บทที่ 715 ท่านพี่ (ปลาย)
ขณะที่ฝ่ายนั้นทำท่าเตรียมที่จะจู่โจมนั้นเอง พลันตู๋กูเสวียนซึ่งอยู่ไม่ไกลนักได้ทะยานเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฉวน
สตรีเหลือบมองไปยังฝั่งของชายชราตู๋กูเลี่ยก่อนจะหันไปพูดกับเยี่ยฉวนโดยผ่านทางพลังชี่โกลาหลว่า “ที่นี่มีคนของตระกูลตู๋กูซ่อนตัวอยู่อย่างน้อยสองคนซึ่งมีขั้นพลังสูงสุดทั้งคู่ แม่จะสกัดพวกมันให้เอง เจ้าหาโอกาสหนีไป เข้าใจไหม?”
เยี่ยฉวนถามกลับ “ท่านสกัดพวกนั้นไหวหรือ?”
ตู๋กูเสวียนเหยียดมุมปากยิ้มน้อยๆ “ได้สิ เจ้าไปก่อนแล้วแม่จะตามไปทีหลัง”
อีกฝ่ายสั่นศีรษะปฏิเสธพลางยิ้มน้อยๆ “ข้าไปท่านก็ตายเท่านั้น”
คนมารดามองหน้าบุตรชายเต็มตา ทันใดนั้นนางเอื้อมมือออกไปข้างหน้าและใช้ฝ่ามือลูบลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย “ตราบใดที่เจ้าและหลิงน้อยมีชีวิตรอด ต่อให้แม่ต้องตายก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่นา ยิ่งกว่านั้นการที่ได้พบเจ้าอีกครั้งในวันนี้ แม่พอใจที่สุดแล้ว”
จากนั้นนางหันขวับไปยังตู๋กูเลี่ยในที่ไม่ไกลนัก “ท่านลุง ข้าจะต่อสู้กับท่านแทนลูกชายข้าเองได้ไหม?”
เสียงตอบอย่างเย้ยหยันของชายชราดังมาว่า “ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่พลังของเจ้ายังดีเลิศ อาจเป็นข้าที่ต้องเกรงกลัวต่อเจ้า ถึงกระนั้นเวลานี้จิตวิญญาณของเจ้าถูกทำลายจนสิ้น อีกทั้งขั้นพลังความแข็งแกร่งชั้นเลิศของเจ้าตอนนี้ได้ลดน้อยถอยลงไม่น้อยกว่า 3 ใน 10 เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า หืม?”
ตู๋กูเสวียนตอบให้พลางยิ้ม “เจ้าก็ลองมาสู้กับข้าก่อนสิ”
ทันใดนั้นนางยกฝ่ามือข้างขวาพร้อมกับควงเบาๆ ขณะที่สตรีเกือบจะออกพลังจู่โจมนั้นเอง เยี่ยฉวนยื่นมือเข้ามาฉวยจับข้อมือของนางไว้เสียก่อน
ตู๋กูเสวียนชะงักงันขณะหันไปมองหน้าอีกฝ่าย เยี่ยฉวนหัวเราะหึ “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ!”
ขณะที่ตู๋กูเสวียนยังมิทันตอบโต้ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าหาตู๋กูเลี่ยซึ่งอยู่ไม่ห่างไกล
คนข้างหลังทอดสายตามองตามเยี่ยฉวน ตู๋กูเสวียนถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออกและรู้สึกว่าบุตรชายตรงหน้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว
เขามิใช่เด็กชายตัวน้อยที่คอยวิ่งตามนางและเยี่ยหลิงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกต่อไป
เพียงคิดได้เท่านี้ ให้รู้สึกปวดร้าวในใจขึ้นทันควัน
หลายปีที่ผ่านมาบุตรชายของนางและน้องสาวของเขาเยี่ยหลิงต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง? จึงหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนเช่นนี้……
ไกลออกไปเยี่ยฉวนเดินหน้าเข้าตู๋กูเลี่ย ทันใดนั้นชายหนุ่มจัดการระเบิดพลังแรงผลักแห่งกระบี่อันแกร่งกล้าออกไป!
พลังแรงผลักกระบี่แห่งมหาเซียนกระบี่!
ยามนี้ทุกสายตาของทุกคนที่อยู่ในบริเวณ ต่างจ้องมองเยี่ยฉวนเป็นตาเดียว
ราวไม่เกินสิบจั้งก็จะถึงตัวตู๋กูเลี่ย เยี่ยฉวนชะงักฝีเท่าหยุดกึก ณ เวลานั้นพลังแรงผลักแห่งกระบี่ที่ไหลรวมเข้าสู่ร่างกายพุ่งสู่จุดสูงสุด
ตู๋กูเลี่ยมองเยี่ยฉวนอย่างพินิจพิจารณา “ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าเป็นยอดฝีมือที่น่าทึ่งอย่างมากทีเดียว เมื่อเทียบคนที่มีพลังต่ำกว่าขั้นสูงสุด น้อยคนนักที่จะสำเร็จเช่นเจ้า โชคร้ายที่พลังของเจ้ายังด้อยกว่าข้า ถ้าบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิดนั่นต่างหากเจ้าจึงค่อยอาจหาญมาสู้กับข้า!”
เยี่ยฉวนไม่ตอบได้แต่ยิ้มน้อยๆ ขณะเดียวกันเขายกเท้าข้างขวากดลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา
ตูม!
ทันใดนั้นพลังงานสีทองสุกปลั่งแผ่วาบออกจากร่างกายของเยี่ยฉวน ขณะต่อมาบังเกิดเป็นลมหายใจหนักหน่วงสั่นระรัวไปทั่วทั้งลานโล่ง คนที่รายล้อมรอบบริเวณพานต้องกระแสพลังสั่นรัวจนกระถดถอยไปหลายต่อหลายครั้ง
พลังกายาทองคำไร้เทียมทาน!
ณ เวลานี้ชายหนุ่มรับรู้เจตนาที่ชัดแจ้งของตนในการที่จะสังหารชายชราตู๋กูเลี่ยให้จงได้ เขาจึงไม่อาจซุกซ่อนไม้ตายไว้ได้อีก
มิเช่นนั้นแค่พลังกายของตนผนวกกับกระบี่เซียนหลิงเพียงเท่านี้ คงไม่อาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อศัตรูตรงหน้าได้เลย
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนผลักออกพลังกายทองคำไร้เทียมทาน ตู๋กูเลี่ยเห็นเท่านั้นถึงกับหน้าถอดสี “ลมหายใจของเจ้า……เป็นไปได้อย่างไร……”
ณ ตอนนั้นเยี่ยฉวนทะยานขึ้นสู่อากาศและไปโผล่อีกครั้งบริเวณเหนือศีรษะของตู๋กูเลี่ยพร้อมกับปล่อยหมัดกระแทกลงไปเบื้องล่าง
ชายชรายกมือข้างขวาก่อนที่จะสะบัดออกไปครั้งหนึ่ง พลันพลังสั่นไหววาบออกไปทันที
ตูม!
พลังหมัดลุ่นของชายหนุ่ม ส่งให้ร่างของชายชราตู๋กูเลี่ยละลิ่วปลิวกระเด็นไกลออกไปกว่าสามร้อยจั้งในคราวเดียว!
เมื่อภาพเหตุการณ์ปรากฏออกแก่สายตาของเหยี่ยนเจี้ยและกู้ถงพลันสีหน้าของคนทั้งสองแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คนทั้งคู่ต่างตื่นตะลึงและตระหนกตกใจกับเหตุการณ์!
พลังพิสดารชนิดนี้มันคืออะไรกันแน่?
ถึงอย่างไร ขั้นพลังของชายชราตู๋กูเลี่ยสูงกว่าเยี่ยฉวนถึงสองขั้นพลัง!
หลังจากซัดพลังของตู๋กูเลี่ยจนแหลกกระเจิงด้วยพลังหมัดแล้ว เยี่ยฉวนไม่หยุดเพียงเท่านี้ ณ ตอนนั้นร่างของเขาเริ่มสั่นเบาๆ ทันใดนั้นลำแสงกระบี่พุ่งวาบเข้าใส่ร่างของตู๋กูเลี่ย
ว่องไวสุดขีด!
ว่องไวมากที่สุดของที่สุด!
เมื่อออกมาปรากฏอยู่ต่อหน้าตู๋กูเลี่ย เยี่ยฉวนกระชากกระบี่ออกจากฝักและฟาดลงไปโดยแรงไม่มียั้ง
ออกกระบี่ชี้ชะตา!
ภายหลังจากผลักออกพลังกายาทองคำไร้เทียมทาน ทำให้พลังฟาดเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า
คนด้านล่างที่รองรับพลังฟาดนั้นเล่า ตู๋กูเลี่ยหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยความประหลาดใจฉายวูบด้วยไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
เยี่ยฉวนผู้นี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ตนครั้งแล้วครั้งเล่า!
ดังเช่นครั้งนี้พลังฟาดนั้นเป็นพลังของคนขั้นทลายสุญตา ไม่สิพลังแรงขั้นเหนือกว่าพลังจุดกำเนิดด้วยซ้ำ ถ้าจะพูดให้ถูกพลังรุนแรงของคนขั้นสูงสุดก็ว่าได้!
ถึงกระนั้นเยี่ยฉวนเป็นคนที่ใช้พลังเช่นนี้ เขาเป็นยอดฝีมือที่มีขั้นพลังทลายสุญตา!
เมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญกับพลังฟาด ชายชราไม่กล้าทำอะไรลงไปโดยประมาท ดังนั้นเขาจึงถอยหลังไปครึ่งก้าวจากนั้นค่อยพลิกฝ่ามือข้างขวาและกดลง ทันใดนั้นเขาทำการยกอากาศกลับขึ้นมาจนดูเหมือนสภาวะอากาศกลับตาลปัตรจากล่างพลิกขึ้นบน อีกทั้งบังเกิดกระแสหมุนวนกดกระบี่ของเยี่ยฉวนจมดิ่งลงในชั่วพริบตา!
พลันความเงียบเข้าครอบงำไปทั่วบริเวณ
ตูม!
บังเกิดเสียงระเบิดมหาศาลคำรามสนั่นหลายครั้งดังก้องไปทั้งลาน พลันมีแสงแห่งกระบี่แตกกระจัดกระจายไปจนทั่ว
ในเวลานั้นปรากฏร่างของใครคนหนึ่งถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามคนผู้นั้นมิใช่เยี่ยฉวนทว่าเป็นตู๋กูเลี่ย!
ภาพที่เกิดขึ้น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณต่างใบหน้าเผือดวูบ!
หลังจากที่ชายชราตู๋กูเลี่ยหยุดชะงักลงกับที่ ขณะเยี่ยฉวนกำลังทำท่าจะออกจู่โจมเข้ามาอีกนั้นเองในตอนนั้นเสียงเรียกดังมาจากด้านข้าง “ท่านพี่……”
เสียงเรียกของเยี่ยหลิง!
เยี่ยฉวนตัวสั่นน้อยๆ ขณะค่อยหันหน้าไปมอง ไม่ห่างไปเท่าใดนักมีชายวัยกลางคนโผล่เข้ามาพร้อมด้วยกรงเหล็ก ภายในกรงเหล็กใบนั้นร่างของเยี่ยหลิงถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่มัดอยู่รอบกาย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มรู้สึกชาวูบจนสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ



