงตวาดอย่างตกใจของเจียนจื่อไจ้ดังขึ้นในหัวทันที

“แผ่นยันต์ไม่ได้ให้ใช้แบบนั้น……”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!