Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 719

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 719 อาจารย์ของข้า! (ต้น)

C

บริเวณชั้นที่เก้า

เมื่อตู๋กูเฝิงลงไปถึงนั้น เขาก็พบกับตู๋กูเสวียน เยี่ยฉวนและเยี่ยหลิงได้ทันที

สายตาของชายชราผ่านไปยังตู๋กูเสวียน ทว่าทันใดนั้นก็เบนไปทางเยี่ยฉวน เขามองดูชายหนุ่มซึ่งขณะกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น แววตาที่ทอดมองฉาบประกายลึกล้ำภายใน

ด้วยชายหนุ่มคนตรงหน้าเป็นหลานชายแท้ๆ ของตน

คนที่นั่งอยู่ข้างเยี่ยฉวน ตู๋กูเสวียนขยับลุกขึ้นยืนสตรีมองมาด้วยแววตาเฉยชายิ่ง สายตาของสตรีที่ทอดมองมายังตู๋กูเฝิงปราศจากความรู้สึกใดทั้งสิ้น

ตู๋กูเฝิงหันไปมองหน้าสตรีพลางทอดถอนใจเล็กน้อย “ลูกพ่อ ถ้าไม่เพราะความเอาแต่ใจตัวเอง เรื่องทั้งหมดจะเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?”

ตู๋กูเสวียนหัวเราะเบาๆ “เอาแต่ใจงั้นหรือ? ท่านก็รู้ว่าข้าชอบพออยู่กับคนอื่น ทว่ายังบังคับให้ข้าแต่งกับตระกูลกู่ ท่านเคยนึกถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่?”

ชายชราโต้ตอบเสียงขรึม “เจ้าเป็นบุตรสาวคนโตของประมุขและเป็นที่นับถือของคนในตระกูล เจ้าต้องทำเพื่อตระกูล!”

สตรีส่ายหน้า “ข้า……ตู๋กูเสวียนขอเป็นคนกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง”

ตู๋กูเฝิงจ้องมองเขม็งมายังคนตรงข้าม “เจ้ากำหนดชีวิตตัวเอง! รู้บ้างหรือไม่ว่าการตัดสินใจของเจ้าเกือบทำให้ตระกูลตู๋กูฉิบหายวายวอดแล้ว?”

ตู๋กูเสวียนหัวเราะหึ “ตระกูลนี้อ่อนด้อย พวกตระกูลกู่อยากจะข่มเหงอย่างไรก็ได้ตามใจชอบของพวกมัน แม้แต่ส่งข้าไปแต่งงานก็ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง ตระกูลกู่เป็นพวกที่มักใหญ่ใฝ่สูง มีหรือพวกมันจะยอมลงให้เพราะสตรีเพียงคนเดียว แค่นี้ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ? ไม่ใช่ ท่านเองก็รู้อยู่แล้วแต่อาจอยากใช้ข้าเพื่ออะไรบางอย่าง ใช่หรือไม่?”

ยามนี้สีหน้าของตู๋กูเฝิงเฉยชายิ่งนัก “เจ้าไม่ยอมแต่งไปตระกูลกู่ แต่ดูซิ ไอ้หมอนั่นมันให้อะไรแก่เจ้า? เจ้าถูกคุมขังมาจนเดี๋ยวนี้ มันไปอยู่เสียที่ไหน?”

คนเป็นบุตรสาวแย้งเสียงแผ่ว “เขาไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง”

ชายชราขบกรามกรอด “นางลูกหัวรั้น”

ขณะนั้นเขาเหลือบมองไปยังเยี่ยฉวนซึ่งนั่งสมาธิอยู่ไม่ไกลออกไป “บอกให้มันส่งสมบัติล้ำค่ามาให้ข้าเสียและข้าจะช่วยให้พวกเจ้ารอดตาย”

เสียงตนตรงข้ามหัวเราะแผ่ว “ท่านพ่อ ข้ามีหรือไม่รู้จักนิสัยของท่าน? ไม่ว่าเยี่ยฉวนจะส่งมอบสมบัติล้ำค่าให้ท่านและตระกูลตู๋กูหรือไม่ พวกท่านจะไม่ปล่อยเขาไปอยู่ดี ข้าพูดอย่างนี้ถูกหรือไม่?”

ชายชราตอบโต้เสียงแข็ง “มันทำลายกายเนื้อของพี่ชายของเจ้าไม่พอ ยังข่มขู่จะทำลายตระกูลตู๋กู! นี่หรือลูกชายที่แสนดีของเจ้า?”

ตู๋กูเสวียนสั่นหน้าน้อยๆ “ท่านไม่รู้จริงหรือว่าตระกูลตู๋กูทำอะไรกับพวกเขาไว้บ้าง?”

ฝ่ายตรงกันข้ามพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ “เห็นทีจะคุยกันดีๆ ไม่ได้แล้วสินะ?”

ขณะที่ตู๋กูเสวียนทำท่าจะโต้ตอบนั้นเอง พลันเยี่ยฉวนผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง “คุยอะไร? ไม่จำเป็นต้องคุยทั้งนั้น”

ตู๋กูเฝิงเขม้นสายตามองไปยังเยี่ยฉวน “เจ้ายืนยันจะทำลายตระกูลตู๋กูงั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ตระกูลตู๋กูมีอันต้องพินาศย่อยยับอย่างแน่นอน!”

“อ้อ……”

จากนั้นชายชราตู๋กูเฝิงก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาทันที ผ่านไปครู่หนึ่งเขาหันไปถามย้ำกับชายหนุ่มตรงข้ามว่า “ทำลายตระกูลตู๋กูงั้นหรือ? น้ำหน้าอย่างเจ้านี่หรือ?”

ว่าแล้วเขาผลักฝ่ามือข้างขวาออกไป พลันนั้นเองปรากฏพลังลมหายใจแปลกประหลาด

และตู๋กูเฝิงไม่ทันสังเกตเห็นจุดที่เยี่ยฉวนยืนอยู่ แท้ที่จริงแล้วจุดนั้นเป็นตำแหน่งที่เจ้าปีศาจเดรัจฉานกำลังนอนหลับนั่นเอง

เมื่อพลังลมหายใจพุ่งออกมา ชายหนุ่มมิได้ออกพลังต้านทานแต่อย่างใด ซ้ำปล่อยให้พลังพุ่งเข้าใส่อย่างเต็มที่

เปรี้ยง!

ร่างของเยี่ยฉวนถูกกระแทกจนกระเด้งไป ถึงกระนั้นลมหายใจยังคงพุ่งเข้าปะทะกับสัตว์อสูรตัวน้อยเข้าจนได้ อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรน้อยหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยไม่ ตรงกันข้ามพลังลมหายใจของตู๋กูเฝิงวูบหายไปอย่างสิ้นเชิง

ฝ่ายคนที่มองเห็นจากระยะไกล ชายชราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เยี่ยฉวนมีท่าทีระแวดระวังขึ้นทันที พลันขยับเข้าไปยืนใกล้ตู๋กูเสวียนและเยี่ยหลิง

ทันใดนั้นเองปีศาจเดรัจฉานตัวเล็กเผยอเปลือกตาขึ้นทันที

เผยให้เห็นลูกตาสีดำสนิท!

ดวงตาของสัตว์อสูรน้อยจ้องชายชราตู๋กูเฝิงไม่วางตา ชายชราเห็นดังนั้นถึงกับหน้าถอดสี สัญชาตญาณเตือนตนถึงอันตรายของสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้า!

อันตรายมาก!

ตู๋กูเฝิงเขม้นมองไปยังสัตว์อสูรและฝั่งตรงข้ามก็จ้องมองกลับมาที่เขาด้วยเช่นกัน ทว่าไม่นานนักเปลือกตาของมันค่อยขยับปิดลงอย่างช้าๆ

เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนให้รู้สึกแปลกใจนัก เหตุใดสัตว์อสูรตัวนั้นจึงไม่จู่โจมชายชรา?

ด้านตู๋กูเฝิงสีหน้าคลายกังวลอย่างเห็นได้ชัด ความที่ไม่รู้จักที่มาที่ไปของสัตว์อสูรตัวนี้ทำให้เขาออกจะหวาดกลัวเช่นกัน

ด้วยชายชราไม่เคยลงมาที่ชั้นเก้ามาก่อน

ชายชราหันขวับไปทางเยี่ยฉวน “เจ้ามันลูกไม้จัด แต่โชคร้ายที่ใช้กับข้าไม่ได้”

จากนั้นเขายื่นมือออกมาคว้าคอเยี่ยฉวนจากระยะไกล พร้อมกันนั้นพลังลึกลับแผ่กระจายครอบคลุมชายหนุ่มไว้ทั้งร่าง

พลังกล้าแกร่ง!

มือข้างขวาของเยี่ยฉวนกระชับกำด้ามกระบี่ที่เหน็บข้างเอวแน่นขึ้น ชายชราตู๋กูเฝิงเป็นคนที่มีพลังแกร่งกล้ากว่าตู๋กูเหลียนเสียอีก

เขาอาจใช้กายาทองคำไร้เทียมทานหรือเกราะเทพแห่งความมืดรับมือต้านทานคนผู้นี้ไว้ได้สักระยะหนึ่ง ทว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทำให้ยากที่จะขจัดตัวปัญหาออกไปได้อย่างเด็ดขาด!

ทว่าสถานการณ์ตรงหน้า เขาจำต้องต้านทานไว้ให้ได้!

เยี่ยฉวนก้าวเท้าออกไปข้างหน้าขณะที่ดึงกระบี่ออกจากฝักพลันตวัดฟันลงเบื้องหน้า ทันใดบังเกิดเสียงสั่นสะเทือนประหนึ่งอะไรบางอย่างถูกตัดขาดออกจากกัน

ก่อนที่กระบี่ของเยี่ยฉวนจะฟาดเข้าสู่เป้าหมายนั้น ร่างของเขากระเด็นหวือออกไป จากนั้นก็กระแทกเข้ากับฝาผนังด้านหนึ่งอย่างหนักหน่วง

ตู๋กูเฝิงถลึงตามองเยี่ยฉวนจนนัยน์ตาแทบทะลุออกมานอกเบ้า ในสายตาเผยเจตนาเข่นฆ่าอย่างโจ่งแจ้ง

อัจฉริยะ!

แม้ว่าจะเพิ่งประมือกับชายหนุ่มไปได้เพียงหนึ่งกระบวนท่า เขาได้ประจักษ์แก่ตา เป็นอย่างที่ตู๋กูหมิงพูดไม่ผิดเพี้ยน เยี่ยฉวนนั้นเกินกว่าจะใช้คำว่าอัจฉริยะด้วยซ้ำ

ยอดอัจฉริยะ!

ในยามปกติสำหรับตนนั้นมองคนที่มีขั้นพลังทลายสุญตาไม่ต่างจากมดปลวก ถึงกระนั้นเยี่ยฉวนเสมือนปราการทรงพลังที่ออกต้านทานพลังปะทะของตน

มันต้องตาย!

ถ้าไม่จัดการตัดไฟเสียแต่ต้นลมด้วยการสังหารอัจฉริยะเช่นมันเสียก่อน ในภายหน้าอาจก่อให้เกิดหายนะอย่างไม่มีวันจบสิ้น

แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นหลานในไส้ก็ตามที!

……

[ประกาศชี้แจ้งจากทางทีมแปล]

ขออภัยนักอ่านทุกท่าน ตั้งแต่บทที่ 719 เป็นต้นไปทางทีมแปลจะขออนุญาตนักอ่านทุกท่านปรับเปลี่ยนแก้ไขชื่อตระกูลใหญ่ทั้ง 3 ของดินแดนสวรรค์ ได้แก่ ตระกูลกู้ เปลี่ยนเป็น ตระกูลกู่ (古) และตระกูลเหยี่ยน เปลี่ยนเป็น ตระกูลเหยียน (言)

ขออภัยในความผิดพลาดเป็นอย่างสูง

 

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!